<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมือง &#039;ไฮบริด&#039; หลังเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลการเลือกตั้งวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจะทำให้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะ &amp;ldquo;การเมืองไฮบริดผสมผสาน&amp;rdquo; หรือ hybrid อีกครั้งหนึ่ง เป็นก้าวใหม่ที่ไม่ว่าจะยุ่งยากสลับซับซ้อนอย่างไรก็จะต้องประคับประคองให้พ้นกับดักเดิมๆ ที่หลอกหลอนคนไทยมายาวนานให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผมเรียกเป็น &amp;ldquo;Hybrid Politics&amp;rdquo; ก็เพราะดูจากปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่เทคะแนนให้กับพรรคอนาคตใหม่อย่างคักคักเกินความคาดหมายเดิมๆ ทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นเสียงตะโกนดังก้องคูหาเลือกตั้งทั่วประเทศที่ต้องการ &amp;ldquo;ความเปลี่ยนแปลง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเราก็เห็นผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งเทใจให้กับพรรคพลังประชารัฐที่เป็นตัวแทนของการเมืองแบบเก่า และเป็นสัญลักษณ์ของ &amp;ldquo;การต่อเนื่องและความสงบ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเห็นการมาบรรจบของสองกระแสนี้ที่ไปกันคนละทาง แต่สะท้อนถึงความต้องการของคนสองรุ่นสองแนวคิดที่ปรากฏตัวออกมาอย่างชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่งคือการล่มสลายของพรรคเก่าแก่ที่สุดของประเทศอย่างพรรคประชาธิปัตย์ และการสะดุดหยุดลงของพรรคเพื่อไทยอาจจะถือได้ว่าเป็นตัวแทนของการเมืองแห่งความขัดแย้งในอดีต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก็ต้องยอมรับว่าพรรคเพื่อไทยยังสามารถรักษาฐานเสียงของตนในบางภาคในระดับหนึ่ง แม้จะถูกเจาะโดยพรรคคู่แข่งและพันธมิตรในหลายๆ กรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหวังให้คนออกมาลงคะแนนให้อย่างถล่มทลายดั่งที่หาเสียงไม่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเราได้เห็นพรรคเก่าแก่ที่สุดของประเทศเผชิญกับคำตัดสินของประชาชนที่ต้องการการเมืองอีกรูปแบบหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความยุ่งยากที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ ใครจะได้เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากจะบอกว่า &amp;ldquo;พรรคที่ได้ที่หนึ่ง&amp;rdquo; ในการเลือกตั้งครั้งนี้ควรจะได้โอกาสตั้งรัฐบาลก่อน ก็จะมีคำถามว่าจะนับ &amp;ldquo;ที่หนึ่ง&amp;rdquo; อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะพรรคหนึ่งอาจได้คะแนนเสียงรวม หรือ popular votes มากกว่าอีกพรรคหนึ่ง แต่เมื่อคำนวณตามข้อกำหนดในกติกาใหม่แล้วอาจมีจำนวนที่นั่งจริงๆ ในสภาทั้งจากการเลือกตั้งเขตและในบัญชีรายชื่อน้อยกว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแม้จะบอกได้ว่าพรรคสองพรรคใหญ่ควรจะมีโอกาสชักชวนพรรคอื่นๆ มาร่วมรัฐบาลก็มีประเด็นว่า เสียงที่รวบรวมได้นั้นจะไม่มีเสียงข้างมากถึง 300 เสียง เพื่อให้การบริหารบ้านเมืองดำเนินไปอย่างเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตุนี้จึงอาจจะเกิดกรณี &amp;ldquo;ถึงทางตัน&amp;rdquo; หรือ deadlock ทั้งสองฝั่ง ทำให้ไม่อาจจะขยับขับเคลื่อนตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำว่า &amp;ldquo;รัฐบาลไร้เสถียรภาพ&amp;rdquo; เป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาสำหรับผู้คนทุกวงการ แต่เมื่อผลการเลือกตั้งออกเช่นนี้ กลุ่มการเมืองทั้งหมดจึงมีหน้าที่จะต้องหาทางออกเพื่อทำให้การบริหารบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าโดยประเพณีปฏิบัติระดับสากลแล้ว ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง เพราะรัฐบาลไม่มีเสียงข้างมากเด็ดขาดมิใช่เป็นเรื่องที่ผิดปกติเสมอไป แต่ก็ควรจะเป็นกรณีชั่วคราวเมื่อผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงตัดสินออกมาเช่นนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลผสมในลักษณะนี้จึงควรจะเป็นทางออกชั่วคราวเพื่อรอจังหวะที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกใหม่เพื่อนำไปสู่ &amp;ldquo;คณิตศาสตร์การเมือง&amp;rdquo; อีกสูตรหนึ่งที่จะทำให้ประเทศชาติหลุดออกจากมุมอับได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขที่นั่งของสภาล่าสุดจาก กกต. เมื่อนับไปแล้ว 94% เมื่อวานนี้สะท้อนถึงความยุ่งยากในการตั้งรัฐบาลผสมครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนตั้งรัฐบาลและชักชวนพรรคอนาคตใหม่และภูมิใจไทยกับพรรคเล็กๆ อื่นๆ มาร่วมอาจจะมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งได้ แต่ก็จะมีประเด็นว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีหากแกนนำของพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นสมาชิกสภาฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือถึงขั้นมีการต่อรองจากหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรืออนาคตใหม่ที่จะอาสาเป็นนายกฯ ในสูตรนี้?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันหากพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนตั้งรัฐบาล แม้จะมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีกรอบหนึ่ง แต่การชักชวนพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาธิปัตย์มาร่วมพร้อมกับพรรคเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่ง เสียงในสภาล่างของรัฐบาลก็จะเข้าลักษณะ &amp;ldquo;หืดขึ้นคอ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งจะเกิดปรากฏการณ์​ &amp;ldquo;งูเห่า&amp;rdquo; ขึ้นได้ไม่ยาก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้บังคับให้ ส.ส.ต้องยกมือตามมติของพรรคที่ตนสังกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การต่อรองและความโกลาหลในกระบวนการผ่านกฎหมายและการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลใหม่ก็จะเผชิญกับอุปสรรคไม่น้อยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ขั้วการเมืองนี้จะหวังพึ่งเสียงจากสมาชิกวุฒิสภาแต่งตั้ง 250 เสียงได้ แต่ก็มิได้รับรองความมั่นคงยั่งยืนเสมอไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าผลการเลือกตั้งเช่นนี้เป็นปัญหาใหญ่โตอันใด หากแต่เป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นได้ ทั้งในประเทศไทยเองในอดีตและในต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งสำคัญที่นักการเมืองทุกพรรคทุกฝ่ายในสภาฯ จะต้องร่วมกันหาสูตรการทำงานทั้งในฐานะฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่จะตอบสนองความคาดหวังของประชาชนที่ได้ออกมาใช้สิทธิ์หลังจากที่รอคอยมาถึง 8 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองไฮบริดท้าทายความสามารถและวิสัยทัศน์ของนักการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งทุกคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเป็นหน้าที่ที่พวกท่านทั้งหลายจะต้องแสดงความพร้อมที่จะหาทางออกอย่างสร้างสรรค์, เสียสละและรับผิดชอบต่อทุกคะแนนเสียงที่ได้แสดงออกถึงความต้องการกลับเข้าสู่ระบอบ &amp;ldquo;ประชาธิปไตย&amp;rdquo; ที่ทุกฝ่ายเรียกร้องมาตลอด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32212</URL_LINK>
                <HASHTAG>Hybrid Politics, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
