<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25161</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปุจฉา-วิสัชนากับ เจ้าของโนเบลที่ไฮฟา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ระหว่างที่ผมไปเยือนอิสราเอลเมื่อเร็วๆ นี้ มีโอกาสปุจฉา วิสัชนากับเจ้าของรางวัลโนเบล สาขาเคมี ปี 2011 ที่เมืองไฮฟา ซึ่งตั้งอยู่เหนือสุดของอิสราเอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Prof Dan Shechtman แห่งมหาวิทยาลัย Technion หรือ MIT ของอิสราเอล...ท่านคือผู้เริ่มวิชา Entrepreneurship ที่มหาวิทยาลัยโด่งดังแห่งนี้ก่อนจะมีคำว่า startup ด้วยซ้ำ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ ศาสตราจารย์แดนอายุกว่า 80 แล้ว แต่ยังมีความกระตือรือร้นที่จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของอิสราเอลที่จะนำไปสู่การเป็นประเทศชั้นนำระดับโลกด้านนวัตกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกบอกว่าแม้จะเป็นอาจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ แต่เห็นความสำคัญของการสร้าง &amp;ldquo;ผู้ประกอบการรุ่นใหม่&amp;rdquo; ที่มีความสามารถในการนำเอางานวิจัยมาสู่ตลาดเพื่อให้กลายเป็นของมีคุณค่ามากกว่าเป็นเพียงผลงานวิชาการเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนแรกที่ผมเปิดสอนวิชา Entrepreneurship ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็มีคนตั้งคำถามเยอะว่ามันจะเหมาะจะควรหรือในเมื่อเราเป็นมหาวิทยาลัยที่หนักไปทางวิชาการ แต่ผมยืนยันว่าอนาคตของประเทศอิสราเอลจะเฟื่องฟูได้จะต้องสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่นำเอางานวิจัยสุดยอดไปทำให้เกิดเป็นธุรกิจให้ได้...พอเปิดคอร์สนี้ครั้งแรกก็มีนักศึกษามาลงทะเบียน 600 คน ต่อมาก็ขยายเป็นหลายพันจนกลายเป็นวิชาที่คนเรียนมากที่สุดวิชาหนึ่ง...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาสตราจารย์แดนเป็นนักเคมี ไม่มีพื้นทางด้านงานบริหารธุรกิจหรือการตลาด แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับคิดริเริ่มใหม่ๆ สำหรับนักคิดนักปฏิบัติของประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมก็เชิญคนเก่งๆ ด้านธุรกิจและการบริหารมาสอนซิครับ การที่ผมไม่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจไม่ได้แปลว่าผมจะไม่กล้าคิดไม่กล้าฝันที่จะเอาคนเก่งๆ ในวงการต่างๆ มาเป็นครู บทบาทของผมคือการประสานและสร้างความตระหนักในแวดวงคนรุ่นใหม่ให้สนใจการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการเป็นผู้ประกอบการ แทนที่จะเป็นแค่นักวิชาการหรือทำงานรัฐบาล...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์แดนเป็นที่เคารพนับถือของวงการทั้งวิชาการและ startups ของอิสราเอลวันนี้ เพราะยังมีความกระตือรือร้น ทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อผลักดันให้เกิดผู้ประกอบการรุ่นใหม่ต่อไปไม่มีวันสิ้นสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เราจึงเห็นบริษัทยักษ์ๆ ระดับโลกแห่กันมาตั้งหน่วยวิจัยและพัฒนาที่อิสราเอล โดยเฉพาะที่เมืองไฮฟาแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น IBM, Yahoo, Intel, Apple, Microsoft, HP, Amazon, Philips, Google, CISCO เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามว่าทำไมบริษัทยักษ์เหล่านี้จึงต้องมาตั้งหน่วยงานที่ไฮฟา ถ้าอิสราเอลมีคนเก่งๆ ด้านต่างๆ มาก ไฉนธุรกิจระดับโลกเหล่านี้จึงไม่ซื้อตัวไปทำงานที่อเมริกาหรือยุโรป?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบก็คือว่า คนเก่งๆ อิสราเอลบอกกับเจ้านายฝรั่งว่า พวกเขาต้องการจะกลับไปทำงานที่บ้าน เพราะมีสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสรรค์และนวัตกรรม อีกทั้งยังมีนักวิจัยที่อยู่กับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่อิสราเอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขั้นที่คนระดับบริหารสัญชาติอิสราเอลที่ทำงานให้กับบริษัทเหล่านี้ในอเมริกาตั้งเงื่อนไขกับหัวหน้าได้ว่า ถ้าไม่ไปตั้งหน่วยวิจัยที่อิสราเอล พวกเขาจะออกจากบริษัทเพื่อกลับบ้านไปสร้างธุรกิจใหม่เอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่านั้นแหละ ผู้บริหารของธุรกิจไฮเทคใหญ่ๆ ระดับโลกจึงเห็นโอกาสที่จะระดมมันสมองสุดยอดของอิสราเอลด้วยการไปตั้งสาขาหรือศูนย์วิจัยที่ไฮฟา เพราะได้ทั้งความคิดใหม่ๆ และคนเก่งๆ ในที่เดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งไฮฟายังมีท่าเรือใหญ่ที่สุดของอิสราเอลริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นศูนย์ logistics ที่สำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ การเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัย, ธุรกิจเอกชน, ผู้ประกอบการใหม่, startups และหน่วยงานรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้เกิดการบูรณาการของทุกฝ่ายที่เกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรมเป็นความจริงทางปฏิบัติ มิใช่เพียงแค่นโยบายสวยหรูบนกระดาษเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นี่มี &amp;ldquo;โซน startup&amp;rdquo; ที่รัฐบาลและเอกชนร่วมมือกันให้มีความสะดวกทั้งด้านพื้นที่และการลงทุนเพื่อส่งเสริมให้คนมีความคิดใหม่ๆ ได้แลกเปลี่ยนพบปะกันเอง...และที่สำคัญคือ มีกลไกที่ให้นักลงทุนมาเจอกับคนทำ startups ใหม่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยที่รัฐบาลพร้อมจะเป็นหัวหอกในการลงทุนก้อนแรกให้กับโครงการ startups ที่พิสูจน์ตัวเองได้ว่ามีศักยภาพที่จะสร้างเป็นธุรกิจได้อย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทุกฝ่ายกระโดดลงมาทำกันอย่างจริงจัง ทุกอย่างวัดกันด้วยผลงานที่เป็นของจริงจัง ประเทศเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและศัตรูก็กลายเป็นชาตินวัตกรรมระดับโลกได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25161</URL_LINK>
                <HASHTAG>Amazon, Apple, CISCO, Google, HP, IBM, Intel, Microsoft, Philips, Yahoo, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิกฤติแห่งปริญญา!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้รับทราบข่าวที่สะท้อนถึง &amp;ldquo;วิกฤติอุดมศึกษา&amp;rdquo; ต่อเนื่อง ตอกย้ำถึงความสำคัญของการที่สังคมไทยทั้งมวลจะต้องลุกขึ้นมา &amp;ldquo;ตระหนก&amp;rdquo; (ที่มากกว่าแค่ &amp;ldquo;ตระหนัก&amp;rdquo;) กับสถานภาพของการศึกษาของประเทศอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวแรกมาจาก เว็บไซต์ &amp;ldquo;แบไต๋&amp;rdquo; ที่พาดหัวว่า &amp;ldquo;โลกหมุนไว Apple, Google และหลายบริษัทระดับโลกรับสมัครงานไม่ต้องมีปริญญา!!&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดของข่าวแสดงความตกใจกับข่าวล่าสุดหลายบริษัทชั้นนำทั่วโลกเริ่มรับสมัครพนักงานโดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบปริญญาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวชิ้นนี้บอกว่าเว็บไซต์ค้นหางาน Glassdoor เผยว่า ปัจจุบันมี 15 บริษัทที่เริ่มรับสมัครงาน โดยผู้สมัครไม่จำเป็นต้องมีวุฒิปริญญาอีกต่อไป เช่น Google, Apple, IBM และ Starbucks เป็นต้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในปี 2017 ที่ผ่านมา รองประธานฝ่ายความสามารถของ IBM, Joanna Daley, กล่าวกับ CNBC ว่า 15% ของพนักงาน IBM ไม่ได้จบมหาวิทยาลัย หรือไม่มีวุฒิปริญญา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอบอกว่าแทนที่บริษัทจะมองหาบุคคลจบปริญญา IBM เลือกที่จะรับคนที่ผ่านประสบการณ์จริง ผ่านค่ายที่เกี่ยวกับการโค้ดหรือที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมโดยตรง เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวอย่างตำแหน่งที่ไม่ต้องมีใบปริญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;bull; Google : product manager, recruiter, software engineer, product marketing manager
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull;Apple : design verification engineer, engineering project manager, iPhone buyer
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; Starbucks : barista, shift supervisor, store manager
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; IBM : financial blockchain engineer, lead recruiter, contract and negotiations professional
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;bull; Bank of America : client service representative, client associate, analyst, executive assistant
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากรายชื่อบริษัทข้างต้นนี้แล้วก็ยังมีอีกถึง 10 บริษัทที่รับสมัครงานได้โดยไม่ต้องมีใบปริญญาเลยล่ะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านข่าวยังไม่ทันหายตกใจ (หรือแปลกใจหรือเศร้าใจ?) ก็เจอบทความของผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ผู้อำนวยการหลักสูตร Ph.D. และ M.Sc. (Business Analytics and Data Science) สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ใน Manager Online&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์คงตั้งใจให้คนในวงการอุดมศึกษาตกใจจริง ผมเห็นด้วย เพราะไม่เพียงแต่คนในวงการศึกษาที่ควรจะตื่นจากภวังค์เท่านั้น แต่คนทั้งประเทศจะต้องลงมือแก้วิกฤติครั้งนี้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์อานนท์เริ่มด้วยประโยคปลุกให้ตื่นว่า&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมต้องออกมายอมรับว่าตัวเองพยากรณ์พลาดไปมาก เพราะได้เขียนบทความว่า เมื่อมหาวิทยาลัยไทยต้อง lay off อาจารย์และเจ้าหน้าที่ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2561 แต่สิ่งที่ผมคาดไว้กลับเกิดขึ้นไวกว่าที่ผมพยากรณ์ไว้มาก...&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์บอกว่าวันก่อนลูกศิษย์ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชนมาเล่าให้ฟังว่า ตัวเธอเองต้องรับหน้าที่ไปบอกเพื่อนอาจารย์ว่าต้อง lay off แล้ว เพราะไม่มีภาระงานสอน มหาวิทยาลัยต้องเลิกจ้างโดยไม่มีความผิดใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางตอนของบทวิพากษ์ของอาจารย์อานนท์บอกว่า&amp;nbsp;


respin88
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีมหาวิทยาลัยเอกชนหนึ่งแห่ง ได้ขายให้กลุ่มทุนจีนแล้ว เปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่ และเริ่ม lay off อาจารย์ที่สอนได้แต่ภาษาไทยและภาษาอังกฤษออกไป และเริ่มหาอาจารย์ชาวจีนที่สอนเป็นภาษาจีนได้เข้ามาทำงานแทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีนักเรียนไทยเพียงพอแล้ว เด็กไทยมีอัตราการเกิดต่ำมาก เราเป็นสังคมสูงอายุรุนแรงมาก ถ้าไม่มีนักศึกษาจีนเลยไม่มีทางไปรอดสำหรับมหาวิทยาลัยเอกชน และที่ผ่านมาก็เอาเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นเครื่องจูงใจให้เด็กมากู้เงินแล้วเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนกันมาก แต่ก็ไม่ยั่งยืนและไปไม่รอด&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง มีนักเรียนจีนเยอะ เด็กนักเรียนไทยหายไปมากกว่าสองในสาม กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาให้ได้ข้อตกลงเพื่อจะซื้อขายกัน แน่นอนว่าทุนจีนจะเป็นคนซื้ออีกเช่นกัน ยังไม่ได้ราคาที่ลงตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมได้ยินข่าวมาว่ากลุ่มทุนจีนที่ทำธุรกิจพานักเรียนจีนเข้ามาเรียนในประเทศไทยจะลงทุนซื้อมหาวิทยาลัยเอกชนเอง และบริหารเอง หาอาจารย์จีนมาสอนเอง และหานักเรียนจีนมาเรียนด้วยตัวเอง ครบวงจรอย่างยิ่งครับ เข้าใจว่าจะทำหอพักและร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำไป เรื่องนี้น่าจะมีเค้าความจริง ไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวลแต่อย่างใด ที่น่ากังวลกว่าคือนักเรียนมาแล้วไม่เรียน กลับมาสนใจแต่ค้าขายรอบมหาวิทยาลัยหรือมาทำธุรกิจอย่างอื่น เรื่องนี้ต่างหากที่ไทยเราโดยเฉพาะตรวจคนเข้าเมืองต้องดำเนินการจริงจังได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปรับตัวเป็นเรื่องจำเป็นมาก โดยเฉพาะการปรับตัวหลังถูก lay off จะไปทำอะไร อายุก็มากแล้ว และอยู่ใน comfort zone ในมหาวิทยาลัยมีอำนาจเหนือนักศึกษา และหลายคนไม่ได้ทำงานจริงๆ มานานมาก สอนหนังสืออย่างเดียว จนทำอะไรไม่เป็นแล้วก็มีมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกมหาวิทยาลัยราชภัฏในต่างจังหวัด ที่นักศึกษาลดลงมากก็มีการเลิกจ้างและเลย์ออฟอาจารย์ที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัยกันมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ยังอยู่กันไล่ไม่ได้คืออาจารย์มหาวิทยาลัยที่เป็นข้าราชการเท่านั้น ซึ่งก็เหลืออยู่ไม่มากนัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกพนักงานมีสัญญากันไม่กี่ปีตอนนี้จะเริ่มถูกเลย์ออฟครับ ถ้าไม่มีภาระงานสอน และไม่มีภาระงานอย่างอื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยของรัฐก็อย่าชะล่าใจ ใครจะขึ้นมาเป็นคณบดี อธิการบดี รองอธิการบดี โปรดเตรียมตัวมาทำหน้าที่นี้เพื่อความอยู่รอดของหน่วยงานของตัวเอง โปรดเตรียมตัวไปศาลปกครองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นาฬิกาปลุกดังลั่นทั่วหมู่บ้านที่ชื่อ &amp;ldquo;ประเทศไทย&amp;rdquo; แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ก่อนเราบอกว่า &amp;ldquo;ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาวันนี้ต้องเปลี่ยนเป็น &amp;ldquo;เห็นโลงศพ ไม่ต้องหลั่งน้ำตา เพราะช้าไปแล้ว ต้องเผาแล้ว&amp;rdquo;!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17245</URL_LINK>
                <HASHTAG>Apple, Google, IBM, Starbucks, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
