<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28164</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/02/2019 19:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/02/2019 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พิพิธภัณฑ์ขุนเขาเสียดฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จามรี เพื่อนร่วมทางของนักไต่เขาทั้งหลาย และยอดเขามานาสลูจำลอง ตั้งอยู่หน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ภูเขานานาชาติ เมืองโปขรา ประเทศเนปาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างป้อมยามและรั้วกำแพงหินคือประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์ภูเขานานาชาติ&amp;nbsp;(International Mountain Museum)&amp;nbsp;ด้านซ้ายมือเป็นลานจอดรถ หลังลานจอดรถคือ&amp;nbsp;Maurice Herzog Climbing Wall&amp;nbsp;สามารถลองปีนได้ ห้องขายตั๋วและฝากกระเป๋าอยู่ตรงข้ามประตูทางเข้า สร้างขึ้นเป็นเรือนชาวเขาหลังเล็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินเข้าไปซื้อตั๋วราคา&amp;nbsp;500&amp;nbsp;รูปี หรือประมาณ&amp;nbsp;150&amp;nbsp;บาท ขอโบรชัวร์เจ้าหน้าที่มาด้วย ซึ่งหากไม่ขอก็คงไม่ให้ เพราะผู้หญิงฝรั่งคนที่ซื้อตั๋วหลังผมไม่ได้รับ แต่เธอเห็นผมถือโบรชัวร์ในมือจึงเอ่ยปากขอบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเดินถนนลาดยางนำไปยังตัวอาคารหลักของพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ห่างออกไปราว&amp;nbsp;300&amp;nbsp;เมตร ก่อนถึงตัวอาคารมีรูปปั้นของบุคคลสำคัญ 3 คนผู้เป็นกลจักรให้เกิดพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้น ถัดไปคืออนุสรณ์รำลึกนักปีนเขาผู้เสียชีวิตทั้งหลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังคาของอาคารพิพิธภัณฑ์ออกแบบให้มีลักษณะแหลมๆ สูงๆ ต่ำๆ ล้อกับรูปร่างเทือกเขาหิมาลัย ด้านหน้ามีรูปปั้นจามรี สัตว์ที่นำข้าวของสัมภาระของนักปีนเขาขึ้นสู่ที่สูง ห่างออกไปไม่ไกลคือยอดเขามานาสลูจำลอง&amp;nbsp;(Mt.Manaslu)&amp;nbsp;ความสูง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;ฟุต ผู้เข้าชมนิยมปีนเล่นและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก หน่วยงานความร่วมมือจากญี่ปุ่นเป็นผู้สร้างขึ้นเนื่องจากทีมนักปีนเขาชาวญี่ปุ่นเป็นคนกลุ่มแรกที่พิชิตยอดเขาความสูง&amp;nbsp;8,163เมตรนี้ เมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2499&amp;nbsp;ซึ่งเป็นยอดเขาสูงอันดับ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Living Museum&amp;nbsp;ตั้งแยกออกมาจากตัวอาคารหลักของพิพิธภัณฑ์ภูเขานานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยังไม่เข้าไปในอาคารพิพิธภัณฑ์ เพราะเหลือบไปเห็นป้ายชี้ไปยังร้านอาหารชื่อ&amp;nbsp;Gorkha Village Restaurant&amp;nbsp;&amp;amp; Bar&amp;nbsp;ร้านอยู่ห่างออกไปประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เมตร วันนี้ยังไม่ได้กินมื้อเที่ยงจึงเดินไปฝากท้อง แต่ในเมนูไม่เห็นมีอาหารจากเผ่ากุรข่า&amp;nbsp;(เขียน&amp;nbsp;Gorkha&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;Gurkha)&amp;nbsp;สั่งฟิงเกอร์ชิป&amp;nbsp;1&amp;nbsp;จาน เสิร์ฟมาคล้ายๆ เฟรนช์ฟรายด์ ส่วนกาแฟสดหมดเกลี้ยง เหลือแต่กาแฟสำเร็จรูปก็ต้องดื่ม ราคารวม&amp;nbsp;180&amp;nbsp;รูปี ทิปพนักงานหนุ่ม20&amp;nbsp;รูปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านหลังของตัวร้านอาหารเป็น&amp;nbsp;Living Museum&amp;nbsp;หรือพิพิธภัณฑ์การอยู่อาศัยของกลุ่มชาติพันธุ์บนภูเขาสูง มีบ้านที่สร้างขึ้นเสมือนจริงตามลักษณะของชนเผ่า ภายในมีข้าวของเครื่องใช้แต่ไม่มีคนอาศัยอยู่ตามที่ระบุไว้ในโบรชัวร์ เมื่อเดินไปยังร้านขายของที่ระลึกที่อยู่ใกล้ๆ กันก็พบว่าพวกเขาย้ายมาอยู่กันในนี้ ผมก็เลยเดินกลับไปยังตัวอาคารพิพิธภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขึ้นบันไดไปยังประตูทางเข้าซึ่งเป็นชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของอาคาร ต้องเดินลงไปยังชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตามลูกศร ในห้องภาพยนตร์กำลังฉายสารคดี เจ้าหน้าที่บอกให้รีบเข้าไปเพราะกำลังเริ่มฉายรอบนี้ ถือเป็นโชคดีที่ได้ดูตั้งแต่ตอนขึ้นอักษรหัวเรื่อง ตามด้วยเรื่องราวของการบุกเบิกปีนเทือกเขาหิมาลัย การดำรงชีวิตของแต่ละกลุ่มเชื้อชาติ การแสดงและการละเล่นต่างๆ ใช้เวลา&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นาทีสารคดีก็จบลง เป็นเหมือนคำแนะนำเบื้องต้นในการชมนิทรรศการและบรรดาสิ่งแสดงที่อยู่ภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครื่องใช้ไม้สอยของบางชาติพันธุ์ในเนปาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อออกจากห้องฉายภาพยนตร์ก็พบกับนิทรรศการคนและภูเขาจากไต้หวัน, ญี่ปุ่น และสโลวีเนีย ซึ่งสโลวีเนียเป็นตัวแทนของประเทศที่เทือกเขาแอลป์พาดผ่าน ตามด้วยกลุ่มเชื้อชาติที่โดดเด่นในเนปาล เช่น เชอร์ปา, กุรุง, ทามัง, ทาคาลี, มาการ์ เป็นต้น โดยนอกจากรูปภาพ ข้อความ และหุ่นชาย-หญิงขนาดเท่าตัวจริงในชุดประจำเผ่าแล้วก็ยังมีบรรดาข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ถัดไปเป็นนิทรรศการรูปภาพเปรียบเทียบการใช้ชีวิตของชาวเขาเนปาลและชาวเขาแอลป์ในยุโรปที่ถ่ายไว้เมื่อกว่าครึ่งศตวรรษก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โถงถัดมาเป็นการแสดงภาพและข้อมูลของภูเขาสูงทั้งในและนอกเนปาล ภาพถ่ายยอดเขา&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ยอดที่มีความสูงมากกว่า&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;เมตร ที่เรียกว่า&amp;nbsp;Eight-thousanders&amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดอยู่ในเทือกเขาหิมาลัยและการาโกรัม โดย&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ยอดเขาอยู่ในเนปาล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอยกตัวอย่างบางยอดเขา อาทิ ยอดเขาอันนะปุรณะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ความสูง&amp;nbsp;8,091&amp;nbsp;เมตรจากระดับน้ำทะเล สูงอันดับ&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ของโลก เป็นยอดเขาในทิวเขาอันนะปุรณะ อยู่ในเขตเทือกเขาหิมาลัยทางทิศตะวันตก เมืองโปขราคือจุดเหมาะเหม็งที่สุดในการชมความงามอันยิ่งใหญ่นี้ &amp;ldquo;มอริส แฮร์โซก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หลุยส์ ลาชินาล&amp;rdquo; นักปีนเขาชาวฝรั่งเศสประสบความสำเร็จในการไต่ถึงยอดเขาในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2493&amp;nbsp;ถือเป็นมนุษย์คู่แรกในประวัติศาสตร์ (สมัยใหม่) ที่สามารถพิชิตยอดเขาความสูงเกิน&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;เมตร แฮร์โซกตีพิมพ์หนังสือชื่อ&amp;nbsp;Annapurna&amp;nbsp;ในปีต่อมา ขายดิบขายดีกว่าหนังสือปีนเขาเล่มใดๆ ในโลก ยอดขายมากกว่า&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ล้านเล่ม ยอดเขาอันนะปุรณะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;นั้นถือว่าโหดหินและอันตรายมาก มีอัตราของผู้ที่ขึ้นไปถึงยอดแต่เอาชีวิตลงมาไม่ได้ถึง&amp;nbsp;31&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ ในกรณีของแฮร์โซกและลาชินาลนั้นทั้งคู่ต้องสูญเสียหัวแม่เท้าจากการถูกน้ำแข็งกัด และแฮร์โซกนั้นมีของแถมถูกตัดนิ้วเท้าทิ้งเกือบทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางส่วนของสิ่งแสดงในพิพิธภัณฑ์ภูเขานานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดเขาเอเวอเรสต์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล&amp;nbsp;8,848&amp;nbsp;สูงที่สุดในโลก ชาวเนปาลเรียกว่ายอดเขา &amp;ldquo;สครมาตา&amp;rdquo; ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต หมายถึงมารดาแห่งท้องสมุทร ส่วนชาวทิเบตซึ่งดินแดนของพวกเขาอยู่อีกด้านของทางขึ้นยอดเขา เรียกว่า &amp;ldquo;โชโมลังมา&amp;rdquo; แปลว่ามารดาแห่งสวรรค์ ชื่อ &amp;ldquo;เอเวอเรสต์&amp;rdquo; นั้นตั้งขึ้นตามชื่อนักสำรวจชาวอังกฤษ นาม &amp;ldquo;จอร์จ อีฟเรสต์&amp;rdquo; แต่คนเรียกเพี้ยนเป็น &amp;ldquo;เอเวอเรสต์&amp;rdquo; จนกลายเป็นชื่อจริง โดยก่อนหน้านั้นอีฟเรสต์เรียกยอดเขานี้ว่า &amp;ldquo;ยอดเขาที่&amp;nbsp;15&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสำเร็จของทีมจากฝรั่งเศสที่พิชิตอันนะปุรณะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไม่มีอะไรเทียบเทียมได้กระทั่ง &amp;ldquo;เอ็ดมุนด์ ฮิลลารี&amp;rdquo; นักปีนเขาจากนิวซีแลนด์ขึ้นไปยืนบนยอดเขาเอเวอเรสต์สำเร็จเป็นคนแรกเมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2496&amp;nbsp;พร้อมด้วย &amp;ldquo;เทนซิง นอร์เกย์&amp;rdquo; เพื่อนร่วมทางชาวเชอร์ปา ขณะที่คนไทยก็เคยปีนถึงยอดมาแล้ว นั่นคือคุณวิทิตนันท์ โรจนพานิช ทำได้เมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2551&amp;nbsp;พร้อมกับชาวเวียดนามอีก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอดเขาเคทู&amp;nbsp;(K2)&amp;nbsp;อยู่ระหว่างเขตติดต่อปากีสถานและมณฑลซินเจียงของจีน ยอดเขานี้สูง&amp;nbsp;8,611&amp;nbsp;เมตร สูงเป็นอันดับ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ของโลก อักษรK&amp;nbsp;มาจากเทือกเขาการาโกรัม&amp;nbsp;(Karakoram)&amp;nbsp;และเลข&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คือลำดับที่ในการนับของ &amp;ldquo;โทมัส มอนโกเมอรี&amp;rdquo; นักสำรวจชาวอังกฤษ ซึ่งเขามองเห็นยอดเขา&amp;nbsp;K1&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;K2&amp;nbsp;จากอีกภูเขาลูกหนึ่งอยู่ห่างลงไปทางใต้&amp;nbsp;210&amp;nbsp;กิโลเมตร มีผู้พยายามตั้งชื่อใหม่หลายครั้งแต่ไม่ติดหูจึงใช้เคทูมาจนถึงทุกวันนี้ ยอดเขาเคทูมีความยากในการพิชิตชนิดที่ไม่มีใครเคยสามารถไต่ไปถึงยอดในฤดูหนาวได้เลย และผู้ที่ไปถึงยอดแล้วทุกๆ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;คนจะทิ้งชีวิตไว้บนนั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คน ตัวเลขอัตราส่วนผู้เสียชีวิตเป็นรองเพียงยอดเขาอันนะปุรณะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เพียงแต่ว่ายอดเขาอันนะปุรณะที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มีคนเคยไต่ถึงในช่วงหน้าหนาว &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีมุมธรณีวิทยาแสดงตัวอย่างหินที่มาจากเทือกเขา ภาพพืชและสัตว์ประจำถิ่น อีกทั้งภาพและประวัติของบุคคลสำคัญที่มีส่วนให้เกิดเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้น มีบอร์ดแสดงภาพของคณะจำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;คนที่ประสบอุบัติเหตุเฮลิค็อปเตอร์ตกเสียชีวิตเมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2549&amp;nbsp;ขณะกำลังเดินทางกลับสู่กรุงกาฐมาณฑุภายหลังการส่งคืนเขตอนุรักษ์ &amp;ldquo;คันเชงจุงกา&amp;rdquo; แก่ชุมชนท้องถิ่นให้ดูแลต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโซนนี้ยังมีนิทรรศการแสดงภาพและข้อมูลภาวะโลกร้อนที่กำลังคุมคามความสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมบนภูเขาสูง เวลาที่ต้องการน้ำก็จะมีน้ำเพียงน้อยนิด เวลาไม่ต้องการน้ำกลับถูกน้ำไหลหลากเข้าท่วม เกิดการอพยพในบางพื้นที่ เพราะเพาะปลูกไม่ได้ มีบอร์ดแสดงพิษภัยของBlack Carbon&amp;nbsp;ซึ่งเป็นควันดำที่เผาไหม้ไม่หมดจากการหุงต้มด้วยฟืน บางครั้งก็มีอนุภาคขนาดเล็กพีเอ็ม&amp;nbsp;2.5&amp;nbsp;ผู้ที่รับผลกระทบส่วนใหญ่คือผู้หญิง (และเด็ก) ที่ใช้เวลาในครัวเพื่อการหุงหาอาหารมากกว่าผู้ชายที่ทำงานนอกบ้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซนอุปกรณ์ของนักปีนเขาและวีรกรรมนักปีนเขาคนสำคัญๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ก็ได้เรียนรู้ภัยที่เรียกว่า&amp;nbsp;GLOF&amp;nbsp;มาจากคำว่า&amp;nbsp;Glacial Lake Outburst Flood&amp;nbsp;หมายถึงภาวะที่ทะเลสาบน้ำแข็งละลายและทะลักไหลอย่างรวดเร็วทำลายบ้านเรือน สะพาน สถานีไฟฟ้า ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความเปลี่ยนแปลงทางสภาวะอากาศที่โลกเผชิญอยู่ในขณะนี้ เกิดขึ้นมาแล้วกับพื้นที่ภูเขาสูงทั่วโลก ทั้งหิมาลัย แอนดีส ร็อคกี้ แอลป์ และในอลาสก้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายกลุ่มใหญ่เข้ามา คงมาทัศนศึกษาตามคำสั่งของอาจารย์ ส่วนใหญ่จะไม่อ่านข้อมูลในบอร์ดแต่จะถ่ายรูปเซลฟี่ เด็กหญิงคนหนึ่งใช้กล้องโทรศัพท์มือถือในโหมดกล้องวิดีโอแพนกล้องไปตามรูปและข้อความอย่างรวดเร็วแล้วมาหยุดที่หน้าผมสองสามวินาทีแล้วแพนกล้องต่อไป ซึ่งหากว่าเธอจะนำไปดูเพื่ออ่านข้อความเหล่านั้นภายหลังก็ไม่มีทางอ่านทันอยู่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเขาเข้าโซนนี้ออกโซนนั้นอย่างรวดเร็ว และหายไปหมดในเวลาไม่นานต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ต้องปีนให้ถึงก็ได้เห็นยอดเขาเอเวอเรสต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผมก็เดินต่อไปยังโซนประวัติและกิจกรรมการไต่เขา แสดงประวัติ รูปภาพ เสื้อผ้าและอุปกรณ์ของผู้พิชิตยอดเขาคนสำคัญหลายคน เช่น มอริส แฮร์โซก และหลุยส์ ลาชินาล จากฝรั่งเศส เอ็ดมุนด์ ฮิลลารี จากนิวซีแลนด์ เทนซิง นอร์เกย์ ชาวเชอร์ปา คาจิ เชอร์ปา หรือ &amp;ldquo;สปีด เชอร์ปา&amp;rdquo; ผู้ไต่ถึงยอดเอเวอเรสต์ได้เร็วที่สุดในโลกโดยไม่พึ่งถังออกซิเจน ใช้เวลาเพียง&amp;nbsp;20&amp;nbsp;ชั่วโมง&amp;nbsp;24&amp;nbsp;นาที เมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2541&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ก็ยังมีบอร์ดวีรกรรมของนักปีนเขาชาวญี่ปุ่น &amp;ldquo;จุนโก ทาเบอิ&amp;rdquo; เธอคือสตรีคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ได้ในปี พ.ศ.&amp;nbsp;2518ขณะมีอายุ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ปี และยังเป็นสตรีคนแรกที่ไต่ถึงยอดเขาสูงที่สุดครบทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ทวีป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใกล้ๆ กันเป็นบอร์ดนักปีนเขาชาวเกาหลี โดยเฉพาะ &amp;ldquo;ปาร์ก ยัง ซก&amp;rdquo; สตรีและมนุษย์คนแรกของโลกที่พิชิต&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ขั้วโลก ได้แก่ ขั้วโลกเหนือ ขั้วโลกใต้ และยอดเขาเอเวอเรสต์,&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ยอดเขาที่สูงที่สุดของแต่ละทวีป และ&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ยอดเขาที่สูงเกิน&amp;nbsp;8,000&amp;nbsp;เมตรที่มีอยู่ทั้งหมดในโลกนี้ เธอทำสำเร็จในเวลา&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปี ระหว่างพ.ศ.&amp;nbsp;2536&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;2545&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภาพถ้ำในทะเลสาบน้ำแข็งบนภูเขาสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บันไดนำขึ้นไปยังชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;มีของแสดงน้อยกว่าชั้น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;อยู่พอสมควร เริ่มด้วยนิทรรศการชั่วคราวภาพถ่ายการแต่งกายของทั้งชายและหญิงชาวเนปาลกว่า&amp;nbsp;40&amp;nbsp;กลุ่มเชื้อชาติ จากนั้นเป็นราวแขวนแผ่นโลหะขนาดเท่าฝ่ามือ ด้านหน้าเขียนปุจฉา เมื่อพลิกไปด้านหลังก็จะพบวิสัชนา เช่น ถามว่า &amp;ldquo;เทมบา ชฮิรี เชอร์ปา มีอายุเท่าไหร่ตอนที่เขาไต่ถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ โดยเขาเป็นชาวเนปาลอายุน้อยสุดที่สามารถพิชิตยอดเขานี้ได้ ?&amp;rdquo; เมื่อหมุนแผ่นโลหะสีทองไปอีกด้านก็พบคำตอบ &amp;ldquo;15&amp;nbsp;ปี กับอีก&amp;nbsp;18&amp;nbsp;วัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถัดไปเป็นห้องสมุด เก็บรวบรวมหนังสือเกี่ยวกับภูเขาสูง ประวัติการปีนเขา สัตว์ประจำถิ่น ลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น รวมกว่า&amp;nbsp;3,500&amp;nbsp;เล่ม ผมไม่ได้เดินเข้าไปเพราะหากเปิดหนังสือสักเล่ม อ่านแค่สามสี่หน้าก็คงจะหมดเวลาเยี่ยมชมของพิพิธภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งของที่นักไต่เขาผู้มักง่ายทิ้งไว้ระหว่างเส้นทางเกียรติยศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใกล้กันคือห้อง&amp;nbsp;Lakhang&amp;nbsp;ในภาษาเชอร์ปา &amp;ldquo;La&amp;rdquo;&amp;nbsp;แปลว่า &amp;ldquo;พระเจ้า&amp;rdquo; และ&amp;nbsp;&amp;ldquo;Khang&amp;rdquo;&amp;nbsp;แปลว่า &amp;ldquo;บ้าน/ห้อง&amp;rdquo; ในเขตโซลูคุมบู บ้านของชาวเชอร์ปาทุกหลังจะมีห้องสวดมนต์ (ศาสนาพุทธ) พวกเขาต้อนรับนักบวชลามะและผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาโดยการเสิร์ฟชาในห้องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกมุมที่น่าสนใจมากในพิพิธภัณฑ์ภูเขานานาชาติคือสิ่งแสดงที่เป็นอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้แล้วในการปีนเขา ผมเข้าไปอ่านก็ได้ความว่า &amp;ldquo;เคน โนกูชิ&amp;rdquo; นักไต่เขาชาวญี่ปุ่น ผู้พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์เมื่อปี พ.ศ.&amp;nbsp;2542&amp;nbsp;และครองสถิติมนุษย์อายุน้อยสุดที่เหยียบยอดเขาทั้ง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ทวีปในเวลานั้นด้วยอายุ&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ปี ความสำเร็จในการไต่เอเวอเรสต์ของเขาบรรลุผลในความพยายามครั้งที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ครั้งเขาเห็นขยะจำนวนมากถูกทิ้งไว้ระหว่างทางโดยบรรดานักขึ้นที่สูง ในการปีนอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ครั้งต่อมาของเขาและความร่วมมือจากทีมงานนานาชาติ พวกเขาเก็บขยะที่มีทั้งเต๊นท์ ถังออกซิเจน ถังแก๊ส กระป๋องอาหาร เสื้อผ้า เชือก และอื่นๆ ลงมาได้ถึง&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ตัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องนับถือหัวใจของเคน โนกูชิ และคณะ และอีกด้านก็ต้องพิเคราะห์ลักษณะนิสัยนักขึ้นที่สูงทั้งหลายเสียใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28164</URL_LINK>
                <HASHTAG>International Mountain Museum, ท่องเที่ยว, พิพิธภัณฑ์ภูเขานานาชาติ, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เทือกเขาหิมาลัย, เบื้องหน้าที่ปรากฏ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
