<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 19:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 19:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>IoT : Internet of Things &quot;จุด&quot; เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จุดที่คอมพิวเตอร์ มือถือ สมาร์ทวอร์ช ไปจนถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะภายในบ้าน ควบคุมระยะไกลได้เพียงปลายนิ้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จุดที่คุยวิดีโอคอลได้แบบชัดแจ๋วระดับ Full HD ไม่มีกระตุก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จุดที่จะขับรถไปไหนก็มีผู้ช่วยคอยชี้นำเส้นทางที่จะไปถึงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จุดที่สมาร์ทวอร์ช เชื่อมต่อกับแพทย์ประจำตัว แถมยังทำหน้าที่คอยกระตุ้นเตือนหากว่าผู้สวมใส่มีแนวโน้มทางด้านสุขภาพที่ถดถอยลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จุดที่ดูแลไร่และฟาร์ม โดยผ่านแท็บเล็ทเพียงเครื่องเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งหมดคือการที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ทำหน้าที่กำหนดแผนและย่านความถี่ที่รองรับการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ต่าง ๆให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ผลักดันให้เกิดการใช้งาน IoT และ 5G ได้อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ประเทศไทยก้าวไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41951</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, IoT, IoT : Internet of Things, กสทช., ย่านความถี่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190725/image_big_5d39a03a01ac1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2018 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2018 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดหลอดไฟแตะ 26,000 ล้าน รับเศรษฐกิจขาขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟิลิปส์ คาดตลาดแสงสว่างปีนี้โตแตะ 26,000 ล้านบาท รับกระแส IOT รุกนวัตกรรมสมาร์ทโฮม ส่ง &amp;nbsp;&amp;quot;ฟิลิปส์ ฮิว&amp;quot; หลอดไฟอัจฉริยะ ควบคุมด้วยสมาร์ทโฟน รายแรกในไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มี.ค. 2561 นายเฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพตลาดรวมของแสงสว่างในไทยปีนี้ น่าจะอยู่ที่ 26,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7 % ดีกว่าปีก่อนหน้าที่เติบโตโตเพียง 1.5 % โดยเฉพาะตลาด LED ที่มีการเติบโตสูงกว่าภาพรวม และในปีนี้น่าจะมีสัดส่วนเป็น 67 % จากตลาดแสงสว่างโดยรวม เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีสัดส่วน 52 % เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้ดี และการลงทุนภาครัฐที่เดินหน้าโครงการชัดขึ้นในปีนี้ &amp;nbsp;ทำให้มีความต้องการปริมาณอุปกรณ์แสงสว่างอีกเป็นจำนวนมาก ขณะที่ในตลาดผู้บริโภคก็มีกำลังซื้อที่สูงขึ้น มีความต้องการหลอดไฟที่ประหยัดพลังงาน และอายุยาวนาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่มีความต้องการใช้หลอดไฟเพียงเพื่อต้องการแสงสว่าง แต่ปัจจุบันนี้มีการใช้แสง ทั้งเพื่อความสวยงาม การสร้างบรรยากาศ และการตกแต่งบ้าน รวมถึงในการทำกิจกรรมต่างๆ ประกอบกับการก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อทุกสิ่งเข้ากับอินเตอร์เน็ต Internet of thing หรือ IOT&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทจึงได้เปิดตัว อุปกรณ์ Smart Home Lighting &amp;ldquo; ฟิลิปส์ ฮิว &amp;ldquo; ครั้งแรกในไทย ซึ่งเป็น หลอดไฟ LED ที่ไม่ได้ให้แค่แสงสว่าง แต่เป็นทั้งแก็ตเจ็ต และอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน ที่ให้เฉดสีได้ถึง 16 ล้านเฉดสี โดยใช้การควบคุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4875</URL_LINK>
                <HASHTAG>IoT, ฟิลิปส์, ฟิลิปส์ ฮิว, หลอดไฟ, เฉลิมพงษ์ ดรงค์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180313/image_big_5aa782108beec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/01/2018 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2018 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“CAT” จับมือ 28 สถาบันศึกษาเร่งพัฒนา IoT</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บมจ.กสท โทรคมนาคม จับมือ สถาบันศึกษา- Maker Club กว่า 28 แห่ง เร่งพัฒนาระบบนิเวศน์นวัตกรรม IoT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ม.ค.61- พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.กสท โทรคมนาคม (CAT) กล่าวว่า ได้ลงนามร่วมกับอธิการบดี ผู้แทนของมหาวิทยาลัยและเครือข่าย Maker Club จากทั่วประเทศ รวม 28 สถาบัน ในการการศึกษาและพัฒนาระบบโครงข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อพัฒนาระบบนิเวศน์นวัตกรรมบนพื้นฐานเทคโนโลยีไอโอที โดยจะเริ่มตั้งแต่การพัฒนาระบบโครงข่ายสื่อสัญญาณ ,รูปแบบของระบบโครงข่าย ,ระบบสื่อสัญญาณ และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงระบบอินเทอร์เน็ต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ จะเป็นการแลกเปลี่ยนและถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งถือเป็นการต่อยอดและช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้แก่บุคลากรได้นำไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อาทิ ระบบ Low Power Wide Area Network (LPWAN), เครือข่ายอินเทอร์เน็ต, Cloud Computing และบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ my&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1812</URL_LINK>
                <HASHTAG>CAT, IoT, กสท โทรคมนาคม, สถาบันการศึกษา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180126/image_big_5a6aebc5efb81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2018 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2018 18:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “ดีป้า”ชงครม.ตั้งสถาบัน IoT งบ 1,600ลบ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ดีป้า&amp;rdquo; ชงครม.ของบก่อสร้างสถาบันไอโอที 1,600 ล้านบาท เผยเอกชนรายใหญ่สนใจเข้าร่วมกว่า 10 แห่ง คาดสรุปแผนร่วมงานเอกชนก.พ.61&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ม.ค.61- นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (depa) เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า จะมีการหารือการจัดตั้งสถาบันไอโอที (IoT : Internet of Things) บนพื้นที่ไทยแลนด์ ดิจิทัล พาร์ค ในเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งการออกแบบโครงสร้างของอาคารได้เสร็จสิ้นแล้ว การก่อสร้างอาคารสถาบันจะมี 3 เฟส ในงบประมาณ 1,600 ล้านบาท แบ่งเป็นการก่อสร้าง 6 อาคาร จำนวน 1,400 ล้านบาท งบประมาณที่ใช้ในการออกแบบอาคารตามมาตรฐาน 5% จากการก่อสร้าง จำนวน 200 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะเริ่มก่อสร้างเฟสที่ 1 อาคาร 1 A พื้นที่ใช้สอย 4,500 ตร.ม.ในปี 2561-2563 ซึ่งเป็นโซนสำหรับออฟฟิศและโค-เวิร์คกิ้งสเปซ &amp;nbsp;โดยระหว่างรอการก่อสร้างสถาบันนั้น ดีป้าจะเร่งประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมจับคู่ทางธุรกิจ รวมถึงการเดินทางไปเข้าร่วมโรดโชว์ในต่างประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ดีป้าตั้งเป้าหมายจะสร้างสตาร์ทอัพ 100,000 &amp;nbsp;ราย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 500,000 ราย ในการปรับเปลี่ยนสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โดยล่าสุดได้จัดงาน &amp;ldquo;Asia Digital Expo 2018 : Digital Transformation&amp;rdquo; ภายใต้หัวข้อ ผู้ประกอบการยุค 4.0 ปรับตัวเพื่อเติบโตสู่ยุคดิจิทัล ระหว่างวันที่ 25 - 27 ม.ค.2561 ห้องบอลรูม &amp;nbsp;ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตนิทรรศการ ที่รวบรวมบริการธุรกิจดิจิทัล เทคโนโลยีชั้นนำมาจัดแสดง รวมทั้งการออกบูธของผู้ประกอบการซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์กว่า 250 บริษัทและ 20 องค์กรจากภาครัฐและเอกชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกทั้ง ขณะนี้มีบริษัทเอกชนด้านไอโอทีจำนวน 10 ราย สนใจเข้าร่วมในสถาบันนี้ และได้มีการประชุมเสนอแผนงานเข้ามา อาทิ ไอบีเอ็ม กูเกิล ไมโครซอฟต์ เอไอเอส กลุ่มทรูฯ เป็นต้น ซึ่งแต่ละบริษัทมีความสนใจเข้าร่วมต่างกัน บางรายต้องการร่วมลงทุน บางรายต้องการเข้ามาสร้างแพลตฟอร์ม โดยดีป้าได้แนะนำและเสนอว่าควรทำอย่างไร โดยให้แต่ละบริษัทเข้าหารือกันใหม่อีกครั้งในช่วงเดือนก.พ.61 ซึ่งคาดว่าจะสามารถสรุปแผนงานที่จะทำร่วมกันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1750</URL_LINK>
                <HASHTAG>IoT, กูเกิล, ครม., ดีป้า, ไมโครซอฟต์, ไอโอที</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180125/image_big_5a69b9ace9e08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
