<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 22:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดาวเทียม 2 ดวงหวิดประสานงาเหนือท้องฟ้าพิตส์เบิร์ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ดาวเทียมปลดระวาง 2 ดวงที่มีเส้นทางโคจรสวนกันหวิดชนประสานงากันบนท้องฟ้าเหนือเมืองพิตส์เบิร์กของสหรัฐด้วยความเร็ว 53,000 กิโลเมตร/ชั่วโมงเมื่อวันพุธ ซึ่งหากเกิดขึ้นจะก่อขยะอวกาศนับหมื่นชิ้นเป็นอันตรายต่อดาวเทียมดวงอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพกราฟิกของดาวเทียมดาราศาสตร์อินฟราเรด (IRAS) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองบัญชาการอวกาศของสหรัฐเปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม 2563 ว่าดาวเทียม 2 ดวงนี้ ซึ่งดวงหนึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์อวกาศนานาชาติรุ่นบุกเบิก และอีกดวงเป็นดาวเทียมเพื่อการทดลอง โคจรในทิศทางตรงข้ามกัน และเคลื่อนที่สวนกันด้วยความเร็วสูงโดยไม่ได้ชนกัน เมื่อเวลา 18.39 น.วันพุธตามเวลาท้องถิ่นฝั่งตะวันออกของสหรัฐ (06.39 น.วันพฤหัสบดีของไทย) ที่ความสูง 900 กิโลเมตรเหนือท้องฟ้าเมืองพิตส์เบิร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า ความเสี่ยงที่ดาวเทียม 2 ดวงนี้จะชนกันอยู่ที่ 1-5% ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงค่อนข้างสูงในสายตาของประชาคมอวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีกล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญหลายคนทำนายว่าดาวเทียม 2 ดวงนี้โคจรสวนกันด้วยความเร็วสูงในระยะห่างแค่ 40 ฟุต (12 เมตร) แต่หากชนกัน ก็จะก่อให้เกิดเศษซากขยะนับหมื่นชิ้นที่อาจสร้างความเสียหายต่อยานอวกาศหรือวัตถุอื่นๆ ในวงโคจรของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2552 เคยเกิดเหตุดาวเทียมชนกันครั้งแรก ระหว่างดาวเทียมสื่อสาร อิริเดียม 33 ของสหรัฐซึ่งยังใช้การอยู่ กับดาวเทียมคอสมอส 2251 ที่ปลดประจำการแล้วของรัสเซีย ก่อเศษวัตถุขนาดใหญ่ราว 1,000 ชิ้นในวงโคจรต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดาวเทียมที่หวิดชนกันเมื่อวันพุธนั้น ดวงหนึ่งคือดาวเทียมกล้องโทรทรรศน์อวกาศอินฟราเรด IRAS ในโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรนาซา, อังกฤษ และเนเธอร์แลนด์ ส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปี 2526 แต่ใช้งานได้เพียง 10 เดือน ข้อมูลจากสำนักงานอวกาศยุโรปกล่าวว่า ดาวเทียมดวงนี้มีน้ำหนักถึง 1 ตัน มีขนาดพอๆ กับรถบรรทุก มีความยาวราว 4 เมตร กว้าง 3 เมตร สูง 2 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกดวงเป็นดาวเทียมเพื่อการทดลองของสหรัฐ GGSE-4 กองทัพอากาศสหรัฐส่งขึ้นวงโคจรเมื่อปี 2510 มีน้ำหนักแค่ 85 กิโลกรัม และมีรูปทรงผิดจากดาวเทียมทั่วไป โดยมีความกว้างแค่ 60 เซนติเมตร แต่มีความยาวถึง 18 เมตร และเคลื่อนที่ในแนวตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากดาวเทียม 2 ดวงนี้ชนประสานงากัน จะก่อเศษชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 ซม.ราว 1,000 ชิ้น และเศษชิ้นส่วนที่ใหญ่กว่า 1 ซม.อีกมากกว่า 12,000 ชิ้น ขยะอวกาศเหล่านี้จะไม่เป็นอันตรายต่อเมืองพิตส์เบิร์กเนื่องจากจะถูกเผาไหม้หมดก่อนตกถึงพื้นโลก แต่พวกมันจะค้างอยู่ในวงโคจรนานหลายสิบปีหรือหลายร้อยปี ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อดาวเทียมดวงอื่นๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55925</URL_LINK>
                <HASHTAG>IRAS, ดาวเทียมชนกัน, เมืองพิตส์เบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32f255996d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
