<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109284</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Ivermectin รักษาโควิด-19 ได้จริงหรือ จริงหรืออินเดียพ้นวิกฤติเพราะ Ivermectin :</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของ Health Feedback เมื่อ 17 พฤษภาคม ชี้มีการอ้างว่าเหตุที่ผู้ป่วยโควิด-19 ในอินเดียลดลงเป็นเพราะใช้ ivermectin (ไอเวอร์เมคติน) ข้อเท็จจริงคือจำนวนผู้ป่วยลดลงตั้งแต่พฤษภาคม 2021 แต่ไม่มีหลักฐานว่ามาจากการใช้ ivermectin &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิด-19 ระบาดหนักในอินเดียตั้งแต่กลางมีนาคม 2021 ในวันที่ 28 เมษายน 2021 กระทรวงสาธารณสุขอินเดีย (Union Health Ministry and Family Welfare) แนะว่าอาจใช้ ivermectin กับผู้ป่วยที่มีอาการน้อย และใช้ hydroxychloroquine เป็นยาป้องกันโรค (prophylaxis) ในกลุ่มบุคลากรสาธารณสุข (อินเดียเริ่มใช้ hydroxychloroquine ตั้งแต่พฤษภาคม 2020)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมา 17 พฤษภาคม 2021 สภาวิจัยทางการแพทย์แห่ง​อินเดีย (Indian Council of Medical Research: ICMR) แนะนำให้ใช้ ivermectin กับ hydroxychloroquine เป็นยาทางเลือก ณ ขณะนั้นองค์การอนามัยโลกชี้ว่ายังไม่มีหลักฐานทางคลินิกมากพอว่าควรใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การอ้างว่า ivermectin มีฤทธิ์รักษาและใช้รักษาหมายความว่าต้องตรวจพบว่าติดโรคก่อนแล้วจึงให้ยา แต่ข้อมูลสถิติระบุว่าจำนวนผู้ป่วยหนักไม่ลงลดเพราะยาดังกล่าว ดังนั้นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่ลดลงไม่เกี่ยวข้องกับ ivermectin&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของ Health Feedback ระบุว่า เป็นความจริงว่าหลายประเทศในแถบอเมริกากลาง อเมริกาใต้ใช้ ivermectin เหมือนอินเดีย แต่สถิติที่ออกมาหลายประเทศที่ใช้ไม่ช่วยลดจำนวนผู้ป่วยผู้เสียชีวิตเลย เปรูประกาศเลิกใช้ตั้งแต่มีนาคม 2021 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลการวิจัยทางคลินิกล่าสุดพบว่า ivermectin ไม่ช่วยรักษาโควิด-19 ในขณะนี้ยังมีการวิจัยอีกหลายแห่งแต่ต้องดูว่างานวิจัยเหล่านั้นน่าเชื่อถือแค่ไหนด้วย เช่น ตัวอย่างผู้ทดลองไม่มากพอ ขาดการควบคุมที่ดี ที่ผ่านมางานวิจัยหลายชิ้นเกี่ยวกับ ivermectin ไม่น่าเชื่อถือ (พวกอ้างว่า ivermectin ใช้ได้ดีอ้างงานวิจัยเหล่านี้)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พฤษภาคมที่ผ่านมา FDA สหรัฐประกาศไม่เห็นด้วยกับการใช้ ivermectin สมาคมโรคติดเชื้อแห่งสหรัฐอเมริกา (Infectious Diseases Society of America) ไม่เห็นด้วยเช่นกันจนกว่าจะมีหลักฐานทางคลินิกใหม่ (งานวิจัยเดิมใช้ไม่ได้) ต้องเป็นงานวิจัยที่ออกแบบมาอย่างดี ทำการวิจัยอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา The Clinical Infectious Diseases วารสารของ Diseases Society of America ให้ข้อสรุปว่า ivermectin ไม่ลดการเสียชีวิตในกลุ่มทดลองซึ่งส่วนใหญ่เจ็บป่วยเล็กน้อย ไม่ใช่ยาทางเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขอินเดียเลิกใช้ ivermectin :&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าว 7 มิถุนายนกระทรวงสาธารณสุขอินเดีย (Union Health Ministry and Family Welfare) ประกาศเลิกใช้ ivermectin ในการรักษาโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ยาที่ใช้ได้คือ remdesivir สำหรับกรณีฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization) ในผู้ป่วยรักษาตัวในโรงพยาบาลที่อาการปานกลางถึงหนัก และขอให้ใช้ด้วยความระมัดระวังเนื่องจากข้อมูลวิทยาศาสตร์ยังน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายละเอียดเพิ่มเติมคือนอกจากห้ามใช้ ivermectin ยังห้ามใช้ hydroxychloroquine,&amp;nbsp; doxycycline, zinc และวิตามินในการรักษาโควิด-19 ทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในกรณีผู้ป่วยไม่แสดงอาการ (asymptomatic cases) ไม่ต้องให้ยาใดๆ กรณีมีอาการเล็กน้อย (mildly symptomatic) ให้ตรวจวัดไข้ด้วยตัวเอง ดูเรื่องการหายใจ ระดับออกซิเจน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 22-24 มิถุนายนที่ประชุมกลุ่มที่ปรึกษาทางยุทธศาสตร์และเทคนิคต่อโรคเขตร้อนที่ถูกละเลย (Strategic and Technical Advisory Group for Neglected Tropical Diseases) ขององค์การอนามัยโลกมีข้อสรุปว่าต้องป้องกันไม่ให้นำ ivermectin ไปใช้กับโรคโควิด-19 เนื่องจากไม่มีหลักฐานว่ายานี้มีประสิทธิภาพต่อต้านโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้อสรุปคือ ต้นมิถุนายนที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขอินเดียประกาศเลิกใช้ ivermectin เช่นเดียวกับที่องค์การอนามัยโลกประกาศชัดว่ายานี้ไม่มีประโยชน์ในการป้องกันรักษาโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับจุดยืนของไทย ดร.นพ.อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ ที่ปรึกษากรมการแพทย์กล่าวเมื่อปลายเดือนมิถุนายนว่า &amp;ldquo;ส่วนไกด์ไลน์หรือแนวทางที่ผู้เชี่ยวชาญ สมาคมวิชาชีพต่างๆ รวมถึงกระทรวงสาธารณสุขได้จัดทำในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ระบุว่า ยาไอเวอร์เมคตินไม่ได้เป็นยาที่ใช้รักษาหลัก แต่เป็นส่วนที่อยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ ว่าแพทย์สามารถนำมาพิจารณาใช้ได้หากเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งหมายความว่าไม่ได้ใช้ทั่วไปและประชาชนไม่ควรซื้อกินเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Ivermectin ถูกสกัดเพราะผลประโยชน์?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางคนอ้างเหตุที่สกัดกั้น ivermectin เพราะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์บริษัทยา เรื่องทำนองนี้สามารถกล่าวหาได้ มีข้อมูลหลักฐานมากมายทั่วโลกว่าบริษัทยามักให้ประโยชน์แก่ผู้ที่สนับสนุนยาของตน แต่ผลการวิจัยจะให้ข้อสรุปในตัวเองว่ายาดีมีประสิทธิภาพเพียงไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าจะพูดให้ครบนับตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด-19 นักวิจัยทั่วโลกนำยาร่วมร้อยตัว (ยาที่ใช้อยู่แล้วกับโรคต่างๆ มาทดสอบว่ารักษาโควิด-19 ได้หรือไม่) การนำยาที่ใช้อยู่แล้ว (ที่รักษาโรคอื่นๆ) มาทดลองกับโควิด-19 เป็นวิธีที่ง่าย ปลอดภัยและเร็วที่สุด เพราะการวิจัยยาใหม่ตัวหนึ่งใช้เวลาหลายปี (อาจต้อง 5 ปีขึ้นไป) ทั้งยังไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่ อาจเสียเงินหลายร้อยล้านพันล้านแล้วลงเอยด้วยข้อสรุปว่าใช้ไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวอย่างที่ใช้ไม่ได้ผล เช่น hydroxychloroquine ยานี้เดิมใช้รักษาโรคมาลาเรีย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ เมื่อโควิด-19 ระบาด มีผู้ทดลองใช้กับโควิด-19 แต่ที่สุดแล้วนานาชาติเลิกใช้เพราะประสิทธิภาพต่ำและเสี่ยงอันตรายจากอาการข้างเคียงร้ายแรง ประโยชน์ที่ได้ไม่คุ้มกับความเสี่ยง ตามคำแนะนำจากองค์การอนามัยโลกที่ไม่แนะนำให้ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ยาหลายตัวไม่ได้ผล มียาที่ได้ผลเช่นกัน ล่าสุดเมื่อต้นกรกฎาคมที่ผ่านมา WHO แนะใช้ยา Actemra กับ Kevzara กับผู้ป่วยโควิด-19 สามารถลดการเสียชีวิต ปกติยาทั้งสองใช้รักษาโรครูมาตอยด์ จากการทดลองกับผู้ป่วย 11,000 ราย พบว่าลดการเสียชีวิตกลุ่มผู้ป่วยหนักจาก 33% (ที่ใช้วิธีรักษาสูตรเดิม) เหลือ 26% เช่นเดียวกับที่ FDA สหรัฐอนุมัติใช้ Actemra แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Actemra กับ Kevzara คือยาล่าสุดที่ WHO ประกาศว่าใช้ได้ผลจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นสำคัญคือต้องแยกให้ออกระหว่างยาที่ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ FDA) อนุมัติใช้กับยาที่อยู่ระหว่างการทดลอง ยาที่ อย. ประกาศใช้คือแพทย์เภสัชกรจ่ายยาได้ มีข้อบ่งใช้ชัดเจน (เช่น ใช้กับโรคอะไร ขนาดกิน ข้อควรระวัง) อยู่ในเนื้อหาตำราที่สอนนักศึกษาแพทย์ เภสัชฯ ส่วนยาที่อยู่ในการทดลองคือให้คนไข้เพื่อการวิจัยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การใช้ยาต้องอยู่ภายใต้แนวทางเวชปฏิบัติ ระบุวิธีการใช้ชัดเจน จะใช้สุ่มสี่สุ่มห้าหรือใช้ตามใจชอบไม่ได้ ต้องยึดเสมอว่าจะเอาสุขภาพ-ชีวิตของคนไข้มาเสี่ยงไม่ได้ หากจะใช้ต้องเป็นกรณีจำเป็น มีเหตุผลรองรับเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป : &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกวันนี้มียาอีกหลายสิบตัวที่อยู่ระหว่างการทดลอง ivermectin คือหนึ่งในนั้นที่กำลังทดลองวิจัยในหลายที่ เช่น University of Oxford กำลังทดลองในผู้ป่วยอาการเล็กน้อย รักษาตัวที่บ้าน หากผลการทดลองออกมาดีเป็นที่ยอมรับ เมื่อถึงตอนนั้น อย. หรือ FDA ของแต่ละประเทศ องค์การอนามัยโลกจะประกาศใช้เอง ย้ำว่าในระหว่างนี้คือการทดลอง ไม่ควรซื้อยากินเองหรือเชื่อ fake news&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การป้องกันรักษาโรคควรยึดแนวทางที่ประกาศ เป็นแนวทางที่ถูกต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นแนวทางที่ใช้กันทุกประเทศทั่วโลก.----------------------&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109284</URL_LINK>
                <HASHTAG>Ivermectin รักษาโควิด-19 ได้จริงหรือ จริงหรืออินเดียพ้นวิกฤติเพราะ Ivermectin, ชาญชัย คุ้มปัญญา, สถานการณ์โลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e089f896a7c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
