<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>56572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเมืองมะกัน: ม้ามืดวัย 38 แซงโค้ง ชนะมือเก๋าวัย 78 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองมะกันมีเรื่องต้องให้เซอร์ไพรส์กันตลอดเวลา โดยเฉพาะในปีนี้ซึ่งเป็นปีแห่งการเลือกตั้งครั้งสำคัญ ที่ไม่เซอร์ไพรส์คงเป็นประเด็นที่ว่าโดนัลด์ ทรัมป์จะเสนอตัวเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ในนามพรรครีพับลิกัน แต่ในฟากพรรคเดโมแครตที่ต้องเลือกตัวแทนมาแข่งกับทรัมป์มีเรื่องต้องลุ้นกันตลอดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกเริ่มเดิมทีตัวเต็งคืออดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน วัย 77 และเบอร์นี แซนเดอร์ส อายุ 78 หรือไม่ก็อาจจะเป็นนักการเมืองหญิงคนดังอย่างอลิซาเบธ วอร์เรน สมาชิกวุฒิสภาจากรัฐแมสซาชูเซตส์ &amp;nbsp;ปีนี้อายุ 70
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอเริ่มการแข่งรอบแรกในการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐไอโอวาเท่านั้น เกมก็พลิกทันที เพราะคนที่นำมาคือนักการเมืองวัย 38 ชื่อ Peter Buttigieg (อ่านว่าปีเตอร์ บูติเจียก)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์มีประสบการณ์การเมืองระดับท้องถิ่นเป็นหลัก เป็นนายกเทศมนตรีสองสมัยของเมือง South &amp;nbsp;Bend รัฐอินดีแอนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองนี้มีประชากรเพียง 100,000 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มปีเตอร์สร้างชื่อเสียงด้วยการได้รับเลือกเป็นนายกเทศมนตรีสมัยที่สองด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นที่ 82% และนั่นเกิดขึ้นหลังจากที่เขาประกาศเป็นเกย์อย่างเปิดเผย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีเตอร์ประกาศแต่งงานกับ &amp;quot;สามี&amp;quot; ชื่อ Chasten Glezman ซึ่งเป็นครูโรงเรียนมัธยมในรัฐเดียวกัน &amp;nbsp;ไปไหนมาไหนถ่ายรูปจูงมือและจูบกันให้เป็นที่รับรู้ในที่สาธารณะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สร้างความประหลาดใจแก่ผู้คนมากคือ เมื่อปีเตอร์ประกาศเข้าร่วมแข่งขันเป็นประธานาธิบดีของพรรคเดโมแครต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หะแรกไม่มีใครคิดว่าเขาจะมีโอกาสได้คะแนนเสียงเป็นกอบเป็นกำ อาจจะเป็นเพียงสีสันของพรรคที่กำลังหาคนมาสกัดทรัมป์ไม่ให้ชนะเลือกตั้งรอบสองเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่พอเริ่มการดีเบตเท่านั้น ปีเตอร์ก็สามารถสร้างความประหลาดใจให้คนจำนวนมาก ด้วยการแสดงความคล่องแคล่วในการเสนอนโยบายที่น่าฟัง และทำให้เห็นว่าเขาเป็น &amp;quot;ทางเลือก&amp;quot; ของคนอเมริกันได้อย่างน่าทึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งไบเดนและแซนเดอร์สมีปัญหาเรื่องวัยที่เกิน 70 มามาก (หากทรัมป์ชนะเลือกตั้งรอบใหม่ เขาจะกลับเข้าทำเนียบขาวในวัย 75 ขณะที่หากแซนเดอร์สสามารถโค่นเขาได้ ก็จะเป็นประธานาธิบดีที่เริ่มต้นในวัย 80 ทีเดียว)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นามสกุลแปลกๆ ที่อ่านยากของปีเตอร์ (Buttigieg) นั้นมาจากคุณพ่อที่อพยพมาจากมอลตา (เกาะทางใต้ของยุโรป) และคุณแม่เป็นคนอเมริกันในรัฐอินดีแอนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเรียนหนังสือเก่ง จบมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดของสหรัฐฯ และต่อที่ออกซ์ฟอร์ดของอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอจบมาปีเตอร์ก็ทำงานในบริษัทที่ปรึกษาชื่อดัง McKinsey &amp;amp; Co ก่อนจะสมัครเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองของกองทัพเรือ และต่อมาก็ถูกส่งไปปฏิบัติการที่อัฟกานิสถานเป็นเวลา 10 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับจากสมรภูมิอัฟกานิสถานเขากระโดดเข้าทำงานการเมือง ด้วยการดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรณรงค์หาเสียงของผู้สมัครดังๆ ของพรรคเดโมแครต ทั้งระดับรัฐและระดับชาติรวมถึง John Kerry
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจจะเป็นเพราะสภาวะความปริแยกทางการเมืองที่หนักหน่วงรุนแรงของอเมริกา ทำให้ปีเตอร์ตัดสินใจเสนอตัวให้ประชาชนพิจารณาเป็น &amp;quot;ทางเลือก&amp;rdquo; ออกจากวงจรความขัดแย้งระหว่างสองพรรคใหญ่ และสกัดกั้นทรัมป์ไม่ให้กลับมาทำเนียบขาวหลังการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ (ก่อนคะแนนของการเลือกตั้งขั้นต้นที่รัฐไอโอวาจะนับได้ครบ 100%) คะแนนจาก 71% ของทั้งหมดแสดงว่าปีเตอร์มาที่หนึ่งด้วย 26.8% ตามมาด้วยแซนเดอร์สที่ 25.2% วอร์เรนได้ที่สาม 18.4% และไบเดนตกไปอันดับที่สี่ด้วย 15.4%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนออกมาในรอบแรกอย่างนี้สร้างความตื่นตะลึงให้ผู้คนไม่น้อย รวมถึงแซนเดอร์สและไบเดนเป็นอย่างยิ่ง เพราะเดิมทีวงการการเมืองส่วนใหญ่คาดว่าการแข่งขันขั้นต้นนั้นน่าจะเป็นการพันตูระหว่างสองผู้เฒ่า แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเมืองมะกันกำลังจะเข้าสู่โหมดของความสับสนวุ่นวาย อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้หวนคิดถึงตอนบารัก โอบามาเสนอตัวเป็นตัวเลือกของพรรคเดโมแครตใหม่ๆ เมื่อปี 2006 คนส่วนใหญ่คิดว่าหนุ่มผิวดำที่เพิ่งชนะเลือกตั้งเป็นวุฒิสมาชิกจากรัฐเล็กๆ สมัยแรกจะมีน้ำยาอะไรมาเอาชนะมือเก๋าอย่างฮิลลารี คลินตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแล้วทุกอย่างที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้ประวัติศาสตร์จะพลิกผันอีกครั้งหรือไม่ ไม่นานก็รู้ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56572</URL_LINK>
                <HASHTAG>Chasten Glezman, John Kerry, กาแฟดำ, เบอร์นี แซนเดอร์ส, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
