<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หากไม่ปรับไม่เปลี่ยน มหาวิทยาลัยก็กลายเป็นตึกร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวานผมเขียนถึงคนชื่อ Salman Khan ที่ทำนายว่าจากนี้ไปคนไม่ต้องเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ปริญญาจะไร้ความหมาย และวิถีแห่งการเรียนการสอนจะเปลี่ยนไปอย่างหนักหน่วงรุนแรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมอยากให้คนไทยได้ตื่นตัวและรีบปรับตัวให้ทันกับแนวโน้มใหม่นี้อย่างรวดเร็วและจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; Salman Khan เป็นนักศึกษาอัจฉริยะ ผู้แตกฉานหลากหลายศาสตร์ที่มีสอนในสถาบันการศึกษา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเป็นนักวิเคราะห์การเงินอเมริกันเชื้อสายอินเดีย-บังกลาเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นบัณฑิต 3 ปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) สาขาวิทยาศาสตร์ เอกคณิตศาสตร์, วิศวกรรมสาขาไฟฟ้า และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากติวหลานสาวด้วยตัวเองระยะหนึ่งก็ตัดสินใจอัดใส่วิดีโอเอาขึ้น YouTube จนกลายเป็นที่ฮือฮา และพัฒนาเป็นการสอนต่อแบบเร่งรัดในเว็บไซต์ชื่อ Khan Academy&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เป็นจุดเด่นก็คือเขาตั้งใจสอนฟรี กลายเป็นโรงเรียนออนไลน์ใหญ่ที่สุดในโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันหนึ่ง Bill Gates แห่ง Microsoft เห็นเข้าก็สนใจและบริจาคเงินก้อนแรก 1.5 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 50 ล้านบาท จนทำให้เกิดเป็นปรากฏการณ์ระดับโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บิล เกตส์ ให้เงินสนับสนุนต่อเนื่องอีกหลายปี ต่อมา Google ก็ยังเข้ามาร่วมสนับสนุนเงินและให้ใช้ระบบ Google Cloud ในการโฮสต์เว็บไซต์และข้อมูลต่างๆ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกวันนี้ Salman Khan เติบโตกลายเป็นเจ้าของธุรกิจการศึกษาสมัยใหม่เต็มตัว และเปิดโรงเรียน Off-line ของตัวเองชื่อ Khan Lab School
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบัน Khan Academy มีคลิปสอนวิชาต่างๆ กว่า 5,000 คอร์ส รวม 20,000 กว่าคลิป ตั้งแต่วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ มนุษยศาสตร์ วิศวกรรม การเงิน ครอบคลุมระดับอนุบาลจนถึงอุดมศึกษา วิดีโอที่ทำออกมามีไม่น้อยกว่า 65 ภาษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Khan Academy ภาษาไทยเกิดด้วยการสนับสนุนของมูลนิธิศักดิ์พรทรัพย์ และมูลนิธิไทยคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่น่าสนใจคือ รูปแบบของการเรียนการสอนออนไลน์แบบนี้มีแบบฝึกหัดให้นักเรียนทำด้วยตนเอง ส่วนครูก็สามารถนำไปใช้เป็นสื่อการสอน เป็นบริการช่วยสังคมระดับโลกที่น่าชื่นชม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ากันว่าแต่ละวัน บทเรียนต่างๆ ของ Khan Academy มากกว่า 1,000 ล้านบทเรียนจะผ่านสายตาผู้ชม และทุกเดือนมีครูประมาณ 2 ล้านคน นักเรียนประมาณ 40 ล้านคน เข้ามาใช้งานในห้องเรียนดิจิทัลแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแบบการเรียนการสอนแบบนี้แหละครับที่กำลังจะกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ประเทศไทยจะต้องเรียนรู้และปรับมาใช้อย่างรวดเร็วและจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่ามหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ของไทยจะยัง &amp;ldquo;ดื้อเงียบ&amp;rdquo; ไม่ยอมปรับตัวอย่างจริงจัง ทั้งๆ ที่สัญญาณความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเด่นชัด เห็นไฟแดงโร่ให้เห็นทั่วไป แต่การปรับตัวก็ยังช้าและเฉื่อยแฉะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมคุยกับนักวิชาการหลายมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่ยอมรับว่าแรงต่อต้านมิได้มาจากนักศึกษาเอง คนที่ไม่ยอมปรับไม่ยอมเปลี่ยนคือตัวอาจารย์เองต่างหาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลมีหลายประการ แต่ที่ดูเหมือนจะเป็นปัจจัยหลักคือการที่อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยังอยู่ใน &amp;ldquo;comfort zone&amp;rdquo; ของตัวเอง ยังเลือกจะอยู่ใน &amp;ldquo;เขตปลอดภัยและคุ้นเคย&amp;rdquo; ของตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบมหาวิทยาลัยปัจจุบันก็เอื้อต่อการที่อาจารย์จะรักษาสถานภาพเดิม ไม่จำเป็นต้องฟังเสียงหรือนโยบายจากสภามหาวิทยาลัย หรือแม้จากตัวอธิการบดีเอง เพราะโครงสร้างการบริหารทุกวันนี้อำนาจไปตกอยู่ที่ตัวอาจารย์และคณบดีมากกว่าอธิการบดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรงกดดันที่จะทำให้อาจารย์ต้องเปลี่ยนต้องมาจากนักศึกษาเองที่จะต้องแสดงตนให้ชัดว่าการเรียนการสอนแบบเดิมมิอาจจะเป็นที่ยอมรับได้อีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเรียนการสอนแบบ flipped classroom หรือ &amp;ldquo;ห้องเรียนกลับด้าน&amp;rdquo; แม้จะเป็นที่รับทราบกันทั่วไปในแวดวงมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังมีการนำมาใช้เฉพาะบางส่วนบางคณะเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแบบ flipped classroom หมายถึงการที่อาจารย์กับนักศึกษาตกลงกันว่าห้องเรียนต้องไม่ใช่เป็นที่อาจารย์เล็กเชอร์อีกต่อไป นักศึกษาสามารถอ่านและหาข้อมูลเองจากที่บ้านหรือนอกห้องเรียน ส่วนห้องเรียนนั้นจะต้องเป็นจุดที่อาจารย์กับนักศึกษาแลกเปลี่ยนความเห็น วิเคราะห์ ถกแถลง และขยายผลจากตำราหรือบทเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจะนำรูปแบบใหม่เช่นนี้มาใช้ได้ แปลว่าอาจารย์จะต้องทำการบ้านมากกว่าเดิม จะต้องทำหน้าที่เป็น coach มากกว่าเป็น lecturer และจะต้องยอมรับว่าบ่อยครั้งนักศึกษาอาจจะรู้มากกว่าตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิธีคิดหรือ mindset อย่างนี้เกิดขึ้นได้ยากหากอาจารย์มหาวิทยาลัยวันนี้ยังไม่เข้าใจปรัชญาแบบของ Salman Khan ที่เขียนเล่าไว้ในคอลัมน์เมื่อวานและวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากไม่ปรับไม่เปลี่ยน การล่มสลายของสถาบันที่เรียกว่ามหาวิทยาลัยก็จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23117</URL_LINK>
                <HASHTAG>Khan Academy, Salman Khan, กาแฟดำ, สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180720/image_mid_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
