<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวย่างของเวียดนามคึกคัก จนต้องปลุกให้คนไทยตื่นได้แล้ว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมมาไซ่ง่อน (โฮจิมินห์ซิตี) ครั้งนี้ได้ข้อสรุปว่าเวียดนามไม่ได้มองไทยเป็นคู่แข่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เขากำลังมองข้ามช็อตจะไปเทียบเคียงกับสิงคโปร์และมาเลเซียแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมแวะมาคารวะอนุสาวรีย์ของ &amp;quot;ลุงโฮ&amp;quot; ที่ไซ่ง่อน 43 ปีหลังสิ้นสุดของสงครามเวียดนามเมื่อวันที่ 30 &amp;nbsp;เมษายน 1975 ด้วยความเสียดายว่าลุงโฮเสียชีวิตก่อนจะเห็นชัยชนะที่ตัวเองได้ฟันฝ่าต่อสู้ดิ้นรนมาตลอดชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลุงโฮเสียชีวิตปี 1969 และทหารเวียดนามเหนือบุกยึดไซ่ง่อนได้ปี 1975 ก่อนจะรวมชาติกลายเป็นเวียดนามเดียว มีฮานอยเป็นเมืองหลวงและไซ่ง่อนเป็นศูนย์กลางแห่งพาณิชย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากวันนี้ลุงโฮเห็นเวียดนามอย่างที่ผมเห็นจะคิดอย่างไรผมไม่แน่ใจ เหมือนที่ผมจินตนาการไม่ออกว่าหากเหมาเจ๋อตุงลุกขึ้นจากหลุมฝังศพมาเห็นจีนวันนี้จะดีใจ ​ตกใจหรือตีอกชกลมกันแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ผมประเมินเองว่าทั้งประธานเหมาและลุงโฮหากสามารถล่วงรู้ได้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศตัวเองวันนี้จะเห็นพ้องกันอย่างหนึ่งว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราจะต้องอยู่แถวหน้าของความเปลี่ยนแปลงของโลก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขอัตราโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามสำหรับไตรมาสแรกของปีนี้กระโดดไปอยู่ที่ 7.38% &amp;nbsp;เปรียบเทียบกับ 5% ของช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้านี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ทั้งปีรัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าให้โตประมาณ 6.7%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเทียบกับของไทยที่พยายามจะให้อัตราโตของผลผลิตมวลรวมหรือจีดีพีปีนี้อยู่ที่ 4.5% ก็ย่อมแปลว่าเวียดนามมีพลังเร่งสูงกว่าไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามวันนี้ดูดการลงทุนของบริษัทยักษ์ๆ จากต่างประเทศได้คล่องตัวกว่าเดิม บริษัทผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์อย่าง Samsung, LG และ Canon มาตั้งฐานการผลิตของตนที่นี่ บางส่วนโอนย้ายจากไทย อีกบางส่วนมาเปิดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลที่เวียดนามวันนี้มี &amp;ldquo;พลังดูด&amp;rdquo; เงินลงทุนจากต่างชาติมากขึ้น เพราะกติกาว่าด้วยการให้สิทธิพิเศษสำหรับนักลงทุนต่างชาติที่จูงใจสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามมีประชากร 95 ล้านคน และเกือบ 70% เป็นคนอายุต่ำกว่า 35 ซึ่งหมายถึงแรงงานและมันสมองที่มีความคึกคักกว่า &amp;ldquo;สังคมคนสูงวัย&amp;rdquo; ที่ไทยเรากำลังจะเดินเข้าหา หนุ่มสาวเวียดนามขยัน ​ใฝ่รู้ และกระตือรือร้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเร็วๆ นี้ผลสอบ PISA ระดับมัธยมของเด็กเวียดนามสร้างความตื่นตะลึงเพราะเอาชนะแม้ประเทศตะวันตกได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนรุ่นใหม่ที่ทำงานบริการ เช่นโรงแรมและสถานบริการสามารถพูดภาษาอังกฤษได้โดยเฉลี่ยน่าจะคล่องกว่าคนไทยในระดับเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ ทัศนคติกล้าพูดกล้าลองผิดลองถูกของเยาวชนเวียดนามดีกว่าของเด็กไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามกำลังเรียนรู้จากประสบการณ์เปิดประเทศทางเศรษฐกิจจากจีน แม้จะเริ่มช้ากว่าจีนประมาณ 10 ปี แต่เขากำลังเร่งฝีเท้าให้ทันกับนวัตกรรมระดับสากล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่งเวียดนามมีความระหองระแหงกับจีนในทะเลจีนใต้เพราะต่างก็อ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะบางแห่งทับซ้อนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไม่พอใจของคนเวียดนามต่อการรุกคืบของนักธุรกิจจีนในเวียดนามเห็นได้ชัดจากการชุมนุมต่อต้านจีนเมื่อเร็วๆ นี้ที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กันในหกเมืองใหญ่ โดยที่รัฐบาลฮานอยไม่ได้ห้ามปรามเด็ดขาด เผลอๆ จะมีการให้ท้ายอย่างไม่เป็นทางการด้วยซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุของการประท้วงก็คือกฎหมายใหม่ของเวียดนามที่เปิดทางให้ต่างชาติเช่าที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ตั้งใหม่ยาว 99 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเปิดทางโล่งอย่างนั้น นักธุรกิจจีนก็เฮโลกันเข้ามาจนสร้างความตกใจให้คนเวียดนาม ทั้งในระดับปัญญาชนและชนชั้นกลางที่ระแวงอิทธิพลจีนอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามจึงมียุทธศาสตร์คานอิทธิพลจีนด้วยการคืนดีกับสหรัฐฯ อย่างเปิดเผย พยายามจะกลบความทรงจำอันขมขื่นอันเกิดจากสงครามเวียดนามที่ยาวนานถึงเกือบ 20 ปีที่ทำให้คนเวียดนามเสียชีวิตอย่างน้อย 3 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้านหนึ่ง เวียดนามพยายามดึงญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เข้ามาลงทุนเพื่อสร้างความสมดุลในโครงสร้างการลงทุนต่างประเทศให้เหมาะสม เพื่อรักษาไว้ซึ่งอิสระแห่งการดำเนินนโยบายของตน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามเดินตามรอยของจีนอีกด้านหนึ่งคือ การจัดการเรื่องคอร์รัปชันในแวดวงเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเข้มข้นขึ้น เพราะเป็นที่ยอมรับกันว่าเรื่องสินบนใต้โต๊ะเป็นปัญหาใหญ่อีกเรื่องหนึ่งของประเทศนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามตระหนักเช่นเดียวกับแกนนำพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่าหากพรรคเองเน่าจากข้างใน อีกไม่ช้าไม่นานก็จะไม่สามารถรักษาอำนาจของพรรคอยู่ได้ อาจถึงกาลล่มสลาย และอาจมีการก่อขบถจากภายในประเทศจนระบอบคอมมิวนิสต์พังต่อหน้าต่อตาได้ โดยเฉพาะในขณะที่โลกเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างหนักหน่วงและรุนแรงอย่างที่เห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามอยู่ใต้การยึดครองของจีนกว่า 1,000 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศสเกือบ 100 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทำสงครามกับอเมริกาเกือบ 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้เวียดนามเรียนรู้จากอดีต สั่งสมความอดทนบึกบึนและทรหดเพื่อมาประยุกต์กับโลกสมัยใหม่ &amp;nbsp;และพร้อมจะปรับตัวให้ทันกับนวัตกรรมที่กำลังพลิกโฉมโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพร้อมจะกระโจนเข้าสู่ &amp;quot;สิ่งที่ไม่คุ้นเคย&amp;quot; และปลีกตัวเองออกจาก comfort zone อย่างทะมัดทะแมงของคนรุ่นใหม่เวียดนามนี้แหละที่เป็นคุณสมบัติที่ทำให้เขาแตกต่างไปจากคนไทยหลายวงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวียดนามไม่ได้คิด &amp;quot;แซง&amp;quot; เฉยๆ แต่กำลังจะทำทุกอย่างเพื่อ &amp;ldquo;กระโดดข้าม&amp;rdquo; ขั้นตอนเดิมๆ เพื่อไปยืนอยู่แถวหน้าของอาเซียนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนไทยได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นบ้านหรือยัง?&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14468</URL_LINK>
                <HASHTAG>Canon, LG, Samsung, กาแฟดำ, พลังดูด, สหรัฐฯ, เวียดนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>1648</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2018 11:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2018 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>LG มั่นใจขึ้นแท่นเบอร์ 1 แอร์อินเวอร์เตอร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;แอลจี&amp;quot; ส่ง 18 รุ่น ชิงแชมป์แชร์ตลาดแอร์อินเวอร์เตอร์อันดับ 1 เทงบ 300 ล้านบาท หวังโกยสัดส่วนรายได้เพิ่ม 25% หรือ 3,500 ล้านบาท ของเป้ารายได้รวม 23,000 ล้านบาท มั่นใจสิ้นปียอดขายแตะ 200,000 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายนิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2561นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นอันดับ 1 ของส่วนแบ่งทางการตลาด หรือ มาเก็ตแชร์ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ ซึ่งจากปีที่แล้วบริษัทมีสัดส่วน 17% อยู่ในอันดับ 2 ปีนี้คาดว่าจะสามารถทำได้ถึง 25% จากการพัฒนาระบบการทำงานของสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น ประหยัดพลังงานถึง 70% ลดเสี่ยงรบกวน และเน้นความทนทาน โดยในไตรมาส1/2561 จะเปิดตัวทั้งหมด 18 รุ่น ใน 5 ซีรี่ส์ ซึ่งเพิ่มจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 12 รุ่น ใน 3 ซีรี่ส์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนกลยุทธ์การทำตลาดนั้น ใช้งบประมาณ 300 ล้านบาท ซึ่งจะเจาะทั้งกลุ่มออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการจัดไวรัลแคมเปญ (Viral) เพื่อกระตุ้นการซื้อ และยังคงใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ในการสร้างการรับรู้สินค้าเช่นเดิม ทั้งนี้ มั่นใจว่าภายในปีนี้จะสามารถดันยอดขายของเครื่องปรับอากาศในบ้านให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 25% หรือ มีรายได้ 3,500 ล้านบาท จากรายได้รวมบริษัทที่ตั้งเป้าปีนี้ไว้ที่ 23,000 ล้านบาท ซึ่งเติบโตรวม 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับยอดขายนั้น เชื่อว่าปีนี้จะเติบโตจากปีก่อน 30% หรือมียอดขายจำนวน 200,000 เครื่อง ซึ่งเครื่องปรับอาการกลุ่มอินเวอร์เตอร์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2553 ที่มีการนำเข้ามาทำตลาดในไทย โดยปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญคือการประหยัดพลังงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ เครื่องปรับอากาศแบบธรรมดานั้น มีการใช้งานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในปี 2559 มีการใช้งาน 70% และมาในปี 2560 มีการใช้งาน 50% ซึ่งคาดว่าปีนี้จะมีการใช้งานลดลงอีก ส่วนระบบอินเวอร์เตอร์ในปี 2559 เติบโต 29% ในปี 2560 เติบโตถึง 43% และในปีนี้เชื่อว่าสามารถเติบโตได้ถึง 60% ส่วนด้านราคาขายยังคงไม่มีการปรับขึ้น ซึ่งราคาจะอยู่ที่ประมาณ 15,000 - 25,000 บาทต่อเครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/1648</URL_LINK>
                <HASHTAG>LG, ตลาด, ธุรกิจ, เครื่องปรับอากาศ, แอร์, แอลจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180124/image_big_5a6808c2918a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
