<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2021 17:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2021 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เบคกี้ รัสเซลล์&#039;อดีตดารานักแสดง ผันตัวเป็นไลฟ์โค้ช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกว่าคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับ เบคกี้ รัสเซลล์ หรือ รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร&amp;nbsp; อดีตดารานักแสดงชื่อดัง ซึ่งตอนนี้นั่งแท่นกรรมการบริหารองค์กรในเครือสหพัฒน์ฯ และนอกจากจะเป็นนักการตลาดอย่างเต็มตัวแล้ว ล่าสุดยังผันตัวเป็นไลฟ์โค้ช (Life Coach) มืออาชีพระดับอินเตอร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเจ้าตัวได้พูดถึงการเป็นไลฟ์โค้ชให้ฟังว่า &amp;ldquo;จุดเริ่มต้นที่ทำให้ได้เข้ามาเป็นไลฟ์โค้ชเต็มตัว คือตอนนั้นเราได้ตั้งคำถาม และหาคำตอบกับตัวเองว่าอะไรที่เป็นแรงบันดาลใจของเรา อะไรที่เราอยู่ด้วยได้นานๆ แล้วมีความสุข จนได้มาศึกษาด้านนี้แบบเจาะลึก จริงๆ แล้ว โค้ชชิ่ง มันคือกระบวนการ บางครั้งคนเราไม่ต้องเก่งในเรื่องราวเหล่านั้นเลย แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องฝึก ก็คือ ฝึกฟัง&amp;nbsp; เวลาฟังไม่ใช่ฟังในสิ่งที่พูด แต่ต้องฟังไปถึงสิ่งที่เค้าไม่ได้พูดออกมา หน้าตา แววตา อากัปกริยา แบบนี้หมายความว่ายังไง&amp;nbsp; แม้กระทั่งสิ่งที่ไม่ได้พูดออกมา เราต้องได้ยิน&amp;nbsp; คำถามที่ดี คือ คำถามที่คนตอบไม่ได้โดยทันที ต้องตั้งคำถามให้คนที่ตอบได้ใช้เวลาคิด แล้วมันจะทำให้เค้าได้ใช้กระบวนการ&amp;nbsp; ได้ไตร่ตรอง&amp;nbsp; เพราะมันมีโอกาสได้เกิดจุดเปลี่ยน ทำให้เค้าออกมาจากอุปสรรคของเค้าได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันได้ไปเรียนเพิ่มด้านจิตวิทยาคำปรึกษา เพราะปัญหาที่หลายคนมาปรึกษามีหลากหลาย&amp;nbsp; อาทิ ไม่มีความสุขในชีวิต แรงบันดาลใจหายไป วางแผนเรื่องลูก เรื่องงาน ปัญหาชีวิต จนถึงป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ฯลฯ เราเองจึงต้องพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะไปช่วยแก้ไขปัญหาคนอื่นได้ ซึ่งบางคนแค่มีคนคอยรับฟังปัญหา เค้าก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว&amp;nbsp; สำหรับการโค้ชชิ่งมีทั้งตัวต่อตัว และ พูดในที่สาธารณะ แต่ละประเภทก็จะใช้เทคนิคคนละแบบ บางครั้งเราจะใช้การ์ดในการช่วยแก้ปัญหา ซึ่งการ์ดพวกนี้จะมีรูป สามารถสะท้อนความรู้สึก อะไรบางอย่างของคนที่มาปรึกษาเรา บางคนอาจจะคิดไม่ออก พอเห็นรูปแล้วก็อาจจะทำให้เค้าคิดออก และไปต่อได้ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเครื่องมืออีกแบบหนึ่งในการทำโค้ชชิ่ง (Coaching) ค่ะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเป็นไลฟ์โค้ชที่ดี ก็คือการได้เป็นนักฟังที่ดี นักถามที่ดี เพื่อที่จะดึงเอาศักยภาพของคนที่ถูกโค้ชออกมา ให้เขาได้เป็นเจ้าของแพลน แผนงานในชีวิตของตัวเองได้ ไลฟ์โค้ชต้องมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซัพพอร์ตว่าแผนที่เราแนะนำไป เขาได้ทำหรือยัง เริ่มเมื่อไหร่ เริ่มอย่างไร ทำแล้วสำเร็จหรือไม่ ถ้าไม่สำเร็จ เราต้องกลับมาคุยกันใหม่ จริงๆแล้วการโคชชิ่ง (Coaching) เหมือนเป็นการสร้างกระบวนการ มีทั้งการถาม การฟัง การสะท้อนกลับและ มีการปฏิบัติ เราจะคอยซัพพอร์ตเขาจนเรามั่นใจได้ว่า เขาจะประสบความสำเร็จในแผนงานของเขาค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95860</URL_LINK>
                <HASHTAG>Life Coach, รมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร, เบคกี้ รัสเซลล์, ไลฟ์โค้ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b3b69ecb25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
