<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สวดยับพวกผีเจาะปาก!&#039;ดร.เสรี&#039;แฉคนบางกลุ่มไม่อยากให้รัฐบาลทำงานด้านโควิดสำเร็จ ใจดำจริงๆ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.64- ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า แถลงมาก่อนแล้วว่าจะมีมาตรการอะไรบ้าง แล้วจึงประกาศในราชกิจจาฯ ในคืนวันที่ 26 มิถุนา มีผลบังคับใช้วันที่ 28 มิถุนา มีเวลาให้เตรียมตัว 1 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความที่ประกาศในราชกิจจาไม่ได้แตกต่างไปจากที่เคยแถลง ในข้อความที่ประกาศไม่มีคำว่า lock down แต่อย่างใด มีแต่คุมเข้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การคุมเข้มมีเพียง 10 จังหวัดที่รุนแรง ไม่ใช่ทั้งประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปิด camp ก่อสร้าง มีเงินเยียงยาให้ 50% ดูแลเรื่องอาหารการกิน มีการตรวจหาเชื้อ และเร่งฉีดวัคซีนให้ เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกระดับความเข้มด้วยการปิดกิจการเร็วขึ้น งดกิจกรรมบางอย่าง ทำแบบนี้ไม่ใช่ไม่เห็นหัวประชาชน แต่เป็นการห่วงใยประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไม่ประกาศ lock down ก็เรียกร้องให้ทำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลไม่ได้ lock down แค่คุมเข้ม ก็ด่าหาว่า lock down แบบไม่เห็นหัวประชาชน ทั้งๆที่เขามีมาตรการเยียวยาออกมาด้วย ก็ไม่สนใจฟัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาเป็นว่ารัฐบาลจะทำอะไร คนที่จะด่า มันก็ด่าทุกเรื่อง ไม่สนใจว่าที่ด่านั้นมันย้อนแย้งกับสิ่งที่ตนเองเคยพูดไว้ ขอให้ได้ด่าก็พอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ ศบค.แนะนำ แล้วนายกฯ เห็นด้วย ก็ทำไปเถอะค่ะ อย่าฟังคำด่าเลย พวกเขาไม่ได้ด่าบนฐานความจริง แต่ด่าเพื่อชวนให้ผู้คนเกลียดชังรัฐบาล อย่าฟังเลยค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนบางกลุ่มไม่อยากให้รัฐบาลทำงานด้านโควิดสำเร็จ ใจดำจริงๆ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107867</URL_LINK>
                <HASHTAG>lock down, ด่ารัฐบาล, เสรี วงษ์มณฑา, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d926435ea8c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62772</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดที่ปรึกษาศก.สู้&#039;โควิด&#039; เยียวยา&#039;เกษตรกร&#039;ไม่จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ระดมบุคคลระดับมันสมองตั้งทีมที่ปรึกษาด้านธุรกิจเอกชน รับมือผลกระทบโควิด-19 เข็นมาตรการเพิ่มเติมเพื่อการปรับตัวและฟื้นฟูเศรษฐกิจ &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; เผยเตรียมเสนอแผนเศรษฐกิจ &amp;quot;ออกจากมาตรการ Lock-down&amp;quot; &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; แจงยังไม่ได้ข้อสรุปมาตรการเยียวยาเกษตรกร ถกอีกทีสัปดาห์หน้า คลังแจงยอดลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาทเยียวยาโควิด-19 พุ่งแตะ 26 ล้านคน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 เมษายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 8/2563 เรื่องแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ลงนามเมื่อวันที่ 8 เม.ย.63 เพื่อให้การปฏิบัติงานของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดเป็นไปด้วยความรอบคอบและมีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2563 เรื่องการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2563 ข้อ 2 นายกรัฐมนตรีจึงแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อทำหน้าที่ในการเข้าร่วมประชุมเพื่อให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ การป้องกัน และแก้ไขปัญหาของภาคธุรกิจเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19 โดยมีองค์ประกอบ ดังนี้ 1.เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นประธาน 2.ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เป็นกรรมการ 3.อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นกรรมการ 4.ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เป็นกรรมการ 5.ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นกรรมการ 7.ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ 8.ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ 9.ประธานสมาคมธนาคารไทย เป็นกรรมการ 10.ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ 11.ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เป็นกรรมการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;12.ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ 13.ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เป็นกรรมการ 14.ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย เป็นกรรมการ 15.นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นเลขานุการ 16.นายสุริยนต์ ธัญกิจจานุกิจ ที่ปรึกษาด้านนโยบายและแผนงาน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ มีรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 13 เม.ย. เวลา 09.30 น. คณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจภาคเอกชนฯ จะประชุมครั้งแรกที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อหารือรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะต่อมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 3 และแนวทางปฏิบัติที่มีประสิทธิผล รวมถึงหารือข้อเสนอแนะมาตรการเพิ่มเติมเพื่อการปรับตัวและฟื้นฟู เศรษฐกิจ ทั้งในระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า จันทร์หน้า (วันสงกรานต์พอดี) ภาครัฐนัดระดมสมองภาคธุรกิจเอกชนชุดใหญ่เป็นครั้งแรก เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 และช่วยกันหาวิธีฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขอบคุณที่ไม่ลืมภาคตลาดทุนครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมจะเสนอให้รัฐเริ่มเตรียมทำแผน &amp;ldquo;Exit Strategy&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;กลยุทธ์การออกจากมาตราการ Lock-down&amp;rdquo; ไว้ล่วงหน้าเลย เพื่อที่จะได้ไม่สับสนอลหม่านและโกลาหลเหมือนช่วงแรกๆ ของการใช้มาตรการ Lock-down ต้องเตรียมคิดและวางแผนตั้งแต่ตอนนี้เลย ว่าจะกลับไปเปิดเศรษฐกิจ (open up the economy) อย่างไร เมื่อไหร่ ธุรกิจไหนควรได้เปิดก่อน เปิดหลัง ธุรกิจไหนยังมีความเสี่ยง ควรออกกฎหมายให้ทุกคนใส่หน้ากากหรือไม่ ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด คือการระบาดรอบสอง หรือรอบสาม โจทย์สำคัญของการทำ Exit Strategy คือจะทำอย่างไรให้ไม่เกิดการระบาดอีกครั้ง เพราะการต้องกลับไป Lock-down ประเทศอีกรอบ หรือหลายรอบ จะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลต่อระบบเศรษฐกิจ ภาครัฐเองก็ไม่น่าจะเหลือกระสุน หรือ Policy Space มากพอที่จะช่วยประคองเศรษฐกิจไปได้เรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เกี่ยวกับมาตรการเยียวยาดูแลเกษตรกร เพิ่มเติมจากที่ผ่านมาที่รัฐบาลมีมาตรการดูแล เยียวยาอาชีพอิสระ ผ่านการลงทะเบียน w ww.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ยังต้องหารือกันอีกครั้ง เนื่องจากยังมีอีกหลายตัวเลขที่ต้องคุยกันให้ได้ข้อยุติเสียก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่ได้มีการสรุปตัวเลขสำคัญที่จะดำเนินการ ทั้งวงเงินที่จะจ่ายให้เกษตรกรว่าจะจ่ายเท่าไหร่ จ่ายอย่างไร จะจ่ายครั้งเดียวหรือทยอยจ่าย โดยมีการหารือกันเพียงว่าเกษตรกรกลุ่มไหนบ้างที่จะเข้าข่ายได้รับเงินเยียวยา และจะใช้เกณฑ์อะไรในการประเมิน โดยการจ่ายเงินเยียวยาในครั้งนี้ เป็นการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการเยียวยาดูแลเกษตรกร ยังมีเวลาในการพิจารณาอีกมาก เพราะมาตรการจะเริ่มดำเนินการได้ภายหลังจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทมีผลบังคับใช้ และจะต้องมีการตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมาพิจารณาโครงการต่างๆ ก่อน ดังนั้นมาตรการเยียวยาดูแลเกษตรกรนี้จะมีผลช้าหรือเร็ว จึงขึ้นอยู่กับการกู้เงินว่าจะผ่านเมื่อไหร่ เพราะวงเงินที่ใช้ดำเนินการมาจากการใช้เงินกู้ทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างนี้กระทรวงการคลังและ ธ.ก.ส. ต้องมาเตรียมข้อมูลว่าจะช่วยเกษตรกรอย่างไรบ้าง เพราะมีข้อมูลหลายส่วน โดยจะมีการเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล และทุกส่วนงานที่มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรมาร่วมหารือ ในวันอังคารที่ 14 เม.ย.นี้ โดยเบื้องต้นมีการประเมินว่ามีเกษตรกรที่เข้าข่าย 8.5 ล้านครอบครัว และหลักการที่จะจ่ายเงิน จะจ่ายเป็นครอบครัว ส่วนวงเงินที่จ่ายจะเป็น 1.5 หมื่นบาทต่อครอบครัวหรือไม่ ยังต้องไปหารือในรายละเอียด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิรมย์กล่าวว่า หลักการจะต้องไม่มีการจ่ายเงินซ้ำซ้อนกัน โดยหากมีการได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาทจากอาชีพอิสระไปแล้ว ก็อาจไม่ได้รับความช่วยเหลือในส่วนนี้อีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระทรวงการคลังต้องการช่วยเป็นครอบครัว เช่น ถ้าสามีไปปลูกข้าว ภรรยาไปปลูกอ้อย ก็จะได้เพียง 1 สิทธิ์ หลักการจะเป็นแบบนี้ แต่รายละเอียดยังไม่ได้มีการสรุป หรือถ้าลูกไปปลูกข้าว แต่มีทะเบียนบ้านคนละหลัง ก็จะได้รับสิทธิ์ด้วย ต้องไปดูรายละเอียดของครอบครัว ซึ่งจะต้องอิงข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยเป็นหลักด้วย โดยกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการหาแนวทางอ้างอิงว่าจะวัดจากอะไร จะอิงตามที่เกษตรกรบอก หรืออิงตามข้อมูลของมหาดไทย ทั้งหมดยังไม่ได้สรุป แต่ที่ชัดเจนแล้วคือจะช่วยเหลือเกษตรกรทุกกลุ่ม 8.5 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นการตัดยอดจากที่กระทรวงเกษตรฯ มีการขึ้นทะเบียนทุกปี และการแจกเงินจะใช้หลักเกณฑ์เท่าเทียมและยุติธรรม&amp;quot; นายอภิรมย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แนวทางการให้ความช่วยเหลือเป็นครอบครัว เพราะเกษตรกรในแต่ละกลุ่มผลผลิตทางการเกษตร รัฐบาลจะมีมาตรการดูแลเฉพาะอยู่แล้ว และถ้าช่วยเป็นรายคนก็จะซ้ำซ้อนกับมาตรการอื่น แต่การช่วยเป็นรายครอบครัวจะตอบโจทย์ผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า เพราะครัวเรือนจะกลับมาอยู่ที่บ้าน ทำให้ครัวเรือนมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น การช่วยตรงนี้จะเป็นการเยียวยาระยะสั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ยอดลงทะเบียนรับเงินเยียวยาผลกระทบโควิด-19 ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ล่าสุด ณ วันที่ 10 เม.ย. มีผู้ลงทะเบียนรวมทั้งสิ้นกว่า 26 ล้านคน โดยการตรวจสอบคุณสมบัติรอบแรกที่ได้จะรับโอนเงินระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. ยังอยู่ที่ตัวเลข 1.6 ล้านคน ซึ่งวันที่ 10 เม.ย. จะมีจำนวนผู้ที่จะได้รับเงินประมาณ 5.03 แสนคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการตรวจสอบผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 26 ล้านคน เพื่อแบ่งกลุ่มคนที่ได้รับเงิน ไม่ได้รับเงิน หรือต้องขอข้อมูลเพิ่ม ยืนยันว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ โดยในกลุ่มที่ไม่เข้าข่าย และจะไม่ได้รับเงินแน่นอน จะทยอยแจ้งผลผ่านทางเอสเอ็มเอส หรืออีเมลภายในวันที่ 11-12 เม.ย.2563 เท่านั้น ดังนั้นเอสเอ็มเอสที่ทยอยส่งในช่วงวันที่ 8-10 เม.ย. จะแจ้งเฉพาะผู้ที่ได้รับเงิน และผู้ที่มีการแจ้งข้อมูลไม่ถูกต้องเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การแจกเงินให้กับกลุ่มที่ผ่านคุณสมบัติจะเริ่มโอนเงินอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 13 เม.ย.2563 ส่วนผู้ที่ได้รับเอสเอ็มเอสแจ้งว่า &amp;ldquo;หมายเลขนี้ไม่สามารถรับสิทธิเนื่องจากเลขบัตรประชาชนไม่ตรงกับที่ลงทะเบียนไว้&amp;rdquo; ยังไม่ได้สรุปว่าจะได้รับหรือไม่ได้รับเงินเยียวยา 5,000 บาท ขอให้ผู้ลงทะเบียนไม่ต้องตกใจ จะต้องกลับไปลงทะเบียนซ้ำใหม่อีกรอบ ซึ่งเน้นว่าไม่ต้องกรอกคำนำหน้าชื่อ และหมายเลขด้านหลังประชาชนไม่ต้องใส่เครื่องหมายขีด (-) เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62772</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lock-down, www.เราไม่ทิ้งกัน.com, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิรมย์ สุขประเสริฐ, อุตตม สาวนายน, ไพบูลย์ นลินทรางกูร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200410/image_big_5e906b08f1c19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
