<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111542</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 17:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทร่วมมือภาคีเครือข่าย ‘ปฏิบัติการ กทม.ครั้งที่ 3’ ลุยตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนกรุงเทพฯ รอบใหม่  4-10 ส.ค.นี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากโรงพยาบาลจะนะ จังหวัดสงขลา ลงพื้นที่อ่อนนุช14 เขตประเวศ เมื่อ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรุงเทพฯ / ชมรมแพทย์ชนบทหลายจังหวัดเตรียมระดมพล &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ตรวจโควิด-19&amp;nbsp; เชิงรุกชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; หลังจากตรวจไปโควิดไปแล้ว 2 ครั้ง&amp;nbsp; รวมผู้ตรวจกว่า 50,000 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ 6,863 คน หรือ 13.35 %&amp;nbsp; เสนอ 6 แนวทางกู้วิกฤตโควิด&amp;nbsp; ชูยุทธศาสตร์ &amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; เสนอรัฐบาลใช้ &amp;lsquo;อู่ฮั่นโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp; ล็อกดาวน์เฉพาะชุมชนที่ระบาดและเยียวยาเพื่อให้ชาวบ้านยังชีพได้&amp;nbsp; ด้านเครือข่ายสลัม 4 ภาค-พอช. หนุน 35 ชุมชน ตรวจโควิดกว่า 4,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนแออัดใน กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14-16 กรกฎาคม &amp;nbsp;รวม 39 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ชนบท 6 ทีม &amp;nbsp;และวันที่ 21-23 กรกฏาคม ประมาณ 42 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้ทีมแพทย์ 16 ทีม&amp;nbsp; มีชาวชุมชนได้รับการตรวจหาเชื้อโควิดทั้งหมด&amp;nbsp; 51,389 คน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;6,863 คน คิดเป็น 13.35% &amp;nbsp;ของผู้ตรวจทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทเสนอยุทธศาสตร์ &amp;nbsp;&amp;lsquo;กรุงเทพฯ รอด&amp;nbsp; ตจว.รอด&amp;rsquo; ใช้หลัก &amp;lsquo;6 R&amp;rsquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จากผลการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกทั้ง 2 ครั้งของชมรมแพทย์ชนบทดังกล่าว&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ค่อนข้างสูง&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; 13.35 %&amp;nbsp; ของจำนวนผู้ตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; ขณะเดียวกันยังมีชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ อีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการตรวจหาเชื้อ (ข้อมูลจากสำนักพัฒนาสังคม กทม.ระบุว่า&amp;nbsp; ในกรุงเทพฯ มีชุมชนทั้งหมด 2,016 ชุมชน&amp;nbsp; เป็นชุมชนแออัด 641 ชุมชน)&amp;nbsp; ดังนั้นกรุงเทพฯ จึงเป็นแหล่งแพร่เชื้อแหล่งใหญ่&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม&amp;nbsp; มีผู้ติดเชื้อในกรุงเทพฯ รายใหม่&amp;nbsp; รวม 3,997 ราย&amp;nbsp; ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบทได้เสนอมาตรการเร่งด่วนต่อรัฐบาล&amp;nbsp; และเตรียมจัดทีมแพทย์ลุยตรวจโควิดรอบใหม่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ประชาชนที่มารับบริการ (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม &amp;nbsp;นพ.สุภัทร &amp;nbsp;ฮาสุวรรณกิจ ประธานชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ได้โพสต์ข้อความลงใน facebook&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; หัวข้อว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3&amp;rdquo; มีเนื้อหาว่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ 28 กรกฎาคม 2564 ทางชมรมแพทย์ชนบท ได้มีโอกาสนำเสนอแนวคิดแนวทางการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดโควิดในกรุงเทพมหานคร ในที่ประชุม EOC ของกระทรวงสาธารณสุข ที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แพทย์ชนบทได้นำเสนอข้อมูลการปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง 2 ครั้ง ตรวจ rapid test ให้พี่น้องประชาชนในชุมชนแออัดไปทั้งสิ้น 51,389 คน พบผลบวก 6,863 คน คิดเป็น 13.35% และได้นำเสนอข้อเสนอสำหรับการกู้กรุงเทพฯ ซึ่งสังเคราะห์จากประสบการณ์ 2 ครั้งที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:.25in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อเสนอของแพทย์ชนบทยังมุ่งเน้นการควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชนแออัดให้ได้ &amp;nbsp;เพราะนั่นคือจุดระบาดใหญ่ แล้วกรุงเทพฯจะรอด &amp;nbsp;เมื่อกรุงเทพฯรอด ต่างจังหวัดก็จะรอดด้วย &amp;nbsp;เราประมวลแนวทางได้เป็นตัวย่อว่า 6R กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.Rapid Testing แม้เตียงเต็ม จะล้น เรายิ่งต้อง rapid testing โดย ATK-antigentest kit ให้มาก เพื่อแยกผู้ป่วยออกมา 2.Rapid tracing นำผู้สัมผัสร่วมบ้านร่วมงานมาตรวจให้มากที่สุดในวันเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;3.Rapid treatment ด้วย early home favipiravir หรือจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ทันทีที่พบผู้ติดเชื้อที่มีอาการหรือมีโรคประจำตัวหรือสูงอายุ &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้เขาต้องป่วยหนัก &amp;nbsp;ส่วนคนติดเชื้อที่ไม่ป่วยให้ฟ้าทะลายโจร &amp;nbsp;และรับเข้า HI-home isolation ในวันเดียวกัน&amp;nbsp; 4.Rapid vaccination ฉีดวัคซีนให้เร็วและให้ครอบคลุมในชุมชนแออัด &amp;nbsp;โดยเน้นที่ผู้สูงอายุก่อน &amp;nbsp;และหากมีวัคซีนมากพอก็ฉีดทุกคนที่อายุมากกว่า 18 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากทำทั้ง 4 มาตรการแล้ว จะลดการระบาดได้แน่ &amp;nbsp;ลดการป่วยหนักและการตายลงได้ &amp;nbsp;ส่งผลให้ลดภาวะการมีเตียงไม่พอลงได้ &amp;nbsp;สิ่งนี้คือบทบาทของภาคสาธารณสุขทั้งของ สธ. กทม. และทีมแพทย์ชนบทสามารถดำเนินการร่วมกันได้&amp;nbsp; และหากรัฐบาลจะกู้กรุงเทพฯแบบอู่ฮั่นโมเดล ก็ต้องทำอีก 2R ก็จะยิ่งสามารถลดการระบาดได้อีก &amp;nbsp;คือ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. Rapid lockdown ในชุมชนที่ระบาด &amp;nbsp;เพื่อไม่ให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อออกนอกชุมชน &amp;nbsp;เนื่องจากบางรายมีเชื้อระยะเริ่มต้น&amp;nbsp; แต่ยังตรวจด้วย ATK หรือ rtPCR ไม่พบ &amp;nbsp;ทั้งนี้ ไม่จำเป็นต้อง lockdown ทั้ง กทม.&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.Rapid healing หาก lockdown ก็ต้องมีการเยียวยาผู้คนในชุมชนแออัดนั้นๆ &amp;nbsp;เยียวยาให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย &amp;nbsp;เพื่อให้เขามีรายได้เพื่อสามารถยังชีพได้ในระหว่างที่มีการล็อกดาวน์ชุมชนของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ตรวจถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่ป่วย (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นี่คือ 6 ข้อเสนอของชมรมแพทย์ชนบท &amp;nbsp;ขณะนี้ทีมแพทย์ชนบทกำลังประสานงาน &amp;nbsp;ระดมความร่วมมือ ซึ่งได้รับการสนับสนุนและตอบรับจากทุกฝ่าย &amp;nbsp;ทั้งภาครัฐ &amp;nbsp;ท้องถิ่น &amp;nbsp;เอกชน &amp;nbsp;และภาคประชาชนที่จะร่วมกัน &amp;lsquo;ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 3&amp;rsquo; &amp;nbsp;ร่วมกันเร็วๆ นี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ข้อความใน facebook ชมรมแพทย์ชนบทระบุในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ที่ผ่านมา&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทได้ระดมบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลในจังหวัดต่างๆ เข้ามาตรวจโควิด-19 ที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทีมแพทย์จาก อ.สิชล&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช, รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ&amp;nbsp; อ.นาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, ขอนแก่น, จ.สุรินทร์, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฯลฯ รวมประมาณครั้งละ 60-80 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการตรวจรอบที่ 3 นี้&amp;nbsp; คาดว่าจะตรวจได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-50,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทกินอยู่แบบติดดิน (ภาพจาก Facebook ชมรมแพทย์ชนบท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:15.75pt; margin-right:-6.0pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;เตรียมบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกรอบ 3 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&amp;nbsp; โฆษกสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า&amp;nbsp; ปฏิบัติการตรวจโควิด-19 เชิงรุกในกรุงเทพฯ ของทีมแพทย์ชนบทรอบ 3 นี้&amp;nbsp; มีกำหนดการตรวจระหว่างวันที่ 4-10 สิงหาคมนี้&amp;nbsp; และนอกจากทีมแพทย์ชนบทจะลงตรวจในชุมชนต่างๆ แล้ว&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้เตรียมชุมชนในเครือข่ายเพื่อให้ชาวบ้านได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; รวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 40 ชุมชน&amp;nbsp; มีจุดตรวจ 12 จุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.ชุมชนรุ่งมณีพัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง (20 ชุมชน)&amp;nbsp; 2.วัดจันทร์ประดิษฐาราม&amp;nbsp; เขตภาษีเจริญ&amp;nbsp; (3 ชุมชน) 3.ศูนย์พักโรงเรียนประถมนนทรีย์&amp;nbsp; เขตยานนาวา (.....) 4.สนามฟุตบอลโปโลคลับ และลานจารุเมือง เขตปทุมวัน (.....) 5.ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา&amp;nbsp; เขตดอนเมือง (3 ชุมชน) 6.ชุมชนบ้านมั่นคงวิมานทอง&amp;nbsp; เขตบางบอน (1 ชุมชน) 7. อาคารพุทธวิชา&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน (5 ชุมชน) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.สหกรณ์ริมคลองสอง (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยผักหวาน&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 9.สหกรณ์ริมคลองพัฒนา (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) ซอยจิระมะกร&amp;nbsp; เขตสายไหม (1 ชุมชน) 10.ชุมชนเพิ่มสินร่วมใจ (บ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว) เขตสายไหม (1 ชุมชน) 11.บ้านมั่นคงประชาสามัคคี&amp;nbsp; เขตบางพลัด (1 ชุมชน)&amp;nbsp; และ 12.ชุมชนบ่อฝรั่งริมน้ำพัฒนา เขตจตุจักร (1 ชุมชน)&amp;nbsp; รวมชาวบ้านที่จะตรวจในขณะนี้ประมาณ 4,280 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนประชาชนทั่วไปที่ยังไม่ได้ตรวจหาเชื้อโควิด&amp;nbsp; สามารถติดต่อเพื่อแจ้งความต้องการตรวจหาเชื้อได้ที่จุดตรวจชุมชนใกล้เคียงทั้ง 12 แห่ง&amp;nbsp; โดยต้องแจ้งรายชื่อแก่ผู้นำชุมชนนั้นๆ&amp;nbsp; เพื่อจะได้ทราบจำนวนผู้ที่จะตรวจทั้งหมด&amp;nbsp; และนำส่งต่อให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ประสานงานเพื่อให้ทีมแพทย์ได้เตรียมอุปกรณ์การตรวจให้พอเพียง&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายสยามกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; การตรวจเชิงรุกรอบ 3 ของทีมแพทย์ชนบทในครั้งนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จะส่งอาสาสมัครเข้าร่วมสนับสนุนการทำงานของทีมแพทย์ด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนรายชื่อผู้ตรวจ&amp;nbsp; การจัดลำดับคิวตรวจ&amp;nbsp; การเว้นระยะห่าง&amp;nbsp; การประสานงานต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อให้การตรวจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; รวดเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยมาตรวจโควิดให้ชาวชุมชนที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เขตบางกะปิเมื่อวันที่ 21 กรกฏาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การตรวจโควิดเชิงรุกของทีมแพทย์ชนบทจะใช้การตรวจแบบ rapid &amp;nbsp;testing หรือชุดตรวจแบบเร็ว&amp;nbsp; โดยใช้วิธี&amp;nbsp; ATK (antigentest kit) &amp;nbsp;โดยแพทย์จะใช้ก้านสำลีเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกของผู้ตรวจ&amp;nbsp; แล้วนำก้านสำลีมาตรวจด้วยน้ำยา&amp;nbsp; สามารถทราบผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่ามีผลเป็นบวกหรือติดเชื้อ&amp;nbsp; แพทย์จะตรวจซ้ำด้วยวิธี Rt-Pcr (Real&amp;nbsp; time - Polymerase chain reaction) เพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กรณีผู้ติดเชื้อมีอาการไม่มาก&amp;nbsp; (อยู่ในสถานะสีเขียวหรือเหลืองอ่อน) แพทย์จะให้คำแนะนำในการรักษาตัวที่บ้านหรือสถานพักคอยในชุมชน&amp;nbsp; พร้อมกับให้ยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการไม่มากเมื่อกินยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะหายป่วยได้ภายในระยะเวลา 14 วัน&amp;nbsp; แต่หากยังไม่หายหรือมีอาการรุนแรงจะต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวง พม.-พอช.หนุนชุมชนสู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563&amp;nbsp; นายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) มีนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของวิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; แม่เลี้ยงเดี่ยว&amp;nbsp; เด็ก&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; คนป่วยติดเตียง&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; คนตกงาน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยการมอบอาหาร&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็น&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางแจกจ่ายอาหารผู้ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนสถานการณ์การแพร่ระบาดในปีนี้&amp;nbsp; กระทรวง พม.ได้ให้หน่วยงานในสังกัดจัดทำถุงยังชีพแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อยทั้ง 50 เขตในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด&amp;nbsp; เด็กที่ขาดผู้ดูแล&amp;nbsp; รวมทั้งดูแลกลุ่มคนไร้บ้านในสถานที่สาธารณะ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้บริหารกระทรวง พม.ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนไร้บ้านเมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในปี 2563 ได้สนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบทั้งกรุงเทพฯ&amp;nbsp; และต่างจังหวัดจัดทำครัวกลางและโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเมืองและชนบท&amp;nbsp; รวม 1,754 โครงการ&amp;nbsp; ประชาชนได้รับประโยชน์ 535,577 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 122 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; และพักชำระสินเชื่อ 6 เดือน (ส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง) ทั่วประเทศ 409 องค์กร&amp;nbsp; รวมสินเชื่อพักชำระ 76 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนในปีนี้ พอช.พักชำระสินเชื่อ 3 เดือน (ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม) รวม 149 องค์กร&amp;nbsp; จำนวนดอกเบี้ยที่พักชำระรวม 18 ล้านบาทเศษ&amp;nbsp; นอกจากนี้ พอช.ยังสนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิดในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; รวม 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; ใช้งบประมาณรวม 30 ล้านบาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังส่งเจ้าหน้าที่อาสาสมัครจาก พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คนลงไปสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; รวมทั้งศูนย์พักพิงของคนไร้บ้าน&amp;nbsp; เพื่อต่อสู้กับโควิด&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขตวังทองหลางจัดเตรียมศูนย์พักคอย-ดูแลผู้กักตัวที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.ระดับเขตจำนวน 150,000 บาท&amp;nbsp; และระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 40,000 บาท&amp;nbsp; นำมาจัดทำโครงการเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; รณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ทำอาหารแจกให้ผู้ถูกกักตัว&amp;nbsp; ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาเป็นทำอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้เรายังเตรียมสถานที่พักคอยในชุมชน (Community Isolation) เพื่อรองรับผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยจะใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับได้ผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; และเตรียมห้องประชุมของชุมชนรองรับได้ประมาณ 30 เตียง&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ป่วยไม่มากหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; เราจะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; แยกตัวออกจากคนในครอบครัว&amp;nbsp; โดยเราจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าและรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอกถึงการดูแลผู้ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; เตรียมเตียงกระดาษรองรับผู้ป่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอนวิธีวัดค่าอ๊อกซิเจนให้ผู้ดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หากค่าอ๊อกซิเจนต่ำกว่า 90 ถือว่าอยู่ในภาวะอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากชุมชนในเขตวังทองหลางแล้ว&amp;nbsp; ยังมีชุมชนและเขตต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมจัดทำโครงการเพื่อต่อสู้กับโควิดระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ&amp;nbsp; จัดทำโครงการอบรมให้ความรู้ป้องกันโควิดแก่กลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; จำนวน 20 วิน&amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างได้รับเชื้อโควิดและเสียชีวิตแล้ว 1 ราย,ปลูกสมุนไพร&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; กระชาย&amp;nbsp; ผักต่างๆ เพื่อเป็นยาและอาหาร&amp;nbsp; ทำโครงการ &amp;lsquo;อิ่มละ 20 บาท&amp;rsquo; จำหน่ายอาหาร พร้อมข้าวถุงเพื่อช่วยเหลือเรื่องปากท้องชาวชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่&amp;nbsp; 20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ &amp;nbsp;รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี &amp;nbsp;รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ &amp;nbsp;รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว &amp;nbsp;รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;วัคซีนขาดแคลน&amp;nbsp; ชาวชุมชนเฟื่องฟ้า&amp;nbsp; เขตประเวศ&amp;nbsp; เพาะพันธุ์กระชายและฟ้าทะลายโจรสู้โควิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111542</URL_LINK>
                <HASHTAG>6 R, ATK-antigentest kit, early home favipiravir, lockdown, Rapid healing, Rapid lockdown, Rapid test, Rapid treatment, Rapid vaccination, Real  time - Polymerase chain reaction, RT-PCR, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กรุงเทพฯ รอด  ตจว.รอด, ข้อเสนอ แนวทาง 6R สำหรับ ปฏิบัติการกรุงเทพมหานครครั้งที่ 3, ชมรมแพทย์ชนบท, ตรวจโควิด-19, นพ.สุภัทร  ฮาสุวรรณกิจ, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, นุชจรี  พันธ์โสม, ปฏิบัติการกรุงเทพมหานคร  ครั้งที่ 3, พม., พอช., ฟ้าทะลายโจร, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สภาองค์กรชุมชนเขตประเวศ, สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, อู่ฮั่นโมเดล, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, เชิงรุกชุมชนแออัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210729/image_big_610275f068378.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2021 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2021 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยประชาชน 10 จังหวัด  Lockdown ! จุรินทร์ ปล่อยคาราวานโมบายพาณิชย์ ลดราคา! ช่วยประชาชน &quot;จัดหนัก กรุงเทพ วันนี้&quot; แบบขายถูกและปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เวลา 13.30 น.&amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปล่อยคาราวานโมบายพาณิชย์ ลดราคา! ช่วยประชาชน Lockdown 10 จังหวัด ณ บริเวณเสาธง(ริมแม่น้ำ) หน้าตึกสำนักงานปลัด กระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์&amp;nbsp; เป็นประธาน และ ได้ทำการตรวจสอบรายการสินค้าที่จะนำไปขายถูกให้ประชาชนในการลดค่าของชีพช่วยครั้งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า&amp;nbsp;วันนี้เป็นการเปิดโครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน สำหรับ 10 จังหวัดล็อกดาวน์ซึ่งมีกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและจังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยวันนี้จะเริ่มต้นปล่อยรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน 10 จังหวัดล็อกดาวน์ เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยจะมีรถโมบายที่จำหน่ายสินค้าราคาถูกจำนวน 50 คัน ออกจำหน่ายสินค้า 30 วัน สินค้าที่นำไปจำหน่ายประกอบด้วยสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าที่จำเป็นต่อการป้องกันโควิด รวม 85 รายการโดยมีสินค้าไฮไลท์สำคัญ 10 รายการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ข้าวหอมไทย 5 กิโลกรัม 120 บาท ตก 24 บาทต่อกิโลกรัม 2.ไข่ไก่ แผงละ 30 ฟอง ราคา 89 บาท ตกฟองละ 2.97 บาท 3.น้ำมันพืช 1 ลิตร ขวดละ 42 บาท 4.น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 20 บาท 5.ปลากระป๋องจากกระป๋องละ 15 บาท เหลือกระป๋องละ 8 บาท&amp;nbsp; 6.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองละ 5 บาท 7.หน้ากากอนามัย 50 ชิ้น กล่องละ 55 บาท ตกชิ้นละ 1.10 บาท 8.เจลล้างมือขนาด 30 มิลลิลิตร ขวดละ 10 บาท จากราคาปกติ 15 บาท 9.สเปรย์แอลกอฮอล์ขนาด 100 มิลลิลิตร ราคา30 บาท ลดจากปกติ 45% และ10.ยาลดไข้ทั้งชนิดเม็ดและชนิดน้ำ ลดราคา 17-27%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินค้าอื่นๆ เช่น น้ำผลไม้ทิปโก้จากปกติกล่องละ 72 บาท เหลือ 50 บาท โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป จาก 15 บาท เหลือ 10 บาท คนอร์จากกล่องละ 55 บาท เหลือ 44 บาท เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะตระเวนออกไปจำหน่ายสินค้าราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยทั้ง 10 จังหวัดล็อกดาวน์ จะมีรถโมบายรวมทั้งสิ้น 300 คัน สำหรับอีก 9 จังหวัดที่เหลือจะเริ่มต้นในวันพุธที่จะถึงนี้ โดยทุกคันที่ออกไปจำหน่ายสินค้าจะปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขเช่น 1.คนขับรถ เจ้าหน้าที่จำหน่ายสินค้าทุกคนต้องได้รับการตรวจเชื้อว่าปลอดโควิดและมีการตรวจเชื้อซ้ำทุกสัปดาห์&amp;nbsp;2.สินค้าทั้งหมดในรถมีการฉีดพ่นฆ่าเชื้อพนักงานคนขายทั้งหมดต้องสวมหน้ากากอนามัย ถุงมือและล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์และน้ำตลอดเวลา รวมทั้งมีการวัดอุณหภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการสั่งซื้อจะไม่เปิดให้ผู้ซื้อไปเลือกหยิบสินค้าด้วยตนเองแต่จะมีใบสั่งซื้อ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ปลอดเชื้อเป็นผู้จัดสินค้าใส่ถุงและส่งให้กับผู้ซื้อทุกคน เป็นมาตรการกำหนดไว้เพื่อเป็นไปตามมาตรฐานเพื่อไม่ให้รถนี้กลายเป็นรถที่แพร่เชื้อโควิด คาดว่าจะช่วยเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทตลอดโครงการ และจะมีการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 900 คน &amp;quot; รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการค้าภายใน ระบุว่าสามารถติดตามรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! แบบเรียลไทม์ได้จาก QR Code และที่ LINE@ mobilepanich รวมถึงเว็บไซต์ https://โมบายพาณิชย์.com/&amp;nbsp; ส่วนรานงานกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า นอกจากนี้นายจุรินทร์ยังมีแผนต่อไปที่จะส่งรถโมบายพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ไปยังส่วนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด ตั้งเป้าหมายทั่วประเทศ&amp;nbsp; 1,000 คัน ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109531</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lockdown, mobilepanich, กระทรวงพาณิชย์, ขายถูกและปลอดภัย, คาราวานโมบายพาณิชย์, จัดหนัก กรุงเทพ วันนี้, ช่วยประชาชน, นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร, นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม, รถโมบายพาณิชย์ลดราคา, ลดราคา, หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อธิบดีกรมการค้าภายใน, โครงการโมบายพาณิชย์ลดราคา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210713/image_big_60ed006a30157.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Re-opening กิจการ-ร้านค้า  เปิดได้ก็ล็อกอีกได้บนเงื่อนไข....</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังรัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ ใช้มาตรการอย่างเข้มข้น Lockdown สถานที่ต่างๆ ตลอดจนการห้ามทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสกัดการแพร่เชื้อโควิด-19 ในประเทศไทยมาตลอดร่วมเดือนเมษายนที่ผ่านไป เช่นเดียวกับที่อีกหลายจังหวัด ทางผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีการออกคำสั่ง-ประกาศห้ามการเปิดสถานที่ต่างๆ ที่สอดคล้องไปกับ พ.ร.ก.ฉุกเฉินและเคอร์ฟิว ท่ามกลางเสียงสะท้อนถึงความยากลำบากในการทำมาหากิน การขาดรายได้ของประชาชนหลายล้านคนจากผลพวงกิจการร้านค้าที่ถูกล็อกดาวน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนทำให้รัฐบาลและศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ได้ตัดสินใจเปิดเมือง-คลายล็อก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในการทำมาหากินของประชาชนหลายกลุ่มอาชีพ ท่ามกลางเสียงเป็นห่วงจากบุคคลอีกหลายกลุ่มเช่นกันว่า ผลพวงจากการคลายล็อกอาจทำให้เกิดการแพร่เชื้อในวงกว้างได้ หลังจากที่ผ่านมาเกือบสามสัปดาห์ ประเทศไทยมีตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิต อยู่ในระดับลดลงอย่างต่อเนื่องมาร่วมสามสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำแถลงอย่างเป็นทางการจากตัวแทน ศบค.เกิดขึ้นในวันสุดท้ายของเดือนเมษายน เมื่อ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ทาง &amp;quot;นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.&amp;quot; แถลงความชัดเจนในเรื่องนี้ว่า สำหรับมาตรการผ่อนปรนประเภทกิจการและกิจกรรม มี 6 กิจการ ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1.ตลาด ตลาดสด ตลาดนัด ตลาดน้ำ ตลาดชุมชน ถนนคนเดิน แผงลอย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ร้านจำหน่ายอาหาร อาหารทั่วไป ร้านเครื่องดื่ม ขนมหวาน ไอศกรีม (นอกห้างสรรพสินค้า) ร้านอาหารริมทาง รถเข็น หาบเร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ในส่วนของหาบเร่ แผงลอย รวมถึงร้านค้าริมทางเท้า ยังคงให้ขายแบบเดิมคือ จำหน่ายให้ซื้อกลับไปกินที่บ้านเท่านั้น แต่สำหรับร้านอาหารที่จะให้ลูกค้านั่งกินที่ร้านได้ จะทำได้เฉพาะร้านที่อยู่ในอาคารไม่เกิน 1-2 คูหาเท่านั้น แต่ให้นั่งกินได้โต๊ะละ 1 คน แต่ละโต๊ะเว้นระยะห่าง 1 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 3.กิจการค้าปลีกส่ง ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อบริเวณพื้นที่นั่ง ยืน รับประทาน รถเร่หรือรถวิ่งขายสินค้าอุปโภคบริโภค ร้านค้าปลีกขนาดย่อย ร้านค้าปลีกชุมชน ร้านค้าปลีกธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 4.กีฬา สันทนาการ กิจกรรมในสวนสาธารณะ ได้แก่ เดิน รำไทเก๊ก สนามกีฬากลางแจ้งที่เป็นการออกกำลังกายโดยไม่ได้เล่นเป็นทีมและไม่ได้มีการแข่งขัน เทนนิส ยิงปืน ยิงธนู จักรยาน กอล์ฟ และสนามซ้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 5.ร้านตัดผม เสริมสวย เฉพาะตัด สระ ไดร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 6.อื่นๆ ได้แก่ ร้านตัดขนสัตว์ ร้านรับเลี้ยงรับฝากสัตว์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยให้มีผลตั้งแต่ 3 พ.ค.นี้ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การคลายล็อกดังกล่าวจะพบว่ากิจการบางอย่างเช่น &amp;quot;ห้างสรรพสินค้า&amp;quot; ยังคงให้ขายได้แต่เฉพาะพวกอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ตเท่านั้น ยังไม่ได้ให้ห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิดกิจการแบบเต็มรูปแบบแต่อย่างใด เช่นเดียวกับกิจการบางอย่างที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ เช่น โรงภาพยนตร์ ก็ยังไม่มีการให้เปิดแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ มาตรการผ่อนปรนดังกล่าวคือภาพใหญ่ของการคลายล็อก ที่เป็นมาตรฐานกลางของแต่ละกิจการที่จะให้ทุกจังหวัดยึดถือปฏิบัติ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนดรายละเอียดแต่ละพื้นที่กันไป ซึ่งจะเข้มข้นกว่าได้ แต่จะน้อยกว่ามาตรฐานกลางไม่ได้ โดยแนวทางการดำเนินการจะคำนึงถึงปัจจัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก และนำปัจจัยด้านสังคมและเศรษฐกิจมาประกอบการพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;นพ.ทวีศิลป์&amp;quot; แถลงไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. ย้ำว่า การดำเนินการผ่อนปรนครั้งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทั้งประเทศที่ได้ตัดสินใจร่วมกันแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ไปด้วยกัน ทั้งแพร่ระบาดและผลกระทบทางเศรษฐกิจ หากเราควบคุมสถานการณ์ทางสาธารณสุขในระยะแรกได้ ก็จะมีการดำเนินการผ่อนปรนในระยะต่อๆ ไปได้ เพื่อทำให้ประชาชนปลอดภัย บรรเทาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ และป้องกันการแพร่ระบาดไม่ให้เพิ่มมากขึ้น ให้ประเทศเดินหน้าได้ หากควบคุมได้ไม่ดี ทุกอย่างจะแย่ลง ถือเป็นงานที่ท้าทาย แต่ถ้าเราทุกคนร่วมมือกัน มีสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคม มาตรการครั้งนี้ถึงจะสำเร็จได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;การผ่อนคลายล้วนแล้วมีผลต่อตัวเลขการผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น เพราะการผ่อนคลายเกี่ยวข้องกับคนที่เป็นพาหะของโรค หากผ่อนมากไปการติดเชื้อจะเหมือนกับประเทศข้างเคียงที่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจนต้องกลับมาตึงมาตรการ ดังนั้น แม้จะผ่อนแต่ก็ปรับได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เราจะใช้ช่วงเวลา 14 วันหลังจากนี้ คอยติดตาม ประเมินผลอยู่ตลอดเวลา ถ้ามีตัวเลขคงที่ไปเรื่อยๆ แสดงว่าประชาชนให้ความร่วมมือดี รู้วิธีจัดการตัวเอง จัดกิจการ กิจกรรมได้ดี เราก็จะได้เลื่อนไปในกิจกรรมอื่นๆ ได้มากกว่านี้ แต่ถ้าใน 14 วันนี้ ตัวผู้เลขผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นสองหลัก สามหลัก ก็ต้องยอมรับว่าเราจะต้องถอยหลังกลับมาตึงกิจการ กิจกรรม ซึ่งต้องถูกทบทวนใหม่หมด หลายประเทศเพลี้ยงพล้ำนิดเดียวจนกลับมาระบาดเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เราไม่ต้องการความเสี่ยงแม้แต่น้อย เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญที่สุดของเรา ขอให้พวกเราประสบความสำเร็จเหมือน 1 เดือนที่ผ่านมา&amp;rdquo; นพ.ทวีศิลป์ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ รัฐบาลและ ศบค.ยังตึงบางมาตรการที่เข้มข้นไว้ต่อไป เพื่อทำสงครามสู้กับไวรัสที่เป็นศึกระยะยาว นอกเหนือจากการขยายเวลาประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ว่าจะเป็น อาทิ &amp;quot;มาตรการเคอร์ฟิวห้ามออกนอกเคหสถานในเวลา 22.00-04.00 น.&amp;quot; รวมถึงมาตราการเข้มข้นอื่นๆ อย่าง &amp;quot;การเข้า-ออกราชอาณาจักรทั้งทางบก น้ำ อากาศ &amp;quot;-การจำกัดการการบินเข้า-ออกระหว่างประเทศ โดยอนุญาตเฉพาะสายการบินที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าและรับคนไทยกลับประเทศออกไปอีก 1 เดือน-การงดหรือชะลอการข้ามจังหวัดโดยที่ไม่มีเหตุจำเป็น รวมถึงการยึดแนวทางทำงานที่บ้านให้ได้ร้อยละ 50 และไม่ให้ประชาชนเข้าไปในสถานที่ที่มีคนจำนวนมากเป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่า ไม่ใช่แค่ผู้ประกอบการ-เจ้าของกิจการร้านค้า ทั้งรายใหญ่ รายเล็ก ทั้งแบบติดแอร์ ห้างหรู หรือร้านริมถนน ร้านห้องแถว ต่างก็ต้องการให้กิจการกลับมา Re-start ได้อีกครั้ง แต่ประชาชนทุกคน ทุกอาชีพ ต่างก็ต้องการกลับมาใช้ชีวิตแบบปกติ เพราะผลพวงที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามไวรัสโควิดส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกระดับ โดยเฉพาะเรื่องการดำเนินชีวิต-การขาดรายได้-การว่างงาน ที่มีคนได้รับผลกระทบหลายล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้วยเหตุนี้ เมื่อรัฐบาลเริ่มผ่อนคลายการ Lockdown ลง ทำให้กิจการร้านค้าต่างๆ กลับมา Re-opening ได้อีกครั้ง โดยหากทุกฝ่ายไม่ใช่แค่เจ้าของกิจการร้านค้าต่างๆ แต่รวมถึงประชาชน ลูกค้า ผู้บริโภค พนักงานและผู้ให้บริการในร้านค้าต่างๆ ทั้งหมดได้ร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติตามกฎ-ระเบียบ และให้ความร่วมมืออย่างจริงจังในการเฝ้าระวังการแพร่เชื้อโควิด จนกดไม่ให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด การคลายล็อกอีกหลายจุด เช่น การยกเลิกเคอร์ฟิว ก็จะได้เกิดขึ้นหลัง 31 พ.ค. จะได้ไม่ต้องมีการต่อเวลาการเคอร์ฟิวออกไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะหากคลายล็อกแล้ว ตัวเลขผู้ติดเชื้อกลับมาเพิ่มสูงขึ้น ทุกฝ่ายก็ต้องทำใจและยอมรับที่จะต้องกลับมาปิดเมือง-ล็อกดาวน์กันอีกรอบ.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64747</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, Lockdown, Re-opening กิจการ-ร้านค้า  เปิดได้ก็ล็อกอีกได้บนเงื่อนไข, กรองสถานการณ์, พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200430/image_big_5eaace26bf367.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63634</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก่อนจะปลดล็อก Lockdown</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กราฟสองชุดนี้เป็นข้อมูลช่วยทำให้รัฐบาลไทยประเมินว่าแผนการ &amp;ldquo;ปลดล็อก Lockdown&amp;rdquo; ที่กำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้ควรจะต้องวางขั้นตอนและเงื่อนไขไว้อย่างไรบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งบทเรียนของหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นอิตาลี, สหรัฐ, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้และสิงคโปร์ควรจะต้องนำมาประกอบการไตร่ตรองก่อนที่จะประกาศ &amp;ldquo;เฟสที่ 1&amp;rdquo; ของการลดความเข้มข้นของการสกัดไวรัส Covid-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราไม่สามารถจะ &amp;ldquo;ปิดเมือง&amp;rdquo; ไปได้ตลอด เพราะไม่ว่าประเทศไหนก็ไม่มีภูมิคุ้มกันเข้มแข็งพอที่จะระงับกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างยืดเยื้อยาวนานได้อย่างไม่จำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน การ &amp;ldquo;แหวกวงล้อมโควิด&amp;rdquo; ออกมาได้นั้นจะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้แน่ใจว่าการระบาดของไวรัสตัวนี้จะไม่หวนกลับมาอาละวาดใน &amp;ldquo;ระลอก 2&amp;rdquo; เหมือนกับที่จีน, ญี่ปุ่นและสิงคโปร์เผชิญมาแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวโน้มผู้ติดเชื้อในอิตาลี, สเปน, เยอรมัน, ฝรั่งเศสดูเหมือนจะเริ่มนิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เส้นกราฟของสหรัฐกับอังกฤษยังพุ่งขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ณ วันนี้ยังไม่อาจจะบอกได้ว่าตัวอย่างของประเทศไหนควรจะเป็นแบบอย่างให้กับไทยเดินตามได้ เพราะเงื่อนไขของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเราอาจจะเรียนรู้จากประเทศอื่นได้ แต่ก็ต้องปรับแก้มาใช้เฉพาะของเราเองโดยที่จะต้องเชื่อมโยงกับความเป็นไปในส่วนอื่นๆ ของโลกได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบริหารความเสี่ยงจะกลายเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับทุกรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบริหารความคาดหวังของประชาชนก็เป็นทักษะที่อยู่อันดับต้นๆ ของทุกประเทศเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะต้องยอมรับว่าแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่เก่งที่สุดของโลกก็ยังไม่รู้จักไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้เพียงพอที่จะวางแผนต่อสู้กับมันได้อย่างมั่นใจว่าจะชนะได้ในระยะเวลาอันใกล้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ &amp;ldquo;เปิดประเทศอีกครั้ง&amp;rdquo; สำหรับทุกประเทศจึงไม่เหมือนกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำนองเดียวกัน &amp;ldquo;การต้องขยายการ Lockdown&amp;rdquo; ต่อไปอีกระยะหนึ่งก็กลายเป็นทางเลือกของประเทศอีกกลุ่มหนึ่งอย่างปฏิเสธไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เงื่อนไขหนักขององค์การอนามัยโลก 6 ข้อสำหรับประเทศที่ต้องการจะปลดล็อก Lockdown เป็นเรื่องสำคัญที่ไทยเราจะต้องแน่ใจว่ามีศักยภาพที่จะทำให้เกิดขึ้นได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่น ต้องสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคภายในประเทศได้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือระบบสุขภาพต้องสามารถหาผู้มีอาการ ตรวจหาเชื้อ แยกตัวและรักษาพร้อมทั้งทำการสอบสวนโรค หรือที่เรียกว่า Test, Trace, Track, Isolate, Manage ที่จะต้องทำให้ได้ในระดับที่น่าพอใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายถึงการตัดสินใจว่าเราจะต้องสามารถจัดตั้งระบบการตรวจแบบ &amp;ldquo;รุก&amp;rdquo; แทนที่จะ &amp;ldquo;ตั้งรับ&amp;rdquo; มากขึ้น แต่ก็ต้องทำแบบฉลาด นั่นคือต้องคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันก็ตอบโจทย์ทางการแพทย์ได้เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมเชื่อว่าคณะแพทย์ในแถวหน้าของสงครามครั้งนี้ของเราอยู่ในฐานะที่จะสร้างดุลยภาพแห่งความคุ้มค่าในปฏิบัติการตรวจ, แยก, รักษาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกเงื่อนไขหนึ่งคือ การให้แน่ใจว่าจะมีความเสี่ยงน้อยที่สุดสำหรับกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ และสถานที่เสี่ยง เช่น บ้านพักคนสูงอายุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงเรียน, สำนักงานและสถานที่สาธารณะก็ต้องมีมาตรการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เดินทางเข้าประเทศก็ต้องสามารถบริหารให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อนี้ดูเหมือนจะเป็นประเด็นท้าทายสำหรับไทยเราในขณะนี้มากที่สุด เพราะมีคนไทยกว่าหมื่นคนที่กำลังรอกลับบ้านจากต่างประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญไม่น้อยกว่ากันก็คือ การที่ทำให้คนในชุมชนมีความรู้, มีส่วนร่วมและได้รับการสนับสนุนให้มีชีวิตอยู่ภายใต้สังคมที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากเกิดโรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดง่ายๆ คือจะต้องเตรียมออกแบบสังคมหลังโควิดสำหรับผู้คนในทุกสาขาวิชาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับไทยเรายังมีเงื่อนไขเพิ่มขึ้นอีกประการหนึ่งคือ การประคองให้คนหาเช้ากินค่ำและผู้ด้อยโอกาสในสังคมสามารถฟันฝ่าวิกฤตินี้ไปให้ได้ โดยมีความเสียหายต่อชีวิตน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งยังต้องให้แน่ใจว่ามีการวางแผนสำหรับคนในอาชีพต่างๆ ที่อาจจะต้อง &amp;ldquo;เริ่มนับหนึ่งใหม่&amp;rdquo; หลังเหตุการณ์นี้สงบลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเราต้องวางแผนว่าจะค่อยๆ เปิดเป็นจังหวัด...และมีกี่เฟสก่อนที่จะกลับที่ภาวะ &amp;ldquo;ปกติที่จะไม่ปกติเหมือนเดิม&amp;rdquo; หรือ New Normal
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะค่อนข้างจะชัดเจนว่าชีวิตหลังโควิดจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะคำว่า &amp;ldquo;ภัยคุกคาม&amp;rdquo; จะมีความหมายที่กินความกว้างไกลกว่าทุกวันนี้อย่างแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63634</URL_LINK>
                <HASHTAG>Covid-19, Lockdown, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
