<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2018 14:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2018 14:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสส.ออกแคมเปญ “ Low Speed มีสิทธิ์รอด &quot;ปีใหม่กลับบ้านปลอดภัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21ธ.ค.61-สสส.ออกแคมเปญ &amp;quot;low speed กลับบ้านปลอดภัยปีใหม่ 2562&amp;quot;เตือนระวังจุดเสี่ยงทางแยก-ทางโค้ง พบตายสูงจากขับเร็วถึงร้อยละ 43.36 ชี้ขับเร็วเกิน 60 กม./ชม. โอกาสชนแล้วเสียชีวิตถึงร้อยละ 85 เผย 3 ปีย้อนหลังเฉพาะปีใหม่ สูญเสียแล้วกว่า 1,281 คน พร้อมแนะใช้โมเดล RTI สธ. ต้นแบบจัดการความเสี่ยงเป็นผล ปี 61 มี 52 อำเภอตายลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ณ โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี - &amp;nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) &amp;nbsp;กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่าย &amp;nbsp;ร่วมจัดแถลงข่าว &amp;nbsp;&amp;ldquo;Low Speed มีสิทธิ์รอด &amp;nbsp;กลับบ้านปลอดภัย &amp;nbsp;ปีใหม่ 2562&amp;rdquo; เพื่อส่งมอบความห่วงใยและร่วมผลักดันนโยบายความปลอดภัยทางถนน รณรงค์ลดความเร็ว ลดความเสี่ยง ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร แก่ประชาชนทั่วประเทศในช่วงเทศกาลปีใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรุ่งอรุณ &amp;nbsp;ลิ้มฬหะภัณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม &amp;nbsp;สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ &amp;nbsp;(สสส.) &amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;สสส.และภาคีเครือข่าย ได้รณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้แคมเปญ &amp;ldquo;กลับบ้านปลอดภัย&amp;rdquo; ได้ผลิตสปอตโฆษณาชุด &amp;ldquo;สูญเสียกันทุกฝ่าย&amp;rdquo; รณรงค์ผ่านสื่อและผลิตสื่อสนับสนุนรณรงค์ลดอุบัติเหตุให้กับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความตั้งใจและความมุ่งหมายที่อยากจะให้ทุกคนที่เดินทางถึงที่หมายอย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องมีใครบาดเจ็บและสูญเสียอีก &amp;nbsp; ซึ่งข้อมูลศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) เฉพาะช่วง 7 วัน 3 ปีย้อนหลัง (ปี 2559-2561) มีผู้เสียชีวิตรวม 1,281 คน บาดเจ็บ 11,578 คน เกิดเหตุ 11,119 ครั้ง และรุนแรงเพิ่มขึ้น สาเหตุจากขับเร็วและดื่ม ซึ่งความสูญเสียที่เกิดขึ้นทุกชีวิตมีคุณค่า คนที่ต้องจากไปและพิการ ส่งผลกระทบต่อหลายครอบครัวอย่างมหาศาล ถ้าหากขับรถเร็ว 60 กม./ชม. แล้วเกิดอุบัติเหตุ เทียบเท่ากับการตกตึก 5 ชั้น และถ้าหากขับรถ 120 กม./ชม. เทียบเท่ากับตกตึก 19 ชั้น จะเห็นว่าถ้าท่านขับรถเร็วเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว &amp;ldquo;ท่านอาจจะไม่มีสิทธิ์รอดชีวิต&amp;rdquo; &amp;nbsp;ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 นี้ &amp;nbsp;สสส. ขอส่งมอบความปรารถนาดีไปยังทุกท่าน เพราะ ไม่มีของขวัญชิ้นใดที่จะล้ำค่าไปกว่าการที่เราทุกคนได้ &amp;ldquo;กลับบ้านปลอดภัย&amp;rdquo; อยู่พร้อมกันทั้งครอบครัว &amp;nbsp;ฉลองปีใหม่อย่างมีความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรหมมินทร์ &amp;nbsp;กัณธิยะ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;จุดเกิดเหตุเทศกาลปีใหม่ 2561 พบทางตรงร้อยละ 64.91 ทางโค้งร้อยละ 21.30 &amp;nbsp;และทางแยกร้อยละ 11.03 สาเหตุคือ ขับเร็วเกินกำหนดสูงถึงร้อยละ 43.36 &amp;nbsp; สอดคล้องกับกรมทางหลวงที่ระบุเกิดอุบัติเหตุบริเวณทางโค้งจำนวน 2,004 ครั้ง &amp;nbsp;ทางแยก &amp;nbsp;1,083 ครั้ง และมีผู้เสียชีวิตสูงถึง &amp;nbsp;2,285 ราย บาดเจ็บ 12,995 ราย &amp;nbsp;ดังนั้น ต้องไม่ลืมว่ายิ่งขับเร็ว ยิ่งมองไม่เห็นด้านข้าง ตอบสนองช้าลงเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความรุนแรง &amp;nbsp;จึงควรใช้ความเร็วตามกฎหมายกำหนด &amp;nbsp;ซึ่งการขับเร็วที่ 50 กม./ชม. ต้องใช้ระยะทางหยุดรถ 13 &amp;nbsp;เมตร &amp;nbsp;หากใช้ความเร็วที่ 80 กม./ชม.ต้องใช้ระยะเบรกถึง 36 เมตร และถ้าชนคนเดินถนนด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. มีโอกาสเสียชีวิตถึงร้อยละ 85 &amp;nbsp;โดยข้อมูลการวิเคราะห์จุดเสี่ยคนทำงาน RTI (Road Traffic Injury)ทั่วประเทศพบว่าจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งระดับพื้นที่ คือทางแยก-ทางร่วม เพราะขาดป้ายเตือน ป้าย&amp;ldquo;ลดความเร็ว&amp;rdquo;คนต่างถิ่นขับรถไม่ชำนาญทางทางโค้ง เป็นจุดที่ขาดความระมัดระวังมักแหกโค้งเสียหลัก &amp;nbsp;จุดกลับรถ &amp;nbsp;เป็นจุดอันตรายที่สุด &amp;nbsp;แนะนำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ Low Speed &amp;nbsp;จึงมีสิทธิ์รอดสูง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ปัญณ์ &amp;nbsp;จันทร์พาณิชย์ &amp;nbsp;สำนักโรคไม่ติดต่อ &amp;nbsp;กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การแก้ปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในระดับอำเภอ &amp;nbsp;เป็นกลไกระดับพื้นที่ที่มีความเหมาะสม สามารถดำเนินงานได้อย่าง มีประสิทธิภาพและประเมินผลได้ดีที่สุด โดยปี 2560 กรมควบคุมโรค ได้จัดทำคู่มือและแนวทางการประเมินการดำเนิน District Road Traffic Injury (D-RTI) หรือการป้องกันการบาดเจ็บจากการจราจรทางถนนในระดับอำเภอโดยมีทีม RTI ที่เป็นภาคีเครือข่ายสหวิชาชีพระดับอำเภอ ร่วมวิเคราะห์จุดเสี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ใช้ข้อมูลความรู้สาธารณสุขและหน่วยงานภาคี นำเสนอคืนข้อมูลในเวที ศปถ.อำเภอ , ศปถ.อปท. เพื่อแก้ไขปัญหา ทั้งนี้การแก้ปัญหาจุดเสี่ยงในชุมชนคือ ทำจุดนั้นให้เด่นชัด ให้ผู้ขับขี่เห็น เตือนบอกล่วงหน้า ปักธงแดง ทาสีสะท้อนแสง ตั้งกรวยลดความเร็วก่อนถึงจุดเสี่ยง เป็นต้น &amp;nbsp;ซึ่งการดำเนินงานที่ผ่านมาพบมีอำเภอผ่านเกณฑ์การประเมินรับรองคุณภาพในระดับดีเยี่ยม 54 อำเภอ และ 32 อำเภอ สามารถลดจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตลงได้อย่างเป็นรูปธรรม และปี 2561 มี 136 อำเภอ ผ่านเกณฑ์การประเมินรับรองคุณภาพ &amp;nbsp;โดยใช้ข้อมูลบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พบว่า 75 อำเภอ บาดเจ็บลดลง และมี 52 อำเภอ ตายลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวตวงรัตน์ &amp;nbsp;พวงศรีทอง &amp;nbsp;รองปลัด อบต.วังน้ำเขียว &amp;nbsp;อ.กำแพงแสน &amp;nbsp;จ.นครปฐม &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำบลวังน้ำเขียว มี 14 หมู่บ้าน &amp;nbsp;ประชากรกว่า 8,500 คน &amp;nbsp; มีกลุ่มเสี่ยงวัยรุ่นที่ใช้รถจักรยานยนต์และใช้ความเร็วจนเกิดอุบัติเหตุบริเวณทางโค้งบ่อยครั้ง &amp;nbsp;อบต.และเครือข่ายจึงได้ร่วมขับเคลื่อนแก้ไขโดยจัดตั้งทีมระดับตำบลป้องกันอุบัติเหตุทางถนน &amp;nbsp;(RTI Team ตำบล) ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;เครือข่ายขับเคลื่อนถนนปลอดภัยตำบลวังน้ำเขียว&amp;rdquo; ร่วมกับผู้นำชุมชน เครือข่ายและประชาชนในพื้นที่วิเคราะห์จุดเสี่ยง ทำแผนที่ สำรวจแก้ไข &amp;nbsp;ติดตั้งป้ายจราจร ป้ายเตือน &amp;nbsp;กระจกโค้งนูนตามจุดเสี่ยงทุกพื้นที่ &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้นำมาตรการด่านชุมชน มาตรการองค์กร และใช้สื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ &amp;nbsp;คุมเข้มเรื่องการจัดการความเร็วในชุมชน หน้าตลาดและหน้าโรงเรียน โดยติดตั้งป้ายจำกัดความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. &amp;nbsp;ตีเส้นชะลอความเร็ว ซึ่งได้ผลสามารถที่จะชะลอความเร็วของรถที่ผ่านเส้นทางนั้นลงได้ ทำให้อุบัติเหตุจากความเร็วของตำบลลดลงจากเดิมอย่างมาก &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุดใจ &amp;nbsp; มอนไข่ &amp;nbsp;ผอ.รพ.สต.ตำบลวังน้ำเขียว &amp;nbsp;อ.กำแพงเสน จ.นครปฐม กล่าวเสริมว่า การมีส่วนร่วมของ รพ.สต.ในการทำงาน RTI &amp;nbsp;คือ ร่วมประชุมกำหนดทิศทาง &amp;nbsp;เก็บข้อมูล นำเสนอข้อมูล ร่วมวางแผนการขับเคลื่อน ติดตาม ประเมินผล &amp;nbsp;เกิดคณะทำงานรวบรวมข้อมูล &amp;nbsp; ใช้ประโยชน์จากข้อมูลนำมาวิเคราะห์และวางแผนแก้ไขปัญหา โดยสถิติการเกิดอุบัติเหตุในตำบลวังน้ำเขียวปี 2554-2561 พบว่า ปี 2560 เกิดเหตุ 40 กว่าครั้ง ปี 2561 ลดลงเหลือประมาณ 10 กว่าครั้ง มีเสียชีวิต 6 &amp;nbsp;คน และ ปี 2561 &amp;nbsp;ไม่มีผู้เสียชีวิต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24753</URL_LINK>
                <HASHTAG>low speed ปีใหม่กลับบ้านปลอดภัย, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมคุณภาพ (สสส.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181221/image_big_5c1c9a21f1f90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
