<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลดล็อก LTV หนุน &quot;อสังหาริมทรัพย์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;การผ่อนปรนเกณฑ์มาตรการ LTV จะเป็นผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยให้กับผู้ซื้อ รวมถึงช่วยเพิ่มกำลังซื้อในการใช้จ่ายสินค้าเพื่อการอยู่อาศัย อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัย สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือการตลาดในการกระตุ้นและปิดยอดการขายในระยะข้างหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา &amp;ldquo;ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)&amp;rdquo; ได้ออกแนวทางการปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (LTV) เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น แต่ยังอยู่บนพื้นฐานและมาตรการในการดูแลการเก็งกำไร รวมทั้งส่งเสริมการออมของประชาชน โดยมาตรการ LTV ที่ปรับปรุงใหม่ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ เกณฑ์ของมาตรการ LTV ที่ปรับปรุงใหม่ ได้แก่ การกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท แม้ว่ายังคงเพดาน LTV ไว้ที่ 100% สำหรับสินเชื่อบ้าน หรือกู้ได้เต็มมูลค่าหลักประกัน แต่ในครั้งนี้ ธปท.ได้เปิดช่องให้ผู้กู้สามารถกู้เพิ่มเติมได้อีก 10% ของมูลค่าหลักประกัน สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเข้าอยู่อาศัยจริง อาทิ การซื้อเฟอร์นิเจอร์ การตกแต่งบ้าน และการซ่อมแซมหรือต่อเติม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้ง ธปท.ยังกำหนดให้ปรับลดการวางเงินดาวน์น้อยลงจาก 20% เป็น 10% สำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของการตกแต่งบ้านหรือต่อเติม และการซื้อเฟอร์นิเจอร์เช่นเดียวกับบ้านที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่แนวทางในการดูแลผู้ที่จำเป็นต้องมีบ้าน 2 หลัง ซึ่งมีวินัยในการผ่อนชำระหนี้สัญญาที่ 1 ให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และยังคงส่งเสริมให้มีการออมก่อนกู้นั้น ธปท.ได้ผ่อนเกณฑ์ให้การกู้ซื้อบ้านสัญญาที่ 2 ที่มีราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท โดยจะลดการวางเงินดาวน์จากเดิม 20 เหลือ 10% หากผ่อนชำระสัญญาที่ 1 มาแล้วอย่างน้อย 2 ปี จากเดิมที่กำหนดให้ต้องผ่อนชำระมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี ส่วนการซื้อบ้านสัญญาที่ 3 ยังต้องมีการวางเงินดาวน์ 30% ซึ่งการปรับ LTV ยังคงเป้าหมายผู้ซื้อบ้านหลังแรกไม่ได้รับผลกระทบ การป้องกันการเก็งกำไรเพื่อไม่ให้เกิดฟองสบู่ และกำกับดูแลสถาบันการเงินไม่มีการปล่อยกู้มีเงินทอน หรือปล่อยกู้มากกว่าราคาบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ธปท.ได้ปรับหลักเกณฑ์เงินกองทุนที่ต้องดำรงสำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และการกู้สร้างบ้านบนที่ดินปลอดภาระ เพื่อสนับสนุนให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้กู้กลุ่มดังกล่าวมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;รณดล นุ่มนนท์&amp;rdquo; รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธปท. ระบุว่า เป็นการปรับปรุงหลักเกณฑ์เท่านั้น เพราะขณะนี้ยังไม่เหมาะสมที่จะพิจารณายกเลิกเพดาน LTV สำหรับการกู้เพื่อซื้อบ้านในสัญญาที่ 2 เนื่องจากข้อมูลยังพบว่ามากกว่าครึ่งของผู้กู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 &amp;nbsp;พร้อมกัน และมีระยะห่างระหว่างการกู้สัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 2 ไม่ถึง 1 ปี ยังเป็นการกู้เพื่อเก็งกำไรมากกว่าการอยู่อาศัยจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ธปท.ยังคงยืนยันว่ามาตรการ LTV ที่ได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลกระทบกับผู้ซื้อบ้านหลังแรกแต่อย่างใด &amp;nbsp;สะท้อนจากตัวเลขในช่วง 11 เดือนของปี 2562 สัญญาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ขยายตัวได้ 10.8% โดยสินเชื่อบ้านแนวราบขยายตัว 17.8% บ้านสัญญาที่ 1 โตได้ 5.6% ขณะที่สินเชื่อคอนโดมิเนียมขยายตัวติดลบ 31.6% เนื่องจากที่ผ่านมามีการเก็งกำไร ซึ่งทำให้คอนโดมิเนียมมีการปรับลดลง เป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยจริงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ผู้ประกอบการภาคอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่ยังมองว่าการปรับเกณฑ์ครั้งนี้ยังไม่ได้เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพเพียงพอในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะช่วยผ่อนคลายความกังวลได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา เป็นที่ทราบกันดีว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ยืนยันว่าได้รับผลกระทบจากการใช้มาตรการ LTV ที่เข้มข้นในช่วงแรก ส่งผลต่อยอดขาย และท้ายที่สุดกลายเป็นสต๊อกที่อยู่อาศัยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการต่างๆ ทั้งลด แลก แจก แถม เพื่อช่วยระบายสต๊อกที่อยู่อาศัยที่ยังตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;พชรพจน์ นันทรามาศ&amp;rdquo; ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า การผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ของ ธปท.นั้น เชื่อว่าจะส่งผลดีกับการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยในสัญญาที่ 2 ที่คาดว่าจะมีโอกาสกลับมาเป็นบวกได้ประมาณ 2% จากในปี 2563 ธนาคารคาดว่าการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยสัญญาที่ 2 จะลดลง -14% จากปีก่อนลดลง -17% และจะเป็นปัจจัยบวกต่อคอนโดมิเนียมในปีนี้ ที่มองกันว่าจะกลับมาเติบโตได้ 4-5% จากปีก่อน -11%&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่อีกมุมที่ยังมองว่า จะยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงกดดันภาคอสังหาริมทรัพย์ไทยต่อไป นั่นคือ &amp;ldquo;ค่าเงินบาท&amp;rdquo; ที่ยังคงมีทิศทางแข็งค่าขึ้น อาจเป็นเหตุผลให้กลุ่มลูกค้าต่างชาติชะลอการซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะลูกค้าชาวจีน ที่เริ่มเห็นสัดส่วนการซื้อคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ช่วงสิ้นปีก่อนเหลือ 8% จากต้นปีที่ 11% และหากค่าเงินบาทในปีนี้ต่ำกว่า 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะยิ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อการซื้อของลูกค้าชาวต่างชาติให้ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และอาจทำให้สัดส่วนกลุ่มลูกค้าชาวจีนลดลงต่ำกว่า 8% ได้ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&amp;rdquo; ได้ออกบทวิเคราะห์เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า การผ่อนปรนเกณฑ์มาตรการ LTV จะเป็นผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยให้กับผู้ซื้อ รวมถึงช่วยเพิ่มกำลังซื้อในการใช้จ่ายสินค้าเพื่อการอยู่อาศัย อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัย สามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือการตลาดในการกระตุ้นและปิดยอดการขายในระยะข้างหน้าได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยจะต้องผ่านการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้ขอสินเชื่อ ภาระหนี้ครัวเรือน และภาวะรายได้และการมีงานทำด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งยังมีปัจจัยหนุนจากมาตรการลดค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยที่ภาครัฐได้ออกไปเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยกสิกรไทย&amp;rdquo; ยังคาดว่าการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2563 น่าจะยังมีโอกาสหดตัวประมาณ 1.2%-2.9% จากปี 2562 หรือมีจำนวนประมาณ 1.09-1.11 แสนหน่วย ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1.84-1.89 แสนหน่วย หรือหดตัว 2.2-4.8% จากปี 2562 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการซื้อขายของชาวต่างชาติที่ชะลอตัวลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่สถาบันการเงินของรัฐ อย่าง &amp;ldquo;ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)&amp;rdquo; โดย ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ มองว่า การผ่อนปรนเกณฑ์มาตรการ LTV จะทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับผู้มีรายได้น้อยได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลดีทั้งผู้ขอกู้สามารถกู้ได้ถึง 110% ของราคาซื้อขายจริง จากเดิมได้ 90-95% เท่านั้น ขณะเดียวกันก็เป็นผลดีกับธนาคารปล่อยสินเชื่อมีรายได้และกำไรมากขึ้น สามารถนำไปลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้าได้เพิ่มอีก ทำให้คาดว่าในปี 2563 จะปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.09 แสนล้านบาท และเมื่อรวมกับปัจจัยเสริมที่ ธปท.ผ่อนผันมาตรการ LTV จะส่งผลให้สินเชื่อของธนาคารขยายตัวเพิ่มขึ้น 5-10%. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55412</URL_LINK>
                <HASHTAG>LTV, ฉัตรชัย ศิริไล, พชรพจน์ นันทรามาศ, รณดล นุ่มนนท์, อีโคโฟกัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200124/image_big_5e2ad15e95246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2020 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/01/2020 09:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธอส.” จ่อขายสลาก5หมื่นล้านชี้คลายเกณฑ์LTVหนุนปล่อยกู้!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ม.ค. 2563 นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารจะออกสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้มีรายได้น้อย จากการออกสลากออมทรัพย์ ธอส. หน่วยละ 5 หมื่นบาท วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ในเดือน ก.พ. 2563 ซึ่งต้นทุนต่ำ ทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;จากที่ผ่านมา ธนาคารได้ออกสลากออมทรัพย์ ธอส. หน่วยละ 1 ล้านบาท ระดมเงินทุนได้ 2.7 หมื่นล้านบาท เพื่อปล่อยสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ 2.77% โดยมีคนขอสินเชื่อมากถึง 3 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับการระดมทุนด้วยการออกสลากออมทรัพย์รอบใหม่ วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ธนาคารจะพิจารณาดูว่าจะปล่อยสินเชื่อให้ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิม 2.77% ได้เท่าไร แต่คงไม่ต่ำกว่า 2.5%&amp;quot; นายฉัตรชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฉัตรชัย กล่าวอีกว่า หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนผันมาตรการ LTV ทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้กับผู้มีรายได้น้อยได้มากขึ้น ซึ่งส่งผลดีทั้งผู้ขอกู้สามารถกู้ได้ถึง 110% ของราคาซื้อขายจริง จากเดิมได้ 90-95% เท่านั้น ขณะเดียวกันก็เป็นผลดีกับธนาคารปล่อยสินเชื่อมีรายได้และกำไรมากขึ้น สามารถนำไปลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับลูกค้าได้เพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่าปี 2563 จะปล่อยสินเชื่อได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.09 แสนล้านบาท และเมื่อรวมกับปัจจัยเสริมที่ ธปท. ผ่อนผันมาตรการ LTV จะส่งผลให้สินเชื่อของธนาคารขยายตัวเพิ่มขึ้น 5-10% ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าจะปล่อยสินเชื่อได้เกินกว่าเป้าหมายปี 2562 ที่ผ่านมา ที่เป้าปล่อยสินเชื่ออยู่ที่ 2.03 แสนล้านบาท แต่ปล่อยกู้ได้จริง 2.15 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการปล่อยสินเชื่อบ้านดีมีดาวน์ ณ วันที่ 21 ม.ค.2563 มียอดลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 9 หมื่นราย อนุมัติคืนเงินดาวน์รายละ 5 หมื่นบาทไปแล้ว 6 พันราย &amp;nbsp;ส่วนการปล่อยสินเชื่อตามมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ตามนโยบายของรัฐ อัตราดอกเบี้ย 2.5% ปัจจุบัน มีผู้ยื่นคำขอ 1.09 หมื่นราย คิดเป็นวงเงิน 2.11 หมื่นล้านบาท ซึ่งอนุมัติแล้ว 9.02 พันราย วงเงิน 1.67 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55208</URL_LINK>
                <HASHTAG>LTV, ฉัตรชัย ศิริไล, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), ออกสลากออมทรัพย์ ธอส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190608/image_big_5cfb14fcc2c38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธปท.”ผ่อนเกณฑ์LTV! ปลดล็อกคุมบ้านหลัง1-2</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ม.ค.2563 นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้ปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลการปล่อยสินเชื่อในภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยได้ผ่อนคลายหลักเกณฑ์ การกำหนดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันหรือ (Loan to Value: LTV) เพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ประชาชนกู้บ้านเพื่ออยู่อาศัยจริงได้ง่ายขึ้น และบนพื้นฐานของหลักการและวัตถุประสงค์ของการมีมาตรการในการดูแลการเก็งกำไรและส่งเสริมการออมของประชาชน ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แนวทางการผ่อนคลายหลักเกณฑ์ ดังกล่าว คือ ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นเจ้าของบ้านหลังแรกได้ง่ายขึ้นและช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเข้าอยู่อาศัย โดยในการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท แม้ว่ายังคงเพดาน LTV 100% สำหรับสินเชื่อบ้าน แต่ผู้กู้สามารถกู้พิ่มได้อีก 10% ของมูลค่าหลักประกันสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการเข้าอยู่อาศัยจริง เช่น การตกแต่งบ้าน การซ่อมแซมหรือต่อเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหนี้ส่วนนี้เมื่อกลายเป็นหนี้ที่มีบ้านเป็นหลักประกัน จะมีดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าการกู้แบบไม่มีหลักประกัน โดยยังกำหนดให้วางดาวน์น้อยลงจาก 20% เป็น 10% สำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่มีราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของการดูแลผู้ที่จำเป็นต้องมีบ้าน 2 หลังที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้สัญญาที่ 1 มาแล้วพอสมควรให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ขณะที่ยังคงส่งเสริมให้มีการออมก่อนกู้ โดยผ่อนเกณฑ์ให้การกู้ซื้อบ้านสัญญาที่ 2 ที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท ต้องมีเงินดาวน์ 10% หากผ่อนชำระสัญญาที่ 1 มาแล้วอย่างน้อย 2 ปี จากเดิมกำหนด 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การซื้อบ้านสัญญาที่ 3 ยังต้องมีการวางเงินดาวน์ 30% ซึ่งการปรับ LTV ยังคงเป้าหมายผู้ซื้อบ้านหลังแรกไม่ได้รับผลกระทบ การป้องกันการเก็งกำไรเพื่อไม่ให้เกิดฟองสบู่ และกำกับดูแลสถาบันการเงินไม่มีการปล่อยกู้มีเงินทอน หรือ ปล่อยกู้มากกว่าราคาบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังไม่เหมาะสมที่จะยกเลิกเพดาน LTV สำหรับการกู้ซื้อบ้านสัญญาที่ 2 เพราะพบข้อมูลว่า มากกว่าครึ่งของผู้กู้ที่ซื้ออาคารชุด 2 หลังพร้อมกันมีระยะห่างระหว่างการกู้สัญญาที่ 1 และสัญญาที่ 2 ไม่ถึง 1 ปี สะท้อนว่าเป็นการกู้เพื่อเก็งกำไรมากกว่าเพื่ออยู่อาศัยจริง&amp;rdquo; นายรณดล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรณดล กล่าวอีกว่า ธปท.ได้ปรับหลักเกณฑ์เงินกองทุนที่ต้องดำรงสำหรับการกู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาต่ำกว่า 10 ล้านบาท และการกู้สร้างบ้านบนที่ดินที่ปลอดภาระ เพื่อสนับสนุนให้สถาบันการเงินกล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้กู้กลุ่มดังกล่าวมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วง 11 เดือน ของปี 2562 สัญญาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ใหม่ขยายตัวได้ 10.8% โดยสินเชื่อบ้านแนวราบขยายตัว 17.8% บ้านสัญญาที่ 1 โตได้ 5.6% แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อบ้านหลังแรกไม่ได้ผลกระทบ ขณะที่สินเชื่อคอนโดมิเนียมขยายตัวติดลบ 31.6% เนื่องจากที่ผ่านมามีการเก็งกำไร ซึ่งทำให้คอนโดมิเนียมมีการปรับลดลง เป็นประโยชน์กับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเป็นที่อยู่อาศัยจริงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนของเสถียรภาพระบบการเงินไทยในปี 2562 นั้น ธปท. ระบุว่า ระบบการเงินไทยโดยรวมยังมีเสถียรภาพ แต่ความเสี่ยงในระบบการเงินยังอยู่ในระดับสูง จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทยที่ชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำนาน ซึ่งจะเอื้อต่อการสะสมความเปราะบางในด้านต่าง ๆ ได้แก่ 1. หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และความสามารถในการชำระหนี้ของภาคครัวเรือนและธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งมีแนวโน้มด้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจ 2. พฤติกรรมการแสวงหาผลตอบแทนสูงขึ้น (search for yield) จนอาจนำไปสู่การประเมินความเสี่ยงที่ต่ำเกินควร (underpricing of risks) โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยนักลงทุนบุคคลอาจไม่ได้รับข้อมูลความเสี่ยงอย่างครบถ้วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สหกรณ์ออมทรัพย์ขยายตัวต่อเนื่องและมีความเชื่อมโยงกันเองผ่านการรับฝากและปล่อยกู้ระหว่างกัน ซึ่งอาจเป็นข้อต่อในการส่งผ่านความเสี่ยงในระบบสหกรณ์ โดยเฉพาะจากสหกรณ์ออมทรัพย์กลุ่มที่ขาดสภาพคล่อง และ 4. ภาคอสังหาริมทรัพย์ หลังมาตรการLTV มีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย. ปี 2562 สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ยังขยายตัวได้โดยผู้กู้ซื้อบ้านหลังแรกไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่การเก็งกำไรชะลอลง และมาตรฐานการให้สินเชื่อรัดกุมขึ้น โดยเฉพาะการกู้ซื้อบ้านพร้อมกัน 2 หลังขึ้นไป โดยในระยะต่อไป ยังต้องติดตามภาวะอุปทานคงค้าง โดยเฉพาะอาคารชุดในบางพื้นที่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุปสงค์ต่างชาติ และมีอุปทานคงค้างสูงตั้งแต่ก่อนมาตรการ LTV&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55091</URL_LINK>
                <HASHTAG>LTV, ธปท., ผ่อนคลายเกณฑ์, รณดล นุ่มนนท์, รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180831/image_big_5b88e2c277b01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
