<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/11/2018 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/11/2018 01:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮุนไดชวนสื่อลองขับ เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด จัดกิจกรรมทดลองขับรถยนต์ ฮุนได เอช-วัน และแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ &amp;ldquo;The New Experience&amp;rdquo; ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย จากกระแสตอบรับลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในทุกๆปี ทำให้ฮุนไดเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนโฉมใหม่ครั้งแรกของฮุนได เอช-วัน และแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งยังคงคอนเซ็ปต์ความโมเดิร์นพรีเมียมและความสะดวกสบายในการใช้งานได้เหมือนเช่นเคย ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ ไม่ได้เป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์สำหรับครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย สามารถรองรับไลฟ์สไตล์การเดินทางได้ทุกรูปแบบ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่รถยนต์ทั้งสองรุ่นได้มอบให้ ไม่ว่าจะเป็นสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมัน ห้องโดยสารกว้างขวาง ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ทุกๆท่านจะได้สนุกสนานไปกับการเดินทางในแบบ ชิคๆ&amp;nbsp; อินเทรนด์ ใช้ชีวิตไลฟ์สไตล์ในทุกๆวันได้อย่างเต็มที่&amp;nbsp; ซึ่งฮุนไดมีความมุ่งมั่นที่จะเติมเต็มการใช้ชีวิตแบบไลฟ์สไตล์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมในครั้งนี้ฮุนไดพาสื่อมวลชน เยี่ยมชมและเรียนรู้วัฒนธรรมจีนในย่านไชน่าทาวน์ เริ่มออกเดินทางจากฮุนไดสำนักงานใหญ่วิภาวดี มุ่งหน้าสู่จุดหมายแรก &amp;ldquo;วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร&amp;rdquo; มีชื่อเดิม &amp;ldquo;วัดสามจีน&amp;rdquo; ซึ่งเข้าใจว่าชาวจีน 3 คนร่วมกันสร้างขึ้น&amp;nbsp; ไหว้พระขอพร &amp;ldquo;พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;หลวงพ่อทองคำ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สร้างจากทองคำบริสุทธิ์ที่มีน้ำหนักกว่า 5 ตัน และเยี่ยมชม &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตร&amp;rdquo; หรือ ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช ซึ่งเป็นศูนย์ประวัติศาสตร์ในการศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นมา ความเจริญรุ่งเรืองที่มีมาอย่างยาวนานของชุมชาวจีนย่านเยาวราช&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากไหว้พระทำบุญแล้ว แวะทานอาหารที่ &amp;ldquo;ภัตตาคารตั้งใจอยู่&amp;rdquo; สาขาเยาวราช เป็นร้านอาหารจีนเก่าแก่ ที่ถือเป็นตำนานอาหารจีน อยู่คู่เยาวราชมานานกว่า 80 ปี&amp;nbsp; อิ่มอร่อยกับเมนูเด็ดกันแล้ว เดินทางต่อไปทำกิจกรรม ณ ร้าน &amp;ldquo;ชะตา คาเฟ่&amp;rdquo;&amp;nbsp; เป็นร้านกาแฟเรือนกระจกสุดชิคที่ตั้งอยู่ใน โรงแรม Bann 2459 Heritage Boutique Hotel บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2459 ซึ่งเป็นระยะเวลานานกว่า100 ปีแล้ว อาคารหลักเป็นโครงสร้างที่ได้รับอิทธิพลแบบโคโรเนียล สร้างขึ้นช่วงรัชกาลที่ 6 โดยในสมัยนั้น เจ้าของบ้านคือชาวมุสลิมที่อาศัยร่วมกันกับชาวจีนในย่านนี้ สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่ผสมผสานและอยู่ด้วยกันอย่างสันติ หลังจากที่ได้มีการตกแต่งของสถานที่นี้ใหม่แต่ยังคงศิลปะผสมผสานกับธรรมชาติรังสรรค์กันได้อย่างลงตัว มีความโมเดิร์นในแบบชิคๆ&amp;nbsp; สื่อมวลชนได้เปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการแต่งหน้าและใส่ชุดในแบบอุปรากรจีน ซึ่งบางท่านอาจไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน พร้อมมอบของที่ระลึกปฏิทินจีนที่มีภาพถ่ายเดี่ยวเฉพาะของแต่ละบุคคลในแบบอุปรากรจีนเป็นที่ระลึกสำหรับสื่อมวลชนทุกท่าน ตลอดทริปนี้ สื่อมวลชนได้สัมผัสรถยนต์อเนกประสงค์ทั้ง 2 รุ่น สัมผัสถึงสมรรถนะการขับขี่ ถึงแม้ทริปนี้จะเป็นการขับขี่ในเมือง ซึ่งมีรถยนต์และผู้คนบนถนนพลุกพล่าน แต่ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ ก็สามารถพาสื่อมวลชนไปยังที่หมายได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากรถมีความคล่องตัวสูง รัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.6 เมตร&amp;nbsp; พร้อมระบบ Smart View System ที่แสดงภาพในมุมมองแบบ 360 องศา ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยที่ดี่ในการขับขี่ สามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางรอบตัวรถได้อย่างชัดเจน ขับง่ายทั้งในเมืองและนอกเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮุนไดเอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ระบบระบายอากาศสำหรับที่นั่งผู้ขับขี่ สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ, พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทางพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง, ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ&amp;nbsp; สำหรับผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่ครบครัน ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงผ่านจอความละเอียดสูงขนาด 8 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wifi&amp;nbsp; ห้องโดยสารตอนหลังติดตั้งจอ LCD แบบคมชัดขนาด 13.3 นิ้ว ติดเพดานแบบพับไฟฟ้า (รุ่น แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ พรีเมียม, เอช-วัน เดอลุกซ์) และติดตั้งเคาน์เตอร์บันเทิงพร้อมจอ LCD ขนาด 22 นิ้ว ปรับขึ้น-ลง ด้วยระบบไฟฟ้า (รุ่น แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ วีไอพี)&amp;nbsp; การทดลองขับใน 1 วัน สื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ เดินทางไปสู่ทุกจุดหมายได้อย่างสมบูรณ์แบบ ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะที่ดีเยียม อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน และระบบความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้น สำหรับราคา The new H-1 Touring 1,329,000 บาท Elite 1,529,000 Deluxe 1,729,000 บาท ซึ่งผู้สนใจสามารถทดลองขับได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22630</URL_LINK>
                <HASHTAG>motoring, thaipost, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, ฮุนได, ฮุนไดเอช-วัน, แกรนด์ สตาร์เร็กซ์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf84c9d8bb2a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อัลฟ่าส์” น้ำมันเกียร์จากญี่ปุ่น ชวนดูแลรถใส่ใจป้องกันเกียร์พัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุรพงษ์ นิลเจิดสิริ ผู้จัดการทั่วไป แผนกการตลาด ออโต้ บิสซิเนส คอร์ปอเรชั่น ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย ALPHA&amp;rsquo;S ผลิตภัณฑ์น้ำมันเกียร์อัตโนมัติเกรดพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น จับมือ อาคเนย์ กิจตั้งจรัส ผู้จัดการศูนย์บริการรถยนต์ Energy Reform ราชพฤกษ์ จัดเวิร์คชอป &amp;ldquo;&amp;lsquo;อัลฟ่าส์ซัง&amp;rsquo; ชวนก๊วนคนรักรถ ดูแลรถ ดูแลเกียร์ ใจไม่เพลีย เกียร์ไม่พัง&amp;rdquo; ให้ความรู้การดูแลเกียร์รถยนต์อัตโนมัติ เพื่อยืดอายุการใช้งานและป้องกันปัญหาเกียร์พัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ALPHA&amp;rsquo;S น้ำมันเกียร์อัตโนมัติเกรดพรีเมียมจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ บริษัท ออโต้ บิสซิเนส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผุดแคมเปญรณรงค์ผู้บริโภคให้ตื่นตัวดูแลเกียร์อย่างถูกวิธี ป้องกันเกียร์พังก่อน และยืดอายุการใช้งานของเกียร์ กับกิจกรรมเวิร์คชอป &amp;ldquo;&amp;lsquo;อัลฟ่าส์ซัง&amp;rsquo; ชวนก๊วนคนรักรถ ดูแลรถ ดูแลเกียร์ ใจไม่เพลีย เกียร์ไม่พัง&amp;rdquo; ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลเกียร์รถยนต์อัตโนมัติ พร้อมสังเกตอาการผิดปกติของรถยนต์และความสำคัญของพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์เกียร์อัตโนมัติที่ถูกต้อง เพื่อยืดอายุเกียร์รถยนต์อัตโนมัติ ป้องกันปัญหาเกียร์พัง ยกเกียร์ลูกใหม่ราคาหลักแสน จับมือ Energy Reform ราชพฤกษ์ ร่วมรณรงค์ดูแลรถ ดูแลเกียร์ จากกระแสปัญหาเกียร์พังในผู้บริโภคบางกลุ่ม เนื่องจากไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเกียร์เพราะเข้าใจว่าไม่ต้องเปลี่ยนตลอดอายุการใช้งานตามที่แบรนด์รถระบุ แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมของการขับขี่จริงที่แตกต่างกัน มีผลต่อระบบการทำงานภายในห้องเกียร์ ก่อให้เกิดปัญหาเกียร์เสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร เสียเงินค่าซ่อมหลักหมื่นหลักแสนบาทภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ทั้งที่ ตามปกติแล้วเกียร์อัตโนมัติ หากใช้งานทั่วไปตามปกติ มีอายุการใช้งานได้ถึง 10-20 ปี หรือมากกว่า 300,000 กิโลเมตร อีกทั้ง หลายท่านอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าเกียร์อัตโนมัติมีอายุการใช้งานจำกัด ต้องดูแลรักษาและใช้งานอย่างถูกวิธี เพื่อยืดอายุการใช้งานในระยะยาว โดยผลการสำรวจพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์เกียร์อัตโนมัติจากกลุ่มตัวอย่าง* พบว่า กว่า 70% ของผู้ใช้รถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ไม่ทราบว่าพฤติกรรมการขับขี่รถยนต์ของตนเป็นพฤติกรรมที่ผิด ส่งผลให้เกียร์พังก่อนอายุการใช้งาน อีกทั้งยังไม่ทราบว่ารถของตนมีอาการผิดปกติ เริ่มมีปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการอย่างไรที่ส่อเค้าเกียร์รถมีปัญหา เบื้องต้นสังเกตได้จากเสียง, สัมผัสการสั่นสะเทือนของรถ หรือแม้แต่สมรรถนะการขับขี่ของรถยนต์ที่ผิดแปลกออกไปจากเดิม เกียร์รถที่ก็เช่นเดียวกัน อาทิ เมื่อสตาร์ทรถในช่วงเช้า นับ 1-10 รถยังไม่วิ่ง หรือรอบเครื่องรถเร่งขึ้นสูง แต่รถไม่สามารถออกตัวได้ เหล่านี้อาจเป็นปัญหา &amp;quot;เกียร์ลื่น&amp;quot;, &amp;ldquo;เกียร์กระตุก&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เกียร์กระชาก&amp;rdquo; ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้ โดยเฉพาะขณะขับขี่ พยายามเร่งแซง แต่รถไม่มีกำลังส่ง ทำให้เหยียบแซงไม่พ้น เกิดอุบัติเหตุประสานงา หรือบางกรณีถอยรถเข้าบ้านหรือออกตัว เมื่อรถไม่ไป จึงออกแรงกดคันเร่งเต็มที่ เมื่อมีแรงส่งจากเกียร์ที่เริ่มทำงานช้า ทำให้รถพุ่งชน ตัวอย่างอาการเหล่านี้ หากยังละเลย ขาดการดูแล สะสมปัญหาจนสุดท้าย อาจถึงขั้นผ่าเกียร์โอเวอร์ฮอล ไล่เช็คทั้งระบบ หนักที่สุดคือการเสียเงินแสนเปลี่ยนเกียร์ใหม่ ต้องดูแลอย่างไรให้รถใช้ได้เป็น 10 ปี แต่เกียร์ยังสภาพดี &amp;ldquo;ถนอมรถ ถนอมเกียร์ ขับขี่ถูกวิธี ดูแลสม่ำเสมอ&amp;rdquo; ไม่ว่าจะเป็นการไม่คิกดาวน์ หรือเชนเกียร์บ่อยเกินความจำเป็น เจอทางลาดต้องใช้เบรกมือช่วย เพื่อเบาแรงสลักเกียร์ หมั่นเข้าเกียร์ N เมื่อรถติดนาน ๆ อีกทั้งไม่ขับลากเกียร์และเปลี่ยนเกียร์ให้สัมพันธ์กับความเร็ว รวมถึงไม่เปลี่ยนเกียร์จาก D ไป R เร็วเกินไป โดยก่อนจะเข้าเกียร์ต้องเหยียบเบรกก่อนเสมอ และไม่ถอยหลังแล้วเดินหน้าทันที เพราะจะทำให้เกิดแรงที่หมุนสวนทางกันอย่างรุนแรง ซึ่งการขับขี่รถอย่างถูกวิธีนั้นมีส่วนช่วยลดความเสียหายต่อชุดเกียร์ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การถนอมเกียร์วิธีที่ง่ายที่สุด คือ การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์ ที่ได้ &amp;ldquo;เกรด&amp;rdquo; และ &amp;quot;มาตรฐาน&amp;quot; รองรับการใช้งานของระบบเกียร์รถ และต้องดู &amp;ldquo;เบอร์น้ำมันเกียร์ให้ตรงกับคู่มือรถ หรือเลือกน้ำมันเกียร์ที่ทดแทนน้ำมันเกียร์เดิมของรถได้&amp;quot; (บางกรณีสามารถเช็คเบอร์น้ำมันเกียร์ได้จากก้านวัดน้ำมันเกียร์ที่มีสลักไว้) โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนน้ำมันเกียร์เฉพาะให้ตรงกับยี่ห้อรถยนต์ก็ได้ และแนะนำให้เปลี่ยนทุก ๆ 20,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปี เพื่อประสิทธิภาพที่ดี โดยปกติอายุของน้ำมันเกียร์ทุกยี่ห้อ มีกำหนดไว้ที่ระยะครบ 40,000 กิโลเมตร ดังนั้น ศูนย์รถแต่ละยี่ห้อ จึงแนะนำให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ทุก 40,000 กิโลเมตร แต่ด้วยสภาพการจราจรที่ติดขัด การขับขี่จะต้องมีการเปลี่ยนเกียร์ที่มากกว่าปกติ เกียร์ทำงานเยอะขึ้น การสึกหรอมากขึ้น ก่อให้เกิดผงคลัทช์, เศษเหล็กหรือสิ่งสกปรกอื่นๆ ไปปะปนกับน้ำมันเกียร์ ทำให้น้ำมันเกียร์มีประสิทธิภาพและคุณสมบัติลดลง การสังเกตคุณภาพของน้ำมันเกียร์ ดูได้จากสี ความใส ฟองน้ำมันและตะกอนที่ปะปนมากับน้ำมัน ซึ่งสามารถตรวจดูได้พร้อมกันกับตอนที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเปลี่ยนน้ำมันเกียร์มี 2 แบบ ได้แก่ 1.การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์แบบปกติ ใช้วิธีขันน็อตถ่าย 2.แบบเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ทั้งระบบ หรือเรียกว่า &amp;ldquo;การฟอกเกียร์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;เปลี่ยนถ่ายทั้งระบบ&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ฟลัชชิ่งเกียร์&amp;rdquo; สำหรับอู่ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจนได้รับเลือกเป็น ALPHA&amp;rsquo;S Partner จะมีบริการเครื่องฟอกเกียร์ที่มีระบบตรวจวัดและเปรียบเทียบแสดงให้เห็นถึงน้ำมันเกียร์เก่าและน้ำมันเกียร์ใหม่เปรียบเทียบ อีกทั้งยังเป็นเครื่องฟอกเกียร์รุ่นใหม่ที่สามารถฟอกเกียร์ CVT ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ยังมีการจัดเวิร์คชอป พร้อมศึกษาวิธีดูแลรักษารถรักษาเกียร์เพิ่มเติม และแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องรถกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิครถยนต์และเกียร์โดยเฉพาะ พร้อมลุ้นรับสิทธิ์เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ ฟรี! กับแคมเปญเวิร์คชอป &amp;ldquo;&amp;lsquo;อัลฟ่าส์ซัง&amp;rsquo; ชวนก๊วนคนรักรถ ดูแลรถ ดูแลเกียร์ ใจไม่เพลีย เกียร์ไม่พัง&amp;rdquo; สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่ https://goo.gl/forms/i6HgOrNKpjXtIe5A2 รับสิทธิ์จำนวนจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20567</URL_LINK>
                <HASHTAG>ALPHA’S, motoring, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, น้ำมันเกียร์, ฟลัชชิ่งเกียร์, ยานยนต์ไทยยนต์, อัลฟ่าส์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcf59470e8ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20566</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดประสบการณ์ใหม่สุดเร้าใจ กับ อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ เอ็กซ์-สไตล์ เพรส ทริป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พาสื่อมวลชนเปิดประสบการณ์ใหม่สุดเร้าใจใน 1 วัน กับ &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ขีดสุดของสมรรถนะกับนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ตอบสนองแนวคิด &amp;ldquo;The X-Spirit Outburst&amp;rdquo; แรงสุดขีด...เต็มสปีดพันธุ์เอ็กซ์ กับกิจกรรม &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ เอ็กซ์-สไตล์ เพรส ทริป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;nbsp; เพื่อคนสายพันธุ์สปอร์ต ภายนอกโดดเด่น สะกดทุกสายตา พร้อมความสปอร์ตเหนือชั้นด้วยดีไซน์ภายในสีดำ-แดง ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับ &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; รุ่น Speed เพื่อเติมเต็มจิตวิญญาณ&amp;nbsp; เรซซิ่งให้แรงถึงขีดสุด สู่อีกระดับของขุมพลังสปอร์ตที่ไร้ขีดจำกัด และ &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; รุ่น Hi-Lander เท่อย่างมีสไตล์ผสานกับความหรูหรา สะท้อนตัวตนแบบสปอร์ตพรีเมี่ยมอย่างลงตัว โดยเริ่มออกสตาร์ทจากบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด สู่จุดหมายแรก ที่ LINE VILLAGE The Digital Adventure สวนสนุกในร่มแห่งแรกของโลกไลน์เฟรนด์ ตั้งอยู่ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน ด้านในมีการตกแต่งห้องต่าง ๆ&amp;nbsp; ให้เป็นสถานที่สำหรับเดินเล่น ถ่ายรูป และเล่นเกมส์ในระบบดิจิตอลที่กระจายอยู่ตามโซนต่าง ๆ โดยมี ไฮไลท์อยู่ที่ 6 บ้านของ Line Character สุดฮิต ได้แก่ ห้อง Brown, Cony, Moon, James, Boss และซุปตาร์ตัวใหม่ของครอบครัว ได้แก่ Choco น้องสาวแท้ ๆ ของ Brown&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากสนุกกับโลกของไลน์เฟรนด์กันแล้ว ก็ได้เวลาเช็คอินกันที่ร้าน JJANG Authentic Korean Cuisine (จาง ออเทนติก โคเรียน คูซีน) ร้านอาหารเกาหลี ที่สยามสแควร์ บรรยากาศของร้านได้รับการตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นกึ่งลอฟท์ ผสานความทันสมัยเข้ากับสีปูนดิบ เท่อย่างมีสไตล์ ในส่วนของเมนูอาหารนั้น เป็นสูตรอาหารจากเกาหลีแท้ ๆ ตั้งแต่วัตถุดิบไปถึงกรรมวิธีในการปรุงให้มีรสชาติให้จัดจ้านถูกปากคนไทยมากขึ้น แต่ก็ยังคงรสชาติต้นตำรับเหมือนเดิม โดยมีเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน นั่นคือ JJIM DAK ไก่ตุ๋นซีอิ๊วผัดวุ้นเส้นเกาหลี ซึ่งทางเชฟได้นำเนื้อไก่ไปหมักกับซอสสูตรพิเศษนานถึง 12 ชั่วโมง ทำให้ได้รสชาติเข้มข้น หรือจะเป็น TOPOKKI เค้กข้าวแบบฉบับของเกาหลี ใส่ซอสสูตรเด็ดจากเกาหลี เพิ่มท็อปปิ้งด้วย อาหารทะเล ไข่ ผักนานาชนิด และเส้นมาม่า นำมาเสิร์ฟในรูปแบบของหม้อไฟ รสชาติกลมกล่อมเหมือนอิมพอร์ตมาจากเกาหลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเดินทางต่อด้วย &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; ไปสัมผัสประสบการณ์การผจญภัยครั้งใหม่ โดยมีจุดหมายต่อไปที่ SUP Station Thailand (เอสยูพี สเตชั่น ไทยแลนด์) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตำบลบางหลวง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี โดยอีซูซุได้ชวนสื่อมวลชนมาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย กับกีฬาที่เรียกว่า SUP (อ่านว่า ซัพ หรือ เอสยูพี) ย่อมาจากคำว่า Stand Up Paddle ซึ่งเป็นกีฬาทางน้ำที่ได้รับความนิยมที่ให้ประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง สร้างสมาธิ สร้างความยืดหยุ่น และการทรงตัว รวมถึงสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เล่นอยู่ไม่น้อย สำหรับกีฬา SUP นั้น คล้ายกับการเล่น Surf แต่ต่างกันตรงที่ SUP เป็นการยืนพายบนแผ่นบอร์ดด้วยไม้พาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินทางไปถึงสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ การลงทะเบียนผู้เข้าใช้บริการเพื่อรับทราบเงื่อนไข และข้อห้ามต่าง ๆ พร้อมทำความรู้จักกับอุปกรณ์ วิธีใช้งาน รวมถึงแนะนำวิธีการเล่นที่ถูกต้อง โดยเน้นถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยผู้ฝึกสอนของเราในครั้งนี้ คือ &amp;ldquo;พอลล์ บุณยะรัตเวช&amp;rdquo; อดีตนักกีฬาวินเซิร์ฟผู้หลงรักกีฬาทางน้ำ หลังจากเรียนรู้ทฤษฎีแล้ว ก็ถึงเวลาปฏิบัติ และหลังจากสนุกสนานกับการเล่น SUP Board แล้ว ก็เปลี่ยนกิจกรรมมาสนุกกับ Star Ship Board ซึ่งมีความเหมือนกับ SUP Board แต่มีขนาดใหญ่กว่า เพราะสามารถเล่นด้วยกันได้ถึง 8 คน โดยสื่อมวลชนจะต้องแทคทีมกันพายบอร์ดอย่างพร้อมเพรียง และแข่งขันกันว่าทีมใดจะเข้าเส้นชัยก่อนกัน สร้างเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มให้กับคนเล่น และคนดูได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดินได้เวลาปิดท้ายวันแห่งความสุข ด้วยการประทานอาหารค่ำกันที่ร้าน Quay Side Caf&amp;eacute; &amp;amp; Eatery ร้านอาหารภายใต้คอนเซ็ปท์ &amp;ldquo;อาหารอร่อย กับบรรยากาศสบาย ๆ ริมน้ำ&amp;rdquo; พร้อมดื่มด่ำกับรรยากาศ ร้านที่ได้รับการตกแต่งอาคารทั้งภายนอก และภายใน ในสไตล์ Minimal Loft ที่เน้นความโปร่งสบาย และชิลล์ไปกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนเดินทางกลับ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ เอ็กซ์-สไตล์ เพรส ทริป&amp;rdquo; จบลงด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะผ่านกิจกรรมในสไตล์เอ็กซ์ที่อีซูซุได้คัดสรรมามอบให้สื่อมวลชน พร้อมร่วมสัมผัสกับสมรรถนะของ &amp;ldquo;อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์&amp;rdquo; และการเดินทางแบบเอ็กซ์สไตล์ทริป ภายใต้นิยาม &amp;ldquo;The X-Spirit Outburst แรงสุดขีด...เต็มสปีดพันธุ์เอ็กซ์&amp;rdquo; ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20566</URL_LINK>
                <HASHTAG>isuzu, motoring, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, ยานยนต์ไทยยนต์, อีซูซุ, อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ เอ็กซ์-สไตล์ เพรส ทริป, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcf5631e6ad3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2018 23:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” อบรมเพิ่มทักษะให้นักศึกษา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการ &amp;ldquo;ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล&amp;rdquo; จัดอบรมฟรีให้แก่ นิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัยฯ ได้เรียนรู้วิธีแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน เพิ่มทักษะการขับขี่ ให้รอดพ้นจากอุบัติเหตุบนท้องถนน ฝึกปฏิบัติจริงกับรถยนต์ทุกประเภท โดยวิทยากรครูฝึกมืออาชีพระดับแนวหน้า&amp;nbsp; ของเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการโครงการ &amp;ldquo;ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล&amp;rdquo; และล่าสุดนักขับหญิงคนแรกของประเทศไทย และเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ที่สอบผ่านผู้ฝึกสอนการขับขี่ของ Certified BMW Instructor เผยว่า สาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนนที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินจํานวนมาก ส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ขับขี่ไม่มีทักษะ และประสบการณ์ในการควบคุมบังคับรถในสถานการณ์ฉุกเฉินอย่างเพียงพอ โครงการฯ มีจุดประสงค์เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และทำประโยชน์ให้สังคม โดยปีนี้ได้ไปจัดกิจกรรมโรดโชว์ชวนน้องๆ จากมหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เข้าอบรมเพื่อเพิ่มทักษะการขับขี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอบรมเน้นเทคนิคการสอนที่เข้าใจง่าย โดยมีวิทยากร ครูฝึกมืออาชีพ อาทิ สิรคุปต์ เมทะนี วุฒินันท์&amp;nbsp; สภาวสุ ปริตร แม้นเมฆ และเมฆสิทธิ วีระปรศุ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์อีกหลายท่านคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ภายในเวลา 1 วันของการอบรม แบ่งเป็นภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ที่สำคัญผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้การใช้รถยนต์ 3 แบบในการฝึก ขับเคลื่อนล้อหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง และขับเคลื่อน 4 ล้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการฯ ได้ปรับปรุงหลักสูตรให้เข้มข้นขึ้น โดยสถานีฝึกอบรมภาคปฏิบัติ แบ่งเป็น 3 สถานี คือ Oversteer - แก้ไขอาการรถหมุน Understeer and Emergency Brake - แก้ไขอาการหลุดโค้งและการเบรคฉุกเฉิน Lane Change/Elk Test &amp;ndash; การเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน เมื่อเจอสิ่งกีดขวาง และปิดท้ายด้วยการกิจกรรม Slalom และ Hot Lap เมื่อจบหลักสูตรผู้เข้ารับการอบรมยังได้รับประกาศนียบัตรจากโครงการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบุคลลทั่วไปที่สนใจเข้ารับการอบรมในปีนี้ยังมีอีก 2 ครั้ง คือ วันที่&amp;nbsp; 27 และ 28 ตุลาคม 2561 สอบถามตารางการอบรม และรายละเอียดค่าใช้จ่ายในการสมัครได้ที่ โทร.0-2641-8444 ต่อ 214&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20562</URL_LINK>
                <HASHTAG>motoring, thaipost, ข่าวรถไทยโพสต์, ข่าวไทยโพสต์, ชไมพร ปภัสร์พงษ์, ยานยนต์ไทยโพสต์, สื่อสากล, อบรมขับขี่, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181023/image_big_5bcf533e38e57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19510</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2018 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 23:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก ประหยัด ผสานเทคโนโลยีสุดล้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแสความต้องการรถไฟฟ้าในบ้านเราเป็นที่นิยมมากขึ้น ทำให้ค่ายรถเร่งพัฒนาและนำเทคโนโลยี ความล้ำหน้าใส่ไปในรถยนต์ของค่ายตนเอง ส่งผลให้มีการแข่งขันทางตลาด ย่อมเกิดผลดีต่อผู้บริโภค อย่างค่ายฮุนไดเองก็ไม่หยุดยั้ง พร้อมที่จะพัฒนาสินค้าของตัวเองให้มีศักยภาพ และมีเทคโนโลยีเพื่อให้รถยนต์ของตนเองเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก ได้มีการเปิดจองตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาซึ่งมียอดจองราว 10 คัน แต่ฮุนไดเองได้โควต้ารถมาเพียง 20 คัน ซึ่งคาดว่าขายหมดตามคาดหวัง โดยถ้าลูกค้าพลาดล็อตในปีนี้ต้องรอกันอีกทีในปีหน้า ซึ่งเมืองไทยนำรุ่นอีวี มาจำหน่ายเพียงรุ่นเดียวโดยภายในตกแต่งด้วยเบาะหนัง ฮุนได ไอออนิก นับเป็นรถยนต์รุ่นแรกของโลก ที่มีจำหน่ายในทั้ง 3 รูปแบบระบบขับเคลื่อนใน 1 รุ่น ได้แก่ ไฮบริด, ปลั๊กอิน ไฮบริด และอีวี จุดประสงค์คือ เป็นรถยนต์ที่มีมลพิษที่ต่ำที่สุด หรือปราศจากมลพิษ และนอกจากจะเป็นรถยนต์ที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมแล้ว ก็ยังคงไว้ซึ่งการออกแบบที่มีความสวยงาม ทันสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่, การเชื่อมต่อ และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายนอกออกแบบเน้นที่ปัจจัยหลัก 2 อย่าง คือ เทคโนโลยี และประสิทธิภาพ มีบุคลิกของความเป็นรถยนต์แห่งอนาคต รูปทรงตัวรถเป็นแบบรถแฮ็ทช์แบ็กทรงสปอร์ต มาพร้อมเส้นสายที่พลิ้วไหว รวมถึงการออกแบบตัวถังส่วนต่างๆเช่น ช่องดักลมที่ล้อคู่หน้า, สปอยเลอร์ด้านหลัง, ดิฟฟิวเซอร์ ชายล่างประตูทั้งสี่บาน แผ่นปิดใต้ท้องรถ รวมถึงล้ออัลลอย ทั้งหมดนี้ ทำให้อากาศสามารถไหลผ่านตัวรถได้อย่างสะดวก ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำเพียง 0.24 และยังรวมถึงการลดน้ำหนักตัวรถ ด้วยการเลือกใช้วัสดุที่มีน้ำหนักเบาอย่างอลูมิเนียมในการผลิตฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงท้าย ทำให้สามารถลดน้ำหนักลงไปได้ถึง 12.6 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเหล็กทั่วไป&amp;nbsp;โดยเป็รถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ดังนั้น กระจังหน้าจึงถูกออกแบบในลักษณะปิดทึบ เพราะไม่ต้องระบายความร้อนเครื่องยนต์ ไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน ไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED บริเวณชายกันชนด้านหน้าและด้านหลัง รวมทั้งชายประตูทั้ง 4 บาน ถูกตกแต่งด้วยสีทองแดง ที่สื่อถึงความเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในถูกออกแบบโดยเน้นถึงความเป็นรถแห่งอนาคต ด้วยแนวคิด &amp;lsquo;Purified High-Tech&amp;rsquo; เน้นความเรียบง่าย ลื่นไหล แต่มีความปราณีต และใช้งานง่าย เน้นการใช้วัสดุที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมที่น้อยที่สุด วัสดุภายใน เลือกใช้วัสดุจากธรรมชาติ เช่น ผ้าหลังคาและพรมที่มีส่วนผสมจากต้นอ้อย, สีพ่นตัวถังที่มีส่วนผสมของน้ำมันถั่วเหลือง , แผงประตูที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล ผสมกับผงไม้และหินจากภูเขาไฟ แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแรงและคุณภาพ นอกจากนี้ บริเวณช่องแอร์, คอนโซลกลาง, พวงมาลัย และเบาะนั่ง ถูกตกแต่งด้วยสีส้มทองแดง ซึ่งเป็นสีที่เปรียบเสมือนกระแสไฟฟ้าที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในรถยนต์ ได้แรงบันดาลใจจากทองแดงที่อยู่ในคอนดักเตอร์ของระบบไฟฟ้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อผู้ขับขี่ปลดล็อกรถด้วยระบบ Smart Entry ระบบ Welcome Function จะทำงาน ด้วยการสั่งให้ไฟหน้าและไฟท้ายส่องสว่าง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยขณะจอดรถในที่มืดหรือยามค่ำคืน และเมื่อผู้ขับขี่เปิดประตูรถ เบาะที่นั่งคนขับ จะปรับเลื่อนถอยหลังอัตโนมัติ เพื่อให้เข้าสู่ตำแหน่งที่นั่งขับขี่ได้อย่างสะดวกสบาย เบาะที่นั่งคนขับ ปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมที่ดันหลังแบบไฟฟ้า ช่วยลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่ นอกจากนี้ ยังมีระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคนขับ และผู้โดยสารตอนหน้าอีกด้วย ที่นั่งของผู้โดยสารตอนหน้า มีความโปร่งกว้างขวางเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบเกียร์ ถูกออกแบบให้เป็นแบบระบบปุ่มกด หรือ shift by wire ติดตั้งอยู่บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์เพียงปลายนิ้วสัมผัส นอกจากนี้ยังมีระบบเบรคมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold ที่ช่วยหยุดรถชั่วขณะในสภาพการจราจรติดขัด และระบบ wireless charging ที่สามารถชาร์จแบตเตอรีโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ เพียงวางโทรศัพท์บริเวณช่องชาร์จด้านซ้ายของปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์&amp;nbsp;ส่วนระบบความบันเทิง ควบคุมผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 5 นิ้ว ที่สามารถเลือกฟังก์ชันเพื่อความบันเทิงได้ตามต้องการ เช่น ระบบวิทยุ พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธ, ช่องต่อระบบ USB และ AUX&amp;nbsp;หน้าปัดแสดงการทำงานของระบบต่างๆบริเวณคนขับ เป็นหน้าปัดความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว แบบ TFT ที่แสดงข้อมูลพื้นฐานต่างๆของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็น ระยะทางที่สามารถวิ่งได้ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง, ระดับพลังงานของแบตเตอรี่ รวมถึงข้อมูลอื่นๆของตัวรถที่จำเป็น ซึ่งผู้ขับขี่ สามารถเลือกดูได้ผ่านปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย&amp;nbsp; หน้าปัดนี้ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้ ตามรูปแบบการขับขี่ โดยผู้ขับขี่ สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ ผ่านปุ่ม &amp;lsquo;drive mode&amp;rsquo; บริเวณคอนโซลกลาง ซึ่งมีให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal และ Sport&amp;nbsp;ในโหมด Eco หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ และแถบสีเขียวบริเวณตัวเลขความเร็ว พร้อมไฟแสดงสถานะโหมด Eco สีเขียว&amp;nbsp;ในโหมด Normal หน้าปัดจะแสดงมาตรวัดความเร็วในรูปแบบอนาล็อก เช่นเดียวกับมาตรวัดความเร็วแบบรถยนต์ปกติ จากแถบสีเขียวในโหมด Eco จะถูกเปลี่ยนเป็นแถบสีเทา และไม่มีไฟแสดงสถานะโหมด Normal&amp;nbsp;ในโหมด Sport หน้าปัดจะถูกเปลี่ยนจากมาตรวัดความเร็ว เป็นมาตรวัดแสดงสถานะกำลังการขับเคลื่อนของรถจาก 0 ถึง 100 เปอร์เซนต์ ในรูปแบบอนาล็อกพร้อมแถบสีแดง ตรงกลางจะแสดงความเร็วแบบตัวเลขดิจิตอล ที่จะถูกไล่ลำดับขึ้นไปตามความเร็วของรถยนต์&amp;nbsp;ระบบปรับอากาศภายในรถยนต์เป็นแบบ Dual Zone ที่เลือกปรับอุณหภูมิแยกอิสระสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และเพื่อการขับขี่ที่สะดวกสบาย ควบคู่กับการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริก ยังมีระบบปรับอากาศที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกให้ลม ออกจากช่องปรับอากาศเฉพาะผู้ขับขี่อย่างเดียวได้ เพียงกดปุ่ม &amp;lsquo;driver only&amp;rsquo; ที่บริเวณแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับระบบขับเคลื่อนของ ฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริกนั้น เป็นการขับเคลื่อนโดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าชนิดซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร ที่ให้พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า (88kW) แรงบิดสูงสุด 295 นิวตัน-เมตร เชื่อมต่อผ่านระบบเกียร์แบบ single-speed ที่สามารถเลือกตำแหน่งเกียร์ผ่านปุ่มกดบริเวณคอนโซลกลาง และสามารถพารถยนต์ไปที่ความเร็วสูงสุดที่ 165 กิโลเมตร/ชั่วโมง&amp;nbsp;แบตเตอรี่ที่ใช้สำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนนั้น เป็นแบตเตอรี่แบบลิเธียม-ไอออน โพลิเมอร์ ซึ่งมีประสิทธิภาพการชาร์จไฟที่ดี และมีหน่วยความจำรอบการชาร์จไฟที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบนิกเกิล เมทัล ไฮดราย สำหรับในฮุนได ไอออนิก อิเล็กทริกนั้น เป็นแบตเตอรี่ขนาด 28 kWh ที่สามารถวิ่งได้ระยะทางสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร ใช้เวลาในการชาร์จไฟแบบปกติอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 25 นาที โดยประมาณ และการชาร์จไฟแบบ quick charge ที่กำลังการชาร์จไฟขนาด 50 kW จะใช้เวลา30 นาที และ 23 นาทีโดยประมาณ ด้วยกำลังการชาร์จไฟขนาด 100 kW โดยแบตเตอรี่นี้ ถูกติดตั้งอยู่ใต้ที่นั่งของผู้โดยสารตอนหลัง แต่ยังคงไว้ซึ่งพื้นที่ที่สามารถบรรจุสัมภาระได้สูงสุดถึง 650 ลิตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไอออนิค มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดกับระบบ regenerative braking system ที่สามารถควบคุมได้ด้วยปุ่ม paddle shift บริเวณด้านหลังพวงมาลัย มีทั้งหมด 4 ระดับ โดยแต่ละระดับ จะเป็นระดับการนำพลังงานไฟฟ้ากลับเข้าสู่แบตเตอรี่จากมากไปน้อย เพียงผู้ขับขี่กดปุ่ม paddle shift รถยนต์จะลดความเร็วโดยอัตโนมัติ ระบบเบรกจะทำงานเพื่อให้ระบบ regenerative braking system ทำงาน และนำกระแสไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ เพื่อช่วยให้มีระยะทางการวิ่งที่ยาวขึ้น&amp;nbsp;ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท ผลิตจากอลูมิเนียม ช่วงล่างด้านหลังแบบทอร์ชันบีม ถูกปรับแต่งเพื่อให้มีการขับขี่ที่นุ่มนวล มั่นใจ และสะดวกสบาย ทั้งยังปลอดภัยในทุกการเดินทาง ด้วยระบบ Blind Spot Detection ที่จะทำหน้าที่ตรวจจับรถในจุดอับสายตาขณะขับขี่ โดยทำงานควบคู่กันกับระบบ Lane Change Assist ที่จะช่วยตรวจจับรถในเลนด้านข้างในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะเปลี่ยนเลน และยังทำงานร่วมกับระบบ Rear Cross Traffic Alert ในขณะที่ผู้ขับขี่กำลังจะถอยรถออกจากที่จอดรถ ระบบจะตรวจจับความเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ หรือคนเดินเท้า หากมีวัตถุเคลื่อนไหวบริเวณด้านหลังรถ ระบบจะแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เพื่อความปลอดภัยขณะถอยรถ&amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีระบบ Lane Departure Warning (LDW) โดยระบบ จะใช้กล้องที่อยู่บริเวณด้านบนตรงกลางของกระจกบังลมหน้า ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร หากรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ ให้นำรถกลับเข้าสู่ช่องจราจรเดิม ระบบ Lane Keeping Assist (LKA) ที่ใช้กล้องตัวเดียวกัน ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องการจราจร เมื่อรถกำลังเคลื่อนออกจากช่องจราจร ระบบจะสั่งการให้หักพวงมาลัยกลับมาในช่องจราจร และระบบ Smart Cruise Control (SCC) หรือระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ โดยระบบจะทำงานโดยใช้เรดาร์ที่อยู่บริเวณโลโก้บนกระจังหน้า ในการรักษาระดับความเร็วแบบแปรผัน ตามความเร็วของรถที่อยู่ด้านหน้า และผู้ขับขี่ ยังเลือกระดับการรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้าได้อีกด้วย เพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยขณะขับขี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบ Forward Collision Warning (FCW) ที่ช่วยเตือนผู้ขับขี่ หากผู้ขับขี่ ขับรถเข้าใกล้รถคันหน้ามากเกินไป และถ้าระบบตรวจพบว่าผู้ขับขี่ ไม่เหยียบเบรกเพื่อหยุดรถ ระบบจะส่งเสียงเพื่อเตือนผู้ขับขี่ เพื่อให้ผู้ขับขี่หยุดรถก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุ และระบบ Autonomous Emergency Braking System (AEB) ที่จะช่วยเบรกรถอัตโนมัติ ในกรณีที่ผู้ขับขี่ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองในขณะที่รถกำลังเข้าใกล้รถคันข้างหน้า หรือในกรณีที่คนเดินถนนเดินตัดผ่านหน้ารถในระยะกระชั้นชิด กล้องบริเวณด้านบนกระจกบังลมหน้า และเรดาร์บริเวณกระจังหน้า จะทำหน้าที่ตรวจจับวัตถุและคนเดินถนน และจะสั่งการให้รถหยุดโดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ&amp;nbsp;โดยฮุนได ไอออนิค อิเล็กทริก มีราคาจำหน่ายที่ 1,749,000 บาท ซึ่งนับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19510</URL_LINK>
                <HASHTAG>eco., motoring, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รถไฟฟ้า., ฮุนได, ฮุนไดมอเตอร์ส, ฮุนไดไอออนิก, ฮุนไดไอออนิกอิเล็กทริก, ไทยโพสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbcd34db6539.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 แก่โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร จังหวัดน่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.วิจารย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบระบบพัฒนาน้ำดื่มสะอาดพร้อมขุดบ่อบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในโครงการ &amp;ldquo;อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต&amp;rdquo; แห่งที่ 31 ณ โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีคุณบอย - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ซูเปอร์พรีเซนเตอร์อีซูซุร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต&amp;rdquo; ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน โดยเราได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทราบถึงปัญหาการขาดแคลน &amp;ldquo;น้ำดื่มสะอาด&amp;rdquo; และปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำสูงเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการจัดสร้างระบบน้ำดื่มแบบครบวงจรให้กับโรงเรียนต่างๆ ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนสารธรรมวิทยาแห่งนี้เป็นโรงเรียนลำดับที่ 31 ในโครงการฯ โดยทางโรงเรียนประสบปัญหาเรื่องน้ำมีปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาบริโภคได้ อีซูซุจึงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และทำการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดให้เป็นที่เรียบร้อย และในปีนี้กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงเตรียมการเพื่อส่งมอบโครงการ &amp;ldquo;อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต&amp;rdquo; ลำดับต่อๆ ไปให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำอย่างต่อเนื่องตามปณิธานที่มุ่งมั่นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร &amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 - &amp;nbsp;6 มีนักเรียน 170 คน ครูและบุคลากรในโรงเรียน 25 คน จากการสำรวจพบว่า แม้โรงเรียนจะห่างจากตัวเมืองเพียงแค่กว่า 30 กิโลเมตรแต่ก็ประสบปัญหาน้ำดื่มขาดแคลน &amp;nbsp;การจะนำน้ำมาบริโภคนั้นต้องใช้แหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น จากนั้นจึงนำมากรองด้วยเครื่องกรองน้ำมือสอง ซึ่งมักจะเสีย ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมากในการซ่อมแซม อีกทั้งในช่วงหน้าแล้ง โรงเรียนจำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มจากเอกชน &amp;nbsp;ส่วนชาวบ้านรวม 14 หมู่บ้าน กว่า 3,000 ครัวเรือน ต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุถัง ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนค่อนข้างสูง ดังนั้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีซูซุจึงได้ส่งทีมสนับสนุนลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสำรวจและวางแผนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการติดตั้งชุดอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลครบวงจร รวมถึงระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียน ครูและบุคลากรของโรงเรียน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการมีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำดื่มสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ กลุ่มอีซูซุยังมอบทุนสำหรับการพัฒนาโรงเรียนเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท &amp;nbsp;อีกด้วย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18782</URL_LINK>
                <HASHTAG>motoring, thaipost, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, อีซูซุให้น้ำ, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb194bb8fb99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18780</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 10:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่” ร่วมถ่ายทอดผ่านโชว์ฟินาเล่ “ELLE Fashion Week 2018”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;จากที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม &amp;ldquo;ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่&amp;rdquo; สู่งานออกแบบเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นพิเศษที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ เพื่อสะท้อนตัวตนของคุณได้มากกว่าที่เคย โดยดีไซเนอร์แบรนด์ HOOK&amp;rsquo;S &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผักกาด - ประภากาศ อังศุสิงห์&amp;rdquo; ผ่านโชว์ชุดฟินาเล่ &amp;ldquo;HOOK&amp;rsquo;S Presented by Honda HR-V&amp;rdquo; ในงาน Elle Fashion Week Fall/Winter 2018 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ภายใต้งานออกแบบที่งดงาม แฟชั่นดีไซเนอร์หลายคนทั้งไทยและต่างประเทศ ต่างรังสรรค์ผลงานที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากสิ่งที่พวกเขาได้พบเจอ เมื่อ &amp;ldquo;ผักกาด - ประภากาศ อังศุสิงห์&amp;rdquo; ดีไซเนอร์แบรนด์ HOOK&amp;rsquo;S ได้สัมผัสกับ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ รถยนต์สปอร์ตครอสโอเวอร์ที่มีความโดดเด่นในทุกมิติ คงไม่แปลกหาก &amp;ldquo;ผักกาด&amp;rdquo; จะใช้โอกาสนี้ นำจุดเด่นของฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าคอลเลคชั่นพิเศษ ที่ยังคงลายเซ็นของความเป็นแบรนด์ HOOK&amp;rsquo;S และผสมผสานความสปอร์ตของฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ออกมาได้อย่างลงตัว สำหรับโชว์ &amp;ldquo;HOOK&amp;rsquo;S Presented by Honda HR-V&amp;rdquo; เปิดตัวได้อย่างน่าตื่นเต้น เมื่อแสงที่ส่องสว่างวาบออกมาจากด้านหลังของเวทีที่ค่อย ๆ เปิดออก เป็นแสงที่มาจากไฟหน้า Full LED ของฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่ขับโดยนายแบบหนุ่มหล่อออกมายังกลางรันเวย์แฟชั่นโชว์จนสะกดทุกสายตาผู้ชมในทุกมุมมอง หลังจากนั้น เหล่านางแบบและนายแบบ ก็เดินตบเท้าออกมาอย่างสง่างาม เพื่อเผยให้ผู้ชมได้เห็นรายละเอียดของเสื้อผ้าคอลเลคชั่นพิเศษที่สะท้อนความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว และเลือกเล่นสนุกกับโทนสีแดงและสีดำบนเสื้อผ้าแต่ละชุด ล้อไปกับสีแดงแพสชั่น ซึ่งเป็นสีใหม่ ใน ฮอนด้า เอชอาร์-วี&amp;nbsp; ใหม่ รุ่น RS ที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับคอลเลคชั่นนี้ โดยมี พิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมชมโชว์และมอบดอกไม้เพื่อขอบคุณและแสดงความยินดีในตอนจบของแฟชั่นโชว์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ ที่เป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับคอลเลคชั่นพิเศษของแบรนด์ HOOK&amp;rsquo;S นั้น มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกที่เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวและภายในที่พรีเมียมมากขึ้น เสริมด้วยรุ่น RS และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) ยกระดับความพรีเมียมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่อันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน และระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ เป็นรถยนต์ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้คุณครอสชีวิตได้ครบทุกด้าน เพื่อค้นพบตัวตนของคุณที่เป็นได้มากกว่าที่เคย โดยสามารถทดลองขับเพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ ณ โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน &amp;ndash; 31 ตุลาคม 2561รับฟรีทันที บัตรของขวัญเทสโก้ โลตัส มูลค่า 200 บาท และสามารถถ่ายภาพที่โชว์รูม พร้อมเขียนความประทับใจสั้น ๆ จากกิจกรรมทดลองขับผ่านช่องทางออนไลน์ และติดแฮทช์แท็ก #HondaTestDrive โดยตั้งค่าแบบสาธารณะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลุ้นรับบัตรของขวัญในเครือโรงแรมเซ็นทารา มูลค่า 5,000 บาท จำนวน 30 รางวัล &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18780</URL_LINK>
                <HASHTAG>motoring, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว, เบนซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb192d55f67d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
