<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยุคของผู้บริโภคเลือกได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดูเหมือนจะเป็นปีที่ธุรกิจโรงภาพยนตร์มีลูกเล่นเยอะมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่กิจกรรมทางการตลาดที่อัดแน่นไปด้วยการทำโปรโมชั่น หรือหาพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้า โดยเฉพาะการซื้อตั๋วในราคาถูก รวมถึงการนำเอาเทคโนโลยีของจอหนังแปลกใหม่เข้ามาเพิ่ม และหากไม่นับรวมปัญหาการดูภาพยนตร์ในช่องทางที่ผิดกฎหมาย เศรษฐกิจของประเทศที่ยังติดปัญหาเรื่องกำลังซื้อบางกลุ่ม การมีแพลตฟอร์มออนไลน์ที่สามารถรับชมภาพยนตร์ได้สะดวกมากขึ้น กำลังจะทำให้คนเข้าโรงหนังน้อยลงหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาจเป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกไปดูภาพยนตร์ที่บ้านมากขึ้น แต่ถามว่าความรู้สึกและอรรถรสในการชมแตกต่างกันไหม ย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน การรับชมภาพยนตร์ที่บ้านก็อาจมีความส่วนตัวมากเป็นพิเศษ เมื่อเปรียบเทียบกับการต้องเข้าโรงภาพยนตร์ ซึ่งในบางครั้งต้องมาเจอกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คาดคิด จึงทำให้เสียอรรถรสไปบ้าง แต่การไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการพบปะเพื่อนฝูง หรือเป็นกิจกรรมของครอบครัว ที่แน่ๆ หนังจะมีความสดและใหม่มากกว่าการดูบนแพลตฟอร์มออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้เจ้าพ่อโรงหนังอย่าง &amp;ldquo;วิชา พูลวรลักษณ์&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมเจอร์ ซีนี เพล็กซ์ กรุ้ป แสดงความมั่นใจว่าการมีทางเลือกสำหรับดูหนังมากขึ้นอย่างบนช่องทางออนไลน์นั้น เห็นว่าการขยายโรงหนังในไทยยังมีโอกาสได้อีกมาก เนื่องจากยังมีดีมานด์หรือผู้ที่ชื่นชอบการดูภาพยนตร์ในโรงจำนวนมาก โดยลูกค้ากลุ่มดังกล่าวนิยมดูหนังในโรงมาตลอด และจะยังมีพฤติกรรมเป็นเช่นเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในยุคที่ใครๆ ก็เรียกว่า 4.0 การตลาดของเมเจอร์บนโลกโซเชียลมีเดียไม่ได้เน้นเพียงแค่นำคะแนนรีวิวหนังแต่ละเรื่องมาโพสต์บนเฟซบุ๊ก หรือแนะนำภาพยนตร์ธรรมดาๆ&amp;nbsp; เหมือนเดิม แต่หลายครั้งยังอิงกับสถานการณ์ปัจจุบันด้วย อย่างตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก คืนที่มีการแข่งขันระหว่างเยอรมันและเม็กซิโก ก็ได้ทำคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ว่า &amp;ldquo;6 ซุป&amp;#39;ตาร์แถวหน้าของฮอลลีวูดที่มีเชื้อสายเยอรมัน&amp;rdquo; นับเป็นการตลาดที่เกาะกระแสบอลโลกแบบเนียนๆ อีกช่องทางหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หนังบางเรื่องอาจมีกระแสตอบรับดีเยี่ยม เพราะเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่รอคอยมานาน ขณะเดียวกันหนังบางเรื่องอาจไม่ได้มีกระแสแรงมาก ถูกจำกัดโรงฉาย แต่ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยต้องการจะดูในฐานะเป็นเจ้าของโรงหนังที่กินมาร์เก็ตแชร์ของประเทศไทยอยู่มากโข เมเจอร์จะแก้ปัญหานี้อย่างไร รวมถึงข้อจำกัดของเวลาผู้บริโภคบางกลุ่ม บางครั้งหนังออกจากโรงไปแล้วทำให้ต้องพลาดการรับชมภาพยนตร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การตลาดแบบ Segmentation นั่นคือสิ่งที่เมเจอร์กำลังเดินหน้าไปในทิศทางดังกล่าว ก่อนหน้าก็มีการเปิดตัวโรงหนังสำหรับเด็กมาแล้ว แต่โรงภาพยนตร์เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความหลากหลาย ทั้งกลุ่มวัยรุ่น กลุ่มคนทำงาน และกลุ่มครอบครัว และกลุ่มผู้สูงอายุมากขึ้นอีกด้วย หากวัดจากฐานสมาชิกบัตร M Generation รวมทั้งสิ้น 4,496,403 ราย แบ่งตามกลุ่มดังนี้ 1.M Gen Regular 2,326,647 ราย จะเป็นกลุ่มลูกค้าทั่วไป อายุระหว่าง 24-60 ปี 2.M Gen Student&amp;nbsp;&amp;nbsp; 1,785,015 ราย กลุ่มนักเรียน นักศึกษา อายุระหว่าง 13-23 ปี 3.M Gen Kids 282,235 ราย กลุ่มเด็ก อายุต่ำกว่า 13 ปี และ 4.M Gen Freedom 102,506 ราย กลุ่มผู้สูงอายุ อายุมากกว่า 60 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ปัญหาของคนไม่มีเวลาดูหนัง คือ บริการ &amp;ldquo;Movie On Demand&amp;rdquo; ในคอนเซ็ปต์ &amp;ldquo;หนังทางเลือกใหม่...ตามใจคุณ&amp;rdquo; ถามว่าแล้วบริการนี้เป็นอย่างไร อธิบายง่ายๆ&amp;nbsp; ว่าเป็นบริการที่จะเปิดให้ผู้บริโภคโหวตภาพยนตร์ที่ตัวเองอยากดู ซึ่งออกจากโรงฉายไปแล้วให้กลับเข้ามาฉายอีกครั้ง โดยเฟสแรกเลือกผ่านผ่านเว็บไซต์ก่อนมีหนังประมาณ 50 เรื่อง ก็เลือกเวลาและหนังที่อยากดู และสาขาที่ต้องการ สุดท้ายหากมีคนสนใจเหมือนกันครบ 100 โหวต ก็จะเปิดฉายทันที โดยจะปิดโหวตก่อน 4 วันที่เลือกไว้ว่าจะดูวันไหน แบบนี้คงยังมีข้อสงสัยว่าแล้วมันจะตามใจคุณได้ยังไง ก็คงต้องรอเฟส 2 ประมาณเดือน ต.ค.2561 นี้ เมเจอร์บอกว่าจะเปิดให้โหวตผ่านแอปพลิเคชัน คราวนี้แหละอยากดูหนังเรื่องไหน กี่โมง ก็ตามแต่ใจลูกค้าเลย จะเปิดกว้างมากกว่าเฟสแรกที่ยังกำหนดมาให้เลือก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่รู้ว่าจะสามารถกระตุ้นการเข้าโรงหนังได้มากขึ้นสักแค่ไหน แต่ก่อนหน้านี้เมเจอร์ได้แอบทดลองบริการดังกล่าวมาแล้วเป็นระยะเวลา 8 เดือน ซึ่งพบว่าอัตราการเข้าชมภาพยนตร์มากถึง 50% หากเทียบกับรอบปกติที่มีการตีตั๋วเข้าชมประมาณ 30-40% นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เปิดรับความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ในยุคที่การตลาดไม่สามารถยิงทีเดียวแล้วจับได้เป็นกลุ่มๆ อีกต่อไป แต่ต้องจับเป็นรายบุคคลมากขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;รุ่งนภา สารพิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11623</URL_LINK>
                <HASHTAG>Movie On Demand, กระจกไร้เงา, บมจ.เมเจอร์ ซีนี เพล็กซ์ กรุ้ป, รุ่งนภา สารพิน, วิชา พูลวรลักษณ์, เม็กซิโก, เยอรมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
