<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52482</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะเป็นอย่างไรถ้าปีหน้าทรัมป์ชนะเลือกตั้งอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ภาพ : พวกเสนอถอดถอนพูดเท็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ที่มา : https://www.facebook.com/DonaldTrump/photos/a.488852220724/10163496704060725/?type=3&amp;amp;theater&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำงาน ในที่สุดพรรคเดโมแครตประกาศ 2 ข้อกล่าวหาถอดถอนประธานาธิบดีคือใช้อำนาจรัฐเพื่อประโยชน์แก่ตนกับขัดขวางกระบวนการของรัฐสภา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กษัตริย์ทรัมป์ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความตอนหนึ่ง แนนซี เพโลซี (Nancy Pelosi) แกนนำพรรคเดโมแครตกล่าวว่าถ้าเรายอมให้มีประธานาธิบดีแบบนี้เท่ากับปล่อยให้ระบบสาธารณรัฐล่มสลาย ยอมรับประธานาธิบดีที่เหมือนกษัตริย์ (president king) ผู้นำประเทศที่อยู่เหนือกฎหมาย ทำได้ก็ได้ตามใจชอบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำพูดมุมมองของทรัมป์หลายต่อหลายครั้งแสดงความเป็นอำนาจนิยม ดำเนินนโยบายหลายเรื่องที่ขัดแย้งสิทธิมนุษยชน ต่อต้านการค้าเสรีโดยให้เหตุผลว่าเพื่อความมั่นคงของชาติ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แดรอน อเซโมกลู (Daron Acemoglu) นักเศรษฐศาสตร์อเมริกันแสดงความคิดเห็นว่าที่สหรัฐถดถอยไม่ใช่เพราะจีน แต่เพราะความอ่อนแอของประเทศ หากจะแก้จึงต้องแก้ปัญหาภายในก่อน ตัวเลขเศรษฐกิจแม้ยังดูดี แต่ความเหลื่อมล้ำขยายความรุนแรงมากขึ้นทุกที เป็นปัญหาที่รัฐบาลแก้ไม่ตก ทุกวันนี้คนจบมหาวิทยาลัยมีรายได้ไม่ถึง 25 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับสมัยพ่อแม่ วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าทำให้คนอเมริกันไม่ไว้ใจสถาบันทางการเมืองเศรษฐกิจ &amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาที่สะสมหมักหมมมานานทำให้คนอเมริกันจำนวนมากไม่เชื่อถือนักการเมืองเดิมๆ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทรัมป์ได้รับเลือก รัฐบาลทรัมป์พยายามเอาใจคนอเมริกันกลุ่มนี้ด้วยการออกนโยบายต่อต้านคนผิวสี ต่อต้านคนต่างด้าวอพยพเข้าเมือง ใช้กลยุทธ์สร้างความแตกแยกในประเทศเพื่อชักนำคนฝ่ายหนึ่งมาสนับสนุนตนอย่างแข็งขัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อเซโมกลูกล่าวว่า หาก ทรัมป์ชนะเลือกตั้งอีกครั้งจะบั่นทอนประชาธิปไตยอเมริกาอย่างมาก เพราะมีแนวคิดต่อต้านเสรีนิยม ไม่สนใจเรื่องต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน มีแนวคิดปกครองประเทศแบบอำนาจนิยม พยายามนำคนในครอบครัวมาบริหารประเทศ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เห็นด้วยกับระบอบกษัตริย์ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นความจริงที่ว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่ยังสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย แต่แนวทางนี้กำลังเปลี่ยนไป ปัจจุบันนักศึกษาอเมริกันกับชาติตะวันตกเกือบหมื่นเห็นด้วยกับการปกครองระบอบกษัตริย์ แบบยุโรปสมัยกลาง ขอเพียงได้กษัตริย์ที่ดูแลเอาใจใส่ประชาชนจะดีกว่ารัฐบาลเผด็จการในคราบประชาธิปไตย หรือประชาธิปไตยที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายไม่รู้จบ เกิดพวกสุดโต่งหัวรุนแรง บริหารประเทศไม่ได้หรือไร้ประสิทธิภาพ ระบอบกษัตริย์ไม่ใช่ของล้าสมัย ปัจจุบันราว 40 ประเทศที่ใช้ระบอบนี้ ตามประวัติศาสตร์มีกษัตริย์ที่ดีหลายองค์ เป็นผู้รักษาประเทศ ความสงบสุข ประเพณีวัฒนธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นไม่อยู่ที่เป็นกษัตริย์หรือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง สำคัญที่ผู้นำประเทศปกครองด้วยรักเอาใจใส่พลเมืองหรือไม่ ประชาชนอยู่ดีมีสุขหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แนวคิดของกลุ่มคือสหรัฐที่ปกครองด้วยกษัตริย์ที่มาจากการเลือกตั้ง ผู้ปกครองจากอีก 50 รัฐสามารถคัดค้านหรือถอดถอนกษัตริย์ คิดว่าด้วยระบอบนี้จะได้แนวนโยบายที่มีเอกภาพต่อเนื่อง ไม่เปลี่ยนไปมา งานวิจัยจาก Wharton School เมื่อปี 2018 ชี้ว่าการบริหารภายใต้ระบอบกษัตริย์มีประสิทธิภาพเหนือกว่าการปกครองอื่นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นเรื่องน่าคิดว่าสังคมถูกชักนำให้เข้าใจผิดหรือไม่ว่าระบอบประชาธิปไตยคือการปกครองที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขมากที่สุด หรือเป็นเพียงการต่อสู้ทางการเมือง ฝ่ายอ้างประชาธิปไตยพยายามทำให้สังคมเข้าใจว่าประชาธิปไตยดีที่สุด ถ้าพูดให้แคบเข้าเป็นเพราะชนชั้นปกครองอเมริกันอยากแยกตัวจากผู้ปกครองอังกฤษ (เหตุการณ์อเมริกาประกาศเอกราช) จึงโจมตีว่าระบอบกษัตริย์ไม่ดีต้องเป็นเสรีประชาธิปไตยจึงจะดีที่สุด ซึ่งโดยเนื้อแท้คือต้องการแยกตัวจากกษัตริย์อังกฤษเท่านั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เศรษฐกิจยังไปได้ดีหรือไม่ :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความเป็นไปทางเศรษฐกิจคือเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด ปลายเดือนพฤศจิกายนเฟดสาขานิวยอร์กกับแอตแลนตาคาดจีดีพีไตรมาส 4 อาจเหลือใกล้ศูนย์ เหลือราวร้อยละ 0.3 กับ 0.4 จากที่ควรโตร้อยละ 1.9 การเติบโตที่ผ่านมาเป็นผลจากทรัมป์ลดภาษี คลายกฎการเงินการธนาคาร ภาคธุรกิจไม่ได้เพิ่มการลงทุน ประเมินว่าจีดีพีทั้งปีคงอยู่แถว 2 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลกำหนดไว้ที่ร้อยละ 3 นับจากจีดีพีลดต่ำกว่า 2 ภาคเอกชนหยุดการลงทุนใหม่ๆ&amp;nbsp; เพราะไม่มั่นใจว่าจะไปรอด สงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนเป็นอีกปัจจัยทำให้ภาคธุรกิจระวังตัวอย่างมาก ผลคือการบริโภคภาคประชาชนเริ่มอ่อนแรง กลายเป็นวงจรสู่เศรษฐกิจถดถอย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายคนยังกังวลสงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่มีการเจรจาเรื่อยมา บ่อยครั้งเหมือนจะตกลงกันได้ แต่ความหวังกลับมลายหายสิ้นในพริบตา เป็นเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า ล่าสุดทรัมป์พูดอีกแล้วว่าบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับจีน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรวมแล้วเศรษฐกิจสหรัฐชะลอความร้อนแรงลง&amp;nbsp; แม้ไม่เป็นไปตามที่ประธานาธิบดีต้องการ แต่ยังไม่ถดถอย เพียงแต่มีข้อวิตกกังวลในอนาคต ถ้ามองเฉพาะตลาดเงินตลาดทุน โฮเวิร์ด มาร์กส์ (Howard Marks) จาก Oaktree Capital Management คิดว่าตลาดหุ้นจะคลายความวิตกกังวลหากประธานาธิบดีทรัมป์ชนะเลือกตั้งอีกครั้ง เนื่องจากทรัมป์อยู่ฝ่ายตลาดหุ้นกับธุรกิจ เป็นความจริงที่ว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐสูงทำลายสถิติ นักลงทุนรายใหญ่รายเล็กต่างรับทรัพย์กันถ้วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อไม่กี่วันก่อนดัชนีดาวโจนส์กับ S&amp;amp;P 500 บวกทำลายสถิติอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีทรัมป์เผยว่า ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้ากับจีนแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดปีที่ผ่านมานักวิเคราะห์หลายคนมองอนาคตตลาดในแง่ลบ แต่โฮเวิร์ด มาร์คส์ ไม่คิดว่าตลาดดาวโจนส์เป็นฟองสบู่ ทุกวันนี้นักลงทุนระวังตัวมาก ทุกคนได้กำไรจากหุ้น ถอนเงินบางส่วนออกไปเพื่อกระจายความเสี่ยง ดังนั้น หากหุ้นปรับฐานไม่ใช่เรื่องผิดปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ต้องการรัฐบาลที่บริหารได้ดีมากกว่าเป็นประชาธิปไตย :&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมองความเคลื่อนไหวทางการเมืองกับเศรษฐกิจเป็นการพิจารณาปรากฏการณ์ แต่การตีความขึ้นอยู่กับมุมมองทัศนคติของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลล่าสุดเมื่อต้นเดือนธันวาคมของ Monmouth University ชี้ว่าร้อยละ 50 เห็นว่าไม่ควรถอดถอนทรัมป์ ร้อยละ 45 เห็นสมควรถอดถอน ส่วนตัวเลขจาก Quinnipiac University คือ 51 ต่อ 45 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลจาก Quinnipiac University ชี้ว่าคนอเมริกันร้อยละ 41 ให้ประธานาธิบดีทรัมป์สอบผ่าน ร้อยละ 55 ให้สอบตก (เทียบกับเดือนพฤศจิกายนที่ 40 ต่อ 54) ผลโพลล่าสุดนี้ไม่ต่างจากเหมือนผลโพลตลอด 2 ปีกว่าที่ผ่านมา ผู้ให้ทรัมป์สอบผ่านยังอยู่ที่ระดับ 40 ต้นๆ เหมือนเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกโพลที่นำเสนอต้นเดือนพฤศจิกายนของ AP-NORC ระบุว่าคนอเมริกันร้อยละ 61 คิดว่าทรัมป์ไม่เคารพหลักประชาธิปไตย ในจำนวนนี้ร้อยละ 26 เป็นพวกรีพับลิกัน หมายความว่าพวกรีพับลิกันส่วนใหญ่ไม่ให้ความสำคัญกับการบริหารประเทศแบบอำนาจนิยมของรัฐบาล แต่ให้ความสำคัญกับด้านอื่นๆ มากกว่า เช่น เศรษฐกิจดี มีงานทำ มีเงินใช้ เหล่านี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผลโพลเดียวกันนี้ยังระบุอีกว่าร้อยละ 85 ของพวกรีพับลิกันสนับสนุนให้ทรัมป์เป็นประธานาธิบดีต่ออีกสมัย แม้ว่าหลายคนยอมรับว่าทรัมป์มีปัญหาเรื่องความซื่อสัตย์ มักพูดเรื่องที่ผิดจากข้อเท็จจริง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฐานคะแนนของทรัมป์แข็งแกร่ง เป็นเช่นนี้นับตั้งแต่เริ่มบริหารประเทศ ถ้าไม่ถูกถอดถอนคนเหล่านี้จะออกไปใช้สิทธิเลือกทรัมป์แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าอธิบายว่าเรื่องเหล่านี้คือการแบ่งแยกทางการเมือง ต้องดูผลที่จะเกิดขึ้นตามมาต่อไป ประเด็นที่คนอเมริกันให้ความสนใจมากกว่าคือเรื่องปากท้อง ดูว่า 1 ปีนับจากวันนี้จนถึงวันเลือกตั้งรัฐบาลยังสามารถบริหารเศรษฐกิจอย่างเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ ในระยะยาวเป็นการถกเถียงว่าระบอบประชาธิปไตยยังเป็นระบอบดีที่สุดหรือไม่ ควรปรับปรุงอย่างไร ไม่ได้ปฏิเสธหลักประชาธิปไตยทั้งหมด แต่ยอมละทิ้งหลักการบางข้อเพื่อตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจในระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บทความนี้นำเสนอความคิดเห็นล่าสุดต่อประธานาธิบดีทรัมป์ทั้งแง่บวกกับลบ สะท้อนมุมมองของคนอเมริกันที่มีทั้งชอบกับไม่ชอบ นี่คือระบอบประชาธิปไตยสหรัฐอเมริกาในขณะนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0.0001pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;บางคนคิดว่าหากทรัมป์ชนะเลือกตั้งอีกครั้งจะบั่นทอนประชาธิปไตยอเมริกาอย่างมาก เพราะต่อต้านเสรีนิยม มีแนวคิดปกครองประเทศแบบอำนาจนิยม แต่อีกฝ่ายยังนิยมทรัมป์อยู่ดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52482</URL_LINK>
                <HASHTAG>Nancy Pelosi, สถานการณ์โลก, แดรอน อเซโมกลู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37c198cdef1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
