<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MG HS PHEV รถยอดเยี่ยมด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ &amp;ndash; ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองความต้องการและยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าด้วยรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้า และบริการแห่งปี พ.ศ. 2564 (Product Innovation Awards) ประเภทยานยนต์ ในกลุ่มรถยนต์พลังงานทางเลือก จากรุ่น MG HS PHEV&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MG HS PHEV เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการดำเนินงานของเอ็มจีในการมุ่งมั่นนำเสนอรถยนต์ที่เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยี ความทันสมัย และคุณค่าที่ได้รับ โดยมีความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบปลั๊กอินไฮบริดที่ให้มีสมรรถนะขั้นสูงให้กำลังแรงม้าและแรงบิดที่สูงอีกทั้งยังมี &amp;nbsp;ระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้า หรือ EV Range สูงถึง 67 กิโลเมตร ซึ่งรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็น &amp;nbsp;อย่างดี ทางด้านการออกแบบ MG HS PHEV มีการผสมผสานระหว่างความสปอร์ตและความหรูหราได้อย่าง &amp;nbsp; ลงตัว ดีไซน์ภายในมีการตกแต่งให้เรียบหรู มีระดับ และห้องโดยสารเงียบให้ความเป็นส่วนตัว พร้อมฟังก์ชั่นและฟีเจอร์ต่างๆ ที่ติดตั้งมาให้อย่างครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่และยกระดับการขับขี่ให้กับผู้บริโภคด้วยนวัตกรรมการเชื่อมต่ออัจฉริยะผ่านระบบปฎิบัติการ i-SMART รวมไปถึงการติดตั้งระบบความปลอดภัยกว่า 25 ระบบ ที่ทำงานประสานกัน (Advanced Synchronized Protection Systems) ตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยในการขับขี่  หรือ ADAS ที่เทียบเท่าระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับที่ 2 สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น &amp;nbsp;โดยปัจจุบัน MG HS PHEV เป็นรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล โดยมีจำหน่ายแล้วกว่า 15 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เบลเยี่ยม เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมัน อังกฤษ ไอร์แลนด์ อิสราเอล อิตาลี นอร์เวย์ สเปน สวีเดน เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย และประเทศไทย ซึ่งกว่า 13 ประเทศ ล้วนอยู่ในทวีปยุโรป แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของรถยนต์แบรนด์เอ็มจี ที่ได้รับความไว้วางใจและมีการการันตีคุณภาพระดับสากล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรางวัล PRODUCT INNOVATION AWARD 2021 จัดขึ้นโดยนิตยสาร BUSINESS+ ภายใต้บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อมอบรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปีให้แก่สินค้าและบริการที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้งช่วยสร้างสรรค์ให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้น ซึ่งเป็นผลโหวตจากผู้บริโภคทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์โลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างยุคของรถยนต์สันดาปไปสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การหาความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าจึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจและควรให้ความสำคัญ สิ่งเหล่านี้ผลักดันให้เราไม่หยุดในการพัฒนาและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ สำหรับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เอ็มจีพร้อมจะเป็นแบรนด์รถยนต์ยุคใหม่ที่มอบสิ่งที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าอยู่เสมอ รวมทั้งจุดประกายและผลักดันตลาดรถยนต์ในประเทศไทยก้าวสู่อีกระดับต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MG HS PHEV มาพร้อมแนวคิด &amp;ldquo;REFINEMENT&amp;rdquo; ขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดดเด่นด้วยระบบ Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมนวัตกรรม Hairpin Design พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดใหญ่ 16.6 kWh ที่ทำให้มีระยะการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 67 กิโลเมตร ในด้านของสมรรถนะใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ EDU II &amp;ndash; 10 Speeds มีกำลังสูงสุด 284 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ในระยะเวลา 7.5 วินาที มีรูปแบบการขับขี่ถึง 5 รูปแบบ โดยมีจุดเด่นที่โหมด Super Sport และ EV Mode ที่มาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) สามารถชาร์จพลังงาน ในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MG HS PHEV มีดีไซน์พื้นฐานมาจาก MG HS รถเอสยูวีที่ผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว กระจังหน้าแบบ Stellar Magnetic Field ไฟหน้า LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟท้าย LED Space Light Field และไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสี 2-Tone Monaco Blue ใช้วัสดุ Soft Touch เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในห้องโดยสารด้วย NVH Luxury Silence Space พร้อมหลังคา Panoramic Sunroof จอแสดงผลอัจฉริยะ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว และจอควบคุมกลางแบบทัชกรีนขนาด 10 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System และมีการติดตั้งไฟห้องโดยสาร Interactive Ambient Light ที่ปรับเฉดสีได้มากถึง 64 เฉดสี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเทคโนโลยี MG HS PHEV มีการติดตั้งทั้งเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ มีฟังก์ชั่นที่ครบครัน อีกทั้งยังมีระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System กว่า 25 ระบบ ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบ Passive Safety และ Active Safety และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ที่สามารถทำงานผสานกันเทียบเท่ากับระบบขับเคลื่อนระดับที่ 2 (Partial Automation) MG HS PHEV มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 1,359,000 บาท พร้อมสีตัวถังให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White โดยมีสีภายในแบบ 2-Tone Monaco Blue ในขณะที่ตัวถังสีแดง Scarlet Red และสีดำ Black Knight จะมาพร้อมการตกแต่งภายในสีดำ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113486</URL_LINK>
                <HASHTAG>NEW MG HS PHEV</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_611a29aa6a5aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94101</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MG พาสื่อลองขับ MG HS PHEV ใช้งานจริง ทั้งวันไม่ต้องเติมน้ำมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MediumShading1-Accent11&quot; style=&quot;margin-right:16.65pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MediumShading1-Accent11&quot; style=&quot;margin-right:16.65pt&quot;&gt;เทรนรถไฟฟ้ากำลังมาแรง ทำให้ค่ายรถส่งผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการ แต่การที่ผู้บริโภคจะตัดสินใจซื้อต้องคำนึงถึงหลายอย่างประกอบการตัดสินใจ ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) มียอดจำหน่ายเติบโตอย่างก้าวกระโดด ยอดรวมทั่วโลกมากกว่า 4.5 ล้านคัน&amp;nbsp; โดยตลาดหลักของยานยนต์ไฟฟ้าคือ ประเทศจีน ที่มีสัดส่วนยอดจำหน่ายสูงถึง 55% รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา และประเทศในทวีปยุโรป ตามลำดับ อันเนื่องมาจากการสนับสนุนด้านต่างๆของภาครัฐ ทั้งมาตรการทางภาษี เงินสนับสนุน สิทธิพิเศษต่างๆ เช่น ฟรีค่าทางด่วน สามารถเข้าพื้นที่พิเศษในช่วงรถติดได้ ที่จอดรถฟรี และ ชาร์จฟรี นอกจากนี้ในหลายประเทศยังมีการประกาศทิศทางที่ชัดเจนต่อการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ นอร์เวย์ ที่มีการวางแผนให้ทั้งประเทศเปลี่ยนเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ภายในปี 2025&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MediumShading1-Accent11&quot; style=&quot;margin-right:16.65pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MediumShading1-Accent11&quot; style=&quot;margin-right:16.65pt&quot;&gt;เอ็มจีจึงจัดทดลองขับ MG HS PHEV เพื่อพิสูจน์สมรรถนะและความประหยัด &amp;nbsp;โดย MG HS PHEV &amp;nbsp;เป็นรถ SUV รุ่นล่าสุดของค่ายเอ็มจี ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ผสานพลังสุดยอดแห่งระบบขับเคลื่อน 2 ระบบ&amp;nbsp; เข้าด้วยกัน ทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า เพิ่มขีดสุดให้สมรรถนะในการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยีและระบบ&amp;nbsp; ความปลอดภัยขั้นสูง ครบครันด้วยองค์ประกอบการดีไซน์ที่โดดเด่น ภายใต้แนวคิด Brit Dynamic ที่ผสานทั้ง สมรรถนะ การควบคุม การออกแบบ และความปลอดภัย ได้อย่างลงตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:16.65pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:16.65pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:16.65pt&quot;&gt;NEW MG HS PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid มีพละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จากขุมพลังของเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 162 แรงม้า &amp;nbsp;แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร มีระบบเกียร์แบบ EDU II &amp;ndash; 10 Speeds ที่ใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์เพียง 0.2 วินาที ตอบสนองได้อย่างทันใจ และเพิ่มความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น สามารถทำอัตราเร่ง&amp;nbsp; 0-100 ภายในเวลา 7.5 วินาที มาพร้อมรูปแบบการขับขี่ถึง 5 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Normal โหมด Eco โหมด EV และโหมด Sport เสริมด้วยปุ่ม Super Sport ที่สามารถเพิ่มประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นแบตเตอรี่ใน NEW MG HS PHEV เป็นแบตเตอรี่ Lithium-Ion แบบ 6 โมดูล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง โดยมีขนาดใหญ่ถึง 16.6 kWh ทำให้มีประสิทธิภาพและเสถียรภาพในการสะสมพลังงานได้มากกว่าจึงวิ่งได้ นานขึ้น รวมถึงการทำระยะทางได้มากขึ้น โดยสามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% สูงสุดถึง 67 กิโลเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการใช้เทคโนโลยีในมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Hairpin Design ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถดึงสมรรถนะของการส่งกำลังและลดอัตราการสูญเสียพลังงานได้ดียิ่งขึ้น พร้อมระบบระบาย&amp;nbsp; ความร้อนแบบ Coolant ซึ่งดีกว่าระบบระบายความร้อนแบบปกติ ทำให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยในการขับขี่ด้วยแบตเตอรี่ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก AMERICAN UL2580 และผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน IP67 ในการป้องกันน้ำและฝุ่น NEW MG HS PHEV มาพร้อมระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงานในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ (Regenerative) โดยเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับได้ถึง 3 ระดับ และด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ทำให้ NEW MG HS PHEV มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดอยู่ที่&amp;nbsp;&amp;nbsp; 65 กิโลเมตรต่อลิตร* และมีการปล่อยค่าไอเสีย หรือคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 36 กรัมต่อกิโลเมตร ระบบกันสะเทือนของช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension เสริมด้วยระบบช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut และช่วงล่างหลังแบบ Multi-link ที่มาพร้อมเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้มั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่บนทุกสภาพถนน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:16.65pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:16.65pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;ดีไซน์ยกระดับพื้นฐานมาจากรถยนต์ C-SUV ยอดนิยมอย่าง &amp;ldquo;MG HS&amp;rdquo; ซึ่งผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว มีการใช้เส้นสายตัวถังที่โค้งมน ในรูปแบบ British Shoulder Line กระจังหน้าเอกลักษณ์เฉพาะของเอ็มจีแบบ Stellar Magnetic Field ไฟหน้าแบบ LED Projector พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟท้าย LED Space Light Field ที่มีความโฉบเฉี่ยวและไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มเอกลักษณ์ความเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid ด้วยล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ในสไตล์ Thunder Wing Blade ขนาด 18 นิ้ว ภายในห้องโดยสารภายในด้วยสี 2-Tone Monaco Blue ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วย วัสดุ Soft Touch เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง เพิ่มความเป็นส่วนตัวในห้องโดยสารด้วย NVH Luxury Silence Space เพิ่มฟิล์มกันเสียง และแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร ที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอก พร้อมหลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) บนพื้นที่เกือบ 90% ของพื้นที่หลังคา มอบประสบการณ์ใหม่ในการ ขับขี่ด้วยจอแสดงผลอัจฉริยะ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว และจอควบคุมกลางแบบทัชกรีนขนาด 10 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System พร้อมสร้างบรรยากาศและสีสันให้กับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การขับขี่ด้วย Interactive Ambient Light ที่สามารถปรับเฉดสีได้มากถึง 64 เฉดสี นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสาร&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน มีการติดตั้งระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่ทำให้เอ็มจีเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี การเชื่อมต่อ โดยทำให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารกับรถเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยี AI ที่สามารถตอบโจทย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้ขับขี่ด้วย Smart Command ที่สามารถสั่งการระบบผ่านคำสั่งเสียงภาษาไทยหรือควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:16.65pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:16.65pt&quot;&gt;ด้านความปลอดภัย MG HS PHEV มีระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย (Full Space Frame) และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System กว่า 25 ระบบ โดยแบ่งออกเป็นระบบความปลอดภัย&amp;nbsp; เชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรก และช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ จำนวน 14 ระบบ และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ Advanced Driver Assistance System (ADAS) หรือระบบช่วยควบคุมการ ขับขี่ และลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ จำนวน 11 ระบบ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:16.65pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:16.65pt; margin-bottom:0in; margin-left:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ยังเสริมอุปกรณ์ความปลอดภัย อาทิ จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ&amp;nbsp; (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัย 6 จุด กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ (3D Around View Monitor) และระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer &amp;ldquo;NEW MG HS PHEV&amp;rdquo; มีสีตัวถังทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White โดยมีสีภายในแบบ 2-Tone Monaco Blue &amp;nbsp;ในขณะที่ตัวถังสีแดง Scarlet Red และสีดำ Black Knight จะมาพร้อมการตกแต่งภายในสีดำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:16.65pt&quot;&gt;โดยผู้ที่สนใจรถยนต์เอ็มจี หรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE &amp;nbsp;โทร. 1267 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MediumShading1-Accent11&quot; style=&quot;margin-right:16.65pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลการทดสอบ MG HS PHEV จากการขับขี่ของสื่อมวลชน ในรถทดสอบ ทั้ง 8 คัน โดยใช้เส้นทางทดสอบแบบใช้งานจริงภายในเมืองผ่านการจราจรติดขัด ใช้ความเร็วเฉลี่ย 24.58 กิโลเมตร / ชม. ระยะทางทดสอบเฉลี่ยรวมจากทุกคัน 73.15 กม. ผลปรากฏว่าอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของรถที่ใช้ EV Mode และ AUTO Mode สลับแบบการใช้งานทั่วไปได้ 49.40 กม./ ลิตร ส่วนอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เฉลี่ยรวมของรถทดสอบทั้ง 8 คัน บางคันมีการขับขี่ทุกโหมด 32 กม./ลิตร แบบขับปกติ ไม่กดชาร์จและSuper Sport / อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 44.40 กม./ลิตร &amp;nbsp;ระยะทางที่รถสามารถวิ่งได้ด้วย EV Mode เฉลี่ยรวมของทั้ง 8 คัน 60.15 กม. (คันที่สามารถวิ่งได้ไกลสุด 68.6 กม.) ปริมาณใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อคัน เฉลี่ยรวมทุกคัน 1 ลิตร 619 ซีซี. / วัน ซึ่งถือว่า MG HS PHEV มีความประหยัดอย่างมาก โดยหากขับรถเข้ามาทำงานในเมือง และขับกลับบ้าน เฉลี่ยถ้าใช้ระยะทาง 60-65 กม. แทบไม่สูญเสียพลังงานน้ำมันเลย พอกลับถึงบ้านก็ชาร์ทแบต เช้ามาก็ขับไปทำงาน ซึ่งช่วยคุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้มาก MG HS PHEV นับเป็นตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ โดยผู้สนใจไปทดลองขับด้วยตัวคุณเองก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของได้ที่โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;mediumshading1-accent110&quot; style=&quot;margin-right:16.65pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94101</URL_LINK>
                <HASHTAG>NEW MG HS PHEV, ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035febee4032.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 00:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 00:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มจี เปิดตัว NEW MG HS PHEV เหนือระดับด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ค่าตัว 1.359 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ &amp;ndash; ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มรถ SUV&amp;nbsp; และรถยนต์พลังงานทางเลือกในประเทศไทย ประกาศเปิดตัว NEW MG HS PHEV ชูแนวคิด &amp;ldquo;REFINEMENT&amp;rdquo; พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต โดยสะท้อนถึงความเหนือระดับ ทั้งความหรูหรา ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการแนะนำเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion แบบโมดูลขนาดใหญ่ 16.6 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ทำให้สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV Mode) ได้ไกลถึง 67 กิโลเมตร โดยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่โชว์รูม และศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เอ็มจีก้าวเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ซึ่งต้องเผชิญกับการตั้งคำถาม &amp;nbsp; และความท้าทายมากมาย ทั้งนี้ จากความทุ่มเททำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพร้อมเป้าหมาย&amp;nbsp; ให้รถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นจะต้องตอบสนองความต้องการที่แท้จริง และสามารถสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าด้วยการ&amp;nbsp; นำเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าของตลาดรถยนต์ระดับโลกมาไว้ในรถยนต์เอ็มจี โดดเด่นด้วยการสร้างเอกลักษณ์&amp;nbsp; ที่เน้นการออกแบบภายนอกที่มีไดนามิค และดีไซน์ที่เป็นแฟชั่น ระบบส่งกำลังที่เต็มประสิทธิภาพ การควบคุม ที่ดีเยี่ยม ระบบความปลอดภัยทั้งแบบ Active และ Passive ที่ครบครัน ตลอดจนระบบเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งได้รับความชื่นชอบจากผู้บริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ รวมไปถึงเครือข่ายผู้จำหน่ายของเอ็มจีที่ได้ขยายและมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้เอ็มจีสามารถยืนหยัดในประเทศไทยได้อย่างมั่นคงและได้รับการยอมรับในวงกว้าง &amp;nbsp; โดยมีผู้บริโภคที่ชื่นชอบแบรนด์และรถยนต์เอ็มจีเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอ็มจียังคงเดินหน้าผลักดันผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยยึดมั่นใน 3 องค์ประกอบหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของเอ็มจี ได้แก่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology) แฟชั่น (Fashion) และความคุ้มค่า (Value for money) พร้อมไปกับการยกระดับการให้บริการที่ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทย และต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา รถยนต์คันที่ 100,000 ได้ผลิตออกจากโรงงานของเรา ซึ่งก็คือ NEW MG HS PHEV ที่เปิดตัวในวันนี้ ถือเป็นรถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบที่สี่ต่อจากเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล และรถยนต์ไฟฟ้าที่เปิดตัวในปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ด้วยความโดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบรวมไปถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ให้ความสะดวกสบาย และความปลอดภัยในการขับขี่ที่มาพร้อมความคุ้มค่าทำให้รถยนต์เอ็มจี ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภค ชาวไทย และสามารถก้าวขึ้น มาเป็นผู้นำกลุ่มรถ SUV ได้ในระยะเวลาเพียงไม่นาน สำหรับ NEW MG HS PHEV เป็นโมเดลรุ่นล่าสุดที่เราภาคภูมิใจ โดยมาพร้อมแนวคิด &amp;ldquo;REFINEMENT&amp;rdquo; ซึ่งต่อยอดความโดดเด่นจาก MG HS&amp;nbsp; โดยการเพิ่มความเหนือระดับ ทั้งในเรื่องของสมรรถนะที่เป็นเยี่ยมจากเทคโนโลยีขั้นสูงของระบบ Plug-in Hybrid พร้อมการออกแบบที่สวยงามลงตัวและการติดตั้งระบบอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน เพื่อให้เป็นรถที่เหมาะสมและคู่ควรกับผู้ที่ต้องการความหรูหราเหนือระดับและเทคโนโลยีขั้นสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;NEW MG HS PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงที่มาพร้อมนวัตกรรม Hairpin Design พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดใหญ่ 16.6 kWh และระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ EDU II &amp;ndash; 10 Speeds มีกำลังสูงสุด 284 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร สามารถเลือกขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ไกลสูงสุดถึง 67 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยเหนือระดับมาตรฐานยุโรป หรือ Advanced Synchronized Protection System มากถึง 25 ระบบ และเพิ่มความหรูหราของการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยสี 2-Tone Monaco Blue พร้อมวัสดุผิวสัมผัสนุ่มแบบ Soft Touch เบาะนั่งคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat&amp;nbsp; โอบกระชับ มีห้องโดยสารเงียบยิ่งขึ้นจากการเพิ่มฟิล์มกันเสียงและแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสาร หลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ขนาดใหญ่ 1.1 ตารางเมตร เพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทาง พร้อมเสริมความสะดวกสบายในการขับขี่ด้วยหน้าจอแสดงผลอัจฉริยะแบบ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว&amp;nbsp; และจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 10 นิ้ว ระบบเสียงเหนือระดับด้วย BOSE 8.1 Sound System รวมถึงระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;NEW MG HS PHEV&amp;rdquo; มีสีตัวถังทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White โดยมีสีภายในแบบ 2-Tone Monaco Blue&amp;nbsp; ในขณะที่ตัวถังสีแดง Scarlet Red และสีดำ Black Knight จะมาพร้อมการตกแต่งภายในสีดำ &amp;ldquo;NEW MG HS PHEV จะเปิดตัวต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ในงาน Fast Auto Show Thailand 2020 ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม &amp;ndash; 1 พฤศจิกายนนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีทั้ง 138 แห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม เป็นต้นไป ทั้งนี้ บริษัทฯ จะทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าได้ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป สนนราคา 1.359 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82008</URL_LINK>
                <HASHTAG>NEW MG HS PHEV, ข่าวรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9859f143639.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยลโฉม NEW MG HS PHEV ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ใหม่ ก่อนเปิดตัว 27 ตค นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;NEW MG HS PHEV รถ SUV Plug-in Hybrid เป็นรถเอสยูวีที่มาพร้อมเครื่องยนต์ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด รุ่นแรกของเอ็มจีที่ผลิตจากโรงงานของประเทศไทย โดยในงานยังไม่เปิดเผยรายละเอียดข้อมูลอย่างละเอียดของตัวรถ ส่วนราคายังไม่เปิดเผยเช่นกันซึ่งคาดการณ์ว่าไม่เกิน 1.3 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ็มจี เอชเอส ปลั๊ก-อิน ไฮบริด พัฒนามาจากแพลตฟอร์มของ เอ็มจี เอชเอส โฉมปัจจุบัน ซึ่งเป็นรุ่นเครื่องยนต์ธรรมดา รถคันนี้พัฒนาให้มีความแตกต่าง ด้วยการนำเทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริด มาใช้ รวมทั้งมีรายละเอียดที่แตกต่างจากรุ่นธรรมดา เครื่องยนต์ 1.5 เบนซิน เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 6 Module ขนาด 16.6 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระบบปลั๊กอินไฮบริดถ้าชาร์จไฟเต็ม 100% วิ่งได้ประมาณ 60-70 กม. ระยะเวลาการชาร์จจาก 0-100% ด้วย Wall Charger ประมาณ 4-5 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f890a249154f.jpg&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เห็นรูปลักษณ์ภายนอก คือ เปลี่ยนล้อแม็กดีไซน์ใหม่ Logo PHEV ด้านท้ายรถ และฝาเปิดชาร์จไฟด้านขวามือ ส่วนภายในหุ้มเบาะแบบทูโทนสีขาวตัดเทา มีเฉพาะตัวถังสีขาวเท่านั้น ส่วนตัวถังสีอื่นเบาะจะเป็นสีดำหน้าปัด Multi &amp;ndash; Function Display แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน เพิ่มการแสดงผลการทำงานของระบบไฮบริด ได้มีโอกาสได้ทดลองขับช่วงสั้นๆ ในสนามทดสอบของ MG พอจับอาการได้ว่า ช่วงล่างแน่นหนึบกว่าตัว MG HS อัตราเร่งแรงกว่า ขับสนุกกว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายละเอียดอย่างเป็นทางการของรถรุ่นนี้ รวมทั้งราคาจำหน่ายคาดการณ์กันว่าไม่น่าเกิน 1.3 -1.5 ล้านบาท ค่ายเอ็มจีเตรียมเปิดตัวในวันที่ 27 ต.ค.นี้ อดใจรอไม่กี่วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80707</URL_LINK>
                <HASHTAG>NEW MG HS PHEV, ข่าวรถ, เอ็มจี รถใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f8909fcf3a95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
