<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>32216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2019 07:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2019 07:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้สื่อนอกถล่มไทยอีก!&#039;ทักษิณ&#039;อ้างผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับ เพราะจัดโดยเผด็จการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26&amp;nbsp;มี.ค.62- New York Times เผยแพร่บทความที่เขียนโดย นายทักษิณ ชินวัตร &amp;nbsp;โดยระบุว่าคสช.ต้องการอยู่ในอำนาจต่อ &amp;nbsp;ภายใต้รัฐธรรมนูญที่เขียนขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่ฝ่ายตัวเอง &amp;nbsp;ด้วยกฎกติกาการเลือกตั้งทำให้พรรคใหญ่อ่อนแอ และปฏิบัติต่อฝ่ายที่เป็นขั้วตรงข้ามทางการเมืองเหมือนเป็นศัตรู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทักษิณยังโจมตีรัฐบาลทหารว่า ไม่มีความละอายและพวกเขาต้องการที่จะมีอำนาจ &amp;nbsp;การเคลื่อนไหวครั้งต่อไปของพวกเขาอาจจะเป็นการติดต่อพรรคขนาดเล็ก ซึ่งเป็นการเลือกตั้งที่แพงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผลการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งในและต่างประเทศ เศรษฐกิจของประเทศไทยจะอ่อนแอ &amp;nbsp;สิ่งเหล่านี้เกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดของเผด็จการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนท้าย นายทักษิณระบว่าประเทศไทยควรมีรัฐบาลที่สะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ความต้องการของเผด็จการ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32216</URL_LINK>
                <HASHTAG>New York Times, คสช., ทักษิณ ชินวัตร, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba62d744ef90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิทธิของเด็ก ในยุคโซเชียลมีเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยุคนี้คนเรามักจะโพสต์ทุกอย่างลงโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่เรื่องกิน เรื่องเที่ยว เรื่องงาน เรื่องส่วนตัว และพ่อแม่ส่วนใหญ่ก็ชอบโพสต์เรื่องลูก โดยความเชื่อที่ว่าตัวเองมีสิทธิอย่างเต็มที่ในตัวลูก การที่พ่อแม่นำภาพของลูกๆ ไปเผยแพร่โดยตรงโดยลืมนึกถึงปัญหาความขัดแย้งระหว่างสิทธิของพ่อแม่ในการแบ่งปันประสบการณ์ตัวเองกับลูกๆ กับสิทธิในความเป็นส่วนตัวของเด็กนั้น มีนักวิจัยของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน และมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐอเมริกา ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมการโพสต์รูปลูกลงโซเชียล กับเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับเฟซบุ๊กเมื่อ 12 ปีก่อน โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นเด็กกับผู้ใหญ่จำนวน 249 คน ทำการสอบถามกับเด็กที่มีอายุระหว่าง 10-17 ปี การศึกษาครั้งนี้ได้รับการเผยแพร่จากหนังสือพิมพ์ New York Times ผลการศึกษาพบว่า เด็กยุคใหม่ที่โตมาพร้อมกับโซเชียลมีเดียต้องการที่จะควบคุมภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ของตัวเองมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านพ่อแม่ที่โพสต์เรื่องราวและรูปภาพของลูก เพราะต้องการที่จะแบ่งปันการเลี้ยงดูลูก ความน่ารักและพัฒนาการของลูกตนให้คนอื่นได้รับรู้ ไม่ใช่ลงเพราะต้องการแกล้งลูกแต่อย่างใด ในการโพสต์แต่ละครั้งต้องหาจุดสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวของลูกและสิทธิในการเลี้ยงดูลูกของพ่อแม่ รวมถึงไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของลูกมากเกินไปบนสื่อออนไลน์ เพราะอาจจะถูกค้นเจอโดยคนที่ไม่รู้จัก หรือคนที่ไม่ประสงค์ดีบนโลกโซเชียลได้ ข้อมูลที่โพสต์ลงบนโซเชียลถือเป็น Digital Footprint ที่ยังคงสืบค้นหาร่องรอยส่วนบุคคลของคนนั้นได้ตลอด เราจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลที่เราโพสต์ลงทุกวันนั้น ในอีกสิบปี ยี่สิบปีข้างหน้าจะมีผลกระทบอย่างไรกับลูกเรา และตัวลูกเองจะอึดอัด ขัดใจ หรือรู้สึกไม่พอใจกับข้อมูลดังกล่าวเพียงใด อย่าลืมว่าการตรวจสอบประวัติการเข้าทำงานหรือศึกษาต่อนั้น ฝ่ายบุคคลส่วนใหญ่ก็จะสืบค้นข้อมูลทางโลกไซเบอร์ได้ตลอดเวลา แค่ใส่ข้อมูลชื่อ นามสกุลของผู้ที่เราต้องการสืบค้นเข้าไป ก็จะพบข้อมูล รูปภาพมากมาย ในต่างประเทศถึงกับมีบริษัทรับจ้างทำ Facebook และ IG เพื่อสมัครงานโดยเฉพาะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะเดียวกัน การโพสต์แชร์ภาพเด็ก แม้แต่ภาพความน่ารักของเด็ก ก็อาจจะเป็นช่องทางเสี่ยงทำให้เด็กตกเป็นเหยื่อของกลุ่มผู้ไม่หวังดีได้ อีกทั้งยังส่งเสริมให้เด็กเข้ามาเกี่ยวข้องกับโลกโซเชียลเกินกว่าวัย การภาพถ่ายลูกร่วมกับเด็กคนอื่น แล้วนำลงโดยไม่ได้ขออนุญาตผู้ปกครองเด็กก็ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเด็กคนอื่นเช่นกัน โดยเฉพาะการโพสต์เรื่องที่เกี่ยวกับโรงเรียนของลูก กิจกรรมในโรงเรียน หรือการแชร์โลเกชั่นโรงเรียนของลูก ข้อมูลเหล่านี้ไม่ควรเปิดเผย เพราะจะเป็นการป้องกันเหล่ามิจฉาชีพในการเข้าถึงข้อมูลเด็กได้ เป็นการป้องกันอันตรายให้ลูกได้ในเบื้องต้น จากที่เคยอบรมเรื่องสิทธิเด็กกับ UNODC มีคลิปที่ทางผู้บรรยายนำเสนอให้เห็นผลกระทบของการโพสต์ ลองเปิดดูแล้วไตร่ตรองสักนิดก่อนคิดที่จะโพสต์รูปหรือเรื่องราวของเด็กว่าจะมีผลกระทบกับพวกเขาอย่างไรในอนาคต https://www.youtube.com/watch?v=nOUu1fldBbI#action=share.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(g.jittima02@gmail.com)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28212</URL_LINK>
                <HASHTAG>New York Times, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
