<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58688</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใส่หน้ากากผิดที่ครับ ท่านประธานาธิบดี!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รูปขึ้นปกนิตยสาร New Yorker เล่มล่าสุดคือข้อสรุปของนักวิเคราะห์ในอเมริกาต่อโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าด้วยโรคระบาด Covid-19 อย่างไม่ต้องถามซ้ำอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักเขียนการ์ตูนล้อเลียนคนนี้ให้ทรัมป์เอาหน้ากากอนามัยไปปิดตาแทนที่จะปิดปากและจมูกเท่ากับปิดตาตัวเอง ไม่รู้ไม่เห็นความรุนแรงของปัญหา ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถจะป้องกันไวรัสเข้ามาคุกคามตัวเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความหมายคือ ประธานาธิบดีสหรัฐคนนี้ไม่รู้เรื่อง ไม่ทำการบ้าน ไม่ถามหาที่ปรึกษาเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้นำระดับโลกอย่างทรัมป์ไม่สนใจจะทำความเข้าใจกับเรื่องที่สำคัญอย่างนี้ ที่ชาวโลกกำลังตื่นกลัวกันขนาดนี้ก็ย่อมเป็นเรื่องที่น่าตกใจไม่น้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เปิดแถลงข่าวเรื่องนี้เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา พูดวกไปวนมาอยู่หนึ่งชั่วโมง ไม่มีเนื้อหาอะไรที่จะทำให้สบายใจได้ว่าเขารู้ว่ากำลังพูดเรื่องอะไรอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งพอทรัมป์บอกว่า &amp;ldquo;แล้วมันก็จะหายไปเอง วันหนึ่งวันใดข้างหน้ามันก็จะหายตัวไปเหมือนปาฏิหาริย์เอง&amp;rdquo; ก็ยิ่งน่าตกใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะไรคือ &amp;ldquo;ปาฏิหาริย์&amp;rdquo; ที่ผู้นำสหรัฐคนนี้พูดถึงหรือ? ไม่มีใครรู้ว่าทรัมป์หมายความว่าอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รู้แต่ว่าเขากำลังภาวนาในใจว่าเจ้า Covid-19 จะไม่สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจสหรัฐมากไปกว่านี้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะทรัมป์สนใจแต่เพียงตัวเลขเศรษฐกิจ ไม่ใส่ใจว่าความเป็นอยู่ของผู้คน สาธารณสุข หรือปัญหาการดำรงชีวิตประจำวันท่ามกลางตัวเลขของคนติดเชื้อและเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นทุกวันจะเลวร้ายลงไปอีกอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์จะสนใจเรื่องนี้ก็ต่อเมื่อมีใครไปวิเคราะห์ให้เขาฟังว่าถ้าเจ้าไวรัสวายร้ายตัวนี้ไม่หยุดอาละวาดไปทั่วโลก เขาอาจจะแพ้เลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนนี้ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่วันนี้ทรัมป์ยังไม่เชื่อ หรือยังไม่มีความเข้าใจถึงภัยคุกคามของไวรัสตัวนี้ต่อคนอเมริกันและชาวโลกอย่างน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ตัวเลขทางการของคนติดเชื้อในอเมริกามี 60 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รัฐแคลิฟอร์เนียไม่รอทำเนียบขาวแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐนี้ประกาศ &amp;ldquo;ภาวะฉุกเฉิน&amp;rdquo; แล้วเพื่อที่จะสามารถใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการสั่งการให้สกัดกั้นการกระจายตัวของไวรัสตัวนี้ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าตกใจคือ รัฐนี้รายงานว่ากำลัง &amp;ldquo;เฝ้าระวังและติดตามผลการตรวจ&amp;rdquo; ของคนกว่า 8,400 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ยิ่งทำให้ผู้คนกระวนกระวายก็คือ รายงานทางการที่ยืนยันว่าได้มีรายแรกที่แพร่จากคนป่วยในประเทศไปถึงคนในประเทศอีกคนหนึ่งโดยที่ไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับอู่ฮั่นแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ประกาศตั้งรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ เป็นหัวหน้าทีมที่จะทำศึกสงครามกับ Covid-19 โดยมีบุคลากรจากวงการแพทย์และจากหน่วยควบคุมและป้องกันโรคระบาดที่ชื่อ CDC (Center for Disease Control and Prevention) มาทำหน้าที่เป็นฝ่ายปฏิบัติการเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นวันเดียวก็มีรายงานว่ามีคนอเมริกันคนแรกเสียชีวิตจากไวรัสสายพันธุ์นี้แล้วที่รัฐวอชิงตันทางตะวันตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาของทรัมป์คือไม่ไว้ใจรัฐมนตรีสาธารณสุขและบริการมนุษย์ที่ชื่อ Alex Azar ในการทำหน้าที่นี้ แต่มอบหมายให้รองประธานาธิบดีเป็นหัวหน้าแทน เพราะเขาจะได้สั่งการตามลำดับความสำคัญของการเมือง...ไม่ใช่เรื่องสาธารณสุข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดง่ายๆ คือทำเนียบขาวยึดงานด้านการสู้กับ Covid-19 ไปจากกระทรวงสาธารณสุข จึงเกิดความสับสนงุนงงให้กับประชาชนคนอเมริกันไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกเริ่มเดิมทีนั้นทรัมป์พยายามจะบอกว่าเรื่องโครานาไวรัสตัวนี้ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง ขอให้ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงสาธารณสุขออกมาพร้อมคำเตือนที่หนักหน่วงกว่าน้ำเสียงของทำเนียบขาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยัวะเพราะข่าวเตือนภัยไวรัสทำให้ตลาดหุ้นและการเงินร่วงกันระนาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกครั้งที่หุ้นขึ้น ทรัมป์จะอ้างเป็นผลงานของตนเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทุกครั้งที่หุ้นร่วงหนัก เขาจะชี้นิ้วไปที่อื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำนอง &amp;ldquo;เอาดีใส่ตัว โยนความชั่วให้คนอื่น&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้องค์การอนามัยโลกจะประกาศยกระดับความเสี่ยงของโรคระบาดครั้งนี้จาก &amp;ldquo;สูง&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;สูงมาก&amp;rdquo; ทรัมป์ก็ยังทำตัวขวางโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนที่เขาไม่เชื่อว่าปัญหาโลกร้อนมีอยู่จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงถอนสหรัฐออกจาก Paris Agreement จนกลายเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลสำคัญคือ ทรัมป์ไม่ต้องการให้ผลพวงทางลบของ Covid-19 มาทำให้คะแนนนิยมทางการเมืองของเขาลดลง...เพราะสำหรับทรัมป์ทุกอย่างพุ่งตรงไปที่การเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนนี้เท่านั้น!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อะไรๆ ที่อยู่นอกเหนือเรื่องนี้ล้วนเป็นเรื่องรองลงไปทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58688</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, New Yorker, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
