<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสัน สานต่อโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ </HEADLINE>
                <CONTENT>

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย สานต่อโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชนในปีที่ 3 เดินหน้าจัดกิจกรรมค่ายสะเต็มศึกษา ที่บูรณาการการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีนักเรียนชั้น ม.2 และ ม.3 จำนวนกว่า 100 คน จากโรงเรียนในเขตชุมชนบางเสาธง โดยรอบฐานการผลิตของนิสสัน ในจังหวัดสมุทรปราการ เข้าร่วมโครงการ โดยกิจกรรมค่ายสะเต็มศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชน ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง นิสสัน, แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศญี่ปุ่น และมูลนิธิรักษ์ไทย ปัจจุบัน มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า 1,400 คน จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยอง และสมุทรปราการ โดยเป็นโครงการที่มุ่งเน้นด้านการพัฒนาภาวะผู้นำของเหล่าเด็กและเยาวชนควบคู่ไปกับทักษะการประกอบอาชีพด้วยสะเต็มศึกษา กิจกรรมในครั้งนี้ ผู้บริหารจากนิสสันได้ร่วมแบ่งปันเรื่องราวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนกว่า 100 คน จากโรงเรียนวัดศรีวารีน้อย และโรงเรียนวัดหัวคู้ ณ ค่ายลูกเสือบ้านริมน้ำ จ.ฉะเชิงเทรา


 

 ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย ผมเริ่มต้นจากความหลงใหลและชื่นชอบในรถยนต์ จนกลายมาเป็นความสำเร็จในการทำงานที่นิสสัน ผมยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของค่ายสะเต็มศึกษาในครั้งนี้ เพราะมีส่วนช่วยให้น้อง ๆ เยาวชนได้ค้นพบตัวเองว่าชื่นชอบอะไร



  ด้าน อัครพล แก้วพินิจ กรรมการผู้จัดการฝ่ายผลิต นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผมเกิดในครอบครัวชาวนา แต่ผมหลงใหลในรถยนต์ตั้งแต่เด็ก และมันได้เปลี่ยนชีวิตผม ทำให้กลายเป็นอาชีพที่ใฝ่ฝัน โดยตั้งแต่จำความได้ ผมตั้งใจศึกษาหาความรู้ทุก ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับรถ ทั้งวันทั้งคืน เพราะมีเป้าหมายว่าจะสักวันหนึ่งต้องทำงานบริษัทรถยนต์ให้ได้ค่ายสะเต็มศึกษาในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยกิจกรรมที่ทั้งหลากหลายและสนุกสนาน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปฏิสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมที่นอกจากจะช่วยสร้างเสริมภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมแล้ว ยังมีส่วนช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะการคิดวิเคราะห์ให้แก่นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย พร้อมกันนี้ น้อง ๆ นักเรียน ยังได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับ รถยนต์ นิสสัน เทอร์ร่า ที่ผลิตขึ้นโดยคนในชุมชนของพวกเขา ที่ถูกนำมาจัดแสดงอย่างใกล้ชิด รวมถึง กิจกรรมออกแบบรถยนต์แห่งโลกอนาคต ที่นักเรียนร่วมกันทำงานเป็นทีมกับเพื่อน ๆ จากต่างโรงเรียน โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และวาดภาพเป็นรถยนต์แห่งโลกอนาคตที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวออกมา
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41009</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, nissan, thaipost, นิสสัน, นิสสัน สานต่อโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ, ราเมช นาราสิมัน, อัครพล แก้วพินิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c028eb4fb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41008</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 11:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสัน สานต่อโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ </HEADLINE>
                <CONTENT>

นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย สานต่อโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชนในปีที่ 3 เดินหน้าจัดกิจกรรมค่ายสะเต็มศึกษา ที่บูรณาการการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เข้าไว้ด้วยกัน โดยมีนักเรียนชั้น ม.2 และ ม.3 จำนวนกว่า 100 คน จากโรงเรียนในเขตชุมชนบางเสาธง โดยรอบฐานการผลิตของนิสสัน ในจังหวัดสมุทรปราการ เข้าร่วมโครงการ โดยกิจกรรมค่ายสะเต็มศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งในโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชน ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง นิสสัน, แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศญี่ปุ่น และมูลนิธิรักษ์ไทย ปัจจุบัน มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการจำนวนกว่า 1,400 คน จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระยอง และสมุทรปราการ โดยเป็นโครงการที่มุ่งเน้นด้านการพัฒนาภาวะผู้นำของเหล่าเด็กและเยาวชนควบคู่ไปกับทักษะการประกอบอาชีพด้วยสะเต็มศึกษา กิจกรรมในครั้งนี้ ผู้บริหารจากนิสสันได้ร่วมแบ่งปันเรื่องราวเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียนกว่า 100 คน จากโรงเรียนวัดศรีวารีน้อย และโรงเรียนวัดหัวคู้ ณ ค่ายลูกเสือบ้านริมน้ำ จ.ฉะเชิงเทรา


 

 ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย ผมเริ่มต้นจากความหลงใหลและชื่นชอบในรถยนต์ จนกลายมาเป็นความสำเร็จในการทำงานที่นิสสัน ผมยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของค่ายสะเต็มศึกษาในครั้งนี้ เพราะมีส่วนช่วยให้น้อง ๆ เยาวชนได้ค้นพบตัวเองว่าชื่นชอบอะไร



  ด้าน อัครพล แก้วพินิจ กรรมการผู้จัดการฝ่ายผลิต นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ผมเกิดในครอบครัวชาวนา แต่ผมหลงใหลในรถยนต์ตั้งแต่เด็ก และมันได้เปลี่ยนชีวิตผม ทำให้กลายเป็นอาชีพที่ใฝ่ฝัน โดยตั้งแต่จำความได้ ผมตั้งใจศึกษาหาความรู้ทุก ๆ เรื่องที่เกี่ยวกับรถ ทั้งวันทั้งคืน เพราะมีเป้าหมายว่าจะสักวันหนึ่งต้องทำงานบริษัทรถยนต์ให้ได้ค่ายสะเต็มศึกษาในครั้งนี้ ประกอบไปด้วยกิจกรรมที่ทั้งหลากหลายและสนุกสนาน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปฏิสัมพันธ์ผ่านกิจกรรมที่นอกจากจะช่วยสร้างเสริมภาวะผู้นำและการทำงานเป็นทีมแล้ว ยังมีส่วนช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะการคิดวิเคราะห์ให้แก่นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย พร้อมกันนี้ น้อง ๆ นักเรียน ยังได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับ รถยนต์ นิสสัน เทอร์ร่า ที่ผลิตขึ้นโดยคนในชุมชนของพวกเขา ที่ถูกนำมาจัดแสดงอย่างใกล้ชิด รวมถึง กิจกรรมออกแบบรถยนต์แห่งโลกอนาคต ที่นักเรียนร่วมกันทำงานเป็นทีมกับเพื่อน ๆ จากต่างโรงเรียน โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ และวาดภาพเป็นรถยนต์แห่งโลกอนาคตที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวออกมา
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41008</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, nissan, thaipost, นิสสัน, นิสสัน สานต่อโครงการพัฒนาทักษะภาวะผู้นำเด็กและเยาวชนในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ, ราเมช นาราสิมัน, อัครพล แก้วพินิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2c028eb4fb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2019 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “แค่ใจก็เพียงพอ” ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้ชุมชน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm;&quot;&gt;นิสสัน มีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนปากน้ำปราณ โดยนำของเหลือใช้ในชุมชน ผ่านกระบวนความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่กลายเป็นผลิตภัณฑ์มีมูลค่า ภายใต้โครงการ &amp;ldquo;แค่ใจก็เพียงพอ&amp;rdquo; นิสสันร่วมกับนักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะสถาปัตย์กรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กว่า 60 คน ทำงานร่วมกับชุมชนในการพัฒนา และนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปขายอันก่อให้เกิดรายได้จากของเหลือใช้ในท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm;&quot;&gt;ปีเตอร์ แกลลี รองประธาน สายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า นิสสัน มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษาทุกคนได้แรงบันดาลใจจากโครงการฯ นำความมุ่งมั่น และความคิดสร้างสรรค์ ในการนำของเหลือใช้กลับมาเป็นผลิตภัณฑ์ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจ มีความสวยงาม แปลกใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ และสามารถวางจำหน่ายในท้องตลาดได้อย่างแน่นอน เชื่อว่าการเรียนรู้จากโครงการนี้ จะทำให้นักศึกษาท้าทายความสามารถในสถานการณ์จริง ให้สร้างสรรค์ผลงานที่มีโดดเด่น และมีความแตกต่าง อีกทั้งได้รับประสบการณ์ในการทำงานสำหรับอาชีพที่ทุกคนเลือกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm;&quot;&gt;ต้นแบบผลิตภัณฑ์ ประกอบไปด้วย กระถางต้นไม้ที่ย่อยสลายได้เอง ทำจากไบโอพลาสติกและวัสดุจากธรรมชาติ เช่น กะลามะพร้าวและใบสนแห้ง แจกันทำจากขวดแก้วเหลือใช้และเชือก กระเป๋าอีโคถักด้วยเชือกหรือหนัง รองเท้า &amp;ldquo;รี-ปราณ&amp;#39; ทำจากของเหลือใช้และเชือกที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล กระเป๋าถือ &amp;ldquo;โคเชลล์&amp;rdquo; ทำจากกะลามะพร้าวและเชือกหรือตาข่าย โคมไฟที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของแมงกะพรุน ทำจากอวนตาข่ายที่ไม่ใช้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm;&quot;&gt;หัวหน้าและที่ปรึกษาโครงการอย่าง อาจารย์จารุพัชร อาชวะสมิต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังกล่าวว่า นักศึกษาต้องเผชิญกับปัจจัยหลายอย่าง เมื่อต้องมารับมือกับความท้าทายในสถานการณ์จริงภายใต้โครงการนี้นักศึกษาต้องตรวจสอบรายการวัสดุเหลือใช้ในชุมชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายสองประการ คือ สร้างผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ ในขณะที่ ต้องลดปริมาณของเหลือใช้ ทำให้พวกเขาสามารถประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่น่าตื่นเต้นและสร้างสรรค์ จากนั้นจึงนำเสนอและถ่ายทอดวิธีการผลิตสิ่งของเหล่านี้ให้กับชาวบ้านในชุมชน วัสดุส่วนใหญ่ที่นำมาใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีดีไซน์ที่สวยงาม (upcycle) นั้นเก็บมาจากบริเวณรอบๆ ชุมชนปากน้ำปราณ ซึ่งรวมถึงอวนตาข่าย ขวดแก้ว ถุงพลาสติก และวัสดุธรรมชาติ เช่น ใบสน และกะลามะพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm;&quot;&gt;นักศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่ไม่เหมือนใครผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์จากของเหลือใช้ในโครงการนี้ ในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 12pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35293</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, nissan, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, นิสสัน มอเตอร์, ปีเตอร์ แกลลี, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, แค่ใจก็เพียงพอ, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190508/image_big_5cd25a9e36121.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 00:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 00:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ เอสยูวีพรีเมี่ยมอัดแน่นเทคโนโลยีอัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระยะหลังผู้บริโภคชาวไทยหันมานิยมใช้รถเอสยูวีกันมากขึ้น บ้างก็มีเหตุผลว่าต้องการได้รถคันเดียวที่ตอบโจทย์ ทั้งใช้ในชีวิตประจำวัน และยังพาครอบครัวออกไปเที่ยวในวันหยุด และยังสามารถบรรทุกสัมภาระออกไปทำกิจกรรมใน ต่างจังหวัดได้อีกด้วย ซึ่งทำให้รถเอสยูวีมีความต้องการในตลาดเมืองไทยมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งค่ายนิสสัน หลังจากได้เปิดตัว เทอร์ร่า ในเมืองไทยเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับและ ความสนใจอย่างดี โดยพร้อมส่งมอบรถในวันที่ 10 ต.ค. นี้ และหลังจากส่งมอบทางนิสสันพร้อมที่จะทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายที่โชว์รูมทั่วประเทศ โดยยอดจองตั้งแต่เปิดตัวสู่สาธารณชนถือได้ว่าเป็นไปตามเป้า โดยแบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าใน กทม. ราว 50% และอีก 50% เป็นลูกค้าตามหัวเมืองใหญ่ เป็นกลุ่มลูกค้าอายุ 45 ปีขึ้นไป ที่ต้องการซื้อเพิ่มเป็นรถคันที่สอง ซึ่งผู้ที่ซื้อรถคันนี้เพื่อมุ่งหวังในการตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งานในคันเดียว อย่างคุ้มค่า ซึ่งเน้นใช้งานในเมืองเป็นหลัก และรถคันนี้ยังสามารถตอบโจทย์ในการเดินทางไกล ด้วยการเดินทางไปทั้ง ครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนิสสัน เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับ นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ บนเส้นทางเชียงราย-ดอยตุง-ดอยช้างมูบ และเส้นทางออฟโรด เพื่อได้สัมผัสถึงสมรรถนะและความอรรถประโยชน์ของเทอร์ร่า โดยระยะทางในการทดลองขับกว่า120 กม. เริ่มต้นจาก จ.เชียงราย ขึ้นพระตำหนักดอยตุง ไปดอยช้างมูบ ดอยผาฮี้ ตลอดจนถึง ดอยผาหมี มีรูปแบบเส้นทาง ขึ้นลงเขาสูงชันและคดเคี้ยวตลอดเวลา ทำให้ เทอร์ร่า ใหม่ ได้พิสูจน์ พละกำลังของเครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTT ขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะ อัตราการประหยัดน้ำมัน และด้วยระบบช่วงล่างหลังคอยล์สปริงแบบ 5-link ที่ยอดเยี่ยมสามารถช่วยลดอาการโคลงของตัวรถ (body roll) ทำให้ผู้ขับสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ ไม่เหนื่อยล้า ผู้โดยสารรู้สึกสะดวกสบาย แม้บนถนนที่คดเคี้ยว&amp;nbsp;ระหว่างเส้นทางได้มีการทดลองเทคโนโลยีอัจฉริยะในนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ เช่น เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารปลอดภัยยิ่งขึ้น เมื่อมีสัมภาระขนาดใหญ่หรือ ขณะมีผู้โดยสารเต็ม 7 ที่นั่ง รวมไปถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะอื่น ๆ เช่น กล้องอัจฉริยะมองภาพ รอบทิศทางเทคโนโลยีตรวจจับ และส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อน ไหวจากกล้องรอบคัน ระบบพับเบาะอัตโนมัติ สำหรับที่นั่งแถวที่สองเพื่อ เพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าออก ตลอดจนกระจกหน้าแบบลดเสียงรบกวนจากภายนอก ที่ช่วยให้ภายในห้องโดยสาร มีความเงียบเติมเต็มความเป็นส่วนตัวตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการได้ทดลองขับ ในครั้งนี้มีโอกาสขับในรุ่นที่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ผู้เขียนมีความเห็นว่า รูปทรงภายนอกมี การออกแบบเรียบๆ ดูสุขุม ตัวถังรถดูบึกบึน ขนาดตัวรถใหญ่กำลังดี ส่วนภายในออกแบบเรียบง่ายเน้นการใช้งานฟังก์ชั่น ต่างๆอย่างสะดวก ได้มีโอกาสนั่งในทุกตำแหน่งของรถ ในตำแหน่งคนขับออกแบบให้ทัศนวิสัยโปร่งขับสบาย เบาะ นั่งปรับไฟฟ้า จากการขับขี่จุดอับสายตามีบ้างเล็กน้อยแต่ด้วยเทคโนโลยีของกล้องอัจจริยะมองรอบทิศทางทำให้ช่วย ในการมองเห็นอย่างมาก ส่วนตำแหน่งของผู้โดยสารด้านข้างคนขับ กว้างขวางนั่งสบาย แต่เสียดายที่เบาะเป็นปรับมือ สำหรับเบาะนั่งแถวที่สองได้ลองนั่ง รู้สึกว่าโปร่งสบายเนื่องจากแถว 2 มีการยกตำแหน่งเบาะให้สูงขึ้นกว่าแถวแรก ทำให้ผู้โดยสารไม่อึดอัดและมองเห็นได้กว้างขึ้น นั่งแล้วไม่เมารถ ในส่วนระบบแอร์มีปุ่มปรับด้านหลังแบบหมุน ซึ่งอาจจะออกแบบดูเชยไปสักนิด แต่จากการใช้งานสะดวกดีปรับได้ง่าย เบาะแถวที่ 2 สามารถพับได้ง่าย โดยมีปุ่มกดพับอัตโนมัติจากตำแหน่งด้านหน้า ส่วนที่นั่งแถวที่สามให้ความสบายในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเดินทางไกล น่าจะเหมาะกับเด็ก เพราะช่วงตำแหน่งวางขาค่อนข้างเล็ก และตำแหน่งเบาะนั่งลาดลงถ้านั่งเดินทางไกลน่าจะเมื่อยอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมรรถนะของเทอร์ร่า ต้องบอกว่าเป็นรถเอสยูวีที่ปรับจูนช่วงล่างและระบบต่างๆมาได้ดี พละกำลังแรงเหลือ เพราะเส้นทางการทดลองขับขึ้น-ลง เขา แทบตลอดเส้นทาง ผ่านทางชันมาก ผ่านโค้งพับผ้า และด้วยสมรรถนะอันโดด เด่นของเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ในอนาคต หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ที่อยู่ในเอสยูวีรุ่นนี้ยิ่งทำให้ การขับขี่ทำได้ง่ายดายขึ้น การทดสอบครั้งนี้ ยังได้ทดลองขับทั้งสองรุ่น คือ รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (2WD) และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) บนเส้นทางหลากหลายรูปแบบ ตลอดจนถึงสถานีทดสอบสมรรถนะแบบออฟโรดบนเส้นทางตามธรรมชาติ เช่นผ่านเนินเพื่อทดสอบมุมเอียง เนินสลับ เนินเขาสูง และระบบแสดงผลของมุมเอียงต่างๆ ในขณะขับขี่ทาง ออฟโรด การทดสอบขับลุยน้ำ การทดสอบเทคโนโลยีของ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ในรถเอสยูวีพรีเมี่ยม เช่น เทคโนโลยี ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน เทคโนโลยีควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เทคโนโลยีป้องกันการลื่นไถล มาตรแสดง ข้อมูลของระบบขับเคลื่อน รวมถึงมุมเอียงต่างๆ ในขณะขับขี่ทางออฟโรด ฟังก์ชั่น shift-on-the-fly ที่ให้ผู้ขับสามารถ เปลี่ยนจากการขับขี่แบบสองล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ทั้งหมดนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่และเทอร์ร่าใหม่ สามารถลุยภูมิประเทศต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ มีให้เลือก 5 สี ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 1,316,000 บาท สำหรับรุ่น 2.3 V 2WD 7AT รุ่น 1,349,000 บาท สำหรับรุ่น 2.3 VL 2WD 7AT และ THB 1,427,000 สำหรับรุ่น 2.3 VL 4WD 7AT&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง : นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20565</URL_LINK>
                <HASHTAG>nissan, terra, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, นิสสัน, นิสสัน เทอร์ร่า, รีวิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcf572b52097.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสัน ประกาศเข้าซื้อหุ้น อี.แดมซ์ เสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันฟอมูล่า อี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน ประกาศเข้าซื้อหุ้น อี.แดมซ์ &amp;nbsp;ทีมผู้สร้างฟอร์มูล่าคาร์&amp;nbsp; ที่กวาดรางวัลจากสนามแข่งมามากมาย โดยนิสสันเข้าซื้อหุ้น อี.แดมซ์ ก่อนลงแข่งขันครั้งแรกในรายการ เอบีบี เอฟไอเอ ฟอร์มูล่า อี สตรีท เรซ แชมเปี้ยนชิพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน เป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นรายแรกที่เข้าร่วมการแข่งขันฟอร์มูล่า อี และเป็นผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยยอดจำหน่ายนิสสัน ลีฟ กว่า 350,000 คัน นิสสันพร้อมแสดงมิติใหม่ด้าน &amp;ldquo;สมรรถนะ&amp;rdquo; ภายใต้แนวคิด นิสสัน อินเทลลิเจ้นท์ โมบิลิตี้ ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่จะเปลี่ยนแปลงยานยนต์ในอนาคตทั้งด้านพลังงาน และระบบขับเคลื่อน สมรรถนะการขับขี่ และการผสานเทคโนโลยียานยนต์กับสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฌอ ปอล ดรีโอ ผู้ร่วมก่อตั้ง และหัวหน้าทีม อี.แดมซ์ ทีมผู้สร้างฟอร์มูล่าคาร์ เมืองเลอมังส์ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เข้าร่วมทุนกับแดมซ์ ทีมผู้สร้างฟอร์มูล่าคาร์ที่มีประวัติศาสตร์ชัยชนะในการแข่งขันฟอร์มูล่าคาร์อันยาวนานกว่า 30 ปี ก่อนหน้านี้ทีม อี.แดมซ์ ร่วมมือกับ เรโนลต์ กลุ่มอัลลายแอนซ์ของนิสสัน คว้าขัยชนะการแข่งขันฟอร์มูล่า อี ประเภททีมแชมเปี้ยนชิพ ในฤดูการแข่งขันแรก ทำให้ทีม อี.แดมซ์ มีสถิติชนะการแข่งขันสูงสุด และเป็นทีมผู้นำในการแข่งขันฟอร์มูล่า อี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรเอล เดอ วรี รองประธานกรรมการบริหารองค์กร และ หัวหน้าฝ่ายการตลาด และกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก กล่าวว่า นิสสันเข้าร่วมแข่งขันฟอร์มูล่า อี เป็นครั้งแรกจึงร่วมมือกับ อี.แดมซ์ ทีมผู้สร้างฟอร์มูล่าคาร์ที่มีศักยภาพ และประสบการณ์ในการนำทีมคว้าชัยชนะจากการแข่งขันมาแล้วมากมาย&amp;nbsp; นิสสัน และ อี.แดมซ์ จะเริ่มทดสอบรถแข่งใหม่ล่าสุด รุ่นที่ 2 สำหรับการแข่งขันฟอร์มูล่า อี ที่มาพร้อมด้วยพละกำลังที่มากกว่าเดิม และวิ่งได้ไกลกว่าเดิม และทำให้ทีมไม่ต้องเปลี่ยนรถคันที่ 2 ในการแข่งขันอย่างใน 4 ฤดูการแรก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18778</URL_LINK>
                <HASHTAG>motoring, nissan, thaipost, ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, นิสสัน, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb190cb336f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 10:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสัน “เทอร์รา” เอสยูวี รุ่นล่าสุด เริ่มขายแล้วที่ฟิลิปินส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน เปิดตัว เทอร์รา ใหม่ เอสยูวีแบบตัวถังบนแชสซีส์ตามคำสัญญาที่จะขยายตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยลูกค้าในประเทศฟิลิปปินส์สามารถสั่งจองนิสสัน เทอร์ราใหม่ล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันนี้ โดยการส่งมอบจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ทั้งนี้นิสสันมีแผนเปิดตัวนิสสัน เทอร์รา ในประเทศไทยและประเทศอินโดนีเซียภายในปีงบประมาณนี้ (เม.ย. 2561 &amp;ndash; มี.ค. 2562) ก่อนจะตามมาด้วยการทำตลาดในประเทศบรูไน กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน เทอร์รา ใหม่ นำเสนอเครื่องยนต์ที่มีสมรรถนะสูง ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และเทคโนโลยีการขับขี่ทันสมัยอื่นๆ มากมายกว่ารถในระดับเดียวกัน นิสสัน ออกแบบให้ เทอร์รา ใหม่ มีความแข็งแกร่งรองรับทุกภารกิจการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมั่นใจ ขณะเดียวกันยังช่วยให้ลูกค้าของเรา สามารถปลดปล่อยความจำเจ และออกผจญภัยได้อย่างเต็มที่ พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มเอสยูวีขนาดกลาง และลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์รุ่นใหม่ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเซกเมนท์ของรถเอสยูวียังคงมียอดขายอยู่ในสามอันดับแรกในตลาด และถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของภูมิภาคนี้ นิสสัน เทอร์รา ใหม่ จะใช้ฐานการผลิตในประเทศไทยเพื่อจำหน่ายในประเทศ และส่งออกสู่ตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เทอร์รา ใหม่ นับเป็นก้าวสำคัญล่าสุด ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เชิงรุกสู่ตลาดในภูมิภาคนี้ และเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินแผนงานระยะกลางของนิสสัน หรือ Nissan M.O.V.E. 2022 สำหรับภูมิภาคนี้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน เทอร์รา ใหม่ พัฒนาบนแชสซีส์อเนกประสงค์แบบขั้นบันไดซึ่งทำให้ตัวถังเหนียวแน่น และแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เหมาะกับการขับขี่บนทางแบบออฟโรด ระบบกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบไฟว์-ลิงค์ คอยล์สปริง และเพลาหลังที่มั่นคงแข็งแรง สร้างความมั่นใจว่าความสะดวกสบายและความนุ่มนวลที่มาพร้อมกับความทนทานและความแข็งแกร่ง ในฟิลิปปินส์ เครื่องยนต์ดีเซล YD25 มีสมรรถนะสูงสุด 190 แรงม้าและแรงบิดขนาด 450 นิวตันเมตร อัตราเร่งที่ดี และต่อเนื่อง ทั้งยังโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำหน้าเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งกว่า และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วย ประกอบด้วยระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง&amp;nbsp; ระบบเตือนจุดบอดกับจุดอับสายตา และกล้องอัจฉริยะมองรอบทิศทาง พร้อมระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหว นิสสัน เทอร์ราเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกที่มาพร้อมกระจกมองหลังอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นทัศนวิสัยด้านหลัง โดยไม่มีการบดบังในห้องโดยสาร จากกล้องที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังของรถ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัย ยังมาพร้อมการควบคุมที่ดียิ่งขึ้นด้วยระบบ 4WD-DIFF หรือ ดิฟเฟอเรนเชียล-ล็อก 4 ล้อ และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน รวมถึง ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ที่ช่วยควบคุมความเร็วเมื่อขับขี่ลงในเส้นทางที่ลาดชัน รถยนต์เอสยูวีรุ่นนื้คือ ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบสำหรับภูมิภาคนี้ด้วยระยะความสูงจากพื้นถึงท้องรถถึง &amp;nbsp; 225 มม. ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากการขับขี่บนถนนขรุขระและเส้นทางที่ไม่ราบเรียบ รวมถึงในพื้นที่น้ำท่วมอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10455</URL_LINK>
                <HASHTAG>nissan, thaipost, ข่าวรถ, ทดสอบรถ, ทอลองขับ, นิสสัน, นิสสันเทอร์รา, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว, เทอร์รา, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b10c0db9efc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 01:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 01:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิสสัน สานต่อโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย สานต่อโครงการ &amp;ldquo;แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง&amp;rdquo; มุ่งสืบสานคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เริ่มโครงการ &amp;ldquo;แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง&amp;rdquo; ในปี พ.ศ. 2560 ด้วยความร่วมมือร่วมใจกับบุคคลต้นแบบ 10 ท่าน ที่ได้น้อมนำคำสอน แนวคิด รวมถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของ&amp;nbsp; ในหลวง รัชกาลที่ 9 มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน และดำรงชีวิตประจำวัน โครงการฯ ได้แสดงถึงกิจกรรมต่างๆ ที่ทุกคนสามารถร่วมกันทำได้มากมาย อาทิ การสร้างโป่งเทียมเสริมแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของ &amp;nbsp; สัตว์ป่า การสร้างแผงโซลาเซลล์ การนำมูลสัตว์และขยะอินทรีย์ต่างๆ มาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพเพื่อใช้สำหรับการหุงต้ม และการกลั่นน้ำส้มควันไม้โดยการเผาถ่านไม้อบเพื่อการเจริญเติบโตของพืช วัตถุประสงค์หลักของโครงการฯ นี้คือ การรักษา ส่งเสริม และสานต่อคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อให้ภูมิปัญญาของพระองค์ถูกส่งต่อไปยังคนรุ่นหลังต่อไป ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนมุ่งมั่นที่จะทำให้สังคม และโลกของเราให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้ระยะเวลา 5 เดือน ของการดำเนินงาน โครงการฯ พร้อมผู้สื่อข่าว พนักงาน และตัวแทนจำหน่ายฯ ของนิสสัน ได้ร่วมกันเดินทางเพื่อเรียนรู้จากบุคคลต้นแบบ ผู้ซึ่งตามรอยในหลวง รัชกาลที่ 9 ในเส้นทางต่างๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp; 10 เส้นทางทั่วประเทศ รวมเป็นระยะทางมากกว่า 1,500 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันตวน บาร์เตส ประธาน บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กิจกรรมทั้งหมดได้รับการคัดเลือกมาเพื่อช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าคำสอน และปรัชญาของในหลวง รัชกาลที่ 9 จะยังคงสืบต่อไปสู่คนรุ่นต่อๆไป โดยนิสสันจะขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดแนวพระราชปณิธาน&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อันยิ่งใหญ่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการสานต่อโครงการนี้ให้ดำเนินต่อไปในปี พ.ศ. 2561 เรารู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและมั่นใจได้ว่าคำสอนและปรัชญาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ถูกสืบทอดสู่คนไทยทุกคน ไม่เพียงแต่ระลึกถึงพระองค์ท่านเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภูมิปัญญาและผลสำเร็จจากคำสอนและปรัชญาของพระองค์ด้วย ส่วนสำคัญของโครงการนี้คือ การคัดเลือกบุคคลต้นแบบ 10 ท่าน ที่ไม่เพียงแค่เปลี่ยนการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของพวกเขาโดยน้อมนำหลักคำสอนและภูมิปัญญาของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่พวกเขายังทำงานเพื่อส่งเสริมและพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนเองอีกด้วย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากความสำเร็จ 10 กิจกรรมในปีแรกของโครงการ &amp;quot;แค่ใจก็เพียงพอ ตามพ่อที่พอเพียง&amp;quot; นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย มีแผนที่จะสานต่อโครงการฯ ต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9&amp;nbsp;จะได้รับการเทิดพระเกียรติและยกย่องต่อๆไป การเดินทางมีทั้งแบบไปกลับในหนึ่งวัน และสองวันไปยัง 9 จังหวัด ได้แก่ นครนายก เชียงใหม่ เพชรบุรี เชียงราย บุรีรัมย์ สระแก้ว มหาสารคาม ระนอง และกรุงเทพฯ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางโดย รถยนต์ นิสสัน นาวารา เอ็กซ์เทรล โน๊ต อัลเมรา และมาร์ช ซึ่งรถยนต์ทุกรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีทันสมัย การเดินทางครอบคลุมระยะทางทั้งหมดกว่า 1,500 กิโลเมตรและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เดินทางไปยังสถานที่ 10 แห่งที่แตกต่างกัน ได้รับประสบการณ์ที่น่าประทับใจและให้คุณค่า ตลอดจนเรียนรู้คำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้เห็นแนวทางที่บุคคลต้นแบบช่วยเหลือคนในภาคเกษตรกรรมและสาขาที่เกี่ยวข้องด้วยการประยุต์ใช้ความรู้และนำไปปฏิบัติเพื่อพัฒนาธุรกิจในชีวิตประจำวันของพวกเขา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9850</URL_LINK>
                <HASHTAG>motoring, nissan, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, นิสสัน, ยานยนต์, ยานยนต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b05b637dfda0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
