<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NPS ลุยขายหุ้นกู้ครั้งใหม่ 5,500 ล้านบาทชูเรทติ้งระดับ BBB</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เมษายน 2564บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ให้ประชาชนทั่วไป ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ เป็นหุ้นกู้ระยะยาวชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยให้สิทธิผู้ออกหุ้นกู้ในการไถ่ถอนได้ก่อนกำหนด มูลค่าไม่เกิน&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;ล้านบาท เสนอขายไม่เกิน 5.5 ล้านหน่วย แบ่งหุ้นกู้ออกเป็น 3 ชุด วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท และหุ้นกู้สำรองอีก 500 ล้านบาท

&amp;nbsp;หุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;หุ้นกู้ชุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ล้านบาท อายุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่&amp;nbsp;4.5%&amp;nbsp;ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2567&amp;nbsp;หุ้นกู้ชุดที่ 2&amp;nbsp;มูลค่า 2,000&amp;nbsp;ล้านบาท อายุ 5&amp;nbsp;ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2569 และ&amp;nbsp;หุ้นกู้ชุดที่ 3&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท อายุ 5&amp;nbsp;ปี 10 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่&amp;nbsp;5.35%&amp;nbsp;ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2570 โดยหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุดมีหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขายรวมกันไม่เกิน 500 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาจองซื้อหุ้นกู้ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;10-11พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์ของการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้&amp;nbsp;นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เพื่อนำไปชำระคืนหุ้นกู้ที่กำลังจะครบกำหนด และ/หรือ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท โดยก่อนหน้านี้&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;ได้แถลงผลการดำเนินงานในปี 2563 ว่า มีผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นในทุกด้าน โดยเฉพาะกำไรสุทธิ และ&amp;nbsp;EBITDA&amp;nbsp;สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เริ่มประกอบธุรกิจ โดย&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;มีรายได้รวมอยู่ที่&amp;nbsp;15,745&amp;nbsp;ล้านบาท มี&amp;nbsp;EBITDA&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;4,621&amp;nbsp;ล้านบาท และกำไรสุทธิที่&amp;nbsp;2,177&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;33% โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่&amp;nbsp;13.83%

&amp;quot;การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;สวนกระแสเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ขณะนี้เกิดการระบาดเป็นระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แล้วนั้น เกิดจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มลูกค้าในสวนอุตสาหกรรม&amp;nbsp;304&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มของลูกค้ารายเก่าและการลงทุนเพิ่มขึ้นของลูกค้ารายใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจตลอด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา อาทิ การนำ&amp;nbsp;Digital Technology&amp;nbsp;หลากหลายรูปแบบเข้ามาช่วยในการทำงาน การยกระดับระบบบัญชีและการเงินให้ทันสมัย โปร่งใส ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน&amp;rdquo;

&amp;nbsp;หุ้นกู้&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 เพิ่มจากระดับ&amp;nbsp;BBB- เป็น&amp;nbsp;BBB&amp;nbsp;และแนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo;&amp;nbsp;อันสะท้อนถึงกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งบริษัทได้รับจากการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสัดส่วนหนี้สินที่ลดลง นอกจากนั้นยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ ในฐานะผู้ให้บริการพลังงานและสาธารณูปโภคแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมแบบครบวงจร และเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถแสดงความจำนงซื้อหุ้นกู้ดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 13 ราย ได้แก่ 1.บล.โกลเบล็ก จำกัด 2.บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด 3.บมจ.หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน 4.บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)&amp;nbsp;5.บมจ.หลักทรัพย์ เคทีบีเอสที 6.บล.เอเชียพลัส จำกัด 7.บล.กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด&amp;nbsp;8.บมจ.หลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์&amp;nbsp;9.บมจ.หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส&amp;nbsp;10.บมจ.หลักทรัพย์ อาร์เอชบี&amp;nbsp; (ประเทศไทย)&amp;nbsp;11.บล.ทรีนิตี้ จำกัด 12.บริษัทหลักทรัพย์&amp;nbsp;ไอร่า&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp; 13.บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล&amp;nbsp;จำกัด
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99958</URL_LINK>
                <HASHTAG>NPS, ขายหุ้นกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d2a0e762a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/03/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/03/2021 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NPSปลื้มปี63ทำนิวไฮกำไรพุ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 มี.ค. 2564 นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า NPS เป็นผู้ให้บริการพลังงานและสาธารณูปโภคแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมแบบครบวงจร และเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ประกอบด้วย 1. &amp;nbsp;ธุรกิจการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมอยู่ที่ 726 เมกะวัตต์ 2. ธุรกิจน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม กำลังการผลิต 160,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และ 3. ธุรกิจผลิตเอทานอล กำลังการผลิต 500,000 ลิตรต่อวัน โดยภายหลังการปรับเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกด้าน ธุรกิจของ NPS เติบโตอย่างแข็งแกร่งโดยในปี 2563 บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 15,745 ล้านบาท มี EBITDA อยู่ที่ 4,621 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 2,177ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 13.83%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปี 2563 เป็นปีที่พิสูจน์ว่าวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ของเราถูกต้อง เพราะแม้จะมีผลกระทบจากโควิด-19 และเศรษฐกิจซบเซา เรายังสามารถสร้างสถิติใหม่ของผลประกอบการ หรือ นิวไฮ ทั้งกำไรสุทธิ และ EBITDA สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เริ่มประกอบธุรกิจ และถึงแม้ว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลจะเป็นโรงไฟฟ้าที่มีความยากและซับซ้อนกว่าโรงไฟฟ้าประเภทอื่น แต่ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปี ความตื่นตัวที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รวมทั้งการวิจัยพัฒนาเชื้อเพลิงชนิดใหม่ ทำให้ NPS สามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ จนขึ้นเป็นลำดับต้น ๆ ของอุตสาหกรรมในปีที่ผ่านมา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลประกอบการในปี 2563 NPS มีรายได้รวมทั้งสิ้น 15,745 ล้านบาท &amp;nbsp;EBITDA 4,621 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,177 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยความมั่นคงของรายได้ NPS สูงขึ้นจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม 304 ทั้งการเพิ่มปริมาณการใช้ของรายเก่าและการเข้ามาของลูกค้ารายใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจตลอด 3 ปีที่ผ่านมา อาทิ การนำ Digital Technology หลากหลายรูปแบบเข้ามาช่วยในการทำงาน การยกระดับระบบบัญชีและการเงินให้ทันสมัย โปร่งใส &amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้ NPS เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การสร้างสถิติใหม่ของผลประกอบการหรือนิวไฮในครั้งนี้สะท้อนถึงสถานะทางการเงินสุดแข็งแกร่งของ NPS และบริษัท ฯ ก็ยังคงตั้งเป้าที่จะรุกเดินหน้าทำนิวไฮให้ได้อีกในปีนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96475</URL_LINK>
                <HASHTAG>NPS, ทำรายได้นิวไฮ, บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน), ผลประกอบการ 63, โยธิน ดำเนินชาญวนิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210318/image_big_605304315d3e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 15:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;NPS&#039;โชว์การเงินแกร่งกำไรโต46%ลุยธุรกิจส่งออกแอลกอฮอล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.2563 นายชายน้อย เผื่อนโกสุม กรรมการ บริษัท บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) (&amp;ldquo;NPS&amp;rdquo;) &amp;nbsp;NPS เปิดเผยว่า NPS เป็นบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมพลังงาน โดยมีธุรกิจครอบคลุมการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำ ผลิตน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม และธุรกิจผลิตเอทานอล โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวลเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ ปัจจุบันการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในทุกด้าน ส่งผลให้ฐานะการเงินของบริษัท แข็งแกร่ง เนื่องจากผลประกอบการยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2019 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 15,506 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้นถึง 22% และมีกำไรสุทธิที่ 1,641 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากปี 2018&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับปี 2020 ถึงแม้ธุรกิจของบริษัทจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของCOVID-19 บ้างเล็กน้อย แต่บริษัทมั่นใจว่าด้วยระบบการบริหารจัดการ และประสิทธิภาพในการผลิตของทั้ง 3 ธุรกิจหลักที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาจนทำให้การดำเนินธุรกิจมีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน บริษัทจะยังคงรักษาระดับผลประกอบการที่ดีได้ต่อเนื่อง และจะมีกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับการผ่อนชำระหนี้ตามแผนงานที่วางไว้ &amp;nbsp;ทั้งนี้โดยบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์หลักของบริษัท ที่จะพิจารณาให้สินเชื่อระยะยาวเพิ่มขึ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับภาวะความไม่แน่นอนของตลาดหุ้นกู้ เนื่องจากความกังวลของนักลงทุน เกี่ยวกับผลกระทบจาก COVID-19 ที่อาจมีต่อบริษัทผู้ประกอบการที่จะออกหุ้นกู้ อนึ่งบริษัทฯ คาดว่า ณ ปลายปี 2020 ยอดหนี้สินเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์ และหุ้นกู้ของบริษัทจะลดลงจากปลายปี 2019 อีกประมาณ 1,300 ล้านบาท&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการขยายธุรกิจในระยะต่อไปนั้น นายชายน้อย กล่าวว่า จากการแพร่ระบาดของเชื้อCOVID-19 ทำให้ความต้องการแอลกอฮอล์ เพื่อทำผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อสูงขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้นNPSจึงได้มีการปรับเปลี่ยนธุรกิจเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น โดยต่อยอดธุรกิจผลิตเอทานอลมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อ ทั้งแอลกอฮอล์และเจลล้างมือ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแผนการลงทุนในระยะต่อไปของNPSบริษัทมีแผนร่วมลงทุนกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วน 65% : 35% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง ขนาด 560MW ใช้เงินลงทุนรวม 23,063 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวได้เซ็นสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งสองสัญญามีระยะเวลา 25 ปี คาดว่าโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะเริ่มก่อสร้างในปี 2025 และเปิดดำเนินการจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2027&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้NPSยังมีแผนเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าชุมชนทั้งแบบทั่วไปและแบบQuick Winในปี 2020 โดยคาดว่าจะเปิดรับซื้อโรงไฟฟ้าทั้ง 2 ประเภท รวม 700 เมกะวัตต์ &amp;nbsp;บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือNPSมีกำลังการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำรวม 726 เมกะวัตต์ มีกำลังการผลิตน้ำเพื่ออุตสาหกรรม 160,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และกำลังการผลิตเอทานอล 500,000 ลิตรต่อวัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66533</URL_LINK>
                <HASHTAG>NPS, ชายน้อย เผื่อนโกสุม, บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec6399117e44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
