<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116712</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2021 20:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2021 20:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.จัดเวทีเสนอโมเดลพัฒนา ‘ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง’ ‘นพ.อำพล’ เสนอรัฐหนุน ‘ตำบลเข้มแข็งเป็นวาระแห่งชาติ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดเวทีนำเสนอองค์ความรู้โมเดลการพัฒนา &amp;lsquo;ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo; ผ่านระบบ Zoom มีผู้เข้าร่วม 340 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน / พอช.จัดเวทีนำเสนอองค์ความรู้โมเดลการพัฒนา &amp;lsquo;ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo; เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp;เสนอบทสังเคราะห์การถอดความรู้โดยนักวิชาการ 5 ภาค&amp;nbsp;ขณะที่ นพ.อำพล จินดาวัฒนะ สว. หนุนการพัฒนาประเทศจากฐานล่าง&amp;nbsp;เหมือนสร้างพระเจดีย์ต้องสร้างฐานให้มั่นคง&amp;nbsp;พร้อมแนะรัฐสนับสนุนให้ตำบลเข้มแข็งเป็นวาระแห่งชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (14 กันยายน) ระหว่างเวลา 13.00 -18.30 น.&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้จัดเวทีนำเสนอองค์ความรู้โมเดลการพัฒนา &amp;lsquo;ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ผ่านโปรแกรม Zoom &amp;nbsp;Meetings &amp;nbsp;มีเป้าหมายเพื่อนำเสนอองค์ความรู้โมเดลการพัฒนา&amp;nbsp; การแลกเปลี่ยนการพัฒนาตำบลเข้มแข็งโดยการใช้เครื่องมือสนับสนุนต่างๆ&amp;nbsp; ของแต่ละพื้นที่และของแต่ละหน่วยงานที่จะเป็นประโยชน์ต่อชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ผู้แทนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; นักวิชาการ&amp;nbsp;ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ พอช. เข้าร่วมเวทีประมาณ 340 คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวจันทนา&amp;nbsp; เบญจทรัพย์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช.&amp;nbsp;กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการสนับสนุนการพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีเนื้อหาโดยสรุปว่า พอช. ได้สนับสนุนการนำตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็งมาใช้ตั้งแต่ปี 2561 เพื่อสนับสนุนให้ชุมชนนำตัวชี้วัดฯ ไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของพื้นที่&amp;nbsp; เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงชุมชน&amp;nbsp; และในปีงบประมาณ 2564 &amp;nbsp;พอช.ตั้งเป้าหมายการพัฒนาตำบลต้นแบบชุมชนเข้มแข็งให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ &amp;nbsp;จำนวน 800 ตำบล ( 5 ภาคๆ ละ 160 ตำบล) โดยใช้ตัวชี้วัดชุมชนเข้มแข็ง 4 มิติเป็นเครื่องมือ (คนมีแนวคิดและความสามารถเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; คุณภาพชีวิตคนในชุมชนดีขึ้น&amp;nbsp; การปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์โครงสร้าง/นโยบาย&amp;nbsp; และองค์กรชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; มีความสามารถในการบริหารจัดการ) และนำมาประเมินผล&amp;nbsp; สังเคราะห์เป็นองค์ความรู้โมเดล &amp;lsquo;การพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo; &amp;nbsp;นำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;นพ.อำพล&amp;rsquo; แนะใช้ &amp;lsquo;เบญจพลัง&amp;rsquo; หนุนการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.อำพล&amp;nbsp; จินดาวัฒนะ &amp;nbsp;สมาชิกวุฒิสภา&amp;nbsp; บรรยายเรื่อง &amp;lsquo;ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยชุมชนเข้มแข็ง&amp;nbsp; และทิศทางของรัฐที่ควนปรับเปลี่ยน&amp;rsquo; มีเนื้อหาโดยสรุปว่า&amp;nbsp; ภาพรวมของปัญหาชุมชนมีปัจจัยจาก 1.การบริหารราชการรวมศูนย์&amp;nbsp; รวบอำนาจ&amp;nbsp; 2.ภายนอกดึงทรัพยากรออกจากชุมชน&amp;nbsp; 3.ชุมชนขาดภูมิต้านทาน&amp;nbsp; พึ่งตัวเองไม่ได้&amp;nbsp; 4.ชุมชน&amp;nbsp; ฐานสังคมอ่อนแอ&amp;nbsp; ล่มสลาย&amp;nbsp; ดังนั้นการพัฒนาประเทศจะต้องพัฒนาจากฐานราก&amp;nbsp; เหมือนการสร้างพระเจดีย์&amp;nbsp; จะต้องสร้างฐานพระเจดีย์ให้มั่นคง&amp;nbsp; โดยให้ชุมชนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งจัดการตนเองได้&amp;nbsp; และไปเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ ของสังคมได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม&amp;nbsp; เป้าหมายที่ 3 เรื่อง &amp;lsquo;เพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่นในการพัฒนา &amp;nbsp;การพึ่งตนเอง และการจัดการตนเองเพื่อสร้างสังคมคุณภาพ&amp;rsquo; จึงเน้นเรื่อง การเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการพึ่งตนเองและพึ่งพากันเอง &amp;nbsp;&amp;nbsp;สร้างการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ เพื่อสร้างประชาธิปไตยชุมชน และการสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้กับชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการศึกษาเรื่อง &amp;lsquo;การจัดการตำบลเข้มแข็งตามแนวทางยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ&amp;rsquo; ของคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา&amp;nbsp; โดยใช้วิธีการศึกษาหลายรูปแบบ&amp;nbsp; รวมทั้งการศึกษาพื้นที่ 4 ตำบล 4 ภาค (ตำบลแม่ทา จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; ตำบลห้วยงู จ.ชัยนาท &amp;nbsp;ตำบลเลยวังไสย์&amp;nbsp; จ.เลย&amp;nbsp; และตำบลนาทอน จ.สตูล) มีข้อค้นพบที่สำคัญที่จะนำไปสู่ตำบลเข้มแข็ง&amp;nbsp; เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1. &amp;lsquo;จตุพลัง&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นการบริหารจัดการแบบหุ้นส่วนในระดับตำบล &amp;nbsp;มีท้องถิ่น &amp;nbsp;ท้องที่ &amp;nbsp;หน่วยงานราชการ &amp;nbsp;และภาคประชาสังคม &amp;nbsp;หากมีหน่วยงานภายนอกเข้ามาเสริมเป็น &amp;lsquo;เบญจพลัง&amp;rsquo; จะช่วยเพิ่มปัจจัยต่าง ๆ ให้ตำบลเข้มแข็งยิ่งขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. การพัฒนาประเทศด้วย &amp;lsquo;ระบบแผนเดียวกัน&amp;rsquo; หรือ One Plan ของรัฐบาล จะเชื่อมโยงกระทรวง กรม &amp;nbsp;และพื้นที่ &amp;nbsp;จังหวัด อำเภอ &amp;nbsp;ตำบล &amp;nbsp;หมู่บ้าน/ชุมชนเข้าด้วยกัน &amp;nbsp;ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี&amp;nbsp; แต่ชุมชนท้องถิ่นจะต้องเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงและครบวงจร&amp;nbsp; ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของเบญจพลังที่ต้องพัฒนาและเรียนรู้ร่วมกัน &amp;nbsp;และ พอช.ควรจะเข้าไปหนุนเสริมชุนชนท้องถิ่นเรื่องการวางแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. ตำบลจะเข้มแข็งขึ้นกับปัจจัยภายนอก &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การเมือง &amp;nbsp;การบริหารราชการฯ &amp;nbsp;การมอบหมายมีแผนงานเฉพาะ และปัจจัยภายใน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;มีการร่วมคิด&amp;nbsp; ร่วมทำ&amp;nbsp; ร่วมเรียนรู้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;การพึ่งตนเองได้ &amp;nbsp;และการขจัดอุปสรรค &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. การจัดการตำบลเข้มแข็งในระดับปฏิบัติการ &amp;nbsp;ต้องใช้ทั้งแกนนำ&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่าย เครื่องมือ &amp;nbsp;เวทีกลาง &amp;nbsp;ศาสตร์และศิลปะ และการขับเคลื่อนนโยบายและแผน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.อำพล&amp;nbsp; จินดาวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;นอกจากนี้ตำบลยังมีนวัตกรรมที่เป็นทุนทางสังคมจำนวนมาก เช่น&amp;nbsp; กระบวนการจัดทำแผนแม่บทชุมชน &amp;nbsp;การวิจัยโดยชุมชน &amp;nbsp;ธรรมนูญตำบล &amp;nbsp;วิสาหกิจชุมชน &amp;nbsp;กองทุนตำบล ฯลฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งสามารถนำมาใช้และพัฒนาต่อยอดได้มาก&amp;nbsp; โดยเฉพาะเรื่องแผนแม่บทชุมชน &amp;nbsp;หากทำตรงนี้ให้ดี &amp;nbsp;เมื่อรัฐทำเรื่อง One&amp;nbsp; Plan &amp;nbsp;ชุมชนจะได้นำแผนไปเสียบได้ทันที&amp;rdquo; นพ.อำพลกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สว.ร่วมผลักดัน &amp;lsquo;ตำบลเข้มแข็งเป็นวาระแห่งชาติ&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.อำพล &amp;nbsp;กล่าวถึงข้อเสนอในตอนท้ายเพื่อหนุนเสริมให้ตำบลเข้มแข็งว่า&amp;nbsp; รัฐควรจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง 6 ด้านดังนี้&amp;nbsp; 1. ควรกำหนดให้การสร้างเสริม &amp;lsquo;ตำบลเข้มแข็ง&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็น &amp;lsquo;วาระแห่งชาติ&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นการตอกย้ำเรื่องการพัฒนา มีเป้าหมายนำไปสู่&amp;nbsp; &amp;lsquo;ตำบลเข้มแข็ง ประเทศมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp; 2. ควรกำหนดให้เป็นนโยบาย ให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทำความเข้าใจแนวคิด &amp;nbsp;แนวทางการบริหารจัดการแบบหุ้นส่วนในระดับพื้นที่ &amp;nbsp;และพัฒนาระบบกลไก &amp;nbsp;วิธีการทำงานสนับสนุน &amp;lsquo;การจัดการตำบลเข้มแข็งแบบหุ้นส่วน&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. ควรให้มี &amp;lsquo;ตัวชี้วัดร่วมเชิงกระบวนการ&amp;rsquo; ให้ส่วนราชการที่มีภารกิจในระดับตำบลและพื้นที่ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ทุกส่วนราชการให้ความสำคัญกับการจัดการตำบลเข้มแข็งแบบหุ้นส่วน &amp;nbsp;4. ควรให้มีแผนงาน โครงการ และงบประมาณสนับสนุนการพัฒนาระบบการจัดการตำบลเข้มแข็งแบบหุ้นส่วน &amp;nbsp;เวทีสมัชชาตำบลเข้มแข็ง (ตำบล, อำเภอ, จังหวัด) &amp;nbsp;การใช้เครื่องมือส่งเสริมการจัดการตำบลเข้มแข็งแบบหุ้นส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. ควรให้มี &amp;nbsp;&amp;lsquo;หลักสูตรการจัดการตำบลเข้มแข็ง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ให้ผู้บริหาร &amp;nbsp;ข้าราชการ &amp;nbsp;ผู้เกี่ยวข้องในทุกระดับได้มีโอกาสเรียนรู้ร่วมกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;6. ควรให้มี &amp;lsquo;สมัชชาตำบลเข้มแข็งแห่งชาติ&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพื่อเป็นกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ &amp;nbsp;และพัฒนาการจัดการตำบลเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้อเสนอทั้ง 6 ข้อนี้&amp;nbsp; วุฒิสภาจะเอาไปผลักดัน&amp;nbsp; รวมทั้งคณะกรรมการปฏิรูป&amp;nbsp; คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติต้องช่วยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้รัฐบาลนำสิ่งเหล่านี้ไปขบคิดต่อ &amp;nbsp;แล้วไปออกเป็นนโยบายสู่การปฏิบัติจริง &amp;nbsp;รัฐบาล &amp;nbsp;หมายถึงกระทรวง&amp;nbsp; ทบวงกรม&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องเปลี่ยนวิธีคิด &amp;nbsp;การจัดการ &amp;nbsp;สร้างความเข้าใจว่า ให้คนข้างในสามารถเข้ามาร่วมกันจัดการตนเอง &amp;nbsp;พึ่งพาตนเองให้มาก &amp;nbsp;และรัฐมาสนับสนุน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นพ.อำพลกล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โมเดลการพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการบรรยายของ นพ.อำพล&amp;nbsp; จินดาวัฒนะ&amp;nbsp; ดังกล่าวแล้ว&amp;nbsp; ยังมีการนำเสนอบทสังเคราะห์&amp;nbsp; &amp;lsquo;โมเดลการพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง&amp;rsquo;&amp;nbsp; จากทีมนักวิชาการ 5 ภาค&amp;nbsp; คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ&amp;nbsp; จาก ม.ขอนแก่น และ ม.อุบลราชธานี&amp;nbsp; ภาคใต้&amp;nbsp; จาก ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี&amp;nbsp; ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; จาก ม.เกษตรศาสตร์&amp;nbsp; ภาคเหนือ&amp;nbsp; โดยทีมนักวิชาการภาคเหนือ&amp;nbsp; และภาคกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; และตะวันออก จาก ม.บูรพา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตัวอย่าง&amp;nbsp; &amp;lsquo;การถอดองค์ความรู้การพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชน&amp;nbsp; เทศบาลตำบลเสนางคนิคม &amp;nbsp;อำเภอเสนางคนิคม &amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;rsquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผศ.บุญทิวา พ่วงกลัด &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี &amp;nbsp;&amp;nbsp;นำเสนอกระบวนการและวิธีการถอดบทเรียนว่า &amp;nbsp;การลงไปเก็บข้อมูลในพื้นที่ใช้วิธีการสนทนากลุ่ม &amp;nbsp;โดยมีคนที่เข้าร่วมหลากหลาย&amp;nbsp; และมีการสัมภาษณ์เชิงลึกผ่านระบบออนไลน์ ส่งข้อความผ่านไลน์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของพื้นที่มีบริบทหรือต้นทุนเดิม คือ มีความเข้มแข็ง &amp;nbsp;มีความเป็นมาค่อนข้างยาวนาน ในพื้นที่มีการขับเคลื่อนงานเชิงประเด็นการพัฒนา ที่เด่นๆ เช่น &amp;nbsp;กลุ่มพัฒนาบ้านเฮา เป็นเวลายาวนานก่อนที่จะเกิดการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;ธรรมนูญประชาชนคนอำนาจเจริญ (ปี 2555) &amp;nbsp;มีแนวคิดการจัดการตนเอง/การจัดการตนเอง &amp;nbsp;จัดทำธรรมนูญประชาชนตำบลเสนางคนิคม (ปี 2555) &amp;nbsp;อำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร (2556)&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้พื้นที่ยังมีทุนต่างๆ มากมาย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;กลุ่มสัจจะออมทรัพย์ กองทุนข้าวปันสุข หรือธนาคารข้าวของชุมชน เป็นการแบ่งปันข้าว&amp;nbsp; มีการกำหนดเงื่อนไขว่าใครบ้างที่จะมาขอข้าวจากกองทุนได้ นอกนี้มีกลุ่มต่างๆ ที่เกี่ยวกับเกษตรอินทรีย์ กองทุนสวัสดิการชุมชน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;lsquo;โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชน&amp;nbsp; เพื่อผลิตสินค้าและทำการตลาด&amp;rsquo;&amp;nbsp;โครงการนี้เกิดขึ้นได้โดยการวิเคราะห์สภาพปัญหา &amp;nbsp;ซึ่งพบ 3 ปัญหาสำคัญ &amp;nbsp;คือ 1.ปัญหาด้านรายได้ของเกษตรกร &amp;nbsp;2.ราคาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ (นำไปสู่การคิดเรื่องการแปรรูป) &amp;nbsp;และ 3.คนในชุมชนไม่มีรายได้ในช่วงหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยว จึงเป็นที่มาของโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำชุมชน &amp;nbsp;เพื่อผลิตสินค้าและทำการตลาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;ชาวบ้านเสนางคนิคมรวมกลุ่มกันนำผลผลิตมาแปรรูปจำหน่าย&amp;nbsp; สร้างอาชีพ&amp;nbsp; สร้างรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีกระบวนการ คือ 1. มีการวิเคราะห์ข้อมูล &amp;nbsp;สำรวจศักยภาพ 15 กลุ่ม &amp;nbsp;มีการคัดกรองเฉพาะกลุ่มที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;ทำผลผลิตขายในและนอกพื้นที่ &amp;nbsp;พบว่ามี 4 กลุ่มหลักๆ &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;กลุ่มทำข้าวอินทรีย์ &amp;nbsp;ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับข้าวและอื่นๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2. การดำเนินกิจกรรมโครงการ ซึ่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. โดยการอบรมแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวและกล้วยเป็นหลัก &amp;nbsp;เนื่องจากแต่ก่อนกลุ่มไม่ได้รวมตัวกัน &amp;nbsp;ต่างผลิต &amp;nbsp;ต่างขาย &amp;nbsp;แต่โครงการทำให้กลุ่มต่างๆ มาร่วมกัน &amp;nbsp;เพื่อผลักดันการดำเนินงานโครงการ &amp;nbsp;รวมถึงเรื่องของตลาด &amp;nbsp;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการอบรมพัฒนาบรรจุภัณฑ์&amp;nbsp; เพราะเดิมสินค้าขายในชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีขายข้างนอกบ้างโดยไม่มีโลโก้สินค้า ผลิตภัณฑ์หลักได้แก่ &amp;nbsp;ข้าวแต๋น &amp;nbsp;กล้วยตาก &amp;nbsp;กล้วยฉาบ &amp;nbsp;โดยสร้างแบรนด์ &amp;ldquo;เมืองสองนาง&amp;rdquo; นอกจากนี้มีสินค้าเสริม คือ ชาจากใบข้าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3. การดำเนินกิจกรรมผลิตภัณฑ์เสริม &amp;nbsp;เช่น ชาใบข้าว &amp;nbsp;กล้วยออร์แกนิค &amp;nbsp;เนื่องจากมีราคาค่อนข้างสูง &amp;nbsp;จึงเน้นการส่งขายนอกชุมชน &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการอบรมการขายสินค้าออนไลน์ &amp;nbsp;ซึ่งต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญการทำเว็บไซต์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4. การดำเนินกิจกรรมร้านค้าสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;และตลาดนัดเกษตรปลอดภัย &amp;nbsp;สินค้าวางจำหน่ายที่ร้านค้าสวัสดิการชุมชน &amp;nbsp;เปิดดำเนินการแล้วแต่ต้องปิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องจากประสบปัญหาบางอย่าง &amp;nbsp;กิจกรรมครั้งนี้ทำให้ฟื้นคืนสิ่งที่มีอยู่เดิมกลับคืนมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5. แผนในอนาคต ทางประธานสภาองค์กรชุมชนบอกว่าอยากจดทะเบียนให้เป็นวิสาหกิจชุมชน &amp;nbsp;และมีการรวบรวมสินค้าชุมชนทุกอย่างที่พื้นที่สามารถผลิตได้ นำมาจำหน่ายในร้านค้า และการสร้างเครือข่ายโดยการเชื่อมโยงกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัด&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำการค้าเชื่อมโยงทั้งในและนอกจังหวัด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เนื่องจากที่ผ่านมาในพื้นที่ได้รับออร์เดอร์สินค้าจากบริษัทเอกชนเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;ราคาประมาณ 500,000 บาท &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นราคาค่อนข้างสูง &amp;nbsp;แต่ละกลุ่มจึงระดมกำลังคนมาช่วยกันผลิตสินค้าเพื่อผลิตให้ทันคำสั่งซื้อ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่มีการร่วมกันผลิตในชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่ได้แยกกันทำเหมือนแต่ก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในตัวชี้วัด 4 มิติ &amp;nbsp;ชุมชนเข้มแข็งของ พอช. &amp;nbsp;จะเห็นว่าเด่นชัดในเรื่องคนมีคุณภาพได้ 25 คะแนนเต็ม &amp;nbsp;เห็นว่าคนในพื้นที่มีการขับเคลื่อนงานประเด็นต่างๆ ต้องการพัฒนาให้มีความเป็นอยู่ที่ดี &amp;nbsp;ที่สำคัญคือ เด็กและเยาวชนที่เคยร่วมกิจกรรมในช่วง 10 &amp;ndash; 20 ปีที่แล้ว &amp;nbsp;กลับมาเป็นแกนนำและเป็นพี่เลี้ยงให้กับเยาวชนในการขับเคลื่อนงานครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo; ผศ.บุญธิวายกตัวอย่างการถอดองค์ความรู้การพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชน&amp;nbsp; เทศบาลตำบลเสนางคนิคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;จังหวัดอำนาจเจริญ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116712</URL_LINK>
                <HASHTAG>One Plan, จตุพลัง, จัดเวทีเสนอโมเดลพัฒนา, ตัวชี้วัด 4 มิติ, ตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง, ตำบลเข้มแข็ง, ตำบลเข้มแข็งเป็นวาระแห่งชาติ, นพ.อำพล จินดาวัฒนะ, นางสาวจันทนา  เบญจทรัพย์, ผศ.บุญทิวา พ่วงกลัด, พอช., ยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยชุมชนเข้มแข็ง  และทิศทางของรัฐที่ควนปรับเปลี่ยน, ระบบแผนเดียวกัน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), เบญจพลัง, โครงการสนับสนุนการพัฒนาตำบลต้นแบบนวัตกรรมชุมชนเข้มแข็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210914/image_big_6140a3f8cd977.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
