<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดี พช. เปิด 5 หลักสูตร Digital Literacy เสริมแกร่ง “ชาว พช.” ทันยุค Disruption หนุนสร้างข้าราชการยุคใหม่ นำสมัยและมีประสิทธิภาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 30 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกในยุค Digital Disruption พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายในการผลักดัน นำพาประเทศไทยก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยกลไกของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับ ขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ การบริหารจัดการที่ดี ซึ่งในส่วนของภาครัฐต้องตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนงาน (Disruptive Technology) ให้สามารถอำนวยความสะดวก มุ่งเน้นความคล่องตัวเพื่อขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพลิกโฉมระบบราชการสู่ Digital Government&amp;nbsp; สอดคล้องกับทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่รัฐบาลดิจิทัล คือ การพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรภาครัฐในทุกระดับให้ได้รับความรู้ ความสามารถให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานในยุคดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อมุ่งสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ จึงมีการต่อยอดกระบวนการดำเนินงานเพื่อรองรับนโยบาย Thailand Digital Government และการพัฒนาประเทศสู่การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถเชิงดิจิทัลของภาครัฐไทยให้เป็นเอกภาพและเห็นผลจริง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน ได้ถือเป็นวาระที่สำคัญและดำเนินการแล้ว อาทิ การบริหารจัดการธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ส่งเสริมให้มีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ (Open Data) พัฒนาช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐ ณ จุดเดียว (One Stop Service) และการบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากการเปิดตัว 2 Digital Platform ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;Big Data กรมการพัฒนาชุมชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; เพื่อสร้างคุณค่า และใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน ที่ครอบคลุมในด้านคุณภาพชีวิต ด้านเศรษฐกิจ ด้านทุนชุมชน และความเข้มแข็งชุมชน ในระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ร่วมกันได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย และนำเสนอรูปแบบสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุญแจสำคัญในการการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงอยู่ที่การยกระดับศักยภาพบุคลากร ของกรมการพัฒนาชุมชน ให้มีทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy นั่นคือการนำสรรพกำลังทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทำงานร่วมกัน ตลอดจนพัฒนากระบวนการทำงาน ระบบงานในองค์กรที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ดังนั้น กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้กำหนดการฝึกอบรมเพิ่มทักษะด้านดิจิทัล ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีเป้าประสงค์ในการพัฒนาบุคลากรสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) และการพัฒนาบุคลากรสำหรับผู้พัฒนางานด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกและการนำเสนอ ผ่านกระบวนการ Learning by doing ในรูปแบบของการ Workshop ผสมกับการบรรยายจากประสบการณ์ตรง โดยศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ณ ห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วย 5 หลักสูตรที่น่าสนใจ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการพัฒนาเว็บ Application เบื้องต้น รับจำนวน 10 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ด้านการพัฒนาเว็บ เว็บ Application ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนสามารถประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านต่าง ๆ และแสดงผลบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้จริง ในวันที่ 17 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการนำเสนอด้วย Infographics รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ในหลักสูตรที่เน้นกระบวนการคิด และสร้าง Infographic โดยการนำเสนอข้อมูลที่มากและหลากหลายนำมาพัฒนารูปแบบการนำเสนอด้วยโปรแกรมPiktochart ที่สามารถจัดระเบียบข้อมูลรูปแบบของภาพ แผนภูมิ แผนผัง สัญลักษณ์ หรือ กราฟต่างๆ ทำให้นำเสนอเข้าใจได้ง่าย ในภาพเดียว สวยงาม น่าสนใจ ส่งผลให้การนำเสนอหรือการสื่อสารมีประสิทธิภาพเข้าใจง่าย น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยจัดอบรมในวันที่ 18 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการใช้เครื่องมือ Google Data Studio ในการวิเคราะห์ข้อมูล รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะเรียนรู้ในการบริหารจัดการข้อมูลผ่าน Google Data Studio การสร้างรายงานเชิงวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูง การคำนวณ การแปลงข้อมูล การสืบค้น และการเชื่อมโยงข้อมูล ตลอดจนการสรุปผลข้อมูลที่ซับซ้อน ออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ ที่ทำความเข้าใจข้อมูลง่ายขึ้น และสามารถต่อเข้ากับข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการจัดเก็บข้อมูลจากสังคมออนไลน์แบบเรียลไทม์ (Social Listening) รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่จะช่วยในการจัดเก็บข้อมูลข้อมูลจากสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook, Twitter, Instagram YouTube เป็นต้น และพัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพราะเสียงจากโลกออนไลน์จะสะท้อนภาพความเป็นไปของโลกได้หลากหลายมิติ และนำมาวัดผล เพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการดำเนินงานได้ต่อไป ในวันที่ 25 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรที่การใช้งานโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล Data Visualization (Tableau) รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ถึงกระบวนการ จัดการข้อมูลขององค์กรที่มีอยู่จำนวนมาก ให้เกิดความเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต่อยอดไปสู่การจัดการ Big Data ในอนาคต โดยทักษะการทำ Data Visualization จะทำให้เห็นข้อมูลและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายยิ่งมาก สำรวจหาสาเหตุ ปัจจัยต่างๆ ที่ต้องการ ได้อย่างเป็นระบบจากการย่อยข้อมูลขนาดใหญ่มาเป็นภาพ เส้น สี ที่ดูน่าสนใจและเข้าใจง่าย ด้วยซอฟต์แวร์ Tableau ในวันที่ 29 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอบรมทั้ง 5 หลักสูตรนี้ กรมการพัฒนาชุมชน มั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์รัฐบาล ในการยกระดับขีดความรู้ ความสามารถด้านดิจิทัลของบุคลากรได้อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ครอบคลุมความสามารถที่บุคลากรพึงมีทั้ง 4 มิติ ในด้านการสามารถใช้ (Use) เข้าใจ (Understand) การสร้าง (create) และเข้าถึง (Access) เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเชิญชวนบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ทุกคน ที่มีความสนใจในการยกระดับพัฒนาทักษะความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การให้สูงขึ้น โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรที่ท่านสนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ที่ https://docs.google.com/spreadsheets/d/1dY0Nc1ZtxHn-Noyiq9KUynMxcAVeg-h1Mh22YKWp7r8/edit?usp=drivesdk หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน หมายเลขโทรศัพท์ 02-1416288 โทรสาร 02-1438920-21 อีเมล์ Communitycenter2021@gmail.com&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตามมาตรการการป้องการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp; อย่างเข้มข้น โดยมีมาตรการคัดกรองและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยจัดให้มีการลงทะเบียนแต่ละจุด จำกัดจำนวนคนเข้าร่วมกิจกรรม และทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าเพื่อคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย พร้อมจัดบริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ใช้ทำความสะอาดและต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง สำหรับข้าราชการ หรือประชาชนที่สนใจจะพัฒนาตนเอง แต่ไม่สามารถเข้ารับการอบรมในวันเวลาดังกล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชนจะเปิดบริการหลักสูตรด้าน Digital ทั้ง 5 หลักสูตรนี้ให้กับผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาผ่านทางระบบ E -Learning ในเดือนกรกฎาคม 2564 โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ทางเว็บไซต์กรมการพัฒนาชุมชน www.cod.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104798</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Data, Big Data กรมการพัฒนาชุมชน, Data Governance, DGA, Digital Government, Digital literacy, Disruptive Technology, One Stop Service, Open Data, Thailand Digital Government, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, การบริหารจัดการธรรมาภิบาลข้อมูล, ข้อมูลสู่สาธารณะ, ชาว พช., ฐานข้อมูลขนาดใหญ่, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ยุค Disruption, รัฐบาลดิจิทัล, ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน, สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล, เปิด 5 หลักสูตร, โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4a6ef2e259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23631</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/12/2018 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/12/2018 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สู่เส้นทางอาชีพ “ช่างเชื่อมสากล” ที่ศูนย์พัฒนางานเชื่อมและทดสอบฝีมือช่างเชื่อมสากล กฟผ. ไทรน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;เป็นที่รู้กันดีในวงการอุตสาหกรรมว่างานเชื่อมในภาคไฟฟ้า ภาคอุตสาหกรรม และงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์เครื่องจักรนั้น เป็นอาชีพควบคุมที่ต้องอาศัยความชำนาญ ช่างเชื่อมทุกคนจึงต้องผ่านการทดสอบและได้รับใบรับรองฝีมือตามมาตรฐานงานเชื่อมสากล โดยปัจจุบันมาตรฐานงานเชื่อมที่ทั่วโลกให้การรับรองมีอยู่ 2 มาตรฐาน ได้แก่ มาตรฐานของยุโรป International Organization for Standardization หรือ ISO Standards และมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา American Society of Mechanical Engineer หรือ ASME Standards&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ด้วยภารกิจในการผลิตไฟฟ้าของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) งานเชื่อมถือเป็นงานที่มีความสำคัญอย่างมากในงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า ในปี 2559 จึงได้จัดตั้ง &amp;ldquo;ศูนย์พัฒนางานเชื่อมและทดสอบฝีมือช่างเชื่อมสากล&amp;rdquo; ขึ้นที่สำนักงานไทรน้อย เพื่อฝึกอบรมและทดสอบบุคลากรช่างเชื่อมให้ได้รับใบรับรองฝีมือตามมาตรฐานงานเชื่อมสากล โดยศูนย์พัฒนางานเชื่อมฯ ของ กฟผ. ได้รับการรับรองจากสถาบันการเชื่อมสากล หรือ International Institute of Welding หรือ IIW ให้สามารถออกใบรับรองมาตรฐาน ISO และ ASME ให้กับช่างเชื่อมของ กฟผ. ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานทั้งของยุโรปและอเมริกา ซึ่งมีช่างเชื่อมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับรองผลทดสอบฝีมือช่างเชื่อมแล้วมากกว่า 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นอกจากความสามารถในงานเชื่อมแบบทั่วไปแล้ว ช่างเชื่อมของ กฟผ. ยังสามารถเชื่อมแบบเทคนิคพิเศษ อาทิ เชื่อมมองผ่านกระจกเงา เชื่อมได้ทั้งมือขวาและมือซ้ายแบบต่อเนื่อง เชื่อม Window และเชื่อมในที่แคบ ทำให้สามารถทำงานเชื่อมได้ทุกสภาพพื้นที่ แม้ในพื้นที่ที่ตัวเข้าไม่ถึงหรือเข้าถึงได้ยาก ทำให้บุคลาการงานเชื่อมของ กฟผ. มีความพร้อมรองรับทั้งงานบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าของ กฟผ. และให้บริการงานซ่อมบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าในธุรกิจด้านการเดินเครื่องและบำรุงรักษาโรงไฟฟ้า (Operations and Maintenance หรือ O&amp;amp;M)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จึงเกิดแนวคิดนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และสถานที่ที่มีอยู่ขยายผลสู่การเปิดศูนย์พัฒนางานเชื่อมและทดสอบฝีมือช่างเชื่อมสากล ที่สำนักงานไทรน้อย เป็นสถานที่ออกใบรับรองตามมาตรฐานงานเชื่อม ISO และ ASME ให้แก่บุคคลภายนอก ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานงานเชื่อมสากล โดยไม่มีการจำกัดอายุผู้เข้ารับการทดสอบ แต่ต้องมีสายตาปกติ คือ ไม่สายตาสั้น ไม่สายตายาว และไม่ตาบอดสี เนื่องจากงานเชื่อมต้องใช้ความแม่นยำในการมองเห็นระยะและความโค้งต่างๆ ให้สามารถเข้ามาทดสอบฝีมือ โดยมีการเก็บค่าบริการตามความเหมาะสมได้ในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:0in; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in; text-align:justify; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;นับอีกหนึ่งก้าวของการพัฒนาศูนย์พัฒนางานเชื่อมและทดสอบฝีมือช่างเชื่อมสากล สำนักงานไทรน้อย ของ กฟผ. สู่การเป็น One stop service ของบริการออกใบรับรองมาตรฐานงานเชื่อมตามมาตรฐานสากลให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อเพิ่มจำนวนช่างเชื่อมฝีมือตามมาตรฐานสากลในตลาดแรงงานไทย และสร้างโอกาสในการหารายได้จากภาคอุตสาหกรรมของประเทศที่ยังคงเปิดกว้างรองรับบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในงานเชื่อมอีกเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23631</URL_LINK>
                <HASHTAG>(Operations and Maintenance หรือ O&amp;M), 50 ปี กฟผ., One Stop Service, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), ช่างเชื่อมสากล, ไทรน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181206/image_big_5c08bcb3ba173.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22926</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทคนิคคืนความสบายวัยสูงอายุ &quot;ศาสตร์การนวดหลังตื่นนอน&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; บ่อยครั้งที่ผู้สูงวัยมักเกิดอาการปวดเมื่อยโดยไม่ทราบสาเหตุหลังจากตื่นนอนในตอนเช้า และอาการปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อดังกล่าว ไม่เพียงส่งผลต่อคุณภาพชีวิต แต่ทว่าหากปล่อยไว้นานๆ อาจทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเรื้อรังได้ ดังนั้น การออกกำลังกายขับไล่อาการปวดเมื่อยหลังลุกจากที่นอน จึงเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพอย่างหนึ่ง ที่สำคัญหากคุณตาคุณยายมีเวลาว่าง ก็สามารถทำได้ด้วยตัวเอง ในงานเปิดตัว One Stop Service ในการให้คำปรึกษาเรื่องการนอน ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;เพอร์เฟต์ สลีป Perfect Sleep&amp;rdquo; จาก &amp;ldquo;อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์&amp;rdquo; วริษา ชั้นบุญ นักกายภาพบำบัดจากคลินิก &amp;ldquo;Mind Home&amp;rdquo; มาแนะนำถึงท่าเอกเซอร์ไซส์ที่ดีต่อสุขภาพของวัยเก๋าไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(วริษา ชั้นบุญ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วริษา ชั้นบุญ นักกายภาพบำบัด ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ปัญหาของผู้สูงอายุคือเรื่องข้อต่อ ซึ่งมักจะติดขัดเยอะและเกิดขึ้นสม่ำเสมอนั่นเอง ซึ่งท่าเอกเซอร์ไซส์ที่แนะนำนั้น จะมีประโยชน์ในแง่ของการเสริมสร้างความยืดหยุ่น เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ ข้อต่อและโครงสร้างร่างกายส่วนต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น และถ้าตื่นนอนปวดหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่ายืนแอ่นหลัง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอแนะนำท่าแรก อย่าง &amp;ldquo;ท่ายืนแอ่นหลัง&amp;rdquo; โดยเริ่มจากให้ผู้สูงยืนขึ้น พร้อมกับนำมือวางแตะไปที่บริเวณสะโพกทั้ง 2 ข้าง จากนั้นให้ผู้สูงวัยค่อยๆ แอ่นหน้าอกขึ้น พร้อมกับดันตัวไปข้างหน้า ขณะที่มือทั้งสองยังจับที่สะโพก ให้ทำอย่างน้อย 10 ครั้ง ซึ่งท่ากายบริหารนี้จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ และลดแรงที่ถูกกระทำต่อกระดูกสันหลัง และมีข้อจำกัดว่าให้ทำอย่างเบาๆ หลังตื่นนอนทุกเช้า อีกทั้งไม่ต้องมากเกิน 10 ครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่ายืนเกาะโต๊ะ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนท่าที่ 2 อย่าง &amp;ldquo;ท่ายืนเกาะโต๊ะ&amp;rdquo; โดยเริ่มจากให้ผู้สูงอายุยืนเกาะโต๊ะ พร้อมกับยกขาทั้ง 2 ข้างขึ้นลงสลับกัน (โดยการยกขาขึ้นและลงสลับข้างกันทั้ง 2 ขา เท่ากับ 1 ครั้ง) และนับในใจให้ได้ 1-10 ครั้ง สำหรับประโยชน์ของท่านี้ เป็นการช่วยเพิ่มการปลุกกระตุ้นกล้ามเนื้อ เพื่อให้สามารถเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่าบริหารกล้ามเนื้อก้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับท่าที่ 3 อย่าง &amp;ldquo;ท่าบริหารกล้ามเนื้อก้น&amp;rdquo; 1.ให้ผู้สูงอายุยืนจับขอบโต๊ะ จากนั้นให้ค่อยๆ ย่อก้นลง พร้อมกับดันตัวขึ้นและลงสลับกันอีกรอบ (การดันตัวขึ้นและลงเท่ากับ 1 ครั้ง) โดยให้ทำ 10 ครั้ง สำหรับท่านี้จะช่วยส่งเสริมการเคลื่อนไหวร่างกาย และเพิ่มการทรงตัวที่ดีขึ้นในผู้สูงอายุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ท่าบริหารเพิ่มพละกำลังอวัยวะทุกส่วนให้แข็งแรง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ท่าที่ 4 อย่าง &amp;ldquo;ท่าบริหารเพิ่มพละกำลังอวัยวะทุกส่วนให้แข็งแรง&amp;rdquo; ซึ่งวิธีการฝึกไม่ยุ่งยาก โดยเริ่มจากให้ผู้สูงวัยหายใจเข้าก็จะทำให้พุงแฟบ จากนั้นให้หายใจออกโดยพุงป่อง ซึ่งประโยชน์ของท่านี้จะช่วยลดในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะช่วยเพิ่มพละกำลัง และทำให้มีแรงมากขึ้น ไม่ว่าขาและแขน อีกทั้งยังทำให้ผู้ฝึกรู้สึกผ่อนคลาย มีสติ และช่วยสร้างความมั่นคงให้กับทุกส่วนของอวัยวะในร่างกาย โดยให้ทำ 10 ครั้ง (การหายใจเข้าและออกเท่ากับ 1 ครั้ง).&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22926</URL_LINK>
                <HASHTAG>One Stop Service, Perfect Sleep, คุณภาพชีวิต, วริษา ชั้นบุญ), โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfd360f1f49c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
