<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 12:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 12:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เปิดตัว ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง และเว็บไซต์ UrbanAlly.org มุ่งขับเคลื่อนเมืองแบบพลิกโฉมร่วมกับเครือข่าย ‘มิตรเมือง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรมออนไลน์เปิดตัวศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง (ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity) และเว็บไซต์ urbanally.org ที่มุ่งขับเคลื่อนเมืองผ่านมุมมองและระบบการทำงานแบบใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง (ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity) แห่งคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร นับเป็นหนึ่งในโครงการพลิกโฉมมหาวิทยาลัย ภายใต้หมวดโครงการยกระดับมหาวิทยาลัยศิลปากรสู่อันดับโลกด้านศิลปะและการออกแบบโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลงมือสร้างระบบนิเวศใหม่ให้กับการศึกษาเมือง ผลักดันความคิดมาสู่ปฏิบัติการในพื้นที่จริง เพื่อส่งผลให้เกิดผลกระทบอันยิ่งใหญ่ และสรรค์สร้างประสบการณ์ ความร่วมมือสู่ระดับอาเซียนและสากล โดยโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากโครงการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง มุ่งเชื่อมโยงกับภาคสาธารณะด้วยแพลตฟอร์ม Urban Ally (เออเบิ้น อัลไล) บนเว็บไซต์ UrbanAlly.org ที่จะเป็น &amp;ldquo;พื้นที่เครือข่ายของการคิดและทำ&amp;rdquo; ที่ต้องการสร้างกระบวนการเรียนรู้เมืองแบบใหม่ร่วมกับผู้คนและถิ่นที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิต ชักชวนให้เกิดประเด็นการศึกษาใหม่ วิพากษ์และรังสรรค์เมือง รวมถึงแปลงเมืองให้เกิดขึ้นจริง โดยเน้นที่การเชื่อมโยงระหว่างนักวิชากร ผู้คนและชุมชน ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ใส่ใจและเป็นมิตรแห่งเมือง Urban Ally แบ่งการทำงานออกเป็น 5 ส่วน ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. Lively labs มุ่งศึกษาเมืองใน 5 มิติ ได้แก่ ศิลปะและวัฒนธรรม (Art and culture) การคิดเชิงข้อมูล (Data thinking) พลิกโฉมเมือง (City reinventing) การออกแบบอย่างยั่งยืน (Sustainable design) และการแปลงเมือง (Make it happen)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. Open data มุ่งสร้างฐานความรู้และความคิดอันท้าทายว่าถิ่นที่อยู่อาศัยและใช้ชีวิตของเรานั้นสามารถจะดีขึ้นได้อย่างไร และจัดทำข้อมูลเปิด ข้อความ สถิติ แผนที่ ตำแหน่ง ภาพ แผนผัง เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลเปิดทั่วโลกกว่า 300 แหล่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. Local actions เน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตเมืองด้วยการลงมือทำ ร่วมมือกับมิตรแห่งเมืองหลากหลายกลุ่มเปิดรับข้อเสนอและแนวคิดใหม่จากคนทุกกลุ่มผู้ใส่ใจเมือง และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. Collaboration มุ่งค้นหามิตรแห่งเมืองในพื้นที่ ชุมชน สังคมไทย ตลอดจนมิตรในประเทศเพื่อนบ้าน องค์กรนานาชาติ และสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยน ยกระดับความเข้าใจเมือง และค้นหาทางออกที่ตอบสนองคนทุกกลุ่มในเมืองอย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. Round-Table Conference มุ่งจัดการประชุมทางวิชาการโฉมใหม่ เปิดรับผลงานรูปแบบใหม่ ทั้งบทความ วีดีโอ แอนนิเมชั่น สื่อศิลปะ และอื่นๆ นำเสนอด้วยการเสวนาโต๊ะกลม กันเอง แต่หยั่งลึกในสิ่งสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานเปิดยังได้มีสัมมนาในหัวข้อ &amp;ldquo;นิเวศการเรียนรู้ พลิกโฉมอย่างไร&amp;rdquo; โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นนท์ คุณค้ำชู คณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิงหนาท แสงสีหนาท ผู้อำนวยการศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนฯ และหัวข้อ &amp;ldquo;มองเมืองละแวกบ้าน&amp;rdquo; โดยคณะทำงานของศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง ซึ่งได้แก่ อาจารย์ สิริเดช วังกรานต์ กลุ่มวิจัยด้านศิลปะและวัฒนธรรม อาจารย์ ดร.พีรียา บุญชัยพฤกษ์ กลุ่มวิจัยด้านการคิดเชิงข้อมูล อาจารย์ สิริพร ด่านสกุล และปิยา ลิ้มปิติ กลุ่มวิจัยด้านพลิกโฉมเมือง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมลศิริ ประจงสาร กลุ่มวิจัยด้านการออกแบบอย่างยั่งยืน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุพิชชา โตวิวิชญ์ กลุ่มวิจัยด้านการแปลงเมือง โดยร่วมกันให้มุมมองว่า เมือง กับ บ้าน มักถูกมองว่าเป็นสองคำที่อยู่แยกออกจากกัน ไม่เกี่ยวข้องกัน ทัศนะเช่นนี้ส่งผลให้การพัฒนาเมืองที่ผ่านมาละเลยความใส่ใจในละแวกบ้าน ซอย และชุมชน ไปกระจุกตัวมุ่งเน้นพัฒนาอยู่ตามรายทางริมถนนกับดักทางความคิดเช่นนี้ ส่งผลให้การพัฒนาเมืองในสังคมไทย จึงไม่เคยประสบความสำเร็จเพราะเราขาดการทำความเข้าใจวิถีการอยู่อาศัยในแบบของเราไม่ได้มองมิติชุมชนในเมือง ละเลยการมองภาพเล็กๆ ในละแวกบ้านที่รายล้อมและหล่อหลอมจนกลายเป็นเมืองให้กับเรา แต่สถานการณ์ในวันนี้ก่อให้เกิดการตื่นรู้ ในวันที่เราทุกคนใช้ชีวิตอยู่ใน &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo; มากกว่าในเมือง เริ่มเห็นความสำคัญของละแวกบ้าน เริ่มเห็นปัญหาที่ไม่เอื้อให้เราใช้ชีวิตได้อย่างที่ปรารถนา เราเริ่มตระหนักและเรียกร้องให้มีละแวกบ้านที่ดีมากกว่าครั้งใดๆ ในประวัติศาสตร์การพัฒนาเมือง เพื่อให้เราอยู่อาศัย ทำงาน หาอาหาร พักผ่อน มีอากาศและสภาวะแวดล้อมที่ดีตอบสนองความต้องการทั้งทางร่างกายและจิตใจให้แก่เราได้ เราเริ่มมองเห็นความเป็นเมืองจากละแวกบ้าน และเริ่มตั้งคำถามถึงการเติมเต็มละแวกบ้านเพื่อรังสรรค์เมืองให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และงานนี้ปิดท้ายด้วยการเปิดรับข้อเสนอจากมิตรเมืองในการขับเคลื่อนสังคมเมือง พื้นที่เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์และเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ซึ่งผู้เข้าร่วมงานสามารถนำเสนอข้อคิดเห็นหรือมุมมองได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ทางโครงการนำไปใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินงานต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากกิจกรรมในงานแล้ว Urban Ally ยังมีกิจกรรม Call for Collaboration เชิญชวนผู้ที่สนใจส่งข้อความเสนอโครงการ ภายใต้หัวข้อสรรค์สร้างพื้นที่แยกส่วนของเมือง &amp;ldquo;Refabricate the urban fragments&amp;rdquo; ในกิจกรรม 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Re-frontage Shophouse Design Initiatives มุ่งหาแนวความคิดและกระบวนการใหม่ในการเปลี่ยนตึกแถวในพื้นที่กรุงรัตนโกสินทร์ และ Old-town Community Engagement กิจกรรมการมีส่วนร่วมของชาวชุมชนเมือง โดยมีรางวัลเป็นทุนสำหรับดำเนินโครงการจำนวน 7 ทุน รวมมูลค่ากว่า 450,000 บาท ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 17 กันยายน 2564 โดยดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ urbanally.org และนอกจากโครงการนี้แล้ว Urban Ally จะมีกิจกรรม Local Actions ที่น่าสนใจให้เข้าร่วมตลอดทั้งปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อคุณชำนาญวิทย์ คำนวนศักดิ์ ผู้ช่วยนักวิจัยและประสานงาน โทร. 098-829 -1300 หรือที่อีเมล contact@urbanally.org&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Connection Centre for Urban Design and Creativity, Call for Collaboration, Collaboration, Lively labs, Local actions, Open Data, Refabricate the urban fragments, Round-Table Conference, Urban Ally, กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์, นิเวศการเรียนรู้ พลิกโฉมอย่างไร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นนท์ คุณค้ำชู, พื้นที่เครือข่ายของการคิดและทำ, มหาวิทยาลัยศิลปากร, ศูนย์เชื่อมโยงอาเซียนด้านการออกแบบเมืองและสรรค์สร้าง, สกสว., สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, อว., อววน., เว็บไซต์ urbanally.org, เออเบิ้น อัลไล, โครงการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, โครงการยกระดับมหาวิทยาลัยศิลปากรสู่อันดับโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f0b170b938.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 15:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดี พช. เปิด 5 หลักสูตร Digital Literacy เสริมแกร่ง “ชาว พช.” ทันยุค Disruption หนุนสร้างข้าราชการยุคใหม่ นำสมัยและมีประสิทธิภาพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 30 พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า &amp;ldquo;ภายใต้การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลกในยุค Digital Disruption พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้มีนโยบายในการผลักดัน นำพาประเทศไทยก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยกลไกของการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับ ขับเคลื่อนสร้างความเข้มแข็งจากภายใน ทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคง ที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ การบริหารจัดการที่ดี ซึ่งในส่วนของภาครัฐต้องตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงกระบวนงาน (Disruptive Technology) ให้สามารถอำนวยความสะดวก มุ่งเน้นความคล่องตัวเพื่อขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพลิกโฉมระบบราชการสู่ Digital Government&amp;nbsp; สอดคล้องกับทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 โดยกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนไปสู่รัฐบาลดิจิทัล คือ การพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นพัฒนาบุคลากรภาครัฐในทุกระดับให้ได้รับความรู้ ความสามารถให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานในยุคดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อมุ่งสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนฐานรากให้มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ จึงมีการต่อยอดกระบวนการดำเนินงานเพื่อรองรับนโยบาย Thailand Digital Government และการพัฒนาประเทศสู่การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อยกระดับขีดความสามารถเชิงดิจิทัลของภาครัฐไทยให้เป็นเอกภาพและเห็นผลจริง ซึ่งกรมการพัฒนาชุมชน ได้ถือเป็นวาระที่สำคัญและดำเนินการแล้ว อาทิ การบริหารจัดการธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) ส่งเสริมให้มีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะ (Open Data) พัฒนาช่องทางให้ประชาชนเข้าถึงบริการของภาครัฐ ณ จุดเดียว (One Stop Service) และการบริหารจัดการฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) จากการเปิดตัว 2 Digital Platform ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;Big Data กรมการพัฒนาชุมชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; เพื่อสร้างคุณค่า และใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจสำคัญของกรมการพัฒนาชุมชน ที่ครอบคลุมในด้านคุณภาพชีวิต ด้านเศรษฐกิจ ด้านทุนชุมชน และความเข้มแข็งชุมชน ในระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ร่วมกันได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันสมัย และนำเสนอรูปแบบสารสนเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กุญแจสำคัญในการการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล และการพัฒนาอย่างยั่งยืน จึงอยู่ที่การยกระดับศักยภาพบุคลากร ของกรมการพัฒนาชุมชน ให้มีทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ Digital literacy นั่นคือการนำสรรพกำลังทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทำงานร่วมกัน ตลอดจนพัฒนากระบวนการทำงาน ระบบงานในองค์กรที่มีสมรรถนะสูงขึ้น ดังนั้น กรมการพัฒนาชุมชน จึงได้กำหนดการฝึกอบรมเพิ่มทักษะด้านดิจิทัล ภายใต้โครงการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมีเป้าประสงค์ในการพัฒนาบุคลากรสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytic) และการพัฒนาบุคลากรสำหรับผู้พัฒนางานด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกและการนำเสนอ ผ่านกระบวนการ Learning by doing ในรูปแบบของการ Workshop ผสมกับการบรรยายจากประสบการณ์ตรง โดยศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA ในช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ณ ห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ประกอบด้วย 5 หลักสูตรที่น่าสนใจ ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการพัฒนาเว็บ Application เบื้องต้น รับจำนวน 10 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ด้านการพัฒนาเว็บ เว็บ Application ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนสามารถประยุกต์ใช้ในการทำงานด้านต่าง ๆ และแสดงผลบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้จริง ในวันที่ 17 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการนำเสนอด้วย Infographics รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับความรู้ในหลักสูตรที่เน้นกระบวนการคิด และสร้าง Infographic โดยการนำเสนอข้อมูลที่มากและหลากหลายนำมาพัฒนารูปแบบการนำเสนอด้วยโปรแกรมPiktochart ที่สามารถจัดระเบียบข้อมูลรูปแบบของภาพ แผนภูมิ แผนผัง สัญลักษณ์ หรือ กราฟต่างๆ ทำให้นำเสนอเข้าใจได้ง่าย ในภาพเดียว สวยงาม น่าสนใจ ส่งผลให้การนำเสนอหรือการสื่อสารมีประสิทธิภาพเข้าใจง่าย น่าสนใจเพิ่มมากขึ้น โดยจัดอบรมในวันที่ 18 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการใช้เครื่องมือ Google Data Studio ในการวิเคราะห์ข้อมูล รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะเรียนรู้ในการบริหารจัดการข้อมูลผ่าน Google Data Studio การสร้างรายงานเชิงวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูง การคำนวณ การแปลงข้อมูล การสืบค้น และการเชื่อมโยงข้อมูล ตลอดจนการสรุปผลข้อมูลที่ซับซ้อน ออกมาเป็นรูปแบบต่างๆ ที่ทำความเข้าใจข้อมูลง่ายขึ้น และสามารถต่อเข้ากับข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรการจัดเก็บข้อมูลจากสังคมออนไลน์แบบเรียลไทม์ (Social Listening) รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่จะช่วยในการจัดเก็บข้อมูลข้อมูลจากสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook, Twitter, Instagram YouTube เป็นต้น และพัฒนาทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพราะเสียงจากโลกออนไลน์จะสะท้อนภาพความเป็นไปของโลกได้หลากหลายมิติ และนำมาวัดผล เพื่อพัฒนากลยุทธ์ในการดำเนินงานได้ต่อไป ในวันที่ 25 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลักสูตรที่การใช้งานโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูล Data Visualization (Tableau) รับจำนวน 20 คน โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้เรียนรู้ถึงกระบวนการ จัดการข้อมูลขององค์กรที่มีอยู่จำนวนมาก ให้เกิดความเชื่อมโยงให้เกิดประโยชน์สูงสุด และต่อยอดไปสู่การจัดการ Big Data ในอนาคต โดยทักษะการทำ Data Visualization จะทำให้เห็นข้อมูลและเข้าใจข้อมูลได้ง่ายยิ่งมาก สำรวจหาสาเหตุ ปัจจัยต่างๆ ที่ต้องการ ได้อย่างเป็นระบบจากการย่อยข้อมูลขนาดใหญ่มาเป็นภาพ เส้น สี ที่ดูน่าสนใจและเข้าใจง่าย ด้วยซอฟต์แวร์ Tableau ในวันที่ 29 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอบรมทั้ง 5 หลักสูตรนี้ กรมการพัฒนาชุมชน มั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์รัฐบาล ในการยกระดับขีดความรู้ ความสามารถด้านดิจิทัลของบุคลากรได้อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ครอบคลุมความสามารถที่บุคลากรพึงมีทั้ง 4 มิติ ในด้านการสามารถใช้ (Use) เข้าใจ (Understand) การสร้าง (create) และเข้าถึง (Access) เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงขอเชิญชวนบุคลากรกรมการพัฒนาชุมชน ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ทุกคน ที่มีความสนใจในการยกระดับพัฒนาทักษะความรู้ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การให้สูงขึ้น โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมหลักสูตรที่ท่านสนใจ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ที่ https://docs.google.com/spreadsheets/d/1dY0Nc1ZtxHn-Noyiq9KUynMxcAVeg-h1Mh22YKWp7r8/edit?usp=drivesdk หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน หมายเลขโทรศัพท์ 02-1416288 โทรสาร 02-1438920-21 อีเมล์ Communitycenter2021@gmail.com&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการตามมาตรการการป้องการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)&amp;nbsp; อย่างเข้มข้น โดยมีมาตรการคัดกรองและป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยจัดให้มีการลงทะเบียนแต่ละจุด จำกัดจำนวนคนเข้าร่วมกิจกรรม และทุกคนต้องผ่านจุดคัดกรองบริเวณทางเข้าเพื่อคัดกรองอุณหภูมิร่างกาย พร้อมจัดบริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ใช้ทำความสะอาดและต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง สำหรับข้าราชการ หรือประชาชนที่สนใจจะพัฒนาตนเอง แต่ไม่สามารถเข้ารับการอบรมในวันเวลาดังกล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมการพัฒนาชุมชนจะเปิดบริการหลักสูตรด้าน Digital ทั้ง 5 หลักสูตรนี้ให้กับผู้สนใจได้เข้ามาศึกษาผ่านทางระบบ E -Learning ในเดือนกรกฎาคม 2564 โดยสามารถติดตามข่าวสารได้ทางเว็บไซต์กรมการพัฒนาชุมชน www.cod.go.th&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104798</URL_LINK>
                <HASHTAG>Big Data, Big Data กรมการพัฒนาชุมชน, Data Governance, DGA, Digital Government, Digital literacy, Disruptive Technology, One Stop Service, Open Data, Thailand Digital Government, กรมการพัฒนาชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, การบริหารจัดการธรรมาภิบาลข้อมูล, ข้อมูลสู่สาธารณะ, ชาว พช., ฐานข้อมูลขนาดใหญ่, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, ยุค Disruption, รัฐบาลดิจิทัล, ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน, สํานักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล, เปิด 5 หลักสูตร, โคก หนอง นา พัฒนาชุมชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b4a6ef2e259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
