<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/09/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>EV :  ยานยนต์ไฟฟ้า รถพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โลกในปัจจุบันที่กำลังถูกขับเคลื่อนด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยี เพื่อให้ตอบโจทย์กับความต้องการของมนุษย์ให้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคือเรื่องของคมนาคม ที่เทรนด์ตอนนี้สังคมกำลังให้ความสนใจและเตรียมตัวเปลี่ยนผ่านสู่การใช้เชื้อเพลิงที่เป็นพลังงานสะอาดมากขึ้น เนื่องจากต้องยอมรับว่ามลพิษทางอากาศส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นบนโลกนั้น มาจากการคมนาคม ด้วยเทคโนโลยีเดิมของรถยนต์ที่ต้องมีการเผาผลาญเชื้อเพลิงให้เป็นพลังงานในการขับเคลื่อน ซึ่งเชื้อเพลิงเหล่านั้นมีบางส่วนที่ไม่สามารถเผาผลาญจนหมด และมีการปล่อยออกสู่บรรยากาศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ในยุคที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทำให้รถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงสะอาดอย่างพลังงานไฟฟ้า ถูกหยิบยกขึ้นมาต่อยอดและใช้งานเพิ่มมากขึ้นในหลายพื้นที่ จนทำให้การเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า หรือที่รู้จักกันว่า อีวี (EV) นั้น กำลังจะเปลี่ยนผ่านสังคมอย่างแท้จริง ด้วยความตั้งใจที่จะแก้ปัญหาวิกฤติมลภาวะและรักษาสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อมีการเปลี่ยนไปสู่สิ่งใหม่ ก็มักจะเกิดคำถามและจากหลากหลายประเด็นที่ว่าประเทศไทยพร้อมแค่ไหน สำหรับสังคมของรถไฟฟ้า และต้องวางโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร เพื่อเตรียมรองรับกับยุคสมัยที่จะเปลี่ยนไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายประสงค์ อินทรหนองไผ่ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ พัฒนานวัตกรรมและดิจิทัล บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) (ปตท.) ที่ปัจจุบันช่วยปฏิบัติงานในบริษัท อรุณ พลัส จำกัด (ARUN PLUS) หรือเดิมชื่อบริษัท ออน-ไอออน โซลูชั่นส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ ปตท. ถือหุ้น 100% จึงได้ตอบคำถามเหล่านี้ภายใต้หัวข้อ What if&amp;hellip; In the Future จะเป็นอย่างไรถ้าเราทุกคนใช้ EV &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อรุณ พลัส จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจในด้านEV Value Chain เพื่อเป็นการรองรับการขยายฐานธุรกิจด้านอีวี ซึ่งถือว่าเป็นพันธกิจใหม่สำหรับกลุ่ม ปตท. ที่จะศึกษาและดำเนินงานในด้านนี้ เพื่อเสริมศักยภาพความแข็งแรง และสร้างความครอบคลุมด้านพลังงานของบริษัท โดยการมุ่งเน้นไปยังธุรกิจที่กำลังได้รับความนิยมในสังคมและมีความมั่นคง ทั้งการเข้าไปพัฒนาแบตเตอรี่ที่เป็นหัวใจสำคัญของอีวี รวมไปถึงการพัฒนาตัวรถหรือโซลูชั่นต่างๆ ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;อรุณ พลัส จะเป็นผู้ดำเนินการศึกษาทิศทางการตลาดสมัยใหม่ โดยจะทำดิจิทัลแพลตฟอร์มที่จะรวบรวมความต้องการของลูกค้าทั้งหมด และนำกลับมาตอบสนองผ่านบริการต่างๆ เพราะต้องยอมรับว่าคนไทยหลายกลุ่ม ยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับอีวี และสำหรับคนที่ต้องการทดลองใช้ เพื่อเปรียบเทียบในการตัดสินใจ ก็จะสามารถเข้ามาลองใช้โดยผ่านแพลตฟอร์มของบริษัทได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยเริ่มมีการศึกษาเรื่องอีวีเพิ่มมากขึ้น แต่ปีนี้เป็นปีที่เห็นความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยเฉพาะภาครัฐที่มีการสนับสนุนเรื่องอีวีอย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อย้อนกลับไปดูวงจรการพัฒนาอีวีในกลุ่มประเทศอื่น หลายๆ แห่งสังคมอีวีเกิดขึ้นได้เพราะภาครัฐให้การสนับสนุนที่จริงจัง ภายใต้เป้าหมายที่สำคัญคือต้องการเปลี่ยนการใช้รถที่เป็นเครื่องยนต์มาใช้รถพลังงานสะอาด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;หนึ่งในนั้นคือประเทศมหาอำนาจอย่างจีน ต้องชื่นชมนโยบายของรัฐบาล ที่เริ่มต้นจากแก้ไขวิกฤตที่เกิดกับปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศ เนื่องด้วยในอดีตจีนเองก็เป็นหนึ่งประเทศที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติไปอย่างสิ้นเปลือง และสร้างมลพิษทางอากาศอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อเริ่มมีการปรับตัว จีนเบนเข็มจากเดิมที่เคยใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงเดิม อย่างเช่นการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน หรือใช้น้ำมัน ปัจจุบันก็เปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกเหนือจากนี้ คือการส่งเสริมให้ใช้อีวีเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่ส่งเสริมเฉพาะภาคการใช้งาน แต่สนับสนุนถึงภาคการผลิตไปด้วย จนปัจจุบันก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านอีวีรายใหญ่ของโลก มีทั้งผู้ประกอบการผลิตรถยนต์รายเดิมเปลี่ยนมาเป็นรถไฟฟ้ามากขึ้น ขณะที่ผู้ผลิตรายใหม่ก็เริ่มต้นได้ทันที รวมถึงมีสตาร์ทอัพที่ไม่ใช่เพียงแต่ออกแบบเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนานวัตกรรมและสร้างแบรนด์ขึ้นมาเองได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยในระยะของการดำเนินงาน ในมุมมองของอรุณ พลัสคือการมองถึงการลงทุน EV Charging Station นอกสถานีบริการน้ำมัน เพราะในสถานี บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR มีแผนดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งบริษัทจะเน้นไปในจุดพื้นที่สาธารณะต่างๆ ทั้งศูนย์ประชุม ห้างสรรพสินค้า คอนโดหรือหมู่บ้าน ซึ่งเป็นแผนที่จะดำเนินการตามปริมาณการใช้อีวีที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต และยังเป็นการสร้างความมั่นใจของผู้ใช้รถอีกช่องทางหนึ่ง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ในแง่มุมของการใช้รถยนต์นั้น ต้องยอมรับว่าอีวีนอกจากจะเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่กว่าแล้ว ยังมีการดูแลรักษาที่ง่ายกว่าด้วย รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็น้อยกว่าเมื่อเทียบกับรถยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งการดูแลอีวีนั้นจะเป็นการดูแลแบบแห้ง เนื่องจากรถยนต์ไม่มีน้ำมันเครื่อง และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายของเสียออกจากตัวรถ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นจุดน่าสนใจสำหรับกลุ่มที่ใช้รถในรูปแบบของบริการในเชิงพาณิชย์ ที่จะต้องใช้รถบ่อยกว่าคนทั่วไป เพราะนอกจากจะดูแลรักษาถูกกว่าแล้ว ค่าใช้จ่ายทางด้านพลังงานต่อกิโลเมตรก็ถูกกว่าเช่นกัน ขณะที่ข้อกังวลของผู้ใช้อีวีนั้น จะพูดถึงประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ที่เมื่อมีการชาร์จไฟเข้าออกก็จะต้องมีการเสื่อมอยู่ตลอดเวลา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และไม่ต้องกังวลว่าแบตเตอรี่จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะอย่างที่ทราบกันว่าปัจจุบันเทคโนโลยีมีการพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด แบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพลงจึงสามารถนำไปใช้ในธุรกิจอื่นได้ เช่น สามารถนำแบตเตอรี่ไปกักเก็บพลังงาน ให้กับธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนได้ เนื่องจากการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจะผลิตไฟได้ในบางช่วงเท่านั้น หรือธุรกิจรีไซเคิลแบตเตอรี่เองในปัจจุบันก็มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและก้าวหน้า จนไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะเป็นขยะต่อโลกแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปีนี้เป็นปีที่จะเห็นความก้าวหน้าของธุรกิจต่างๆ ซึ่งในส่วนของอรุณ พลัสเองก็จะเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในอนาคตจะเห็นพาร์ทเนอร์จากต่างประเทศที่เข้ามาร่วมพัฒนาธุรกิจให้ตอบโจทย์กับความต้องการของสังคมมากขึ้น มีการเชื่อมโยงไปสู่โปรแกรมอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้บริการแบบครบวงจร ซึ่งเป้าหมายของบริษัทไม่ใช่เพียงจะลงทุนแต่ในประเทศเท่านั้น แต่มองถึงตลาดต่างประเทศเพื่อต่อยอดเป็นผู้นำในด้านการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117629</URL_LINK>
                <HASHTAG>ARUN PLUS, EV, EV Charging Station, EV Value Chain, OR, What if… In the Future, การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน, คมนาคม, จะเป็นอย่างไรถ้าเราทุกคนใช้ EV, ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน, นายประสงค์ อินทรหนองไผ่, บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) (ปตท.), บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัท อรุณ พลัส จำกัด, พลังงานสะอาด, พลังงานไฟฟ้า, มลพิษทางอากาศ, ยานยนต์ไฟฟ้า, รถพลังงานสะอาด, อรุณ พลัส, อีวี, เชื้อเพลิงสะอาด, เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210923/image_big_614c2c045d12d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 20:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ เปิดตัว ก๊าซหุงต้ม ปตท. ซีลสีทอง  พร้อมแคมเปญแจกทองเป็นกองฉลองซีลทองใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) เปิดตัว ก๊าซหุงต้ม ปตท. โฉมใหม่ซีลสีทอง มุ่งสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ ตอกย้ำความมั่นใจให้ผู้บริโภค มอบความปลอดภัยทุกถัง ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบ 6 ขั้นตอนจาก โออาร์ เตรียมส่งมอบให้ตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 เป็นต้นไป พร้อมโปรโมชั่น &amp;ldquo;แจกทองเป็นกองฉลองซีลทองใหม่&amp;rdquo; ลุ้นรับของรางวัล รวมมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายชุมพล สุรพิทยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดพาณิชย์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (โออาร์) กล่าวว่า &amp;ldquo;ในฐานะผู้นำตลาดการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวสำหรับภาคครัวเรือนภายใต้แบรนด์ ก๊าซหุงต้ม ปตท. มาอย่างยาวนาน โออาร์ ยังคงมุ่งเน้นการรักษามาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าก่อนส่งต่อถึงมือผู้บริโภค ภายใต้สโลแกน &amp;ldquo;ดีต่อใจ...ปลอดภัยต่อคุณ&amp;rdquo; นำมาสู่การปรับซีลของถังเป็นซีลเป็นสีทองที่โดดเด่นสามารถสังเกตได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมสัญลักษณ์ OR และรหัสฝาซีล 10 หลัก เพื่อให้มั่นใจว่าก๊าซทุกถังได้ผ่านมาตรฐาน 6 ขั้นตอนการควบคุมคุณภาพความปลอดภัย ตั้งแต่การเช็คสภาพถังให้อยู่ในสภาพที่ดีตามมาตรฐานที่กำหนด การล้างถังทำความสะอาดก่อนนำไปบรรจุก๊าซ โดยต้องบรรจุก๊าซให้ตรงตามขนาดถัง มีการชั่งน้ำหนักให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ก่อนเช็กรอยรั่ว เพื่อตรวจสอบรอยรั่วซึมของตัวถังอีกครั้ง ปิดท้ายด้วยการซีลวาล์วอย่างแน่นหนาด้วยผนึกซีลสีทอง ก่อนออกวางจำหน่ายเป็นก๊าซหุงต้มคุณภาพส่งต่อถึงมือผู้บริโภค โดยโออาร์ จะยังคงมุ่งพัฒนานวัตกรรมเพื่อผู้บริโภคต่อไปในอนาคต ตอกย้ำความเป็นก๊าซหุงต้มคู่ครัวไทย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้เปิดตัวแคมเปญคืนกำไรให้กับผู้บริโภค และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ปตท. ด้วยโปรโมชั่น &amp;ldquo;แจกทองเป็นกองฉลองซีลทองใหม่&amp;rdquo; เมื่อซื้อก๊าซหุงต้ม ปตท. ที่ใช้ซีลใหม่สีทอง แล้วนำรหัสบนซีลทอง 10 หลัก มาลงทะเบียนร่วมสนุกผ่านทาง www.pttlpgluckydraw.com พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องตามเงื่อนไข ลุ้นรับรางวัลใหญ่ อาทิ ทองคำแท่งหนัก 1 กิโลกรัม ทองคำแห่งหนัก 10 บาท ทองคำแท่งหนัก 5 บาท รถจักรยานยนต์ Honda Zoomer-X และของรางวัลอื่น ๆ จำนวนทั้งสิ้น 678 รางวัล รวมมูลค่าของรางวัลกว่า 11 ล้านบาท โดยจะมีการจับรางวัลทั้งหมด 4 ครั้ง ระยะเวลาร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 &amp;ndash; 30 พฤศจิกายน 2564 สามารถสั่งก๊าซหุงต้ม ปตท. ซีลสีทองแบบใหม่ได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายก๊าซหุงต้ม ปตท.&amp;nbsp; โดยค้นหาได้จาก www.pttlpgshops.com &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ติดตามการประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่านทาง www.pttlpgluckydraw.com ,&amp;nbsp; Facebook page : &amp;ldquo;จุดพลังความอร่อย by ก๊าซหุงต้ม ปตท.&amp;rdquo; และ Line Official Account OR ครั้งที่ 1 วันที่ 21 ตุลาคม 2564, ครั้งที่ 2 วันที่ 25 พฤศจิกายน 2564, ครั้งที่ 3 วันที่ 23 ธันวาคม 2564 และครั้งที่ 4 วันที่ 30 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook page : &amp;ldquo;จุดพลังความอร่อย by ก๊าซหุงต้ม ปตท.&amp;rdquo; และโทร. 1365 Contact Center บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกเงื่อนไขได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และเงื่อนไขอื่น ๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และอย่าลืม &amp;ldquo;ก๊าซหมดทุกครั้ง...สั่งก๊าซหุงต้ม ปตท.&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115079</URL_LINK>
                <HASHTAG>OR, ก๊าซหมดทุกครั้ง...สั่งก๊าซหุงต้ม ปตท., ก๊าซหุงต้ม, ก๊าซหุงต้ม ปตท., จุดพลังความอร่อย by ก๊าซหุงต้ม ปตท., ดีต่อใจ...ปลอดภัยต่อคุณ, นายชุมพล สุรพิทยานนท์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), มอบความปลอดภัยทุกถัง, ลุ้นรับรางวัลใหญ่, แจกทองเป็นกองฉลองซีลทองใหม่, โฉมใหม่ซีลสีทอง, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612cd8458524f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114377</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 15:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 15:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BAFS-OR ผนึกกำลังจัดตั้ง GAA ลุย ให้บริการระบบน้ำมันสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ เพื่อประกอบการระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ผ่านระบบการประชุมทางไกล ระหว่าง กระทรวงการคลังโดย สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และบริษัท โกลเบิลแอโร่แอสโซซิเอทส์ จํากัด (GAA) กิจการร่วมค้าของบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BAFS) และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR)&amp;nbsp; เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยเผชิญกับวิกฤตการณ์ครั้งสำคัญของมนุษยชาติจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและวิถีการดำรงชีวิตและการทำงาน รัฐบาลจำเป็นต้องรักษาสมดุลของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับระบบบริหารจัดการทางด้านสาธารณสุข และการผลักดันให้ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม ยังคงดำเนินการต่อไปได้อย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกนั้น&amp;nbsp; เป็นโครงการร่วมลงทุนที่สำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ EEC เพื่อรองรับการขนส่งทางอากาศทั้งการขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานภายในสนามบินก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินงานของสนามบิน จำเป็นต้องมีการคัดเลือกเอกชนให้เข้ามาเป็นผู้ประกอบการ ซึ่งรวมถึงระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน&amp;nbsp; และในวันนี้ สกพอ. ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานจนประสบความสำเร็จ จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการพัฒนา EEC เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางด้านการค้าและการลงทุนให้แก่นักลงทุน และกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ EEC มากขึ้น อันจะนำไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก เป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดย สกพอ. ร่วมกับกองทัพเรือ ได้คัดเลือกเอกชนเพื่อเข้าร่วมพัฒนาระบบสาธารณูปโภค ซึ่งในส่วนของงานบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานได้ดำเนินการคัดเลือกผู้ประกอบการด้วยความเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง โดยได้คัดเลือก &amp;ldquo;กิจการร่วมค้าบาฟส์และโออาร์&amp;rdquo; เป็นผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบการระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน มีความเชี่ยวชาญ และมีมาตรฐานการดำเนินงานในระดับสากล &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประกอบเกียรติ นินนาท กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบาฟส์ (BAFS) เปิดเผยว่า BAFS เป็นผู้นำในด้านการให้บริการระบบเติมน้ำมันอากาศยานแบบครบวงจรของประเทศ ที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทน้ำมันและสายการบินจากทั่วโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานและส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจในภาคอุตสาหกรรมการบินของประเทศ การจัดตั้งบริษัท โกลเบิลแอโร่แอสโซซิเอทส์ จำกัด หรือ GAA ร่วมกับ OR ในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และเป็นก้าวสำคัญในการรองรับการเติบโตของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ ECC และประเทศไทยต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ (OR) เปิดเผยว่า OR ในฐานะที่เป็นหนึ่งใน Flagship ของกลุ่ม ปตท. และเป็นผู้นำด้านพลังงาน OR ให้บริการเชื้อเพลิงอากาศยานที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย สามารถตอบสนองได้ทุกความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมการบิน การร่วมมือกับ BAFS ในการจัดตั้งกิจการร่วมค้า คือ บริษัท โกลเบิลแอโร่แอสโซซิเอทส์ จำกัด หรือ GAA ถือเป็นการเสริมศักยภาพในการแข่งขัน และเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานภายในสนามบินอู่ตะเภา สอดคล้องกับเป้าหมายในการยกระดับสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานานชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3 เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล ประธานกรรมการ บริษัท โกลเบิลแอโร่แอสโซซิเอทส์ จํากัด (GAA) กล่าวว่า GAA พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับสังคม ด้วยความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการและการให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและธุรกิจด้านพลังงาน มามากกว่า 30 ปี โดย BAFS และ OR จะสนับสนุนให้ GAA มีศักยภาพ ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้การบริหารจัดการและการให้บริการณสนามบินอู่ตะเภามีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการค้าน้ำมันเสรีแบบ Open Access ดูแลระบบท่อส่งน้ำมันใต้ลานจอด และในทุกกระบวนการตามขั้นตอนและมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GAA จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ด้วยมีทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท โดย BAFS ถือหุ้น 55% และ OR ถือหุ้น 45% สำหรับโครงการเช่าที่ดินราชพัสดุดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุนเริ่มแรกประมาณ 2,300 ล้านบาท ซึ่ง GAA จะจัดเตรียมความพร้อมในด้านระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ส่งเสริมศักยภาพสนามบินอู่ตะเภาที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคนต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114377</URL_LINK>
                <HASHTAG>BAFS, EEC, GAA, OR, กระทรวงการคลัง, กระทรวงพลังงาน, กองทัพเรือ, กิจการร่วมค้าบาฟส์และโออาร์”, นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์, นายคณิศ แสงสุพรรณ, นายประกอบเกียรติ นินนาท, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัท โกลเบิลแอโร่แอสโซซิเอทส์ จํากัด, บาฟส์, พิธีลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ, ระบบบริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน, สกพอ., สนามบินอู่ตะเภา, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล, เมืองการบินภาคตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124b14995f76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 19:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน จัดทำกล่อง “tOgetheR Box” 15,000 ชุด มอบให้หน่วยงานที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่แยกรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันจำนวนผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 20,000 คนต่อวัน ในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ภาครัฐมีนโยบายให้ผู้ป่วยที่อาการไม่รุนแรงสามารถแยกกักตัวที่บ้าน Home Isolation โออาร์ ได้จัดทำ &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; จำนวน 15,000 ชุด รวมมูลค่า 7.5 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อส่งต่อผู้ป่วยรักษาตัวที่บ้าน Home Isolation ให้ปลอดภัยตลอดช่วงเวลารักษาตัว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โออาร์ มอบกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; ซึ่งเป็นชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์สำหรับผู้ป่วยโควิด- 19 ที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน (Home Isolation Kit) จำนวนรวม 15,000 ชุด รวมมูลค่า 7.5 ล้านบาท แก่ สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กรมควบคุมโรค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ กรมการแพทย์ โรงพยาบาลพระราม 9 กาญจนาภิเษก โรงพยาบาลธัญญารักษ์ จ.ปัตตานี โรงพยาบาลชัยบาดาล จ.ลพบุรี รวมไปถึงเพจ &amp;ldquo;เราต้องรอด&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อีจัน&amp;rdquo; &amp;ldquo;โครงการตัวเล็ก ใจใหญ่&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;หมอแล็บแพนด้า&amp;rdquo; เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปส่งให้ผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR  เปิดเผยว่า โออาร์ได้จัดโครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether โดยมอบความช่วยเหลือให้แก่หน่วยงานและชุมชนที่ประสบความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด &amp;ndash; 19 มาอย่างต่อเนื่อง และภายหลังจากที่ภาครัฐมีนโยบายให้ผู้ป่วยโควิด- 19 ที่อาการไม่รุนแรง และสามารถให้แยกกักตัวที่บ้านได้ โออาร์จึงได้จัดทำกล่อง &amp;ldquo;tOgetheR Box&amp;rdquo; ซึ่งประกอบไปด้วยปรอทวัดไข้ เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ยาพาราเซตามอล ยาฟ้าทะลายโจร หน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ รวมทั้งระบบติดตามอาการสำหรับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของแต่ละหน่วยงาน เพื่อส่งมอบให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ที่ดูแลผู้ป่วยที่ต้องแยกกักตัวที่บ้าน โดยจะมอบให้แก่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เพื่อนำกล่อง tOgetheR Box ไปมอบให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ทราบผลจากการตรวจเชิงรุกของรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน (Express Analysis Mobile Unit) สำหรับใช้ดูแลรักษาตนเองที่บ้านขณะรอเตียง รวมทั้งช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่คลองเตยและชุมชนที่ได้รับผลกระทบเป็นหน่วยงานแรก นอกจากนี้ โออาร์ จะส่งมอบกล่อง tOgetheR Box ให้กับโรงพยาบาล และหน่วยงานจิตอาสาต่าง ๆ ที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้านต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา โออาร์ ได้ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชุมชนและสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ภายใต้โครงการ ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน #ORStayStrongTogether อย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินและสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ให้กับทั้งหน่วยงานและชุมชนโดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีสถานประกอบการของ โออาร์ ตั้งอยู่ การจัดพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น พระราม 2 (ขาออก) เป็นจุดฉีดวัคซีน การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนให้ประชาชนไปฉีดวัคซีน การร่วมกับผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมัน พีทีที สเตชั่น บริจาคเงินให้กับโรงพยาบาลในแต่ละจังหวัด เป็นต้น นอกจากนี้ โออาร์ ยังได้มอบความช่วยเหลือให้แก่คู่ค้า ลูกค้า ผู้แทนจำหน่าย และพนักงานที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นางสาวจิราพร กล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113997</URL_LINK>
                <HASHTAG>Home Isolation, OR, ORStayStrongTogether, tOgetheR Box, กรมควบคุมโรค, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ชุดยาและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์, นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), พีทีที สเตชั่น, รักษาตัวที่บ้าน, สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง, ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน, หมอแล็บแพนด้า, อีจัน, เราต้องรอด, โครงการตัวเล็ก ใจใหญ่, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f9e9f48adb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>OR จับมือ LINE MAN Wongnai มอบส่วนลดค่าอาหารรวม 5 แสนบาท ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;OR จับมือ LINE MAN Wongnai ส่งกำลังใจถึงบุคลากรด่านหน้าในการสกัดโรคโควิด-19 มอบโค้ดส่วนลดค่าอาหารมูลค่ารวม 5 แสนบาทให้แก่แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ใน 5 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลเปาโลเกษตร โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และโรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ เติมพลังในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลผู้ป่วย ให้บุคลากรทางการแพทย์ในการสั่งอาหารจากร้านอาหารจากทั่วกรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำหรับโรงพยาบาลเปาโล เกษตร และโรงพยาบาลวิภาวดีสามารถสั่งอาหารเดลิเวอรีจาก 10 ร้านดังใน LINE MAN Kitchen เกษตร-นวมินทร์ @ PTT Station สาขามัยลาภ ได้โดยไม่เสียค่าส่ง พวกเราขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในความทุ่มเทและเสียสละ และขอให้ทุกคนสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างปลอดภัย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104505</URL_LINK>
                <HASHTAG>LINE MAN, LINE MAN Kitchen, LINE MAN Wongnai, OR, PTT Station, Wongnai, บุคลากรทางการแพทย์, ส่วนลดค่าอาหาร, โควิด-19, โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช, โรงพยาบาลราชพิพัฒน์, โรงพยาบาลวิภาวดี, โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์, โรงพยาบาลเปาโลเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0c47fb6d94.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 11:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 11:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>OR เตรียม PTT Station พระราม 2 ให้พร้อมเป็นจุดฉีดวัคซีน COVID-19 นอกโรงพยาบาล รองรับได้ 1,500 คนต่อวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 รุนแรงขึ้น การกระจายวัคซีนให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงจึงถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างเร่งดำเนินการ OR จึงได้ร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในการจัดหน่วยบริการวัคซีน COVID-19 ให้ประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยได้จัดเตรียมพื้นที่ในสถานีบริการน้ำมัน PTT Station พระราม2 (ขาออก) ให้เป็นหน่วยบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลสำหรับให้บริการประชาชนทั่วไป สามารถรองรับผู้ใช้บริการได้วันละ 1,500 คน เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนได้รับวัคซีนได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง เป็นไปตามเป้าหมายของกรุงเทพมหานครที่มุ่งให้บริการวัคซีนให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อยร้อยละ 70 ของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดการแพร่ระบาดจากการเดินทางข้ามพื้นที่ โดยได้จัดเตรียมสถานที่ในพื้นที่เปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก และเป็นไปตามแนวทางและหลักการป้องกันการติดเชื้อจัด รวมทั้งเตรียมสนับสนุนอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ และอาสาสมัครสามารถปฏิบัติหน้าที่ตามขั้นตอนได้อย่างสะดวกราบรื่นที่สุด โดยพร้อมเริ่มให้บริการตามระยะเวลาที่กรุงเทพมหานครกำหนดไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2564 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ สถานีบริการน้ำมัน PTT Station พระราม 2 ตั้งอยู่บนถนนพระรามสอง (ขาออก) กม.12 เขตบางขุนเทียน ไม่ไกลจากโรงพยาบาลพระราม 2 มีพื้นที่เพียงพอรองรับการให้บริการฉีดวัคซีน เปิดให้บริการฉีดวัคซีนระหว่างเวลา 8:00 &amp;ndash; 18:00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด สามารถเดินทางได้สะดวก มีขนส่งมวลชนที่ผ่านได้แก่ รถโดยสารประจำทางสาย 140, 68, 105, 141, 76, ปอ.68, 142, 529 และรถสองแถวสาย 8328 (สมุทรสาคร/กานดาพาร์ค) อีกทั้งยังมีที่จอดรถรวมถึงร้านค้าพร้อมให้บริการอย่างครบครัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1365 Contact Center&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวจิราพร เพิ่มเติมว่า OR ได้พัฒนารูปแบบของสถานีบริการน้ำมัน PTT Station ด้วยแนวคิด &amp;ldquo;Living Community&amp;quot; พร้อมเป็นศูนย์กลางที่เติมเต็มความอุ่นใจระหว่างทางให้ผู้เดินทางสัญจร รวมไปถึงเติมเต็มคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนและรอยยิ้มให้คนทุกระดับ เพื่อให้ PTT Station เป็นพื้นที่ที่เติมเต็มทุกความสุขให้ทุกคนได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101949</URL_LINK>
                <HASHTAG>Living Community, OR, PTT Station, กรุงเทพมหานคร, จุดฉีดวัคซีน, นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), พระราม 2, สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, หน่วยบริการฉีดวัคซีน, หอการค้าไทย, โควิด -19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_609373046d184.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/04/2021 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/04/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PTT Station - EVLOMO ร่วมนำร่องสร้างเครือข่าย EV Station ใน อีอีซี รองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในโครงการพัฒนา EV City บ้านฉาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายบุญมา พนธนกรกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ นางสาวนิโคล หวู่ กรรมการบริษัท อีวีโลโม เทคโนโลยีส์ จำกัด หรือ EVLOMO ร่วมเยี่ยมชมการดำเนินงาน EV Station ณ PTT Station สาขาระยอง - บ้านฉาง กม.192 (ขาเข้า) โดยมี นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม นายอำเภอบ้านฉาง ร่วมงาน โดย EV Station แห่งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง OR และ EVLOMO ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจด้าน EV Charging Solution ครบวงจร เพื่อร่วมสร้างเครือข่าย EV Station รองรับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าทั้งภาคขนส่งและภาคประชาชน สนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตามแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Model) ในโครงการพัฒนา EV City บ้านฉาง เพื่อให้ อีอีซี ก้าวสู่พื้นที่ปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ของภาคอุตสาหกรรมแห่งแรกในภูมิภาค ส่งเสริมการลดมลพิษในเขตอุตสาหกรรมและท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ โดยได้ทดลองติดตั้งเครื่องชาร์จความเร็วสูง (Quick Charge) ขนาด 75 กิโลวัตต์ (kW) ที่ PTT Station 2 แห่ง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมการให้บริการ ได้แก่ PTT Station สาขาระยอง - บ้านฉาง กม.192 (ขาเข้า) และ PTT Station สาขาแยกหาดจอมเทียนซึ่งเป็นการติดตั้งเพิ่มอีก 1 ตัวจากที่มีอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ปัจจุบัน OR เปิดให้บริการ EV Station ใน PTT Station รวมทั้งสิ้น 30 แห่งทั่วประเทศ และได้พัฒนาแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;EV Station&amp;rdquo; เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า ในด้านต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ อาทิ การค้นหาและนำทางสถานีชาร์จไฟฟ้า การจองช่วงเวลาชาร์จ และการสั่งเปิดปิดการชาร์จ เป็นต้น อีกทั้งยังมุ่งมั่นขยายเครือข่าย EV Station ให้ครอบคลุมเส้นทางหลักทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพร้อมแสวงหาและร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อสร้างระบบนิเวศการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้สมบูรณ์ และตอบโจทย์ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทให้ได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางมากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99462</URL_LINK>
                <HASHTAG>BCG Model, Bio-Circular-Green Economy :BCG, EEC, EV Charging Solution, EV Station, EVLOMO, Net Zero Emission, OR, PTT Station, ก๊าซเรือนกระจก, นางสาวนิโคล หวู่, นายบุญมา พนธนกรกุล, นายเรืองฤทธิ์ ประกอบธรรม, บริษัท ปตท., บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัท อีวีโลโม เทคโนโลยีส์ จำกัด, ปตท., สถานีชาร์จไฟฟ้า, อำเภอบ้านฉาง, โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210414/image_big_607683179b2a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
