<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92490</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 17:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระวังเจอประชาชนลุกฮือ &#039;จตุพร&#039; เตือนลั่นไฟเขียว &#039;ไพบูลย์&#039; คว่ำแก้รธน.-เลื่อนซักฟอก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ.64 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ว่า หากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ปล่อยให้นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เคลื่อนไหวล้มการอภิปรายไม่ไว้วางใจและคว่ำแก้ รธน.จนทำได้สำเร็จแล้ว เท่ากับท้าทายประชาชน แล้วบีบคั้นให้ออกมาชุมนุมไล่เผด็จการ ถ้าล้มการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการแก้รัฐธรรมนูญ การไล่เผด็จการสองแผ่นดินจะบังเกิดขึ้น คนไทยจะแข่งขันกับพม่าว่าใครจะทำสำเร็จกันก่อน ขออย่าประมาทกับการท้าทายมโนธรรมสำนึกของประชาชนที่มีความรู้สึกว่าถูกหักหลัง เคยวิเคราะห์ถึง การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เป็นไปด้วยความยากลำบาก เคยคาดว่า ท้ายที่สุดจะอภิปรายฯไม่ได้ อาจมีการล้มโดยนายไพบูลย์ ได้ยื่นญัตติต่อสภาเพื่อขอเสียงข้างมากส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เนื้อหาญัตติฯของฝ่ายค้านเข้าข่ายพาดพิงสถาบันกษัตริย์ และถ้าศาลมีมติรับคำร้องจะส่งผลให้การอภิปรายฯ ในวันที่ 16-19 ก.พ. ต้องเลื่อนออกไป การอภิปรายฯของฝ่ายค้านครั้งนี้ อยู่กับเงื่อนไขสมัยประชุมสภาด้วย ดังนั้น ความน่าจะเป็นไปได้คือ ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายฯได้ ฝ่ายรัฐบาลจะขอเปิดประชุมลับ หากศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับวินิจฉัย ปัญหามีตามมาว่า จะอภิปรายฯได้หรือไม่ หรืออาจต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจนสิ้นสุดก่อน ถ้าศาล วินิจฉัยว่า อภิปรายฯได้ คำถามสำคัญยังมีอีกคือ จะอภิปรายฯได้ทันสมัยประชุมนี้หรือไม่ ถ้าวินิจฉัยว่า อภิปรายฯไม่ได้ ก็จบแบบปลาตายน้ำตื้นไปโดยปริยายเลย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า การอภิปรายฯครั้งนี้ฝ่ายค้านต้องใช้โอกาสทำลายความชอบธรรม โดยเฉพาะปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น การบริหารผิดพลาดล้มเหลวในยามประชาชนลำบาก นายไพบูลย์ คนนี้เป็นมืองานให้รัฐบาล เคยเป็น สว.ในกลุ่ม 40 ซึ่งเครือข่ายของผู้มีอำนาจทางการเมืองมายาวนาน การมาอยู่พรรคพลังประชารัฐ จึงขยับขับเคลื่อนจึงแสดงถึงฝ่ายรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ นายไพบูลย์ยังเคลื่อนไหวให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการแก้รัฐธรรมนูญ สามารถทำได้ทั้งฉบับหรือไม่ ทั้งที่ญัตติของฝ่ายค้านและรัฐบาลไม่ได้แก้ไขทั้งฉบับ การทำงานของ ส.ส.ร.ต้องทำตามกรอบของร่างแก้ รธน. ในวาระแรก โดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 การยื่นต่อศาลให้ตีความการแก้รัฐธรรมนูญนั้น จะคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องการให้แก้รัฐธรรมนูญ หาทางออกให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เสียหาย ช่วงหาเสียงเลือกตั้งไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้นทั้ง 2 เรื่องคือ การอภิปรายไม่ไว้วางใจกับแก้รัฐธรรมนูญ จึงต้องนำไปผูกไว้ที่ศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การคว่ำการแก้รัฐธรรมนูญ คิดว่าประชาชนจะไม่ยอม มีความหวังว่าจะได้ ส.ส.ร.มาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเริ่มต้นทางการเมืองกันใหม่ แต่คนพวกนี้ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาล เชื่อในเสียงข้างมากสามารถทำได้ทุกอย่าง จึงไม่ต้องสนใจอะไร พวกเขาจึงต้องออกมาตัดเกมก่อน แต่ลืมคิดถึงประชาชนว่า จะเกิดความรู้สึกเผด็จการหวงอำนาจ อารมณ์เช่นนี้จะบีบคั้นให้เกิดกระแสไล่เผด็จการสองแผ่นดิน คือ พม่ากับไทยก็ไล่เผด็จการเหมือนกันผมขอสื่อความหมายไปแรงๆว่า การแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าไปถึงจุดที่ต้องถูกล้มกันแล้ว ผมเชื่อว่าคนจะไม่ทน&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวว่า สิ่งที่นายไพบูลย์ ขยับในคราวนี้เชื่อว่าหวังผล แต่ท่ามกลางบรรยากาศบ้านเมืองและผู้คนเดือดร้อนขณะนี้ จะเป็นชนวนสำคัญ ความรู้สึกว่า วันนี้ฝ่ายรัฐบาลชักจะมากไปทุกเรื่องราว ที่รัฐบาลอื่นๆพังกันมานั้น มาจากเหตุไม่ยอมให้คนอื่นมีที่ยืน รวมถึงถ้าเกิดความรู้สึกว่า บ้านเมืองไม่มีหวังอะไรได้เลย สุดท้ายคนก็จะลงถนน เพราะประเทศเมื่อไร้การตรวจสอบจะสร้างความอึดอัดให้ประชาชน ถ้ามีการคว่ำการแก้รัฐธรรมนูญ หรือการอภิปรายไม่ไว้วางใจแล้ว ภาพไล่เผด็จการสองแผ่นดินจะเกิดขึ้น ขอให้คิดถึงแรงเหวี่ยงเช่นเดียวกับอาหรับสปริง คือ การเรียกร้องจะลามไปทั้งโลกและในความรู้สึกของผู้คน ถึงที่สุด ถ้าไม่ให้อภิปรายไม่ไว้วางใจจะกลายเป็นปัญหา ดังนั้นฝ่ายรัฐบาลต้องหลีกเลี่ยงหรือหยุดการกระทำเพื่อนำสถาบันกษัตริย์มาเป็นข้ออ้างป้องกันตนเองและทำลายบุคคลอื่น เนื่องจากสิ่งที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบคือการบริหาร อย่าได้ห่วงการอภิปรายฯของฝ่ายค้านจะมีการพาดพิง เพราะระบบสภามีการควบคุมกันอยู่แล้ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพรกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ แถลงต่อสภา ถ้าเบี้ยวคนจะรับไม่ได้ แสดงถึงต้องการสืบทอดอำนาจต่อชัดเจน ซึ่งนั่น เท่ากับบีบอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน อย่าประมาทหรือท้าทายมโนธรรมสำนึกของประชาชน เพราะเมื่อคนมีความรู้สึกว่า ถูกหักหลัง และถ้าท้ายสุดสิ่งที่นายไพบูลย์ขยับทำสำเร็จ การไล่เผด็จการสองแผ่นดินจะเป็นเรื่องถูกบันทึกไว้อย่างยาวนาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสถานการณ์ในพม่า การชุมนุมของคนหลายสาขาอาชีพ ยิ่งทำให้ทหารอยู่ลำบากมากขึ้น ถ้าเกิดใช้ความรุนแรงปราบปราม อาจมีทหารบางกลุ่มออกมายืนอยู่ข้างขบวนการ ประชาชน พล.อ.มิน ออง หล่าย ซึ่งเป็นทหารธุรกิจผู้ร่ำรวย ส่วนทหารระดับล่างกลับอยู่อย่างยากลำบาก ดังนั้นทิศทางทหารเลือกการมายืนข้างประชาชนจึงเป็นสถานการณ์ที่น่าสนใจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92490</URL_LINK>
                <HASHTAG>peace talk, จตุพร พรหมพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210209/image_big_60225bd9bbe13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039; กังวลหนักมาก!เพียงเพราะปากถากถางม็อบ จะเกิดเหตุการณ์วิปโยค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊กไลฟ์ peace talk ว่า ประวัติศาสตร์ 14 ตุลามีปรากฎการณ์สำคัญและควรเป็นบทเรียนคือ การรายงานข่าวของฝ่ายรัฐที่ไม่ตรงตามข้อเท็จจริง จนทำให้จอมพลประภาส จารุเสถียร รองนายกรัฐมนตรี รมว.มหาดไทย และ ผบ.ทบ. ในขณะนั้น เชื่อมีคนมาชุมนุมน้อย จึงพูดท้าทายไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งเป็นเหตุให้คนออกมาชุมนุมกันมโหฬาร แล้วเกิดการปะทะกัน กระทั่ง 3 ผู้นำอำนาจต้องหลีกภัยยังต่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตนยกกรณีนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อทบทวนถึงคำพูดของรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนหนึ่งได้ถากถางการชุมนุมเรียกร้องให้แก้ รธน.ว่า มีคนเพียงหยิบมือเดียว เป็นการเยาะเย้ย ดูถูกเหยียดหยาม ซึ่งคนไทยทนไม่ได้ และจะเป็นเหตุให้คนออกมาแสดงกำลังมืดฟ้ามัวดินในวันที่ 14 ตุลา ดังนั้น การพูดด้วยถ้อยคำและท่วงทำนองไม่ระมัดระวังแล้ว จะกระทบกับการเมืองถัดจากนี้ไปว่า จะมีเหตุการณ์ความวิปโยคอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คำว่าคนหยิบมือเดียว เป็นการดูถูกเหยียดหยามเขา ผมยังยืนยันเหมือนเดิมว่า ผมสนับสนุนแค่ 3 ข้อเท่านั้น เป็นจุดยืนไม่เคยเปลี่ยน และนายกรัฐมนตรีพูดเป็นนัยๆจะสนับสนุนร่างแก้ รธน. มาตรา 256 ไม่แตะหมวด 1-2 แม้ สว.บางคนแสดงบทบาทว่า ฟังนายกฯคนเดียวไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่า ถึงที่สุดต้องฟัง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร สงสัยว่า เมื่อนายกฯ สนับสนุนร่าง แก้ รธน.แล้ว ปัญหาคือ ทำไมฝ่ายรัฐบาลต้องยื้อเกมด้วย หากต้องให้แก้ รธน. ไม่ควรลังเล ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ ต้องการแก้ รธน.จริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอย่าง สว.ควรเลิกพูดเรื่องประชามติ เพราะถึงที่สุดแล้ว ในทางปฏิบัติ สว.ก็ไม่ได้จริงจังกับประชามติเท่าใดนัก เนื่องจากคนที่เคยออกมาปกป้อง รธน. 2560 เคยอ้างประชามติปกป้อง รธน. 2550 เพื่อไม่ให้แก้ไขมาแล้ว แต่เมื่อมีคนฉีก ยังมาอยู่กับคนฉีก แล้วออกมาพูดถึงประชามติของ รธน. 2560 อีก ซึ่งวิธีการนี้ทำให้ สว.บางกลุ่มอยู่สัมผัสอำนาจการเมืองมายาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อนายกรัฐมนตรีแสดงท่าทีสนับสนุนร่างแก้ รธน. สิ่งที่น่าห่วงคือ กรรมาธิการแก้ รธน.ทำไมต้องยื้อการประชุมกันถึง 1 เดือน และลากไปสร้างภาวะคับแค้นจนถึงวันที่ 14 ตุลา ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาแล้วจะโทษใคร ถ้ารัฐบาลทำตามเสียงเรียกร้องให้แก้ รธน.แล้ว สถานการณ์จะเบาบางขึ้น แต่นี่กลับทำตรงข้ามกัน คือเร่งสุมไฟขึ้นไปเรื่อยๆ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร เตือนว่า การเมืองอยู่ที่การกระทำว่า ทำอย่างไร เพราะเห็นกันอยู่แล้วถึงการชุมนุมครั้งใหญ่ สิ่งสำคัญคือ ทำไมไม่คิดจะนำพาให้บ้านเมืองเดินไปสู่ทิศทางควรจะเป็นได้อย่างไร โดยควรเข้าใจสถานการณ์ความอดอยากเดือดร้อนของคนไทยที่อดทนมายาวนานกันบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ย้ำว่า ฝ่ายรัฐบาลอย่าได้ชะล่าใจความรู้สึกของคนไทย และใครที่ท้าทายประชาชนมีอันเป็นไปทั้งนั้น ต้องฟังกันบ้าง อย่าได้พูดยั่วยุประชาชน ซึ่งต้องมีการตักเตือนนักการเมืองที่พูดอะไรไม่รู้สึกรู้สาเสียเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ตนยังหวังว่า สิทธิการชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธต้องได้รับการคุ้มครองให้เป็นเสรีภาพของประชาชน ที่สำคัญรัฐควรรีบเสนอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ซึ่งจะทำให้บรรยากาศในเดือนตุลาดีขึ้น ถ้าเอาแต่ท้าทายจะจบลงที่ไม่ได้อะไรเลย คือ รธน.ก็ไม่ได้แก้ และคนก็ไม่ได้อยู่ ให้ไปคิดอ่านกันเอาเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79235</URL_LINK>
                <HASHTAG>peace talk, จตุพร พรหมพันธุ์, นปช., ม็อบ14ตุลาคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f70990170c59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/04/2020 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/04/2020 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จตุพร&#039;ฟันธงหมดภารกิจโควิดเมื่อไหร่ &#039;บิ๊กตู่&#039;รูดม่านนายกฯเมื่อนั้น!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 เม.ย. 63 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) วิเคราะห์การเมือง ผ่านรายการ PEACE TALK โดยเชื่อว่า โควิด-19 จะเป็นภารกิจสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เพราะตั้งแต่มีประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ขึ้น แล้วตามมาด้วยคำสั่งยึดอำนาจรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการโควิด-19 มาไว้ที่ตัวนายกรัฐมตรีทั้งหมด แล้วมอบให้อยู่ภายใต้การดูแลจัดการของปลัดแต่ละกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งนี้สะท้อนว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีแนวโน้มจะยุติบทบาททางการเมือง เพราะในทางการเมืองแล้ว ถ้าต้องการอยู่ต่อ คงต้องสงวนความสุข มีมิตรผูกไมตรีกับพรรคร่วมรัฐบาลเอาไว้&amp;rdquo; นายจตุพร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หากมองโลกแง่ดีแล้ว สถานการณ์การเมืองแบบนี้ ประชาชนไม่ต้องออกมาขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะถึงอย่างไรก็ไปต่อไม่ได้ เนื่องจากหลังโควิด รัฐบาลภายใต้การนำของ 3 ป. คือ พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ต้องเผชิญกับสถานการณ์ด้านลบทั้งสิ้น โดยเฉพาะในอนาคตปัญหาทางเศรษฐกิจแทบหาด้านบวกไม่เจอเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันใด พล.อ.ประยุทธ์ ยุติบทบาททางการเมือง ซึ่ง 2 ป. ต้องตามไปด้วย อีกทั้งความโกลาหลจะลุกลามไปสู่พรรคพลังประชารัฐ เพราะหน้ากระดานการเมืองในอนาคตคาดแนวโน้มสิ่งน่าจะเป็นเช่นนี้เอาไว้&amp;rdquo; ประธานนปช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือนนั้น ไม่มีความจำเป็นใดๆ เลย เพราะการเยียวยาประชาชนมีปัญหาอย่างมากมาตลอด โดยมีแต่ความล่าช้าจนเกิดเสียหายอย่างรุนแรงที่สุด ทำให้ประชาชนอยู่ในความอดอยาก หิวโหย แล้วฆ่าตัวตายกันมากขึ้น ดังนั้น การเยียวยาของรัฐบาล จึงสะท้อนว่าไม่มีศักยภาพการทำงานของรัฐมนตรี เมื่อปัญหาเกิดขึ้น ผู้บริหารควรยุติใช้มาตรการเอไอ (AI) มาคัดกรองคุณสมบัติผู้ได้รับการเยียวยา แล้วเริ่มแจกยืนพื้น 5 พันบาททุกกลุ่มทุกคนอย่างทั่วถึง เพื่อให้คนยากจนมีข้าวสารกรอกหม้อ ได้หายอดอยาก ไม่ต้องหิวโหยกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เมื่อคนไม่มีศักยภาพแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ยังจะใช้คนทำงานเหลวไหลอย่างนี้อีกเหรอ คนพวกนี้ ชีวิตมีแต่ความอิ่มสำราญ ไม่รู้ทุกข์อดอยาก แล้วยังทำลอยหน้าลอยตาบริหารงานไม่ใส่ใจคนจนมาเป็นเดือน และยังหยุดเสาร์-อาทิตย์อีก ผมรับไม่ได้จริงๆ คนเฮงซวยแบบนี้&amp;rdquo; นายจตุพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังเชื่อว่า สถานการณ์โควิด และการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน หิวโหยยิ่งขึ้นหลายเท่าตัวในเดือน พ.ค. โดยอาจเกิดการลักวิ่ง ชิงปล้น แล้วฆ่ากันตาย ไม่ใช่ฆ่าตัวเองตายอีกแล้ว ดังนั้นรัฐบาลต้องเตรียมรับมือไว้ เมื่อสภาพคนอยู่บ้านไม่มีอะไรกิน เป็นความยากลำบากอย่างยิ่ง เมื่อโควิดอยู่ในสถานการณ์ติดเชื้อแค่ 9 คนแล้ว รัฐบาลควรต้องร่วมมือกับประชาชน อย่าให้รอลุ้นเงินเยียวยา 5 พันบาทกันนาน ต้องเยียวยาพร้อมกันให้ทั่วถึง อย่าทิ้งประชาชนไว้รอบตัวแบบนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจตุพร กล่าวตบท้ายว่า การแก้ไขปัญหาโควิดเบ็ดเสร็จอยู่ในอำนาจรัฐบาล และถ้ารัฐบาลมีศักยภาพในการเยียวยาแล้ว วันนี้จะได้รับเสียงปรบมือ ไม่ใช่เสียงสาปแช่ง ยิ่งคนมาต่อแถวรับสิ่งของบริจาคกันหนาแน่น เท่ากับสะท้อนว่า รัฐบาลแก้ไขปัญหาไม่ได้เลย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64447</URL_LINK>
                <HASHTAG>peace talk, จตุพร พรหมพันธุ์, บิ๊กตู่, ประธานนปช., พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200427/image_big_5ea6dde9f252e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
