<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซื้อเพิ่มPfizer-AZยี่ห้อละ50ล้านโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศบค.รายงานผู้ติดเชื้อโควิดในไทยทรงตัวที่ 2 หมื่นคนต่อวัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เสียชีวิต 261 คน กรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงระบาดต่อเนื่อง ​ซิโนแวค มี​ประสิทธิผล​ป้องกันการเสียชีวิต​อยู่ที่ประมาณ 72% หาวัคซีนอีกอย่างน้อย 120 ล้านโดส ฉีดเข็ม 3 ปีหน้า ไฟเซอร์ และแอสตร้า​เซน​เน​ก้าอย่างละ 50 ล้าน เป็นอย่างต่ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2564 ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 20,571 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 20,322 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ&amp;nbsp; 17,574 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 2,748 ราย, จากเรือนจำและที่ต้องขัง 235 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 14 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; 1,030,281 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่ม 23,159 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม 818,964 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 202,230 ราย อาการหนัก 5,171 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 1,123 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 261 ราย เป็นชาย 139 ราย หญิง 122 ราย อยู่ในกทม. มากที่สุด 88 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตที่บ้านและระหว่างนำส่งรักษา 4 ราย มีหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 9,087 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 20 ส.ค. เพิ่มขึ้น 609,435 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 26,428,101 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 4,342 ราย,&amp;nbsp; สมุทรปราการ 1,584 ราย, สมุทรสาคร 1,449 ราย, ชลบุรี 1,235 ราย,&amp;nbsp; นครราชสีมา 613 ราย, นครปฐม 589 ราย, ฉะเชิงเทรา 587 ราย, ราชบุรี 541 ราย, บุรีรัมย์ 450 ราย, กาญจนบุรี 436 ราย ส่วนสถานการณ์โลกมีผู้ป่วยสะสม 211,553,537 ราย เสียชีวิตสะสม 4,427,767 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข​ นพ.โสภณ​ เอี่ยม​ศิริ​ถาวร​ รองอธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ แถลงสถานการ​ณ์การ​แพร่ระบาด​ของ​โรค​โค​วิด​-19 ว่า สถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลก จำนวนผู้ติดเชื้อมีเพิ่มมากขึ้น หลายประเทศประสบปัญหา​การแพร่ระบาดสายพันธุ์​เดลตา (อินเดีย)​ เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่มีข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์คือจำนวนผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ ซึ่งแตกต่างจากในอดีตที่จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นเร็ว พร้อมกับจำนวนผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.โสภณ​กล่าวว่า เมื่อดูรายละเอียดแต่ละ​ประเทศ​จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชม.อยู่ที่ 650,065 ราย โดยประเทศสหรัฐอเมริกา​มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันมากที่สุดที่ 132,453 ราย และผู้เสียชีวิตจำนวน 1,022 ราย แม้จะมีการฉีดวัคซีนจำนวนมากแต่ก็ยังคงสามารถติดเชื้อ​ได้ ในส่วนประเทศ​ที่มีผู้ติดเชื้อราย​ใหม่​มากกว่า 20,000 ราย มีอินเดีย รัสเซีย​ บราซิล​ ฝรั่งเศส​ และสหราชอาณาจักร​ ซึ่งเป็นประเทศที่มีการฉีดวัคซีนในเปอร์เซ็นต์​ที่สูง ซึ่งมีข้อดีที่จำนวนผู้เสียชีวิต​ยังไม่มากนัก เช่น อังกฤษ ที่มีอัตราการฉีดวัคซีนมากกว่า 70% แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์​ในประเทศไทยจำนวนผู้ติดเชื้ออยู่ที่กว่า 20,000 ราย มีแนวโน้มว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะไม่พุ่งทะยาน​ต่อ โดยกรุงเทพ​มหานคร​และปริมณฑล​ ซึ่งเป็นพื้น​ที่​ระบาดมาก่อน​จำนวนผู้ติดเชื้อตอนนี้ตกวันละกว่า 8,000 ราย คิดเป็น 42% ในส่วน
ซื้อวัคซีนเพิ่มอีก 120 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผลการศึกษา​ประสิทธิ​ผลวัคซีน​ ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา วัคซีน​ซิโนแวคมี​ประสิทธิผล​ป้องกันการเสียชีวิต​อยู่ที่ประมาณ 72% สำหรับประสิทธิ​ผลผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​ 1 เข็ม จากข้อมู​ลต่างประเทศสามารถป้องกันการป่วย และเสียชีวิตได้ 80% ส่วนของประเทศไทยจากการศึกษากลุ่มที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค. ถ้าดูจากผลลัพธ์​การป้องกัน​การป่วยหนักหรือเสียชีวิต มีเปอร์เซ็นต์​ค่อนข้างสูงกว่า 80% อย่างไรก็ตาม จะต้องฉีดให้ครบ 2 เข็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส​ การ​ย์​กวิน​พงศ์ ​อธิบดี​กรมควบคุม​โรค​ กล่าวว่า ขณะนี้ในกรุงเทพฯ ​สามารถฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุร้อยละ 94 รองลงมาเป็นปทุมธานี​ 63% คาดว่าในสิ้นเดือน ส.ค.จะใกล้เคียงกับเป้าหมายหรือเกินเป้าหมาย สำหรับจำนวนวัคซีนที่เข้ามาในประเทศไทยในขณะนี้มีวัคซีนที่เข้ามาสู่ประเทศไทย 30 ล้านโดส ซึ่งเมื่อวัคซีนเข้ามา จะมีการตรวจในเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัย หลังจากนั้นจะกระจายไปจุดฉีดต่างๆ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ส.ค. มีจำนวนวัคซีนเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในเดือน ก.ย.เป็นต้นไป กระทรวงสาธารณสุข​จะมีการเจรจากับแอสต​ร้า​เซน​เน​ก้า​เป็นระยะ และมีเจตจำนงที่ต้องการวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางบริษัทได้มีการตอบสนองอย่างเช่นเดือน ก.ย. มีการส่งสัญญาณ​ว่าจะมีการส่งวัคซีน​ให้กับประเทศไทย 7.2 ล้านโดส เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีวัคซีนเข้ามาเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดี​กรมควบคุม​โรคเผยว่า แนวโน้มจากการฉีดวัคซีน​พบว่า อาจจะจำเป็นต้องใช้เข็มที่ 3 เนื่องจากหลังฉีดวัคซีน​ไป 2 เข็ม ไม่ว่าวัคซีนยี่ห้อ​อะไรก็ตาม ภูมิคุ้มกันจะตกลง เพราะฉะนั้นการฉีดเข็ม 3 จะทำให้ภูมิคุ้มกัน​สูง​ขึ้น​ ดังนั้นในปี 2565 จึงมีความจำเป็นจะต้องหาวัคซีนเพิ่มเติมเพื่อมาฉีดใน 2 กลุ่ม คือกลุ่มเด็กและกลุ่มบูสเตอร์​โดส เพราะฉะนั้น​คณะกรรมการ​วัคซีน​แห่งชาติ​ ได้เสนอความเห็นและผ่านความเห็นชอบจาก ศบค.ว่าในปี 2565 จะต้องจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมให้กับคนไทยอย่างน้อย 120 ล้านโดส รวมถึงให้มีวัคซีนที่มีหลากหลายในการฉีด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้​สถาบัน​วัคซีน​แห่งชาติ​ได้แสดง​เจตจำนง และประชุมหารือกับบริษัท​ผู้ผลิต​วัคซีน​ในหลาย​บริษัท​ทุกรูปแบบ ก็ได้โดยมีความจำนงที่จะนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์อย่างน้อย 50 ล้านโดส และแอสตร้า​เซน​เน​ก้า​อีก 50 ล้านโดส อย่างไรก็ตาม มีหลายบริษัทที่ผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ที่สามารถต่อสู้กับเชื้อกลายพันธุ์​เพิ่มมากขึ้น หรือเรียกว่าวัคซีนรุ่นที่ 2 ถ้าบริษัทสามารถผลิตวัคซีนโดยมีผลวิจัยยืนยันว่ามีประสิทธิภาพ​และความปลอดภัย​ ขอให้บริษัทส่งมอบวัคซีนรุ่นที่ 2 ให้กับไทย ส่วนรุ่นจำนวน และระยะเวลาจัดส่งจะมีการเจรจากันต่อไป&amp;quot; นพ.โอภาสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวระดับสูงทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย&amp;nbsp; แสดงความเห็นเรื่องการรับวัคซีน โดยผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนแวค 2 เข็ม ไปช่วงระยะหนึ่งอาจทำให้ภูมิเริ่มตก ติดเชื้อและนอนโรงพยาบาล เนื่องจากมีปอดอักเสบ ดังนั้นควรรีบให้ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 โดยเร็ว
สมุทรสาครติดเชื้อใหม่ 1,449 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น สถานการณ์ปัจจุบันมีผู้ช่วยเหลือผู้ป่วยที่ จ. สระแก้ว เสียชีวิต แม้จะได้รับวัคซีนซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็มนั้น ในขณะนี้ทางศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพทยระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศปก.ศบค. จะยึดหลักการฉีดวัคซีนตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดว่าจะต้องฉีดอย่างไรเป็นหลัก และขณะนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข ยังไม่ได้มีข้อเสนอเข้ามาเพื่อให้ ศปก.ศบค.พิจารณาแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาครได้เปิดเผยตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,449 ราย เป็นการค้นหาเชิงรุก 180 ราย ในโรงพยาบาลภายในจังหวัด 1,094 ราย นอกจังหวัด 175 ราย เสียชีวิต 20 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาล 17,640 ราย รักษาหายกลับบ้านได้ 319 ราย และอยู่ระหว่างการสังเกตอาการอีก 7,336 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนของศูนย์ห่วงใยคนสาคร ผู้ป่วยเข้ามาใหม่ 205 ราย ออก 219 ราย มีเตียงทั้งหมด 2,980 เตียง ครองเตียงอยู่ 2,451 เตียง เหลือเตียงว่างอีก 529 เตียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณรงค์ ศรีม่วง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า&amp;nbsp; สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,584&amp;nbsp; ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 1,451 ราย อำเภอเมืองสมุทรปราการ จำนวน&amp;nbsp; 564 ราย, อำเภอพระประแดง จำนวน&amp;nbsp; 190 ราย, อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จำนวน 65 ราย, อำเภอบางพลี จำนวน 327 ราย, อำเภอบางบ่อจำนวน 152 ราย, อำเภอบางเสาธงจำนวน 153 ราย, โรงพยาบาลเอกชนรับมารักษาต่อในสมุทรปราการจำนวน 133&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราย เสียชีวิต 14 ราย เป็นเพศชายจำนวน 6 ราย เป็นเพศหญิงจำนวน 8 ราย อายุระหว่าง 55-86 ปี มีโรคประจำตัวทั้งหมด&amp;nbsp; รวมเสียชีวิตสะสม 645 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจคัดกรองเฝ้าระวังในคลินิก ARI และในชุมชน จำนวน 286,461 ราย พบเชื้อ 56,143 ราย ผู้ป่วยสะสมระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน จนถึงปัจจุบันจำนวน 65,924 ราย ในพื้นที่&amp;nbsp; 56,143&amp;nbsp; ราย นอกพื้นที่ 9,781 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 2,568 ราย กำลังรักษาในโรงพยาบาลเอกชนจำนวน&amp;nbsp; 2,984 ราย รักษาใน Hospitel มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีสมุทรปราการจำนวน 1,154 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการโควิด-19 จ.นนทบุรี รายงานพบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดรายใหม่จำนวน 581 ราย สาเหตุติดเชื้อที่สำคัญ ครอบครัว สถานที่ทำงาน และชุมชน เป็นเพศหญิง 289 ราย เพศชาย 292 ราย ต่างชาติ 52 ราย เมียนมา 32 ราย,&amp;nbsp; กัมพูชา 10 ราย, ลาว 10 ราย พื้นที่ภูมิลำเนา อำเภอเมืองฯ 259 ราย, อำเภอบางบัวทอง 230 ราย, อำเภอบางกรวย 66 ราย, อำเภอบางใหญ่ 12 ราย, อำเภอปากเกร็ด 10 ราย, อำเภอไทรน้อย 4 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดที่จังหวัดนครพนม มีรายงานพบผู้ป่วยยืนยัน 62 ราย เข้ารับการรักษาที่ รพ.นครพนม 11 ราย, รพ.ท่าอุเทน 10 ราย, รพ.โพนสวรรค์ 10 ราย, รพ.นาทม 6 ราย, รพ.นาหว้า 6 ราย, รพ.เรณูนคร 5 ราย, รพ.ปลาปาก 5 ราย, รพ.ศรีสงคราม 4 ราย, รพ.ธาตุพนม 3 ราย, รพ.บ้านแพง 1 ราย และโรงพยาบาลวังยาง 1 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ รายงานข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (โควิด-19) ระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2564 ถึง วันที่ 20 ส.ค.2564 ของ จ.บุรีรัมย์ ว่ายังคงน่าเป็นห่วง พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นอีก จำนวน 359 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย ที่ อ.ลำปลายมาศ 1 ราย, อ.พุทไธสง 1 ราย และ อ.เมืองฯ 1 ราย แยกเป็น ผู้ป่วยติดเชื้อพบในพื้นที่จังหวัด 4 ราย ติดเชื้อมาจากนอกพื้นที่ 355 ราย แยกเป็น ติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง 174 ราย และติดเชื้อมาจากจังหวัดเสี่ยง (พบก่อนเข้าสถานกักกันตัว) LQ 181 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม 11,663 ราย เสียชีวิตสะสม 23 ราย หายป่วยสะสม 7,207 ราย ยังรักษาอยู่ 4,433 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์การที่จ.นครศรีธรรมราช พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 168 ราย เป็นการติดเชื้อในจังหวัด 155 ราย และมาจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล 13 ราย ยอดติดเชื้อสะสม 6,354 ราย รักษาตัวในโรงพยาบาล 1,640 ราย (มาจาก กทม.และปริมณฑล 595 ราย) รักษาหายเพิ่ม 177 คน สะสม 4,988 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 50 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114091</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, Pfizer, ค้นหาเชิงรุก, ฉีดเข็ม 3, ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19, วัคซีน, วัคซีนโควิด, ศบค., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอสตร้าเซนเนกา, โควิด 19, โควิด-19, ​ซิโนแวค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_61204c44b75d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2021 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2021 11:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;กลม นพดล&#039;บินฉีดไฟเซอร์ที่แอลเอ เชื่อไทยเจอวิบากกรรมเพราะผู้นำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ควงภรรยาบินลัดฟ้าไปฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่แอลเอ ประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับนักแสดงหนุ่ม กลม-นพพล พิทักษ์โล่พานิช โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพคู่กับภรรยาที่ได้ฉีดวัคซีนเข็มแรกเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับระบุข้อความว่า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;Pfizer ที่ LA เข็มแรก ส่งความห่วงใยถึงชาวไทยทุกคน และขอเป็นกำลังใจให้ ถามว่าทำไมเราต้องมาเจอวิบากกรรม มีผู้นำแต่ไม่สามารถดูแลประชาชนให้เข้าถึงปัจจัยสำคัญอย่างวัคซีน ที่มีประสิทธิภาพ ที่ LA เค้าเปิดธุรกิจกันหมดแล้วครับ วัคซีนมีทุกร้านยา เลือกได้หลากหลายชนิดตามความมั่นใจของผู้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยากได้แบบเข็มเดียว อยากได้แบบสองเข็ม อยากได้ mRNA หรือ Viral vector เดินเข้าไปฉีดได้เลย ทั้งหมดฟรี!!!! งบประมาณถ้าวางแผนใช้ตามความสำคัญ ให้ถูกจุด ไทยเราจะไม่มีทางเป็นอย่างทุกวันนี้ อยู่ที่วิสัยทัศน์และปัญญาของผู้นำล้วนๆ ครับ ด่าก็จริง แต่เรียกให้ไปช่วยงานก็ไปช่วยนะ #Pfizer #vaccine #covid #ขอวัคซีนดีๆให้บุคลากรด่านหน้าเต็มจำนวน&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม glom9&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113834</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID, Pfizer, Vaccine, กลม-นพพล พิทักษ์โล่พานิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611dcbca0500f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113040</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผอ.กลุ่มงานวิจัยฯไบโอเทคเผยข่าวไม่ค่อยดีสำหรับ Pfizer  ต้านเดลต้าได้น้อยกว่า  Moderna </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 &amp;nbsp;ส.ค.64- ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ระบุว่า &amp;nbsp;ข้อมูลความแตกต่างระหว่างประสิทธิภาพของวัคซีนชนิด mRNA ต่อสายพันธุ์เดลต้า ทะยอยออกมาเรื่อยๆ ระหว่าง Pfizer กับ Moderna คราวนี้เป็นตัวเลขที่เก็บข้อมูลที่การ์ตา ในประชากรมากกว่า 1.2 ล้านคนที่ได้วัคซีนแต่ละชนิด จากรายงานการศึกษานี้ ตัวเลขประสิทธิภาพของวัคซีนต่อการป้องกันเดลต้าออกมาที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;53.5% สำหรับ Pfizer&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;84.8% สำหรับ &amp;nbsp;Moderna&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;57.2% สำหรับ วัคซีน mRNA ในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวเลขการป้องกันอาการหนักสำหรับ Pfizer และ Moderna แตกต่างกันอยู่ที่ 89.7% กับ 100% คือ ต่างกันประมาณ10%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยอมรับว่าไม่ค่อยเป็นข่าวดีสำหรับ Pfizer เท่าไหร่นะครับ และ ยิ่งมีข่าวว่าคนไทยจะได้ Pfizer เพิ่มอีก 10 ล้านโดส เลยคิดว่าตัวเลขนี้กำลังเตือนว่าเรากำลังจะวนไปที่ปัญหาเดิมอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้นะครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.medrxiv.org/con.../10.1101/2021.08.11.21261885v1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113040</URL_LINK>
                <HASHTAG>Moderna, Pfizer, อนันต์ จงแก้ววัฒนา, เดลต้า, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f0d84a4e7ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111912</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2021 08:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2021 08:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัญญ่า ทามาดะ&#039;เคลียร์ปมร้อน ยันไม่ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ที่ไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังโดนสงสัยว่าเป็นVVIP ได้ฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ก่อนแพทย์เเละพยาบาล ที่ทำงานอยู่ด่านหน้า ล่าสุด ชัญญ่า ทามาดะ &amp;nbsp;ก็ออกตอบโต้เเล้ว &amp;nbsp;พร้อมโชว์พาสปอร์ตของตนเอง เพื่อยืนยันไม่ได้อยู่ในไทยมานานกว่า 1 เดือนแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเจ้าตัวได้ออกมาอัปเดตเรื่องราวผ่านอินสตาแกรมว่า &amp;ldquo;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีหลายคนเข้าใจผิดถึงเรื่องการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ของชัญญ่า จึงขอชี้แจงตรงนี้เเละยังคงยืนยันว่าชัญญ่าไม่ได้อยู่ประเทศไทยมาเป็นเวลา 1 เดือนค่ะ เดินทางออกจากประเทศตั้งแต่วันที่ 1 July 2021 ตาม passport ที่แนบด้านล่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอยืนยันว่าไม่ได้ฉีดไฟเซอร์ที่เมืองไทยแต่อย่างใด และไม่เคยมีความคิดที่จะขโมยสิทธิ์ของบุคลากรการแพทย์หรือบุคลาการด่านหน้าค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด ซึ่งชัญญ่าผิดเองที่สื่อสารในทางโซเชียลและมีการกระทำที่คลุมเครือ เนื่องจากว่าความตั้งใจแรกที่ไม่ได้อยากให้คนอื่นๆ เข้าใจว่าเราบินมาฉีดวัคซีนที่เมืองนอก จึงไม่ได้มีการลงว่ามาเที่ยว ตปท. แต่อย่างใดค่ะ ต้องขออภัยทุกๆ คนที่ทำให้เข้าใจผิดในเหตุการณ์นี้นะคะ&amp;ldquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม &amp;nbsp;chanyatamada&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111912</URL_LINK>
                <HASHTAG>Pfizer, ชัญญ่า ทามาดะ, วัคซีนไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_61074d3e5c209.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2021 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอไม่ทน&#039;นำทีมบุกสถานทูตสหรัฐ  ช่วยตรวจสอบ&#039;ไฟเซอร์&#039;1.5 ล้านโดสเก็บไว้ให้ใคร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.64- กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ประกอบด้วย กลุ่มหมอไม่ทน, ภาคีบุคลากรสาธารณสุข, Nurses Connect, สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (IFMSA-Thailand) และ DNA บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร ออกแถลงการณ์เรื่องความโปร่งใสในการกระจายวัคซีน Pfizer ที่จะเข้ามาในวันที่ 29 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่าบุคลากรการแพทย์ด่านหน้าจะได้รับการฉีดวัคซีน Pfizer มากกว่า 500,000 โดส โดยจะเริ่มฉีดต้นเดือนสิงหาคม ทว่าสถานการณ์ขณะนี้นับว่ามีความขัดแย้งกับคำกล่าวข้างต้นอย่างมาก เมื่อพิจารณาถึงความจริงที่ว่าขณะนี้บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากต้องเข้ารับการฉีดวัคซีน AstraZeneca เป็นบูสเตอร์โดสเข็ม 3 ทั้งด้วยความไม่มั่นใจในการมาถึงของ Pfizer การถูกทำให้เชื่อว่าจะไม่มีวัคซีน Pfizer เข้ามา และการคาดการณ์ว่า Pfizer จะเข้ามาไม่พอสำหรับบุคลากรฯ ทั้งหมด โดยมีหลักฐานและข้อยืนยันจำนวนมากที่พิสูจน์ว่าสภาพการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเวียนในโรงพยาบาลหรือการประกาศว่าจะไม่รับผิดชอบหากบุคลากรฯ ที่ยืนยันจะรอ Pfizer ติดโควิดในระหว่างรอวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพการณ์ดังกล่าว นำไปสู่การตั้งคำถามว่าขณะนี้มีบุคลากรทางการแพทย์ได้รับวัคซีน AstraZeneca ไปแล้วเท่าใด และยังมีเจตจำนงรอฉีดวัคซีน Pfizer ต้นเดือนหน้าดังที่กระทรวงสาธารณสุขกล่าวอ้างเท่าใด มีข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับการกระจายวัคซีนครั้งนี้ ทว่ากระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีข้อมูลของบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดในมือกลับไม่เปิดเผยตัวเลขอย่างโปร่งใสชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากความคลุมเครือของข้อมูลเรื่องวัคซีน การออกแบบและจัดการเพื่อทำให้วัคซีนอยู่ในอุณหภูมิที่ถูกต้องเหมาะสม (Cold-chain tracking) ซึ่ง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้จัดทำ เพื่อติดตามการกระจายของวัคซีนยี่ห้อและล็อตต่างๆ ยังได้ปิดตัวลงตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม (ดูได้ที่ https://datastudio.google.com/.../731713b6.../page/JMn3B...) และถูกแทนที่ด้วยเว็บไซต์ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขทำแทน (ดูได้ที่ https://dashboard-vaccine.moph.go.th/dashboard.html) ซึ่งไม่มีการแจ้งรายละเอียดยี่ห้อวัคซีนหรือล็อต มีเพียงข้อมูลว่า ประชาชนในแต่ละจังหวัดได้รับการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนเท่าใด เพียงแค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อความโปร่งใสและการกระจายวัคซีนให้ถึงมือผู้ควรได้รับโดยปราศจากเส้นสาย หมอไม่ทน, ภาคีบุคลากรสาธารณสุข, Nurses Connect , สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (IFMSA Thailand Official) และ DNA บุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัคร จึงขอเรียกร้องต่อกระทรวงสาธารณสุขดังนี้
1. นำวัคซีน mRNA มาเป็นวัคซีนหลักให้คนไทยทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ชี้แจงและเปิดเผยข้อมูลว่ามีบุคลากรฯ ได้รับวัคซีน AstraZeneca เป็นบูสเตอร์โดสไปแล้วเท่าใด และยังเหลือบุคลากรฯ ที่ยืนยันจะรับไฟเซอร์เป็นจำนวนเท่าใด เพื่อให้จำนวนวัคซีนที่ได้รับพอดีกับบุคลากรฯ ไม่มีเศษตกหล่นติดตามไม่ได้นอกระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. นำข้อมูลสำคัญที่จะพิสูจน์ความโปร่งใสกลับมาบรรจุในระบบ Cold-chain tracking นั่นคือเส้นทางการกระจายวัคซีนโดยระบุยี่ห้อและล็อตต่างๆ ของวัคซีน และเปิดให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย เพื่อแสดงความรับผิดชอบของรัฐต่อประชาชน และให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการก้าวข้ามวิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ระบุผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจนกรณีเกิดการจัดสรรการกระจายวัคซีนผิดพลาดหรือทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น เรายังขอเชิญชวนประชาชนทุกคน ร่วมลงชื่อสนับสนุนการนำ mRNA มาเป็นวัคซีนหลักทาง change.org/vaccinewetrust และร่วมจับตามองการกระจายวัคซีนครั้งนี้ ด้วยการแจ้งเบาะแสมายัง &amp;ldquo;แบบรับรายงานความผิดปกติในการกระจายวัคซีนโดย สมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย&amp;rdquo; (เข้าถึงได้ที่ shorturl.at/dkDHK หรือ QR code ด้านล่าง) หรือ ส่งเมลมาที่ mormaithon@protonmail.com หากท่านพบเห็นหรือทราบข้อมูลการได้วัคซีนมาอย่างไม่ถูกต้อง เราจะถามไปด้วยกันว่า #เก็บไฟเซอร์ไว้ให้ใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงวัคซีน และการปิดบังข้อมูลเส้นทางการกระจายวัคซีน คือการลดโอกาสการมีชีวิตรอดของประชาชน เพื่อเรียกร้องถามหาความโปร่งใสนี้ อีกไม่นาน ตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์จะมีการเคลื่อนไหว ขอให้ประชาชนติดตามอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวแทนบุคลากรทางการแพทย์
27 กรกฎาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภาคีบุคลากรสาธารณสุข และหมอไม่ทน จะยื่นหนังสือถึงสถานทูตสหรัฐฯ ขอช่วยตรวจสอบและระบุเงื่อนไขการจัดสรรไฟเซอร์ 1.54 ล้านโดส ให้ถึงด่านหน้า และกลุ่มเสี่ยงอย่างแท้จริง วันนี้ (27 ก.ค.64) เวลา 10.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้มีการประกาศชัดเจนจากศบค.ไปแล้วว่า&amp;nbsp; 5&amp;nbsp;แสนโดส จะกระจายไปยังบุคลากรด่านหน้าทั่วประเทศ 8&amp;nbsp;&amp;nbsp;แสนโดส ให้กลุ่มผู้สูงอายุ-ผู้มีโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์สัญชาติไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;1.5&amp;nbsp;แสนโดส ให้ชาวต่างชาติที่อาศัยในประเทศไทย &amp;nbsp;เน้นกลุ่มผู้สูงอายุและมีโรคเรื้อรัง 4.5&amp;nbsp;&amp;nbsp;หมื่นโดส ให้ผู้ที่มีความจำเป็นเดินทางไปต่างประเทศ นักเรียน นักศึกษา นักกีฬา นักการทูต&amp;nbsp; 2.5&amp;nbsp;พันโดส ทำการวิจัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และ 4&amp;nbsp;หมื่นโดส สำรองไว้ส่วนกลางสำหรับตอบโต้การระบาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111228</URL_LINK>
                <HASHTAG>Pfizer, กลุ่มหมอไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_60ff557e13044.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 07:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 07:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักไวรัสวิทยา&#039;ยกกรณี อเมริกันฉีด Pfizer- Moderna ครบ 2 เข็ม เอาสายพันธุ์อินเดียไม่อยู่ ยังติดเชื้อรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
18 ก.ค.64-ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ(ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีศึกษาการแพร่ระบาดของเดลต้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สามีภรรยาชาวอินเดียคู่หนึ่งเดินทางไปงานแต่งงานที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกา ก่อนเดินทางเข้าประเทศมีการตรวจหาเชื้อแล้วได้ผลลบ ก่อนเดินทางมาทั้งคู่ได้รับวัคซีนเชื้อตาย COVAXIN เข็มสองครบมาแล้ว 10 วัน ในงานแต่งงานมีแขกมาร่วมงาน 92 คน จัดงานกลางแจ้ง โดยผู้มาร่วมงานทุกคนต้องได้รับวัคซีนครบโด๊สกันหมด เย็นวันนั้นภรรยาเริ่มบ่นปวดเมื่อยตัวแต่คิดว่าอาจจะเป็นเพราะเหนื่อยจาก jet lag &amp;nbsp;หลังจากนั้น 2-3 วันทั้งสามีและภรรยาเริ่มมีอาการไข้ ไอ จนวันที่ 4 หลังจากงานแต่งงาน ทั้งคู่ตรวจพบว่าติดโควิด สามีอาการหนักขึ้นจนต้องส่งตัวไปรักษาในโรงพยาบาล รักษาตัวอยู่ประมาณ 1 เดือน ก็เสียชีวิต ส่วนภรรยาอาการป่วยหนักเหมือนกันแต่ไม่รุนแรงเท่าสามี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในงานแต่งมีแขกที่มาร่วมงาน อีก 4 คนที่มีสัมผัสใกล้ชิดกับสามีภรรยาคู่นี้ โดยทั้ง 4 คนได้รับวัคซีน Pfizer หรือ Moderna ครบหมดแล้ว พบว่า ทั้ง 4 คนมีอาการป่วยจากโควิดมากน้อยต่างกัน โดยหนึ่งในนั้นมีอาการปอดอักเสบรุนแรง ต้องรักษาตัวในวันที่ 10 หลังวันแต่งงาน ผู้ป่วยรายนี้ได้รับ Pfizer ครบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสจากผู้ป่วยทุกคน พบว่าเป็นไวรัสสา่ยพันธุ์เดลต้า และ มีความใกล้เคียงกันที่บอกได้ว่าน่าจะแพร่มาจากสามี ภรรยาคู่นี้จริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคสนี้น่าสนใจครับ เพราะเป็น Breakthrough infection ในกลุ่มคนที่ได้รับวัคซีนครบเป็นจำนวนคลัสเตอร์ค่อนข้างใหญ่ อาการป่วยหนักและเสียชีวิตยังพบได้ในคนที่มีภูมิจากวัคซีนแล้ว และ ไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ในพื้นที่เปิด และ อาจจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันไม่นาน...***ไม่แน่ใจว่าแขกคนอื่นมีผู้ป่วยแบบไม่มีอาการอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอกสารอ้างอิง
https://www.medrxiv.org/con.../10.1101/2021.06.28.21258780v1
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110125</URL_LINK>
                <HASHTAG>Moderna, Pfizer, นักไวรัสวิทยา, สายพันธุ์อินเดีย, อนันต์ จงแก้ววัฒนา, เดลต้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f3705e3fa4b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101943</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2021 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2021 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.เสรี ซ้ำแผล &#039;โทนี่&#039; ตอแหลจากแดนไกล!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.64 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและการตลาด โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ว่าเงิบไหมจ๊ะ สำหรับคนที่ตอแหลว่าประเทศไทยมีวัคซีน Pfizer แล้ว และแอบไปฉีดให้ VIP ในที่สุดก็มีข้อมูลที่แท้จริงออกมาว่ายังไม่มี Pfizer ในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลใน web ก็มี ส่มารถเข้าไปดูได้ มีแผนที่ชัดเจนว่าวัคซีนแต่ละยี่ห้อนั้นมีอยู่ในประเทศไหนบ้าง และปรากฏว่า Pfizer ยังไม่มีในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาง Pfiyzer เขาก็อกมาพูดเองว่าวัคซีนของเขายังไม่เข้าเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักการเมืองบางคนก็งับข้อมูลที่คนแดนไกลตอแหลให้ฟัง ไม่สนสี่สนแปดอะไรทั้งนั้น ตั้งใจจะไล่นายกรัฐมนตรีอย่างเดียว ในเวลานี้มันควรจะช่วยกันแก้ปัญญา ไม่ใช่ตั้งหน้าด่ารัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลผูกขาดวัคซีนบ้าง กีดกันเอกชนบ้าง วัคซีนไม่มีประสิทธิภาพบ้าง วัคซีนมีผลจ้างเคียงที่เป็นอันตรายบ้าง ความเท็จทั้งนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมอหลายคนออกมาชี้แจงไม่รู้กี่ครั้งก็ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาไล่นายกฯอย่างเดียว ไม่สนใจชีวิตของประชาชน ชั่วร้ายกันจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบนี้เรียกว่าเสียแม้วหรือเสียหมาค่ะ ที่สำรากออกมานั่นมันเห่านะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือจะเรียกว่าหมาเห่าให้ควายฟัง แล้วควายก็งับมาเคี้ยวเอื้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101943</URL_LINK>
                <HASHTAG>Pfizer, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ทักษิณ ชินวัตร, วัคซีนโควิด, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60936e5640e32.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
