<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2020 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;WHO&#039;ว่างจัดเลิกใช้&#039;Social distancing&#039;ให้ใช้&#039;Physical distancing&#039;แทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;ldquo;Social distancing กับ Physical distancing...&amp;rdquo; ระบุว่า ตอนนี้ WHO เปลี่ยนคำพูดใหม่จากคำว่า การเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing เป็น การเว้นระยะห่างทางกายภาพ หรือ physical distancing ซึ่งนักวิชาการด้านระบาดวิทยาเห็นด้วยว่าเป็นคำที่ถูกต้องมากกว่า เพราะ การเว้นระยะห่างทางสังคมนั้น มีความหมายกว้างขวางคลุมแม้กระทั่งเรื่องของจิตใจ ไม่ให้ใกล้ชิดกันทางใจ ซึ่งไม่ใช่ในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องของจิตใจนั้น ไม่ใช่เรื่องป้องกันการระบาด แต่เป็นเรื่องของความรู้สึก ไม่ควรให้เกิดความรู้สึกว่าห่างกัน ไม่ห่วงกัน เพียงแต่ในทางกายภาพเท่านั้นที่ต้องห่างกันสองเมตรหรือหกฟุต เพื่อให้พ้นจากระยะไอจามที่มีเชื้อไวรัสติดออกมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเขียนเรื่อง ระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing มานานหลายปีเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพราะเป็นเรื่องของสังคมจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมบอกว่า ผู้ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ต้องรักษาระยะห่างกับเพื่อนสังคมออนไลน์พอสมควร ไม่เช่นนั้นจะตกอยู่ในจริตที่อินไปกับเรื่องดราม่า ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องจริง การรักษาระยะห่างทางสังคมออนไลน์จะทำให้เรามีสติ ไม่บ้าบอคอแตกตาม แชร์เรื่องที่โพสต์หรือแชร์กันต่อๆโดยขาดสติ ซึ่งอาจมีผลให้ต้องรับโทษในความผิดหรือแม้กระทั่งเกิดปัญหาหมิ่นประมาทถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ทั้งๆที่ตนเองไม่ได้ก่อให้เกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่จริงผมก็พูดเรื่องการเว้นระยะห่างทางกายภาพ หรือ physical distancing เช่นกัน เพราะพวกที่ศึกษาทางด้านพฤติกรรมศาสตร์เห็นและตั้งข้อสังเกตุมานานแล้ว เช่นคนที่สนิทกันอาจพูดคุยแบบใกล้ชิดติดหูกระซิบกระซาบ แต่ถ้าไม่สนิทพอก็จะยืนห่างกันออกไป และยิ่งกับคนที่รู้จักผิวเผินก็จะยิ่งอยู่ห่างกันเป็นเมตร ระยะห่างนี้ถือเป็นภาษากาย หรือ body language ที่บอกอะไรได้หลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำใหม่คือ ระยะห่างทางกายภาพ หรือ physical distancing จะมาทดแทนคำว่าระยะห่างทางสังคม (social distancing) ได้หรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป....
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61701</URL_LINK>
                <HASHTAG>Physical distancing, Social distancing, WHO, การเว้น ระยะห่างทางกายภาพ, การเว้นระยะห่างทางสังคม, ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร, เฟซบุ๊ก, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e8447b0ae4ab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
