<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2019 09:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2019 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปัญญาภิวัฒน์ ปักหมุดเปิดวิทยาเชตEEC   ผลิตบัณฑิตป้อนอุตสาหกรรมS-CURVE</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 7ธ.ค.-62-ตามทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลปัจจุบัน &amp;nbsp;ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเข้่าสู่จุดเปลี่ยน ต้องมีการปรับฐานใหม่ และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี กำลังเป็นความหวังของการสร้างฐานเศรษฐกิจไทยในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนับว่าเป็นความฉับไว ตอบรับต่อทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ &amp;nbsp;สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM)&amp;nbsp; จึงได้ตัดสินใจ เปิดสถาบันจัดการปัญญาภิวัฒน์ วิทยาเขตEECหรือ &amp;ldquo;PIM EEC&amp;rdquo; แห่งแรกของไทย ในพื้นที่แถบพัทยา จ.ชลบุรี &amp;nbsp;ซึ่งถือว่าเป็นปากประตูบ้านของอีอีซี &amp;nbsp; โดยนำเสนอสองหลักสูตร ได้แก่ วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอัตโนมัติ และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัล &amp;nbsp; ป้อนกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve ของอีอีซี &amp;nbsp; ซึ่งระหว่างนี้วิทยาเขต PIM EEC อยู่ในช่วงการก่อสร้างอาคาร โดยคาดว่าแล้วเสร็จภายในปี 2563 พร้อมเปิดการเรียนการสอนในปีเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางปาริชาต บัวขาว ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายสื่อสารองค์กรและการตลาดสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า ทิศทางความต้องการจ้างงานใหม่ ในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) คาดว่าระหว่างปี 2562-2566 จะสูงถึง 475,668 อัตรา &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผลจาก นโยบายของรัฐบาล ที่ได้ผลักดันการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้เทคโนโลยีสูงและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ที่ต้องมีเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทยในพื้นที่ อีอีซี &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประกอบด้วยจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรีและระยอง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความต้องการ &amp;nbsp;ทางด้านแรงงานในพื้นที่ดังกล่าว ส่วนความต้องการจ้างงานใหม่ประมาณ &amp;nbsp;ประกอบด้วย กลุ่มงานด้านดิจิทัลมีความต้องการสัดส่วนสูงที่สุดถึง 24% คิดเป็น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;116,222 อัตรา ด้านโลจิสติกส์ 23% คิดเป็น 109,910 อัตรา ด้านอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ 12% คิดเป็น 58,228 อัตรา ด้านยานยนต์แห่งอนาคต 11% คิดเป็น 53,738 อัตรา ด้านหุ่นยนต์ 8% คิดเป็น 37,526 อัตรา ด้านการบิน-อากาศยาน 7% คิดเป็น 32,836 อัตรา การขนส่งระบบราง 5% คิดเป็น 24,246 อัตรา การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 4% คิดเป็น 16,920 อัตรา การพาณิชย์นาวี 3% คิดเป็น 14,630 อัตรา และการแพทย์ครบวงจร 2% คิดเป็น 11,412 อัตรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ &amp;nbsp;นางปาริชาติ กล่าวว่า เป็นสถาบันอุดมศึกษาภายใต้บริษัท บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) ซึ่งก่อตั้งขึ้นตามดำริของ นายก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp; ที่มีความมุ่งมั่นสร้างบัณฑิต ที่มีทั้งความรู้ความสามารถให้ตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ Thailand 4.0 โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี &amp;nbsp; และเชื่อว่าปัญญาภิวัฒน์ วิทยาเขต อีอีซี &amp;nbsp;จะช่วยสนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย ผ่านการสร้างคน ที่มีทั้งความรู้ความสามารถ การควบคุมดูและการบริหารจัดการ &amp;nbsp;รวมทั้ง ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจระบบราง ที่ปัจจุบันทั้งไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนยังงขาดแคลนบุคลากรกลุ่มนี้มาก &amp;nbsp; อีกทั้งเป็นการเตรียมบุคลากรมืออาชีพที่มีความพร้อมทำงานในยุคดิจิทัล &amp;nbsp;โดยมุ่งสร้างพื้นฐานของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมเป็นต้นแบบการสร้างคนแห่งอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังมีเป้าหมายให้ PIM EEC ได้พัฒนางานวิจัยและเทคโนโลยี &amp;nbsp;ก่อให้เกิดแหล่งความรู้ทางธุรกิจ การท่องเที่ยว อาหาร การเกษตรและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รองรับการขยายธุรกิจและอุตสาหกรรมทั้งในปัจจุบันและอนาคตอีกด้วย&amp;quot;รองอธิการบดีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านการเรียนการสอน ในระดับปริญญาตรี ประกอบด้วย คณะนวัตกรรมและเทคโนโลยี จำนวน 2 หลักสูตร คือ 1.หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอัตโนมัติ เน้นการเรียนการสอนเรื่องการออกแบบและติดตั้งระบบอัตโนมัติ ระบบเทคโนโลยีรถไฟ ระบบเทคโนโลยีค้าปลีก สำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการสมัยใหม่ เช่นอุตสาหกรรม 4.0 เมืองอัจฉริยะ (Smart City) เกษตรกรรมสมัยใหม่ (Smart Farming) และ 2.หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นหลักสูตรที่เรียนรู้ IoT, Big Data, Machine Learning และ AI นำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติจริง ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยมีเนื้อหาครอบคลุมเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านปัญญาประดิษฐ์ และความมั่นคงของระบบเทคโนโลยีดิจิทัล (Cyber Security)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทั้ง 2 หลักสูตรนี้ ได้มีการออกแบบห้องปฏิบัติการโดยนำเครื่องมือ และเทคโนโลยีต่างๆ ที่ใช้จริงในสถานประกอบการมาใช้ในการเรียนการสอน อาทิ ระบบเทคโนโลยีควบคุมอัตโนมัติสำหรับระบบแคมปัสอัจฉริยะ (Smart Campus) และระบบฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farming) เพื่อให้นักศึกษาได้รับความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติงานจริง สามารถนำความรู้และประสบการณ์ดังกล่าว ไปประยุกต์ใช้กับการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมและสถานประกอบการภาคบริการทั่วประเทศ นับเป็นความโดดเด่นของหลักสูตรที่นี่ ที่แตกต่างจากสถาบันอื่นๆที่มีการเรียนด้านวิศวะกรรมศาสตร์ หรือเทคโนโลยีอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังได้เปิดการเรียนการสอน คณะนวัตกรรมการจัดการ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจดิจิทัล เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่นักศึกษา โดยหลักสูตรดังกล่าวเป็นสาขาวิชาชีพที่มีความต้องการของตลาดแรงงานในพื้นที่ EEC ในระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผู้ออกแบบหลักสูตร เป็นคณาจารย์มาจากมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่มีประสบการณ์ เรื่อง ออโตเมชั่น ซึ่งเรามองว่า อีอีซี จะทำให้มีโรงงานเกิดเยอะขึ้น &amp;nbsp;จะมีความต้องการคนที่มีความรู้เรื่องออโตเมชั่นมาก เพราะโรงงานอนาคตจะไม่ค่อยใช้คน ใช้แต่หุ่นยนต์ ใช้อุปกรณ์ต่างๆ &amp;nbsp;คนที่เรียนเรื่องออโตเมชั่น จะต้องรู้เรื่องการบำรุงรักษา การควบคุม และเราเน้นเรียนทฤษฎีให้น้อยลง &amp;nbsp;แต่ปรับหลักสูตรให้เป็นจริงเหมือนการทำงานมีห้องปฎิบัติการทำจริง จำลองเรื่องจริง เด็กเรียนแล้วคิดเองได้ ทำงานเป็นทีมได้ ต่อไปถ้าใครทำงานเป็นทีมไม่ได้จะตกงาน ไม่ใช่การเรียนแบบโบราณ &amp;nbsp;นับเป็นความคล่องตัวของหลักสูตร คาดว่าเรียนจบแล้วผู้เรียนสามรถปฎิบัติงานได้ทันที ไม่ต้องไปเริ่มเรียนรู้ใหม่อีก ส่วนเรื่องระบบราง ที่มีความต้องการคนมาก แม้แต่ระบบTransit &amp;nbsp;ด้วยระบบราง ในกทม.ก็มีคนด้านนี้ไม่พอ ซึ่งเราก็จะความร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยในจีนในเรื่องนี้ต่อไป &amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้สถาบันกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างคาดว่าแล้วเสร็จและเปิดการเรียนการสอนในปี2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ PIM EEC จะเปิดการเรียนการสอนในปี 2563 คาดว่าในปีแรกจะมีนักเรียนประมาณ 700คน และถ้ามีการเปิดรับสมัครเต็มระบบแล้ว &amp;nbsp;ทั้ง 4ชั้นปี โครงการตั้งเป้าจะมีนักศึกษาโดยรวมทั้งหมดประมาณ 10,000 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มเป้าหมายคนเข้าเรียนก็คือนักเรียนที่จบชั้นม.6 ในจังหวัดแถบภาคตะวันออก ทั้ง ชลบุรี ระยอง &amp;nbsp;จันทบุรี ตราด &amp;nbsp;และในอนาคตนอกจากหลักสูตรนวัตกรรมวิศวกรรม ดิจิทัลแล้ว ด้วยพื้นที่ 100 ไร่ และเฟสแรกของสถาบันฯ ที่ใช้พื้นที่เพียง 19 ไร่ ทำให้มีช่องทางในการขยายการเปืดหลักสูตรอื่นๆตามมาได้อีกมากมาย &amp;nbsp;ทั้งการท่องเที่ยว เกษตร และอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมโยงกับอีอีซี ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร 4ปี คิดเป็นเงินประมาณ 4.5แสนบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51933</URL_LINK>
                <HASHTAG>EEC, PIM EEC, ปัญญาภิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea40f73d907.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
