<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107906</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039; ตรีนุช&#039;ตั้งธงยกระดับPISAไทย    ถก &#039;ทีดีอาร์ไอ &quot;ขอคำแนะนำ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28มิ.ย.64-นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้หารือร่วมกับดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนาการศึกษา เนื่องจาก ดร.สมเกียรติ มีความรู้ความสามารถด้านการศึกษา และทำงานอยู่ในวงการศึกษามาเป็นอย่างดี ตนจึงต้องการข้อเสนอแนะถึงแนวทางการพัฒนาการศึกษาที่จะตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและโลกในอนาคต ทั้งนี้จากการหารือเบื้องต้น พบว่ามีข้อเสนอเรื่องการศึกษาที่หลากหลาย เนื่องจากปัญหาการศึกษาถือเป็นภาพใหญ่ และ ศธ.จะต้องหารูปแบบวิธีการขับเคลื่อนการศึกษาอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่สามารถจับต้องได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่เรื่องการพัฒนาครู การปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ การสร้างตัวชี้วัดการเรียนรู้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการยกระดับผลการประเมินนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ Program for International Student Assessment (PISA) โดยในประเด็นการสอบ PISA ตนให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ และมองว่าจะมีแนวทางอย่างไรบ้างที่ยกระดับคะแนนการสอบดังกล่าวของเด็กไทยให้สูงขึ้นในทุกกลุ่มวิชา ซึ่งประธานทีดีอาร์ไอ แนะนำ ว่า การจะยกระดับคะแนน PISA ของเด็กไทยได้จะต้องเกิดจากกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่ ซึ่งหลักสูตรฐานสมรรถนะที่ ศธ.กำลังดำเนินการปรับปรุงอยู่ เราดำเนินการมาถูกทางแล้ว และถือว่าตอบโจทย์กระบวนการเรียนรู้แบบใหม่ที่สุด ดังนั้น &amp;nbsp;จึงเป็นโจทย์ที่เราจะต้องทำให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ เพราะกระบวนการเรียนรู้ในหลักสูตรเก่าไม่ได้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันแล้ว ซึ่งเราต้องเน้นกระบวนการคิดของเด็กให้มากขึ้น เพื่อให้เราแก้ปัญหาการศึกษาได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ตนยังมีโจทย์สำคัญในการพัฒนาครูด้วย ซึ่งเร็วๆ นี้จะมีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางแผนต่อไป

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107906</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ตรีนุช เทียนทอง, PISA, ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์, ทีดีอาร์ไอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210615/image_big_60c86f49b27df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100760</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  สพฐ.สร้างเครื่องมือเสริมอ่านเขียนเตรียมเด็กสอบPISA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26เม.ย.64-นายกวินทร์เกียรติ นนธ์พละ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า &amp;nbsp;ตามที่โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment หรือ PISA) จะจัดขึ้นในปี 2022นั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือที่จะให้ครูนำไปใช้ฝึกนักเรียนให้มีทักษะเรื่องการอ่าน ทั้งนี้เครื่องมือดังกล่าวจะทำให้เด็กมีความสามารถในเรื่องการจับใจความ แยกประเด็น ตีความ รวมถึงประเมินค่าหาความสอดคล้องและความขัดแย้งในเนื้อหาที่อ่าน ไม่ว่าจะเป็นบทความด้านวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ เทคโนโลยี และอื่นๆ เพื่อฝึกให้เด็กเกิดความชำนาญในเรื่องทักษะการอ่าน เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นทักษะพื้นฐานที่จะใช้ในการทดสอบ PISA&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) ยังได้มีนโยบายให้ สพฐ.ขยายผลเรื่องดังกล่าวไปยังโรงเรียนในทุกสังกัด โดยการจัดอบรมให้กับตัวแทนของหน่วยงานที่มีการจัดการศึกษา เพื่อที่จะขยายผลไปสู่ครูในแต่ละสังกัด และจะทำให้โรงเรียนที่มีนักเรียนอายุ 15 ปี สามารถฝึกฝนนักเรียนให้มีทักษะด้านการอ่านในตลอดปีการศึกษา 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการเตรียมตัวเพื่อให้นักเรียนเข้ารับการทดสอบ PISA เพียงอย่างเดียว แต่หากเด็กมีทักษะเรื่องการอ่านเหล่านี้ และชำนาญเด็กก็จะสามารถเรียนรู้ในวิชาต่างๆ ได้อย่างดี เพราะเด็กจะสามารถจับใจความ สรุปย่อ หาความสอดคล้องในสิ่งที่เรียนได้ ซึ่งที่ผ่านมาเราอ่อนในเรื่องนี้&amp;nbsp;ดังนั้นจึงต้องมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ &amp;quot;รองเลขากพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สำหรับการอบรมในส่วนของ สพฐ. จะอบรมศึกษานิเทศก์ 1 คน ตัวแทนครู 1 คน ต่อสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมศึกษาเอกชน (สช.) จะมีศึกษานิเทศก์ของศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ก็จะมีตัวแทนเข้าร่วมในการอบรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100760</URL_LINK>
                <HASHTAG>PISA, กวินเกียรติ นนธ์พละ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60865f6202d75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯห่วงการอ่านเด็กไทย หลังคะแนนPISAโชว์หรา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ธ.ค.62-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมชี้แจงการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2564 ตนได้พบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มีความเป็นห่วงถึงผลการประเมินโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ที่แม้ว่าในการประเมินรอบ PISA 2018 ที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีคะแนนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่สูงขึ้น แต่คะแนนในเรื่องการอ่านกลับลดลง ดังนั้นนายกฯ จึงได้ฝากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ปรับมาตรฐานการอ่านของนักเรียนที่ไม่ใช่เป็นการอ่าน ออก เขียนได้เพียงอย่างเดียว แต่อยากให้การอ่านมุ่งไปสู่การคิดวิเคราะห์ของเด็กไทยด้วย เช่น เมื่อเด็กเขียนเรียงความในเรียงความนี้ที่เขียนขึ้นมีความหมายว่าอย่างไรและนำไปสู่อะไรบ้าง เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ สพฐ.ต้องแบ่งการแก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เช่น กลุ่มโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการเรียนรู้ภาษาถิ่นมากกว่าภาษาไทยก็ต้องจัดนวัตกรรมการอ่านในรูปแบบทวิภาษา ส่วนโรงเรียนในกลุ่มภาคเหนืออยากเรียนรู้ภาษาไทยแต่ประสบปัญหาความหลากหลายทางชาติพันธุ์ รวมถึงในกลุ่มเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ดังนั้นตนจึงมอบโจทย์ไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ว่าต้องการยกระดับการอ่านให้ดีขึ้น แต่ให้อิสระในการเลือกใช้นวัตกรรมการอ่านให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ในกิจกรรมลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้นายกฯ อยากให้ปรับกิจกรรมในชั่วโมงนี้ใหม่ โดยไม่เน้นการเรียนกิจกรรมดนตรี หรือทำอาชีพอย่างเดียว แต่อยากให้มีการจัดทำชมรมจิตอาสา กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ที่นำไปสู่การคิดวิเคราะห์ของเด็กมากขึ้นด้วย ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงเรื่องการอ่านของเด็กไทยที่นิยมอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัดนั้น ซึ่งในประเด็นนี้ตนมองว่าเป็นงานวิจัยที่พูดถึงกันมานานแล้ว และต้องชี้แจงว่าการอ่านในลักษณะนั้นของเด็กคงไม่ใช่ทั้งหมด&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53102</URL_LINK>
                <HASHTAG>PISA, การอ่านเด็กไทย, นายกลุงตู่, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191115/image_big_5dce73edde2d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คะแนนเฉลี่ย NT รร.สังกัด สพฐ. ขึ้นทุกด้าน “บุญรักษ์&quot;ขยับไปหาPISA</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.62- นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test: NT) ปีการศึกษา 2561 ซึ่งการสอบ NT เป็นการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน 3 ด้าน คือ ด้านภาษา ด้านการคิดคำนวณ และด้านเหตุผล ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีโรงเรียนสังกัด สพฐ.ที่ร่วมเข้าสอบ จำนวน 26,960 โรง มีนักเรียนผู้เข้าสอบ จำนวน 497,718 คน สำหรับภาพรวมของคะแนนเฉลี่ยการทดสอบ NT พบว่าในส่วนของ สพฐ.มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นทุกด้าน คือ ด้านภาษา ปีการศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ ร้อยละ 51.94 ปีการศึกษา 2561 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 52.73 ด้านคำนวณ ปีการศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 38.38 ปีการศึกษา 2561 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 47.89 และ ด้านเหตุผล ปีการศึกษา 2560 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 44.98 ปีการศึกษา 2561 คะแนนเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 47.57&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาสพฐ.กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ถือเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นอย่างสอดคล้องกันทั้งในระดับป.3 ที่คะแนนเฉลี่ย NT เพิ่มขึ้น ระดับป.6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และ 6 ที่คะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ก็เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การทดสอบ NT ทั้ง 3 ด้าน ยึดตามโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) แต่ในปีหน้าการสอบ PISA จะมีการประเมินเรื่องความคิดสร้างสรรค์ด้วย ดังนั้น สพฐ.จะต้องเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับสมรรถนะเหล่านี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ทั้งนี้ สพฐ.ได้ตั้งเป้าหมายที่จะต้องยกระดับคะแนนเฉลี่ยของทดสอบ NT ให้ถึงร้อยละ 50 อีกทั้งจะมีการวิเคราะห์ผลคะแนนเฉลี่ยทั้งโอเน็ต และ NT โดยแบ่งแยกโรงเรียนเป็นรายกลุ่มเป้าหมาย เช่น โรงเรียนในพื้นที่สูง โรงเรียนชายแดนภาคใต้ เป็นต้น เพื่อที่จะชี้ให้เห็นจุดเฉพาะและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ.กล่าวและว่า สำหรับคะแนนเฉลี่ยด้านเหตุผลที่ในปีการศึกษา 2559 สูง ถึงร้อยละ 52.62 นั้น อาจจะเป็นเรื่องของกรอบโครงสร้างของข้อสอบที่แต่ละปีจะวัดด้านแตกต่างกันและเน้นเรื่องการทำข้อสอบแบบอัตนัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34790</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., PISA, ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร, สอบNT</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9c9b660c27b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
