<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53251</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2019 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2019 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สืบเนื่องจาก PISA สพฐ.เอาจริงพัฒนาคุณภาพการอ่านเด็กไืทย  สั่งทุกเขตพื้นที่ดึงนวัตกรรมาใช้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
25ธ.ค.62-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้นำข้อห่วงใยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเรื่องผลการประเมินโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) ขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD &amp;nbsp;รอบการประเมิน PISA 2018 ที่ผลคะแนนการอ่านของเด็กไทยยังไม่เป็นที่พอใจมากนัก โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา และ สำนักทดสอบทางการศึกษา ของ สพฐ. นำเสนอกระบวนการแก้ปัญหาในเรื่องนี้ว่าจะดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเบื้องต้น สพฐ.มีนวัตกรรมการอ่านหลากหลายรูปแบบ ดังนั้นเราจะกำชับไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และศึกษานิเทศก์ ให้นำนวัตกรรมที่มีเหล่านี้มาใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละบริบทของกลุ่มโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ขณะเดียวในจะส่งเสริมให้เด็กฝึกการทำข้อสอบอัตนัยให้มากขึ้น รวมถึงกระบวนการเรียนการสอนของครูจะต้องปรับให้เด็กคิดนอกกรอบและรู้จักตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัวให้มากยิ่งขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับ ผลการสอบ PISA 2018 เน้นการประเมินด้านการอ่าน ปรากฎว่าไทย มีคะแนนเฉลี่ยด้านการอ่าน 393 คะแนน จากค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 487 ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ PISA 2015 พบว่า ด้านการอ่านมีคะแนนลดลง 16 คะแนน &amp;nbsp;ขณะที่คะแนนด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ทำให้ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีการตื่นตัว ที่จะหาทางเพิ่มคะแนนการอ่านของเด็กไทย &amp;nbsp;เพื่อให้คะแนนการสอบ PISA ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งในปี 2021 &amp;nbsp;นั้นดีขึ้นและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53251</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สพฐ., PISA2018, คุณภาพการอ่านเด็กไทย, อำนาจ วิชยานุวัติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3b9f79eca1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51715</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 21:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 20:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผยผลประเมิน &#039;ปิซา2018&#039; เด็กจีนข่มตะวันตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โออีซีดีเผยแพร่ผลการประเมินทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนวัย 15 ปีใน 79 ประเทศ และเศรษฐกิจทั่วโลกประจำปี 2018 เมื่อวันอังคาร พบเด็กจีนและสิงคโปร์ทำคะแนนได้ดีกว่าเด็กในโลกตะวันตกที่มีความได้เปรียบกว่าทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ (PISA) โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) จัดทำทุกๆ 3 ปี โดยการสอบเมื่อปี พ.ศ.2561 นั้นจัดขึ้นใน 37 ประเทศสมาชิกโออีซีดี และอีก 42 ประเทศและเศรษฐกิจ มีนักเรียนอายุ 15 ปี ทั้งสิ้น 600,000 คน จากประเทศและเศรษฐกิจเหล่านี้เข้าร่วมทำบททดสอบเป็นเวลา 2 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม กล่าวว่า ผลการศึกษาที่เผยแพร่ในวันเดียวกันนี้ชี้ว่า ทักษะการเรียนรู้ของเด็กนักเรียนในประเทศที่พัฒนาแล้วไม่ได้ปรับปรุงขึ้นเลยจากเมื่อ 2 ทศวรรษก่อนที่เริ่มทำการสำรวจ ในขณะที่เด็กจีนยังคงทำคะแนนได้ดีเช่นเคยจากการทดสอบทักษะทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการอ่าน, คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ซึ่งเด็กจีนที่สำรวจในกรุงปักกิ่ง, นครเซี่ยงไฮ้, มณฑลเจียงซู และมณฑลเจ้อเจียง มีคะแนนในอันดับ 1 เหนือกว่าเด็กๆ ในโลกตะวันตกอย่างเห็นได้ชัด โดยอันดับ 2 ซึ่งปีนี้วัดจากคะแนนทักษะด้านการอ่านเป็นหลักนั้น คือสิงคโปร์ ตามด้วยเขตปกครองพิเศษมาเก๊าและฮ่องกงของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทักษะด้านการอ่านที่โออีซีดีว่าเป็นตัวบ่งชี้หลักของศักยภาพด้านการศึกษานั้น ประเทศที่เป็นสมาชิกโออีซีดีที่ทำคะแนนได้ดีที่สุดรองจากฮ่องกงคือเอสโตเนีย ประเทศเล็กๆ ในกลุ่มบอลติก ตามด้วยแคนาดา, ฟินแลนด์ และไอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อังเคล กูร์เรีย เลขาธิการโออีซีดี กล่าวว่า นักเรียนจาก 4 ภูมิภาคของจีนที่สำรวจทำคะแนนทิ้งห่างนักเรียนจากระบบการศึกษาอื่นๆ ทั้ง 78 แห่ง และที่สำคัญ ร้อยละ 10 ของนักเรียนจากภูมิภาคเหล่านี้ที่เสียเปรียบด้านเศรษฐกิจและสังคมมากที่สุด กลับมีทักษะการอ่านที่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของนักเรียนในกลุ่มโออีซีดี และมีทักษะใกล้เคียงกับร้อยละ 10 ของนักเรียนในกลุ่มที่มีความได้เปรียบมากที่สุดจากบางประเทศในกลุ่มโออีซีดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาย้ำด้วยว่า มณฑลและเขตปกครอง 4 แห่งในภาคตะวันออกของจีนที่สำรวจนี้ยังไม่ใช่ตัวแทนของประเทศจีนทั้งหมด แต่ภูมิภาคเหล่านี้มีประชากรรวมกันถึง 180 ล้านคน และขนาดของแต่ละภูมิภาคนั้นก็เทียบได้กับประเทศในโออีซีดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กูร์เรียกล่าวถึงประเทศที่พัฒนาแล้วในกลุ่มของโออีซีดีด้วยว่า ผลลัพธ์ที่ออกมา &amp;quot;น่าผิดหวัง&amp;quot; และสมาชิกส่วนใหญ่นั้นก็ &amp;quot;ผลงานของนักเรียนไม่ได้ปรับปรุงขึ้นเลย&amp;quot; นับจากการสำรวจปิซาครั้งแรกเมื่อปี 2543 ทั้งที่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาประเทศโออีซีดีเหล่านี้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษามากขึ้นกว่า 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนของนักเรียนในกลุ่มโออีซีดีทั้ง 3 ด้านยังคงเดิมเหมือนกับสำรวจครั้งที่ผ่านมาในปี 2558 แต่บางประเทศที่อยู่นอกโออีซีดีมีพัฒนาการต่างไปอย่างเห็นได้ชัด เช่น แอลเบเนีย, เอสโตเนีย, เขตปกครองมาเก๊า, เปรู และโปแลนด์ ที่มีคะแนนดีขึ้นในทักษะ 2 ด้านจาก 20 ปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของโออีซีดียังชื่นชม, บราซิล, อินโดนีเซีย, เม็กซิโก, ตุรกีและอุรุกวัย ที่มีเด็กวัย 15 ปีเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษามากขึ้นโดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของการจัดการการศึกษา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของไทยนั้น จากตารางแสดงคะแนนทักษะทั้ง 3 ด้าน ซึ่งระบุค่าเฉลี่ยไว้ที่ด้านการอ่าน 487 คะแนน และคณิตศาสตร์กับวิทยาศาสตร์ 489 คะแนนเท่ากัน เด็กไทยทำคะแนนได้ 393, 419, 426 ตามลำดับ เทียบกับของจีนที่เป็นอันดับ 1 มีคะแนน 555, 591, 590 ตามลำดับ ขณะที่สิงคโปร์มีคะแนน 549, 569, 551 ส่วนในภูมิภาคอาเซียน นอกจากสิงคโปร์ ไทยเป็นรองมาเลเซียและบรูไนด้านทักษะการอ่าน แต่ยังดีกว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51715</URL_LINK>
                <HASHTAG>PISA2018, จีน, นักเรียนอายุ 15 ปี, ปิซา, ปิซา2018, สิงคโปร์, โครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ, โลกตะวันตก, โออีซีดี, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de66ab69b7d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2019 18:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2019 18:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;PISA 2018ไทยคะแนนอ่านร่วง คณิต-วิทย์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย &quot;ณัฏฐพล&quot;ลั่นอีก2ปีตีตื้นได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3ธ.ค.62-ที่ห้องประชุมเธียร์เตอร์ อาคารรัชมังคลาภิเษก กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศธ. นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ และนายชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกันแถลงผลการประเมิน PISA 2018&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฏฐพล กล่าวว่า การประเมิน PISA 2018 เน้นการประเมินด้านการอ่าน มีนักเรียนเข้าร่วมการประเมินประมาณ 600,00 คน จาก 79 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ สำหรับประเทศไทยมีนักเรียนกลุ่มตัวอย่างจำนวน 8,633 คน จาก 290 โรงเรียนในทุกสังกัดการศึกษา โดยผลการประเมินของประเทศไทย มีคะแนนเฉลี่ยด้านการอ่าน 393 คะแนน จากค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 487 คะแนน คณิตศาสตร์ 419 คะแนน จากค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 489 คะแนน และวิทยาศาสตร์ 426 คะแนน จากค่าเฉลี่ยของ OECD ที่ 489 คะแนน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ PISA 2015 พบว่า ด้านการอ่านมีคะแนนลดลง 16 คะแนน ส่วนคณิตศาสตร์เพิ่มขึ้น 3 คะแนน และวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น 4 คะแนน อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มั่นใจว่า บางการประเมินเราเดินมาถูกทาง บางผลการประเมินก็ต้องมีการพัฒนา ซึ่งในส่วนของตนเองได้มีโอกาสศึกษารายละเอียด ทั้งแนวทางที่ปฏิบัติข้อสอบเก่า รวมถึงการคัดเลือกผู้เข้าสอบ ที่ใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ และสถิติ สำหรับการสอบ PISA ที่จะจัดขึ้นอีกครั้งในปี 2021 ตนมั่นใจว่า แนวทางที่ ศธ.ได้ทำงานมาขับเคลื่อนมาสามารถนำประเทศไปได้แน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ทั้งนี้ผมต้องการที่จะสร้างความเข้าใจว่า ในการทดสอบจะมี 3 ด้าน &amp;nbsp;ซึ่งแต่ละปีมีปริมาณข้อสอบแต่ละด้านต่างกัน โดยปีนี้ข้อสอบการอ่านมากกว่าด้านอื่นๆ และในการสอบ PISA 2021 ข้อสอบคณิตศาสตร์จะมากขึ้น ดังนั้นเราต้องเตรียมความพร้อม ซึ่งจากผลคะแนนของ PISA 2018 ผมรู้สึกภูมิใจที่เราสามารถรักษาระดับมาตรฐานไว้ได้ในส่วนของคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไว้ได้ และจะต้องมีการขยายผลให้กว้างไปกว่าที่เป็นอยู่ &amp;quot;
นายณัฏฐพล กล่าวอีกว่า แต่สำหรับประเด็นคะแนนด้านการอ่านมีผลที่ต้องปรับปรุง ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ ศธ.กำลังดำเนินการและพัฒนาอยู่ &amp;nbsp;ทั้งหลักสูตรที่จะปรับให้มีการอ่านและวิเคราะห์มากขึ้น ขณะเดียวกันการส่งเสริมให้มีการขยายการศึกษาให้เท่าเทียมทั่วทั้งประเทศก็เป็นแนวทางที่จำเป็นต้องทำ เพราะผลคะแนน PISA เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่า ศธ.จะต้องทำให้เด็กทั่วทั้งประเทศไทยมีความสามารถเท่าเทียมกัน
รมว.ศธ.ยังกล่าวอีกว่า &amp;nbsp;แม้ว่าคะแนนเฉลี่ยของประเทศไทยจะน้อยกว่า ค่าเฉลี่ยกลางของ OECD ตนมองว่าอีก 2 ปีข้างหน้าประเทศไทยต้องปรับปรุงและสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้น เพราะขณะนี้เรามีการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนที่ชัดเจน และการพัฒนาการศึกษาไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ เนื่องจากเราให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายงบประมาณให้ได้ผลกลับมาที่ตัวของนักเรียนทั่วประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.ธีระเกียรติ &amp;nbsp;กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทยกลุ่มโรงเรียนเน้นวิทยาศาสตร์มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มประเทศ/เศรษฐกิจที่มีคะแนนสูงสุดอันดับต้นๆ 5 อันดับแรก และกลุ่มโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยมีคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ส่วนกลุ่มโรงเรียนอื่น ๆ ยังคงมีคะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย OECD &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาความแตกต่างของคะแนนระหว่างนักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนสูง กับนักเรียนกลุ่มที่มีคะแนนต่ำ ในภาพรวมพบว่า มีช่องว่างของคะแนนประมาณ 200 คะแนน &amp;nbsp; โดยแนวโน้มความแตกต่างในด้านการอ่านและวิทยาศาสตร์ยังคงที่ &amp;nbsp;ส่วนด้านคณิตศาสตร์มีช่องว่างของคะแนนกว้างขึ้น &amp;nbsp; เนื่องจากนักเรียนกลุ่มสูงมีคะแนนเฉลี่ยสูงขึ้น ในขณะที่นักเรียนกลุ่มต่ำมีคะแนนเฉลี่ยลดลง ทั้งนี้เมื่อพิจารณาความแตกต่างระหว่างเพศ พบว่า นักเรียนหญิงมีคะแนนสูงกว่านักเรียนชายในทุกด้าน &amp;nbsp;
นอกจากนี้ยังพบว่านักเรียนไทยให้ความสนใจเรียนด้านไอซีทีเพียงแค่ ร้อยละ 1 เท่านั้น ซึ่งสวนทางกับทิศทางของประเทศ ที่สำคัญนักเรียนชายไทยมีเพียง ร้อยละ 10 เท่านั้นที่คิดเรียนวิศวะ ส่วนนักเรียนหญิงก็มุ่งเรียนหมอเป็นส่วนใหญ่ ที่สำคัญพบว่าโซเชียลมีเดีย หรือสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบันมีผลกระทบต่อการอ่านและคิดวิเคราะห์ของเด็ก แต่หนังสือกลับมีส่วนสำคัญช่วยให้เด็กอ่านและคิดวิเคราะห์ได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม ทาง OECD ไม่ได้มีการจัดอันดับคะแนนเฉลี่ยของแต่ละประเทศ เนื่องจากไม่ได้มีประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วม และบางประเทศก็ไม่ได้เข้าร่วมการประเมินทั้งหมด อีกทั้งผมคิดว่าผลคะแนน PISA ก็เหมือนการตรวจสุขภาพด้านการศึกษาของประเทศประจำ 3 ปี ว่าแต่ละประเทศยังขาดตกบกพร่องในเรื่องใด เมื่อเทียบกับผลคะแนนของประเทศตัวเองในการประเมินครั้งที่ผ่านมา เพื่อที่จะดำเนินการแก้ไขได้อย่างตรงจุด&amp;rdquo;ประธานคณะกรรมการ PISA แห่งชาติ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51700</URL_LINK>
                <HASHTAG>PISA2018, คะแนนพิซาเด็กไทยปี 61, ณัฏฐพล  ทีปสุวรรณ, น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191203/image_big_5de647fe4fa44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
