<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91351</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 08:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 08:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.สุวินัย&#039;แกะรอยความคิด&#039;ธนาธร&#039;ผ่านไปไม่ถึง2ปีทำอะไรก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.63-ดร.สุวินัย ภรณวลัย ประธานยุทธศาสตร์วิชาการ สถาบันทิศทางไทย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
ผมแกะรอยความคิดธนาธรผ่านหนังสือ &amp;quot;portrait ธนาธร&amp;quot; (2018) และเขียนบทความ &amp;quot;แกะรอยความคิดและความจริงในตัวธนาธร&amp;quot; ออกมาในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2562 (2019) โดยที่ตอนนั้นธนาธรยังอยู่ในช่วงขาขึ้นสุดๆของชีวิต
คำเตือนและคำวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมามักแสลงหูและแสลงใจคนฟังที่กำลัง &amp;quot;ตกหลุมรัก&amp;quot; และ &amp;quot;ฝากความหวังทั้งมวล&amp;quot; ไปที่ตัวธนาธร
#ผมแย่มากเลยใช่ไหมที่ดันเสือกมองเห็นอนาคตอันใกล้อย่างชัดเจน ว่าธนาธรและพวกจะนำพาพวกเยาวชนปลดแอกที่ศรัทธาเลื่อมใสในตัวธนาธรอย่างหัวปักหัวปำไปเผชิญหน้ากับอะไร&amp;nbsp; .... การสะสมคดีม.112 ยังไงเล่า กับอนาคตที่เหลือทั้งชีวิตที่ต้องเวียนว่ายอยู่กับการขึ้นโรงขึ้นศาลและการถูกจำคุก
แกนนำกปปส.ที่ออกมานำม็อบประทัวง-โค่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ในช่วงปลายปี 2556-พฤษภา 2557 จนกระทั่งเกิดรัฐประหารโดยคสช.&amp;nbsp; ... สุดท้ายแกนนำกปปส.ก็ต้องขึ้นโรงขึ้นศาล รับผิดชอบต่อผลแห่งการกระทำของตัวเองโดยเต็มใจ อย่างองอาจและกล้าหาญ&amp;nbsp; เพราะทุกคนสามารถตอบตัวเองโดยไม่ละอายใจได้ว่า พวกตนได้ทำไปเพื่ออะไร
แกนนำกปปส.ทุกคนล้วนทราบแก่ใจดีตั้งแต่ปี 2556-57 แล้วว่าชีวิตที่เหลือของตัวเองจะต้องเจอกับอะไรบ้าง
พวกแกนนำเยาวชนปลดแอกที่โดนคดี ม. 112 ... พวกคุณแน่ใจจริงๆหรือว่าพวกคุณสามารถตอบตัวเองได้เต็มปากว่าสิ่งที่พวกคุณได้ทำลงไปในช่วงที่ผ่านมานั้น มันคุ้มค่ากับการอุทิศชีวิตที่เหลือทั้งชีวิตให้จริงๆ
กล่าวสำหรับตัวธนาธรเอง ผ่านไปแค่ไม่ถึง 2 ปีเองหลังจากที่ผมได้เขียนบทความ &amp;quot;แกะรอยความคิดและความจริงในตัวธนาธร&amp;quot; ออกมา ... #ออร่าในตัวของธนาธรหม่นหมองลงอย่างน่าใจหาย &amp;nbsp;
ในฐานะผู้นำขบวนการปฏิวัติ ธนาธรตัดสินใจพลาดแล้วพลาดอีกในแทบทุกเรื่องในฐานะนักยุทธศาสตร์และนักกลยุทธ์&amp;nbsp; ... ไม่ว่าธนาธรทำอะไรก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า
#ธนาธรขาดโยนิโสมนสิการในการทบทวนตัวเอง และปรับปรุงตัวเอง&amp;nbsp; ... ขณะที่มนต์ขลังของธนาธรในการดึงดูดมัดใจเหล่าสาวกได้เสื่อมมนต์ขลังไปเรียบร้อยแล้วในปัจจุบันนี้
ลึกๆ #ผมเสียดายพลังของคนรุ่นใหม่ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาแล้ว แต่กลับพังพินาศไปเพราะการนำแบบสิ้นคิด แบบซ้ายสุดโต่งไร้เดียงสาของเหล่าแกนนำเยาวชนปลดแอก รวมทั้งของตัวธนาธรที่แอบอยู่เบื้องหลังดุจคนขลาดยามที่ม็อบอยู่ในกระแสสูง&amp;nbsp; แต่กลับออกมาเปิดหน้าชกเอาดื้อๆแบบคนขาดสติตอนที่ม็อบฝ่อไปแล้ว
ในสายตาของผม ... ขบวนการล้มเจ้ารุ่นล่าสุดที่มีธนาธร-ปิยบุตรเป็นแกนนำตัวจริงที่คอยแอบชักใยอยู่เบื้องหลัง #มันมาถึงจุดจบแล้วแบบเละตุ้มเป๊ะในความเป็นจริง
แต่ขบวนการความคิดแบบเสรีนิยมของแท้มันยังสามารถเติบโตได้และควรเติบโตให้จงได้หลังจากนี้
... เมื่อเยาวชนคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่สามารถก้าวข้ามธนาธรและปิยบุตรทางความคิดได้แล้วอย่างสมบูรณ์ และเติบใหญ่มีวุฒิภาวะมากพอที่จะอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริงนี้แบบปฏิบัตินิยมได้จริง
สุวินัย ภรณวลัย
29&amp;nbsp;&amp;nbsp; มกราคม 2564 (2021)
*****
บทความนี้ผมเขียนเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 (2019)
แกะรอยความคิดและความจริงในตัวธนาธร / สุวินัย ภรณวลัย
/////
โดยส่วนตัวผมรู้จักคุณวรพจน์ พันธุ์พงศ์ คนสัมภาษณ์ธนาธรในหนังสือ &amp;quot; Portrait ธนาธร&amp;quot; มานานร่วมยี่สิบปี (ในฐานะที่ผมเคยถูกเขาสัมภาษณ์ไม่ต่ำกว่าสองครั้งในอดีต) เขาเป็นนักสัมภาษณ์มืออาชีพและมือหนึ่งระดับต้นๆที่หาคนทัดเทียมยากมากแม้ในยุคนี้
ผลงานหนังสือ &amp;quot; Portrait ธนาธร&amp;quot; (ตุลาคม 2018) คือเครื่องพิสูจน์อย่างดี เขาสัมภาษณ์ได้ดียิ่ง และธนาธรก็เต็มใจเปิดเผยความคิดของเขาแทบทุกเรื่องที่โดนซักถาม
นี่เป็นหนังสือสัมภาษณ์ที่เร้าใจที่สุดเล่มหนึ่งที่ผมเคยอ่านมา
ผมมีหนังสือเล่มนี้หลายเดือนแล้ว ก่อนทราบผลเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 ผมจงใจไม่อ่านมัน แต่เลือกอ่านหนังสือเล่มนี้ ในวันที่ธนาธรกำลังจะเจอบททดสอบของจริง ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ดีว่าวันนั้นต้องมาถึงอย่างแน่นอน แต่ธนาธรคงคิดไม่ถึงว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้
ธนาธรเป็นคนที่ชัดเจนมากในความคิดของตัวเอง เขาบอกว่า
&amp;quot;ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนประเทศ&amp;quot; (หน้า 270)
ธนาธรตระหนักดีว่า สิ่งที่เขาพูด เขาทำ มีคนฟัง มีคนเอาด้วย เห็นด้วยกับเขา (หน้า 272)
ธนาธรมองว่า คุณสมบัติสำคัญของผู้นำประเทศ คือต้องมีเจตจำนงทางการเมืองเป็นหลัก เมืองไทยมีคนเก่งกว่าเขาเยอะแยะไปหมด
แต่มีตัวเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการ &amp;quot;ให้ไทยออกจากวังวนของเผด็จการ วังวนของอำนาจนิยมที่รับใช้ชนชั้นนำให้ได้&amp;quot; (หน้า 273)
เจตจำนงทางการเมืองของธนาธรในวัยสี่สิบตอนนี้ มีความห้าวและอหังการในระดับเดียวกับเสกสรรค์ ประเสริฐกุลอดีตผู้นำนักศึกษาในวัยก่อนสามสิบหรือในช่วงระหว่างปี 2516-2523 ก็เห็นจะไม่ผิดนัก
ธนาธรไม่เคยมองว่าตำแหน่งนายกฯ คือ ลิมิตสูงสุดของตัวเขา
ธนาธรเป็นนักผจญภัย เขาต้องการท้าทายลิมิตสูงสุดของตัวเขาเองในทุกเรื่อง
ในฐานะผู้นำทางการเมือง ธนาธรมุ่งเป้าไปที่การทำให้ตัวเขา &amp;quot;มีอำนาจมากพอที่จะไปต่อรอง (กับ)&amp;times;&amp;times;&amp;times;&amp;times;&amp;quot;
(หน้า 277)
เขายอมรับว่าในการเคลื่อนไหวสร้างพรรคหาเสียง เขาพูดความจริงได้แค่ครึ่งเดียว ที่เขาพูดออกไปให้สังคมรับรู้ &amp;quot;ไม่เป็นความจริง มันเป็นความจริงแค่ครึ่งเดีบว เราถึงโดนฝ่ายก้าวหน้าด่า&amp;quot; (หน้า 277)
&amp;quot;ถามว่าเรารู้มั้ย รู้
เหี้ย มันก็รู้เหมือนกันหมดแหละ ปัญหาคือใครจะทำยังไง
เราคิดว่า วิธีการของเราคือต้องมีอำนาจและต่อรอง (กับ)&amp;times;&amp;times;&amp;times;&amp;times;
นี่ต่างหากคือเป้าหมาย ถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ เอาทหารออกจากการเมืองไม่ได้หรอก
จัดการเรื่องนี้ไม่ได้ จัดการเรื่องศาลไม่ได้หรอก
จัดการเหี้ยห่าอะไรไม่ได้
ถามว่าเรารู้มั้ย สิ่งที่เราพูดโดยไม่พูดเรื่องนี้ มะนไม่จริง มันเป็นไปไม่ได้
ถามว่ารู้มั้ย รู้ แต่มันพูดไม่ได้ ยังมีข้อจำกัด &amp;quot; (หน้า 277)
ตรงนี้แหละ คือ ความจริงอย่างที่สุดในความคิดและตัวตนของธนาธร เพราะเขาคือนักปฏิวัติที่มีเจตจำนงแรงกล้าที่ต้องการสานต่อภารกิจการปฏิวัติ 2475ให้สมบูรณ์
จึงไม่แปลกที่เมื่อธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปิยบุตรจึงต้องเป็นเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เพราะมีอุดมการณ์ปฏิวัติ 2475 เหมือนกัน
ธนาธรคือผู้นำทางการเมืองคนเดียวในประทศนี้ตอนนี้ ที่ขีดเส้นแบ่งชัดเจนให้ประชาชนต้องตัดสินใจเลือกข้างว่าจะเลือกอยู่ฝั่งเดียวกับเขาแล้วช่วยกันผลักดันการปฏิวัติ 2475 ให้สำเร็จต่อไปหรือไม่
ผม (สุวินัย) ไม่ใช่คนโลกสวยและไร้เดียงสาทางการเมือง ผมตระหนักดีว่าอะไรจะตามมาถ้าธนาธรมีอำนาจและต่อรองกับ &amp;times;&amp;times;&amp;times;&amp;times; เพื่อบรรลุเจตจำนงทางการเมืองของเขา...&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91351</URL_LINK>
                <HASHTAG>Portrait ธนาธร, กลุ่มคณะราษฎร, ดร.สุวินัย ภรณวลัย, มาตรา112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181128/image_big_5bfdfff741b2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
