<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปคบ.จับสินค้าโควิดเถื่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ตำรวจ ปคบ. ร่วมกับคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เข้าจับกุมแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ป้องกันโควิด-19 ผิดกฎหมาย เครื่องมือแพทย์ประเภทชุด PPE , เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว และเจลแอลกอฮอล์ พร้อมยึดผลิตภัณฑ์สมุนไพร (เหลียนฮัวชิงเวินแคปซูล) ที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ไม่มีทะเบียนตำรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 6 ก.ย.2564 พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. และ ภญ.สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข และรักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมแถลงผลการจับกุมผลิตภัณฑ์ป้องกันโควิด-19 ผิดกฎหมาย เช่น ผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพร, เครื่องมือแพทย์ประเภทชุด PPE, เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว และเจลแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหลายรายการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตำรวจ ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. จับกุมสินค้าป้องกันโควิดที่เป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี ตรวจค้นบ้านพัก ม.3 ซ.คลองหลวง 24 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบชุด PPE จำนวน 4,650 ชิ้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงยึดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 31 ส.ค. นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี ตรวจค้นบ้านพัก ม.17 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พบเครื่องตรวจวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว จำนวน&amp;nbsp; 670 ชิ้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาตและทดสอบ เบื้องต้นพบว่ามีการแสดงผลการตรวจวัดออกซิเจนที่ผิดเพี้ยน จึงได้ตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน โดยทั้ง 2 คดี พบความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551 ฐาน &amp;ldquo;ขายเครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือแจ้งรายการละเอียด หรือจดแจ้ง&amp;rdquo; มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น วันที่ 2 ก.ย. เจ้าหน้าที่นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ตรวจค้นบ้านพัก ม.1 ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ พบเจลแอลกอฮอล์ขนาด 100 มล. จำนวน 3,000 ขวด, ขนาด 1,000 มล. จำนวน 48 แกลลอน, ขนาด 200 ล. จำนวน 3 ถัง และอุปกรณ์การผลิตหลายรายการ จึงได้ตรวจยึดนำส่งพนักงานสอบสวน เบื้องต้นพบความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 ฐาน &amp;ldquo;ผลิตเครื่องสำอางโดยไม่ได้จดแจ้ง&amp;rdquo; มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังตรวจยึดผลิตภัณฑ์สมุนไพร (เหลียนฮัว ชิงเวินแคปซูล) ที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ไม่มีทะเบียนตำรับ จำนวนกว่า 70,000 แคปซูล เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สมุนไพร พ.ศ.2562 ฐาน &amp;ldquo;ขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาต&amp;rdquo; มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการสอบสวนผู้ลักลอบจำหน่ายเครื่องตรวจวัดออกซิเจนพบว่าซื้อมาจากเพจในประเทศจีน ราคา 60 บาท ก่อนนำมาขายต่อราคาหลัก 100 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เตรียมแจ้งความเอาผิดผู้ต้องหา 4 ราย ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ภญ.สุภัทรากล่าวว่า จากการตรวจสอบในครั้งนี้พบผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายที่อาจเป็นอันตรายต่อประชาชนเป็นจำนวนมาก ทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพรไม่มีทะเบียนตำรับซึ่งมีการจดทะเบียนในประเทศไทยถูกต้องแต่ลักลอบปลอมขึ้นมา ส่วนเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่ยังไม่ได้รับอนุญาต เช่น ชุด PPE กับเครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว พบว่าไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และเจลแอลกอฮอล์ ตรวจสอบพบว่าสวมเลข อย.ปลอม จึงขอเตือนผู้ประกอบการทั้งหลาย อย่าเห็นแก่รายได้ขายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้กับประชาชน เพราะกำลังทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรักษา หรือผู้ที่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 มากยิ่งขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115817</URL_LINK>
                <HASHTAG>PPE, ปคบ., ผลิตภัณฑ์ป้องกันโควิด, ผิดกฎหมาย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เครื่องวัดออกซิเจนที่ปลายนิ้ว, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135fd3403dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 11:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 11:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอพรทิพย์-เพื่อน สว.&#039; ระดมทุนจัดหา ชุด PPE มอบนักรบด่านสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ค. 64 - แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์รูปภาพและข้อความในเฟซบุ๊กว่า ข่าวการเสียชีวิตของคนไข้โควิดทำให้ได้เห็นกลุ่มคนที่เรียกว่าคนด่านสุดท้ายหรือคนที่ทำหน้าที่เผาศพ ทั้งเหนื่อยทั้งเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเริ่มด้วยการชวนสมาชิกส.ว. และเพื่อนๆในทุกหลักสูตรรวบรวมทุนจัดหาชุด PPE ที่มีราคาค่อนข้างสูง ที่สำคัญไม่ค่อยมีของ เพื่อกระจายให้คนกลุ่มเสี่ยงในกทม.และปริมณฑล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกราบเรียนท่านเจ้าคุณพระเทพปริยัติมุณีหรือเจ้าคุณมีชัย เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม ว่าอยากจะถวายผ่านท่านเพื่อมอบให้กับวัดที่เผาศพโควิดโดยไม่คิดเงิน วันนี้ท่านเจ้าคุณได้กรุณานัดเจ้าคณะกทม นนทบุรี ปทุมธานีและสมุทรปราการมารับ โดยมีตัวแทนสว.ไปร่วมมอบที่วัดหงส์รัตนาราม และถวายเพล ช่วงบ่ายท่านเจ้าคุณอุดมสิทธินายกเจ้าอาวาสวัดบางอ้อยช้าง บางกรวย นนทบุรี ได้ดำเนินการมอบวัดที่รับภาระหนักๆทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอกราบท่านเจ้าคุณมีชัยมีเมตตาเป็นธุระให้บุญเดินเร็วขึ้น ขออนุโมทนาสาธุกับผู้ร่วมบุญจากทุกสาย ขอให้ท่านได้รับบุญในครั้งนี้ ท้ายสุดขอส่งบุญให้แผ่นดิน โรคร้ายเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ปรับวิธีฟัง วิธีคิด มาร่วมกันทำความดีเป็นดีที่สุดกันเถอะ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110552</URL_LINK>
                <HASHTAG>PPE, คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์, โควิด19วันนี้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7a7816e613.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้ซ้ำ 20 ครั้ง ฝีมือคนไทยสู้โควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากที่รัฐบาลได้มีความพยายามในการจัดหาชุดป้องกัน PPE ให้กับบุคลากรทางการแพทย์มานาน ในที่สุดประเทศไทยก็ได้มีการผลิต PPE &amp;ldquo;รุ่นเราสู้&amp;rdquo; ที่สามารถซักนำกลับมาใช้ใหม่ได้ 20 ครั้งสำเร็จ โดยเป็นการร่วมกันระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงสาธารณสุข สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ผู้ประกอบการกว่า 13 หน่วยงาน โดยความคิดในการผลิตชุดป้องกันดังกล่าวเริ่มจากการจัดหาชุด PPE จากต่างประเทศ โดยแม้จะมีเพียงพอ แต่ในขณะเดียวกันหลายประเทศก็มีการระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีความรุนแรงมากขึ้น ต่างฝ่ายต้องการชุด PPE ให้กับบุคลากรของตัวเองเพื่อใช้รักษาคนในประเทศตัวเองทั้งสิ้น จึงมีคำถามตามมาว่าถ้าประเทศที่ไทยกำลังจะไปซื้อชุด PPE เขาไม่ขายขึ้นมาจะทำอย่างไร นี่คือโจทย์ที่ไทยพยายามพึ่งตนเองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องต้นการใช้ชุด PPE หากคนไข้ที่มีความเสี่ยงน้อยถึงปานกลาง บุคลากรทางการแพทย์สามารถใช้ชุด PPE ชนิดที่กันน้ำเป็นผ้าก็ได้ ซึ่งสถาบันบําราศนราดูรใช้เสื้อกาวน์ที่เป็นผ้ามาก่อนแล้ว โดยการใช้เสื้อกาวน์ชนิดผ้ามีอัตราการใช้อยู่ 50% ของชุด PPE ทั้งหมด อีก 50% ใช้กับคนไข้เสี่ยงสูง โดยในห้องไอซียูต้องใช้แบบชุดหมี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาทำความรู้จักชุดป้องกัน PPE &amp;ldquo;รุ่นเราสู้&amp;rdquo; ที่นำมาใช้ซ้ำ 20 ครั้ง&amp;nbsp; คุณสมบัติของผ้าเป็นผ้าโพลีเอสเตอร์ชนิด 100% เคลือบสาร Polytertrafluorethylene โดยมีคุณสมบัติสะท้อนน้ำ และป้องกันการซึมผ่านของน้ำที่มีแรงดัน การทำความสะอาด ใช้ผงซักฟอก และ Sodium Hypochlorite 0.1% ในอุณหภูมิ 40 องศา นาน 15 นาที แล้วอบแห้งที่อุณหภูมิ 80 องศา นาน 60 นาที ห้ามเติมน้ำยาปรับผ้านุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เนื่องด้วยชุดดังกล่าวทำมาจากผ้าโพลีเอสเตอร์ จึงต้องนำเข้าเส้นใยมาจากประเทศไต้หวัน เพราะเส้นใยดังกล่าวจะได้จากการรีไซเคิลขวดพลาสติก 14.5 ขวดต่อ 1 ชุด ซึ่งประเทศไทยยังไม่มีการรีไซเคิลที่ดีพอจึงต้องนำเข้า โดยกำลังในการตัดเย็บชุดของประเทศไทยอยู่ที่ 3 แสนชุดต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่การทดสอบชุด PPE มาตรฐานจะดูอยู่ 3 อย่าง ประกอบด้วย 1.เนื้อผ้า ต้องทนแรงดันน้ำได้ในระดับ 2 ระบายอากาศได้ดีและกันน้ำได้ด้วย ซึ่งได้ทดสอบจนผ่านมาตรฐาน 2.ตะเข็บรอยต่อ ซึ่งได้ทดสอบหลากหลายรูปแบบจนผ่านมาตรฐาน และ 3.การซักฆ่าเชื้อทำความสะอาด และใช้ซ้ำให้ได้ 20 ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัจจุบันองค์การเภสัชกรรมได้จัดซื้อจัดจ้างชุด PPE รุ่นเราสู้ จาก 13 บริษัท รวมทั้งสิ้น 4.4 หมื่นตัว มูลค่า 20 ล้านบาท ตกตัวละ 500 บาท สามารถใช้ซ้ำได้ 20 ครั้ง เท่ากับใช้ครั้งละ 25 บาท เงินไม่รั่วไหล อยู่ในประเทศไทยทั้งหมด ลดเรื่องของขยะติดเชื้อไปได้มาก เกิดการจ้างงาน โดยถ้าเปรียบเทียบจากการซื้อแบบ Coverall ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งไทยนำเข้าจากจีนและเวียดนาม ราคาจากจีนชุดละ 400-600 บาท ส่วนจากเวียดนามชุดละ 140 บาท เมื่อเทียบจำนวน 800,000 ชุดเท่ากัน พบว่าประหยัดงบได้มหาศาล อย่างไรก็ตาม จากปากของทางฝั่งสภาอุตสาหกรรมสิ่งทอได้มีการเปรยว่า ขณะนี้มีหลายประเทศที่แสดงความต้องการให้ไทยผลิตชุดดังกล่าว โดยประเทศสหรัฐอเมริกาได้มีการสั่งซื้อชุด PPE จำนวน 500 ชุด จึงต้องการให้ไทยเป็นศูนย์กลางของการผลิตเส้นใยทางการแพทย์ของอาเซียน สร้างรายได้ให้กับประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การผลิตชุด PPE ใช้ได้เองจะทำให้ประหยัดทั้งงบประมาณและแก้ปัญหาขาดแคลน หลังจากผลิตครบ 40,000 ชุด องค์การเภสัชกรรมตั้งเป้าผลิตเพิ่มให้ครบ 100,000 ชุด ภายในสิ้นปี ซึ่งจะสามารถครอบคลุมการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ได้ถึง 10,000 คน ทั้งนี้ ชุด PPE ไม่เพียงใช้แค่บุคลากรในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่การไปเก็บตัวอย่างตรวจหาเชื้อในการค้นหาผู้ป่วยเชิงรุกในชุมชนก็ต้องใส่ชุดแบบนี้เช่นกัน เพราะผู้ติดเชื้ออาจจะซ่อนเร้นอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของชุมชนด้วย เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปตรวจจึงจำเป็นต้องใช้ชุดป้องกันเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับการผลิตขึ้นเองประหยัดงบประมาณในการจัดซื้อจากต่างประเทศได้ถึง 10,000 ล้านบาท เงินที่ประหยัดได้เทียบกับการมีงบประมาณที่จะนำไปสร้างโรงงานผลิตวัคซีน อีกทั้งชุดที่ผลิตขึ้นใช้ซ้ำได้ถึง 20 ครั้ง ถ้าผลิต 10,000 ชุดจะทดแทนการใช้จำนวน 200,000 ชุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในสถานการณ์นี้ทำให้เห็นถึงความตั้งใจของทุกงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่จะผลิตอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ เพื่อบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนไทยได้อย่างทั่วถึง โดยก่อนหน้านี้ได้มีการผลิตเครื่องอบหน้ากาก N95 และชุด PPE มาแล้ว อย่างที่กระทรวงสาธารณสุขได้ขอให้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์เชื่อว่าอุปกรณ์ต่างๆ มีเพียงพอ ถ้าไม่พอก็จะจัดหาให้อย่างเพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:.2pt; margin-bottom:.0001pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สุดท้ายอีกสิ่งสำคัญที่สามารถดูได้ว่าอุปกรณ์ป้องกันโรคมีเพียงพอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของประชาชน และบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่ต้องสนับสนุนภาครัฐด้วยเหมือนกัน ทั้งเรื่องเว้นระยะห่างทางสังคม การให้ทำงานที่บ้านหรือเหลื่อมเวลาทำงาน การใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือทุกครั้งเวลาออกจากบ้าน แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงขณะนี้ ประชาชนได้มีการออกไปทำงานมากขึ้น โดยเห็นได้จากการจราจร และการใช้บริการขนส่งสาธารณะที่จะนำไปสู่ความเสี่ยงการในการติดเชื้อมากขึ้น แม้จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลขณะนี้ลดลงใกล้แตะ 150 คน แต่การผ่อนปรนย่อมมีความเสี่ยง ถ้าผ่อนปรนมากขึ้น คนไทยจะต้องการ์ดไม่ตก เพราะการ์ดตกจะเป็นเหมือนญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ที่มีการผ่อนปรนแล้วกลับมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น ถ้าไทยไปถึงขั้นนั้น การจัดหาอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ก็ย่อมไม่พอต่อความต้องการของแพทย์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65757</URL_LINK>
                <HASHTAG>#PPE, PPE, กรองสถานการณ์, เกษมราษฎร์, ใช้ซ้ำ 20 ครั้ง ฝีมือคนไทยสู้โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200512/image_big_5eba9cceca020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
