<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5920</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 19:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 19:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. สั่งลุยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ค่าบริการไม่เกิน 330 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครม. ไฟเขียวโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เคาะกรอบวงเงินที่รัฐร่วมลงทุน 1.19 แสนล้านบาท โยนเอกชนลงทุนโยธา บำรุงรถไฟ บริหารพัฒนาพื้นที่ ซ่อมบำรุงและจัดเก็บค่าโดยสาร ขีดเส้นร่วมลงทุน 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรรภูมิ-อู่ตะเภา) ซึ่งถือเป็นโครงการที่ช่วยสนับสนุนภาพลักษณ์ของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น โดยอนุมัติให้ดำเนินโครงการดังกล่าวในรูปแบบพีพีพี เน็ตคอสต์ (PPP NetCost) คือภาครัฐเป็นผู้ลงทุนค่างานจัดสรรกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนภาคเอกชนลงทุนค่าโยธา ค่างานบำรุงรถไฟ และขบวนรถไฟ ค่าบริการพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟฟ้าและบริการผู้โดยสาร รวมถึงค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ การบริหาร ซ่อมบำรุง รวมทั้งให้เอกชนจัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงจากจำนวนผู้โดยสาร รวมถึงจัดเก็บรายได้จากการพัฒนาพื้นที่โครงการ โดยมีระยะเวลาลงทุนร่วมกับภาครัฐ 50 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มีอำนาจร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือก พร้อมทั้งอนุมัติค่างานที่เกี่ยวข้องกับกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ในโครงการรถไฟความเร็วสูงดังกล่าว วงเงิน 3.57 พันล้านบาท พร้อมทั้งอนุมัติกรอบวงเงินที่รัฐบาลจะร่วมลงทุนที่ 1.19 แสนล้านบาท โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นมูลค่าปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลจะทยอยจ่ายให้เอกชนเป็นรายปี ระยะเวลา 10 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังเห็นชอบให้รัฐบาลรับภาระหนี้โครงการโครงสร้างพื้นฐานแอร์พอร์ตเรียลลิ้งค์ ของ รฟท. วงเงิน 2.25 หมื่นล้านบาท พร้อมทั้งกำหนดให้พื้นที่โครงการรถไฟความเร็วสูง ตั้งแต่ดอกเมือง ถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร และสุวรรณภูมิซึ่งเดิมเป็นพื้นที่นอกอีอีซี ให้เป็นพื้นที่อีอีซีเพิ่มเติม และมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ รฟท. และคณะกรรมการอีอีซี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการในส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) นั้น จะวิ่งด้วยความเร็วสูงที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยเฉลี่ยจากสนามบินอู่ตะเภาเข้ากรุงเทพมหานคร คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที โดยจะมีสถานีบริการทั้งสิ้น 5 สถานี ได้แก่ สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และสิ้นสุดที่สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งโครงการดังกล่าวจะทำให้พื้นที่รอบบริเวณมีการพัฒนามากยิ่งขึ้น และจะทำให้มีการเชื่อมโยงพื้นที่ไปสู่จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราดอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการวิเคราะห์อัตราผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) พบว่า โครงการดังกล่าวใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 7 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็น ในช่วง 50 ปีแรก 4 แสนล้านบาท และ 50 ปีถัดมา 3 แสนล้านบาท แต่จะมีผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นจากมูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นของสนามบินอู่ตะเภา รวมถึงทำให้ลดการใช้น้ำมัน ลดเวลาการเดินทางลดมลพิษ และยังมีผลตอบแทนจากการพัฒนาพื้นที่และเศรษฐกิจตลอดเส้นทาง ความเจริญรอบสถานีรถไฟ การจ้างงาน การใช้ปัจจัยการผลิตในประเทศ และภาษีที่คาดว่าจะเก็บได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย&amp;rdquo; นายณัฐพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐพร กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวยังรวมไปถึงการพัฒนาที่ดินบริเวณมักกะสันและศรีราชา รวมถึงจะรวมเอาโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรียลลิ้งเข้าเป็นชิ้นเดียวกันอีกด้วย โดยในส่วนของขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรียลลิ้งที่จอดให้บริการทุกสถานีจะยังคงวิ่งให้บริการเหมือนเดิม โดยเป็นการใช้รางเดียวกับรถไฟความเร็วสูง แต่จะมีการให้บริการที่ถี่ขึ้น คือ 10 นาทีต่อ 1 ขบวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าบริการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เริ่มต้นที่สถานีมักกะสัน-สถานีพัทยา ค่าบริการอยู่ที่ 270 บาท และสถานีมักกะสัน-สนามบินอู่ตะเภา อยู่ที่ 330 บาท โดยหลังจากนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะทำการร่างทีโออาร์และสรรหาผู้ประมูล หลังจากนั้นจะมีการเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5920</URL_LINK>
                <HASHTAG>PPP, ครม., ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา, ดอนเมือง-สุวรรรภูมิ-อู่ตะเภา, รถไฟ, รถไฟความเร็วสูง, รถไฟเชื่อมสามสนามบิน, รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180227/image_big_5a95554e41b1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 13:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อสมท&#039;ดิ้นหารายได้งัดที่ดิน3แปลงหาพันธมิตรร่วมพัฒนาโครงการ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อสมท เตรียมพัฒนาสินทรัพย์ครั้งใหญ่ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจสื่อ โดยนำที่ดินกลางกรุงเทพ 70 ไร่ ใกล้ศูนย์วัฒนธรรม ถนนพระราม 9 มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท และที่ดินบางไผ่ ประมาณ 60 ไร่ ให้นักลงทุนที่สนใจร่วมลงทุนในระยะยาว ภายในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ &amp;nbsp;โดยจะเร่งการทำ PPP ให้เสร็จภายใน 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท เปิดเผยว่า &amp;ldquo;คณะกรรมการบริษัทฯ &amp;nbsp;มีมติให้ อสมท เร่งดำเนินวางยุทธศาสตร์องค์กรในระยะยาว โดยเน้นการขยายตัวธุรกิจสู่ non broadcasting &amp;nbsp;ให้มากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงของธุรกิจสื่อที่ทรงตัวและเพิ่มความสมดุลย์ของรายได้อื่นๆ เพื่อให้องค์กรเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์หนึ่ง คือ การนำสินทรัพย์ที่ดินมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ โดยจะเปิด Market sounding ให้กลุ่มนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ ที่สนใจเข้าทำประโยชน์ในลักษณะร่วมลงทุนในที่ดิน 2 แปลงในกรุงเทพมหานคร คือ แปลงแรก : ที่ดิน 50 ไร่ บริเวณถนนเทียมร่วมมิตร ติดกับศูนย์วัฒนธรรม ในโซนพระราม 9 ซึ่งมีมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท รวมกับที่ดินที่เป็นที่ตั้งของ อสมท ปัจจุบันอีก 20 ไร่ ติดกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ ด้านหลังเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 &amp;nbsp;มูลค่าอีก 2,000 ล้านบาท รวมเป็น 70 ไร่ &amp;nbsp;พร้อมอาคารสถานที่เพื่อทำประโยชน์ระยะยาวร่วมกัน &amp;nbsp;รวมพื้นที่ใช้สอยกว่า 50,000 ตารางเมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพื้นที่ ดังกล่าวสามารถสร้างอาคารสูงได้กว่า 40 &amp;nbsp;ชั้น อาคารนิทรรศการและศูนย์ประชุมลักษณะ Multipurpose ความจุไม่น้อยกว่า 2,000 ที่นั่ง สตูดิโอสำหรับผลิตรายการ , อาคารสำนักงานพร้อมที่จอดรถ community mall และอื่นๆ &amp;nbsp;ซึ่งสภาพแวดล้อมโดยรวมเป็นพื้นที่ prime area &amp;nbsp;หลังจากเปิดให้นักลงทุนที่สนใจเสนอโครงการแล้ว อสมท จะจัดจ้างที่ปรึกษาโครงการ เพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัทฯ และกระทรวงการคลัง เพื่อเข้าสู่กระบวนการร่วมมือในรูปแบบภาครัฐ &amp;ndash; ภาคเอกชน (PPP) ตามระเบียบให้แล้วเสร็จภายใน 48 เดือน และสามารถเริ่มก่อสร้างได้ภายใน ปี 2564&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเขมทัตต์ กล่าวต่อไปว่า &amp;ldquo;นอกจากที่ดิน 70 ไร่ นี้แล้ว อสมท ยังมีแผนที่จะนำที่ดิน 60 ไร่ บริเวณบางไผ่ ฝั่งธนบุรี ใกล้พุทธมณฑลสาย 2 ซึ่งมีศักยภาพในการทำโครงการที่อยู่อาศัย เนื่องจากใกล้เส้นทางคมนาคมทั้งพุทธมณฑล , เพชรเกษม และบรมราชชนนี รวมมูลค่าที่ดินประมาณ 400 &amp;ndash; 500 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้ผู้สนใจร่วมลงทุนหรือซื้อขายในคราวเดียวกันอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีที่ดินบริเวณหนองแขม 40 ไร่ ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นอาคารเครื่องส่งและโรงถ่ายละครซึ่งรอการส่งมอบตามสัญญาร่วมดำเนินกิจการส่งโทรทัศน์สีกับบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด ซึ่งจะครบกำหนดสัญญา ในปี 2563 &amp;nbsp;สำหรับในภูมิภาค อสมท ยังมีที่ดิน 20 ไร่ บริเวณถนนเพชรเกษม ใกล้บึงขุนทะเล อ.เมือง จ.ชุมพร ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักจากชุมพรสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช และกระบี่ อีกด้วย คาดว่าด้วยสินทรัพย์ที่ อสมท มีอยู่หากมีการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพจะสามารถสร้างรายได้ให้กับ อสมท ได้ในอนาคต&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5888</URL_LINK>
                <HASHTAG>PPP, กรรมการผู้อำนวยการใหญ่, ถนนพระราม9, ธุรกิจสื่อ, พุทธมณฑลสาย 2, ศูนย์วัฒนธรรม, อสมท, อสังหาริมทรัพย์, เขมทัตต์ พลเดช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9e69152c60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
