<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49615</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>2ผู้นำไทย-จีนเจรจาชื่นมื่น มดน้อยก็ช่วยพญาราชสีห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ ขอบคุณคนไทยเป็นเจ้าภาพที่ดีทำให้การประชุมอาเซียนสำเร็จตามเป้าหมาย แต่ &amp;quot;หมวดเจี๊ยบ&amp;quot; ย้ำให้สอบตกติดเอฟลบลบ ซัดเป็นเพียงวาทกรรมสวยหรู ความสัมพันธ์อาเซียน-สหรัฐตกต่ำที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี เรื่อง &amp;quot;จีเอสพี&amp;quot; ยังเจรจาไม่ได้เลย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ &amp;quot;หลี่ เค่อเฉียง&amp;quot; ชื่นมื่น ฝากสุภาษิตไทย &amp;ldquo;มดน้อยบางครั้งก็ช่วยพญาราชสีห์และพญาคชสารได้&amp;rdquo; ด้านนายกฯ จีนเปรียบร่วมพายเรือลำเดียวกันถือเป็นพี่น้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ได้เสร็จสิ้นไปแล้วอย่างเรียบร้อยเมื่อวานนี้ ไทยได้ส่งมอบตำแหน่งต่อให้กับประเทศเวียดนาม ขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยทุกคนที่ได้ร่วมติดตามข่าวสาร ข้อมูล และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนจากทุกภาคส่วน ข้าราชการ ตำรวจ ทหาร แพทย์ พยาบาล อาสาสมัคร ที่เสียสละ ทำงานอย่างเต็มที่ตั้งแต่ช่วงเตรียมการ ช่วงการประชุม และในช่วงต่อไป ขอบคุณพนักงานและพี่น้องประชาชนตามสถานที่ต่างๆ ที่มีโอกาสได้ต้อนรับ สร้างความประทับใจให้กับแขกของเรา ขอบคุณพิธีกร นักร้อง นักแสดง ทุกท่านที่ทำให้พิธีและงานต่างๆ ผ่านไปด้วยดี สมเกียรติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมรู้สึกดีใจและชื่นชมที่ได้เห็นความสามารถ ความเสียสละ และความสามัคคีของคนไทยที่ช่วยกันทำให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จ บรรลุตามเป้าหมาย ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-อาเซียน และประเทศต่างๆ ซึ่งจะช่วยพัฒนาขีดความสามารถ เพิ่มศักยภาพ และสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศไทยและภูมิภาคของเรา&amp;quot; นายกฯ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์อย่าคิดไปเองว่าประสบความสำเร็จ เพราะเบื้องหลังของการประชุมเต็มไปด้วยความโกลาหลและทิ้งร่องรอยความบาดหมางระหว่างหลายประเทศไว้ให้ พล.อ.ประยุทธ์ดูต่างหน้า โดยเฉพาะสหรัฐซึ่งไม่พอใจอย่างมาก ที่ถูกผู้นำ 7 ประเทศอาเซียนประท้วง โดยการส่งแค่รัฐมนตรีต่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐ ครั้งที่ 7 ซึ่งสหรัฐระบุว่า คือการไม่ให้เกียรติต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สะท้อนให้เห็นว่าชาติต่างๆ ในอาเซียนไม่ได้เห็นหัว พล.อ.ประยุทธ์เลย สื่อต่างประเทศตีข่าวไปทั่วโลก ย่อมส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ถูกมองว่าไร้น้ำยา จึงไม่สามารถควบคุมการประชุมให้ราบรื่นได้ ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับสหรัฐตกต่ำมากที่สุดในรอบเกือบ 10 ปี ในช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์นั่งเก้าอี้ประธานอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ก็ยังล้มเหลวในการผลักดันให้ 16 ชาติ คือ 10 ชาติอาเซียน และ 6 ประเทศคู่เจรจา บรรลุความตกลงในการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP การที่อินเดียไม่ยอมลงนามในแถลงการณ์ร่วมเพียง 1 ชาติ จะทำให้การก่อตั้งเขตการค้าเสรี RCEP ต้องล่าช้าออกไปอีก ดังนั้น รัฐบาลประยุทธ์ไม่ควรตีกินว่าปิดการเจรจาได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ อินเดียยังไม่ยอมรับข้อตกลงหลายประเด็น ซึ่งสะท้อนความล้มเหลวของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานอาเซียน สมควรต้องให้สอบตก ติด F ลบลบ
ต่อรอง&amp;quot;จีเอสพี&amp;quot;ไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวสุนทรพจน์อวยสหรัฐเกินจริง โดยยกยอปอปั้นว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอาเซียนมีความก้าวหน้าและแนบแน่นยิ่งขึ้น ทั้งๆ ที่หลายฝ่ายมองว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ลดความสำคัญของนโยบายสหรัฐต่ออาเซียนลง ในขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่สามารถแสดงบทบาทนำในการสร้างอำนาจต่อรองให้กลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนได้ สิ่งที่ทิ้งไว้ให้อาเซียนเป็นเพียงการประดิษฐ์วาทกรรมที่สวยหรูเรื่องการพัฒนาและความมั่งคั่งเท่านั้น แม้แต่ผลประโยชน์ของไทยในเรื่องที่โดนสหรัฐตัดจีเอสพีก็ยังไม่สามารถเจรจาต่อรองกับสหรัฐได้เลย ทำให้คนไทยไม่ได้รับประโยชน์&amp;quot; ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยจัดพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศต้อนรับอย่างสมเกียรติ ก่อนหารือข้อราชการเต็มคณะที่ตึกภักดีบดินทร์ พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีทั้ง 2 ฝ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือข้อราชการเต็มคณะ ผู้นำทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ 1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการส่งเสริมความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ วิชาการและนวัตกรรม 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนข่าวและข้อมูลข่าวสารระหว่างกรมประชาสัมพันธ์ กับสำนักข่าวซินหัว และ 3.บันทึกความเข้าใจระหว่างบริษัท เอสซีจี จำกัด มหาชน กับศูนย์ความร่วมมือทางนวัตกรรมแห่งสถาบันบัณฑิตฯ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.45 น. เป็นการแถลงข่าวร่วมกันของสองนายกฯ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในสภาวะความผันแปรของสภาวะเศรษฐกิจโลก ตนและนายกรัฐมนตรีหลี่ได้หารือกันอย่างกว้างขวาง ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนสถานการณ์ในภูมิภาคและในโลก ตนและท่านนายกฯ หลี่เห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น โดยเฉพาะระหว่างยุทธศาสตร์และกรอบความร่วมมือด้านความเชื่อมโยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ.2025 (MPAC 2025) และ ACMECS เป็นต้น กับข้อริเริ่ม &amp;ldquo;หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง&amp;rdquo; ของจีน ซึ่งก็คล้องกับยุทธศาสตร์ &amp;ldquo;Connecting the Connectivities&amp;rdquo; ที่ไทยเสนอ เรายังเห็นพ้องที่จะเชื่อมระหว่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยกับกรอบความร่วมมือเขตอ่าวกวางตุ้ง-มาเก๊า-ฮ่องกง หรือ GBA ของจีนผ่านโครงการความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจัดตั้งกลไกหารือระดับสูงระหว่างกันเพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ ตนได้เชิญชวนให้จีนขยายการลงทุนในไทย ขณะเดียวกัน ก็ได้ฝากให้นายกฯ หลี่ช่วยดูแลภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในจีน และดูแลเรื่องสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวและยางพารา นอกจากนี้ได้ย้ำความตั้งใจของรัฐบาลไทยที่จะปรับปรุงมาตรฐานการให้ความคุ้มครองและดูแลนักท่องเที่ยว ซึ่งจีนได้แสดงความพร้อมที่จะถ่ายทอดแนวปฏิบัติที่ดีของจีนในเรื่องการขจัดความยากจนให้ไทย พร้อมเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเมืองอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการแก้ไขปัญหาหมอกควัน/PM 2.5
มดน้อยช่วยราชสีห์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวว่า พวกเราได้บรรลุการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้านการเมือง โดยจีนพร้อมผลักดันไทยทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโครงการอีอีซี รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าข้าว อีคอมเมิร์ซ โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่งจีนมีศักยภาพในการส่งเสริมการพัฒนาของไทยเป็นอย่างมาก โดยช่วงที่มาเยือนประเทศไทย ได้เห็นเรือพาณิชย์วิ่งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาจำนวนมาก ทำให้คิดว่าหากทางการไทย-จีนร่วมมือกัน จะเปรียบเสมือนเป็นเรือใหญ่ วิ่งเร็ว วิ่งไกลอย่างมั่นคง ซึ่งในอนาคตจะต้องวิ่งให้เร็วเหมือนเรือหางยาวอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหลี่ เค่อเฉียง กล่าวด้วยว่า ขอแสดงความยินดีกับไทยอีกครั้งที่ประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 เรามั่นใจว่าปีหน้า RCEP จะประกาศข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ และคิดว่าบอลที่เตะเข้าประตูไปแล้วจะเปิดกว้างไปสู่ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายหลี่กล่าวอีกว่า &amp;quot;จีนยังคงแสวงหาความร่วมมือกับไทยต่อไป สร้างมิตรภาพระหว่างกันให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น เราจะเคารพบทบาทการเป็นศูนย์กลางอาเซียนของไทย ซึ่งได้พูดไปตั้งแต่แรกแล้วว่าจีนกับไทยได้ร่วมพายเรือลำเดียวกัน ถือเป็นพี่น้องกัน มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นต่อกัน ต่อไปเราจะมุ่งไปข้างหน้าที่มีอนาคตกว้างไกลรออยู่ โดยอาศัยหลักการที่มีความเสมอภาคต่อกัน เป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน&amp;quot; จังหวะนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอบรับทันทีว่า &amp;ldquo;โอเค เราเป็นเรือใหญ่ที่ต้องวิ่งให้เร็วเหมือนเรือหางยาวต่อไป&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์ได้ฝากสุภาษิตให้กับนายหลี่ เค่อเฉียง ว่ามดน้อยบางครั้งก็สามารถช่วยพญาราชสีห์และพญาคชสารได้ ซึ่งนี่คือสุภาษิตไทยที่ขอฝากไว้ และอยากฟังสุภาษิตจีนบ้าง ซึ่งนายหลี่กล่าวว่า ตนได้พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าจีนกับไทยได้นั่งเรือลำเดียวกัน ซึ่งทั้งจีนและไทยมีความเหมือนกัน ถ้าดูจากประชากรและสภาพทางการเมือง การต่างประเทศก็ตรงกัน ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ เราจึงต้องมุ่งไปข้างหน้าเพื่อให้มีอนาคตที่กว้างไกลมากยิ่งขึ้น เราต้องอาศัยหลักการความเสมอภาคต่อกันเอื้อประโยชน์ต่อกัน เป็นหุ้นส่วนที่ดี และมีความเจริญก้าวหน้าด้วยกัน แม่น้ำเจ้าพระยาก็สามารถเชื่อมต่อไปถึงประเทศจีนได้ ซึ่งทั้งสองประเทศก็จะเจริญก้าวหน้าไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวตอบ &amp;ldquo;จะเป็นเรือเหล็กหรือเรือหางยาวเราก็จะไปด้วยกัน&amp;rdquo; ทั้งนี้ บรรยากาศในการแถลงข่าวเป็นไปด้วยความชื่นมื่นเป็นกันเอง มีรอยยิ้มของสองนายกฯ ต่อจากนั้นเป็นงานเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายหลี่ เค่อเฉียง ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ก่อนที่จะเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และประธานสภาผู้เเทนราษฎร พร้อมตัวเเทนจากฝ่ายค้าน รัฐบาล ส.ส.และ ส.ว. ให้การต้อนรับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย โดยนายชวนนำนายกฯ ทำความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกันนี้ได้ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 30 นาที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49615</URL_LINK>
                <HASHTAG>Prayut Chan-o-cha, ขอบคุณคนไทยเป็นเจ้าภาพที่ดี, ผู้นำไทย-จีน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191105/image_big_5dc184746f14c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
