<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>43654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Presidential Staff</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี ค.ศ.1939 ประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt มีดำริกำหนดให้มีคณะทำงานเพื่อบริหารภาพลักษณ์และชื่อเสียง เพื่อให้รัฐบาลเป็นที่ยอมรับของประชาชน และทำงานอยู่ภายใต้บรรยากาศที่เป็นบวก เอื้ออำนวยให้รัฐบาลสามารถพัฒนาประเทศได้อย่างราบรื่น ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากประชาชน ทำให้โครงการและนโยบายต่างๆ ที่เป็นสาระในการทำงานของรัฐบาลสามารถดำเนินไปได้ท่ามกลางการยอมรับของประชาชน ควบคุมกระแสและความเคลื่อนไหวของข่าวสาร วางยุทธศาสตร์ในการสื่อสารให้รัฐบาลเพื่อให้ประชาชนเข้าใจและยอมรับการทำงานของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยงานนี้เป็นฝ่ายยุทธศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังการแก้ปัญหาต่างๆ กำจัดความขัดแย้งทางความคิด จัดการกับข้อถกเถียงเกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคกับการทำงานของรัฐบาล ทำหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์เกี่ยวกับประเด็นปัญหาต่างๆ แล้วให้คำแนะนำกับฝ่ายบริหาร (หมายถึงรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ) ว่าควรจะแสดงจุดยืนอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นขัดแย้งดังกล่าวนั้น และจะวางยุทธศาสตร์ในการสื่อสารเพื่อแสดงจุดยืนอย่างไรให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน และให้ประเด็นถกเถียงดังกล่าวนั้นมีบทสรุปที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานเพื่อพัฒนาประเทศของรัฐบาล หน้าที่หลักก็คือการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่จะทำให้ประชาชนเข้าใจและยอมรับการทำงานของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการออกกฎหมาย การกำหนดนโยบาย การมีโครงการ การแต่งตั้งคนทำงาน และการใช้งบประมาณต่างๆ ให้ประชาชนมองว่าเป็นการทำงานที่มีความชอบธรรม เป็นการทำหน้าที่ตามกฎหมาย และทำงานเพื่อการพัฒนาประเทศให้เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ปล่อยให้การทำงานของรัฐบาลเป็นเป้านิ่งให้ฝ่ายตรงกันข้ามทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยงานนี้มีการพัฒนาเรื่อยมาในฐานะเป็นผู้ช่วยรัฐบาล หัวหน้าคณะเป็นพนักงานทางการเมืองที่ประธานาธิบดีแต่งตั้งโดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาใดๆ เป็นตำแหน่งที่เกิดขึ้นตามความพอใจของหัวหน้ารัฐบาล ดังนั้นบางช่วงบางเวลาประธานาธิบดีอาจจะไม่ได้ตั้งคนเข้ามาทำหน้าที่นี้ อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี ค.ศ.1979 เป็นต้นมา ประธานาธิบดีของสหรัฐเห็นความจำเป็นต้องมีคณะนี้ จึงมีการแต่งตั้งคณะทำงานคณะนี้มาตลอด วางยุทธศาสตร์ในการสร้างบรรยากาศที่เป็นบวก เอื้อต่อการทำงานของรัฐบาลไม่ให้มีอุปสรรคจากฝ่ายตรงกันข้าม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของยุทธศาสตร์การสื่อสาร ในแต่ละสมัยหัวหน้าคณะทำงานดังกล่าวนี้มีการเปลี่ยนก่อนหมดสมัยของประธานาธิบดี เพราะถ้าหากหัวหน้าคณะที่ทำหน้าที่เป็นนักยุทธศาสตร์ดังกล่าว ไม่สามารถทำให้บรรยากาศในการพัฒนาประเทศของประธานาธิบดีเป็นไปอย่างราบรื่น ตกเป็นเบี้ยล่างของฝ่ายตรงกันข้าม ทำสงครามข่าวสารสู้ฝ่ายตรงกันข้ามไม่ได้ ก็จำเป็นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เพราะสมัยนี้เป็นยุคสังคมข่าวสารที่นักการเมืองฝ่ายต่างๆ ใช้ข่าวสารเป็นอาวุธ (Weaponization of information โดยเฉพาะตอนนี้ที่รุนแรงอย่างน่ากลัวก็คือ Weaponization of Social Media หรือสงครามข่าวบนพื้นที่สื่อสังคมออนไลน์) ในการต่อสู้กัน ภ้าหากคนที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะ Presidential Staff วางยุทธศาสตร์การทำสงครามข่าวารไม่ดีพอ ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; Presidential Staff ทำหน้าที่ไม่เหมือนกองโฆษกที่เรียกว่า Press Secretary เพราะกองโฆษกจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับการทำงานและกิจกรรมต่างๆ ของรัฐบาลแล้วรายงานให้ประชาชนทราบ เป็นสิ่งที่ปฏิบัติกันตามธรรมเนียม ไม่มียุทธศาสตร์ใดๆ ในการทำสงครามข่าวสาร เป็นเพียงการทำงาน &amp;ldquo;รายวัน&amp;rdquo; ที่จำเป็นต้องทำ ทำหน้าที่ปฏิสัมพันธ์กับสื่อมวลชน เป็นหน่วยงานเบื้องหน้า ในขณะที่ Presidential Staff เป็นหน่วยงานวางยุทธศาสตร์อยู่เบื้อหลัง คณะทำงานไม่จำเป็นต้องเป็นที่รู้จักของสังคม ในขณะที่คนทำงานในกองโฆษกจะต้องเป็นที่รู้จักของสังคม และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อสารมวลชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หากมีเรื่องใดที่ประชาชนควรรู้ แต่ไม่รู้เป็นความผิดของกองโฆษก การนำเสนอข่าวสาร ถ้าหากใช้คำผิด ประโยคผิด พูดแล้วประชาชนไม่เข้าใจ ไม่พอใจ ก็เป็นความผิดของกองโฆษก (Press secretary) แต่หากรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำการทำสงครามข่าวสาร ทำให้ฝ่ายตรงกันข้ามนำเสนอข่าวสารได้มากกว่า ได้ดีกว่า ได้น่าเชื่อถือมากกว่า ด้วยวิธีการที่ดีกว่า ด้วยยุทธศาสตร์ที่เหนือกว่า ก็จะเป็นความผิดของคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์สงครามข่าวสาร (Presidential Staff) เมื่อสองหน่วยงานนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน กล่าวคือ (1) Press Secretary เป็นกองหน้า แต่ Presidential Staff เป็นกองหลัง (2) Press Secretary ทำหน้าที่รายงาน แต่ Presidential Staff ทำหน้าที่วางยุทธศาสตร์สงครามข่าวสาร (3) Press Secretary ต้องสร้างสัมพันธ์กับสื่อมวลชนเพราะต้องรายงานข่าวต่อหน้าสื่อมวลชน แต่ Presidential Staff ไม่จำเป็นต้องสร้างสัมพันธ์กับสื่อมวลชนและไม่จำเป็นต้องให้ใครรู้จัก (4) Press Secretary จะต้องมีทั้งไหวพริบและบุคลิกที่ดี สง่างาม น่าเชื่อถือ มึความสามารถในการสื่อสาร การแสดงออก แต่ Presidential Staff จะต้องเป็นนักยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน หน้าตาไม่มีความสำคัญใดๆ จากความแตกต่างที่ชัดเจนดังกล่าวนั้น ถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลของไทยควรจะมี Prime Minister Staff ที่ทำหน้าที่วางยุทธศาสตร์การทำสงครามข่าวสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์ชื่อเสียงให้รัฐบาล และสร่างบรรยากาศที่เป็นบวก เอื้ออำนวยให้รัฐบาลทำงานท่ามกลางการยอมรับ การสนับสนุน และการร่วมมือของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เรื่องทั้งหมดนี้จะอาศัยการทำงานของฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เป็นข้าราชการประจำก็คงจะยาก เพราะพวกเขาจะต้องทำงานเป็นกลาง ไม่อาจจะทำงานในลักษณะของการทำสงครามกับฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล คณะทำงาน Prime Minister Staff จะต้องเป็นพนักงานทางการเมืองที่เป็นคนทำงานเบื้องหลังในการวางยุทธศาสตร์ ไม่ใช่คนทำงานเบื้องหน้าที่เป็นการรายงานความเคลื่อนไหวและการทำงานของรัฐบาลเป็นกิจวัตรประจำวันเท่านั้น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43654</URL_LINK>
                <HASHTAG>Presidential Staff, คิดเหนือกระแส, ดร.เสรี วงษ์มณฑา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a37689e30db2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
