<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2018 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2018 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.โอดบาทอ่อนฉุดกำไรครึ่งปีแรกตก 6%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;PTTEP โอดผลกำไรครึ่งแรกปี 61 หด 6% ทำได้ 1.98 หมื่นล้านบาท ชี้เป็นผลจากค่าใช้จ่ายทางภาษี-ค่าเงินบาทอ่อน ตัวแต่ยังย้ำรายได้โตรับผลจากการเติบโตของปริมาณการขายและราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น พร้อมพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1.75 บาทต่อหุ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยผลประกอบการในครึ่งแรกของปี 2561 มีกำไรสุทธิ 16,971 ล้านบาท ลดลงประมาณ 6% จาก ช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 19,820 ล้านบาท เนื่องจากมีขาดทุนจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติรวม 3,410 ล้านบาท โดยหลักเป็นการขาดทุนและค่าใช้จ่ายทางภาษีจากการอ่อนตัวของค่าเงินบาทระหว่างงวด และขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่กระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปตท.สผ. มีรายได้รวมในครึ่งปีแรก จำนวน 81,343 &amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 73,693 ล้านบาท ตามราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่ปรับตัวสูง และปริมาณขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 297,999 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จาก 292,709 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ในส่วนของต้นทุนต่อหน่วย สำหรับครึ่งปีแรกปรับตัวขึ้นจาก 28.29 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ มาอยู่ที่ 30.37 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7% เป็นผลของค่าภาคหลวงที่สูงขึ้นตามรายได้และการปรับตัวของค่าเสื่อมจากการรับรู้สินทรัพย์ที่พร้อมใช้งานของโครงการคอนแทร็ค 4 และโครงการเอส 1&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากผลประกอบการดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2561 ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานของ ปตท.สผ. งวด 6 เดือนแรกปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 1.75 บาท สอดคล้องกับนโยบายการให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอแก่ผู้ถือหุ้น โดย ปตท.สผ. กำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 9 ส.ค. 2561และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 ส.ค. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ปตท.สผ. ยังเน้นดำเนินธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ 3R (Reset-Refocus-Renew) โดยในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ได้มีความคืบหน้าจากการดำเนินการตามกลยุทธ์ Refocus โดยการเข้าซื้อสัดส่วนในโครงการบงกชจากบริษัทในเครือของกลุ่มเชลล์แล้วเสร็จ ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีสัดส่วนการถือสัดส่วนในโครงการบงกชเพิ่มขึ้นเป็น 66.6667% และปริมาณการขายเพิ่มขึ้นประมาณ 35,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปตท.สผ. มองหาโอกาสและปรับแผนการลงทุนอยู่เสมอ สะท้อนผ่านการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา จากการเข้าซื้อสัดส่วน 22.2222% ในแหล่งบงกช ล่าสุดในเดือนก.ค.ได้อนุมัติขายสัดส่วนการลงทุนทั้งหมดในแหล่งมอนทารา พร้อมทั้งเดินหน้าประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุสัมปทานทั้งแหล่งบงกชและเอราวัณ โดย ปตท.สผ. ให้ความสำคัญกับการลงทุนและความพยายามที่จะเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีความชำนาญและความเสี่ยงตํ่า โดยหลักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลางเพื่อสร้างความเติบโตทั้งในเรื่องของปริมาณขายและปริมาณสำรอง &amp;rdquo;นายสมพร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14201</URL_LINK>
                <HASHTAG>PTTEP, กำไรครึ่งปี, ค่าเงินบาท, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), สมพร ว่องวุฒิพรชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3c8d5332a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7684</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ. ประกาศพร้อมประมูล แหล่งบงกช-เอราวัณ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.สผ. ประกาศพร้อมประมูล แหล่งบงกช-เอราวัณ หลังที่ประชุม กพช. มีมติรับทราบการเปิดประมูล เผยร่วมกับผู้ร่วมทุนรายเดิม &amp;quot;โททาล อีแอนด์ พี ไทยแลนด์ &amp;quot;
&amp;nbsp;
24เม.ย. 61- &amp;nbsp;นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยภายหลังจากที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2561 ได้รับทราบการดำเนินงานของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในการเปิดประมูลแหล่งก๊าซธรรมชาติบงกชและเอราวัณว่า ปตท.สผ. ยินดีที่ภาครัฐเล็งเห็นถึงความสำคัญของความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซจากทั้ง 2 แหล่งที่จะหมดอายุสัมปทาน เนื่องจากทั้ง 2 แหล่งมีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ด้านพลังงานของประเทศไทย โดยมีปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติรวมกันคิดเป็นร้อยละ 60 ของปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ในฐานะที่ ปตท.สผ. ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้เป็นตัวแทนของรัฐในการดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และมีภารกิจหลักในการสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ปตท.สผ. จึงจะเข้าร่วมในการประมูลครั้งนี้อย่างแน่นอน &amp;nbsp;โดยมั่นใจว่าประสบการณ์และความชำนาญในการสำรวจ พัฒนาและผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งบงกชซึ่ง ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการมาถึง 20 ปี ทำให้บริษัทมีความเข้าใจลักษณะทางธรณีวิทยาของแหล่งเป็นอย่างดี รวมถึงมีการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดต้นทุนมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีต้นทุนที่แข่งขันได้ และหาก ปตท.สผ. ได้รับเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการต่อ จะสามารถสร้างความต่อเนื่องในการผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่มีการหยุดชะงักในการผลิต รวมทั้งสามารถสร้างผลประโยชน์ให้กับภาครัฐได้มากกว่า&amp;quot;นายสมพร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การประมูลในแหล่งบงกช บริษัทมีแผนจะเข้าประมูลร่วมกับผู้ร่วมทุนรายเดิม คือบริษัท โททาล อีแอนด์ พี ไทยแลนด์ เนื่องจากเป็นพันธมิตรในการลงทุนที่ดี สามารถใช้ความรู้และเทคโนโลยีที่มีร่วมกันในการพัฒนาแหล่งบงกชได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับแหล่งเอราวัณ ปตท.สผ. มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากเดิม โดยอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ดำเนินการปัจจุบัน (เชฟรอน) และเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าร่วมประมูลในกรณีที่ไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลักเกณฑ์ TOR ที่ภาครัฐเตรียมจะออกประกาศเชิญชวนประมูลนั้น ปตท.สผ. ขอดูในรายละเอียดต่อไป โดยเชื่อมั่นว่าภาครัฐจะพิจารณาจากการสร้างผลประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ประเทศเป็นหลัก และเชื่อว่าภาครัฐสามารถรักษาสมดุลโดยพิจารณาองค์ประกอบหลาย ๆ ด้าน เพื่อดึงดูดให้บริษัทน้ำมันเข้าร่วมการประมูล และสามารถคัดเลือกผู้ชนะการประมูลที่มีศักยภาพ เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางพลังงานให้แก่ประเทศ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7684</URL_LINK>
                <HASHTAG>PTTEP, กพช., บงกช, ปตท.สผ., ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม, สมพร ว่องวุฒิพรชัย, เชฟรอน, เอราวัณ, โททาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5addc4d0ed44b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
