<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Quad-AUKUS: อาวุธ มะกันสกัดจีนด้านความมั่นคง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจ ไบเดนนัดหมายผู้นำ Quad หรือ &amp;ldquo;จตุภาคี&amp;rdquo; ที่ทำเนียบขาว วันที่ &amp;nbsp;24 กันยายนนี้แบบตัวเป็นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นหนึ่งสัปดาห์ก็เปิดตัว AUKUS สามประเทศ เพื่อประกาศแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีให้ออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำขับเคลื่อนด้วยนิวเคลียร์เองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองความเคลื่อนไหวล่าสุดคือความพยายามที่จะสกัดอิทธิพลจีนอย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;Quad (Quadrilateral Security Dialogue) สี่ชาติ คือ สหรัฐฯ, &amp;nbsp;ออสเตรเลีย, อินเดีย และญี่ปุ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;AUKUS คือ 3 ประเทศ นั่นคือ สหรัฐฯ, ออสเตรเลีย และอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือการรุกคืบการสร้างพันธมิตรทางด้านความมั่นคงของไบเดนอย่างไม่ลดละ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนตอบโต้ทันทีด้วยการประกาศว่านี่คือ &amp;ldquo;ซากเดนของสงครามเย็น&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเป็นความพยายามที่จะหาเรื่องจีนอย่างไร้เหตุผล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจะยกระดับความตึงเครียดของบรรยากาศทางการเมืองในภูมิภาคนี้อย่างไม่รับผิดชอบของวอชิงตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงของสามชาติที่จะแบ่งปันเทคโนโลยีความมั่นคง รวมถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกได้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้นยังจะถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านสมองกลอัจฉริยะ &amp;nbsp;เทคโนโลยีควอนตัม และเทคโนโลยีไซเบอร์อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสามประเทศไม่ปิดบังอำพรางว่าที่ต้องเคลื่อนไหวอย่างนี้ เพราะกังวลอำนาจทางเศรษฐกิจ การเมือง และการทหารของจีนที่เพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันฝรั่งเศสก็แสดงอาการไม่พอใจอย่างมาก ถึงกับเรียกทูตของตนประจำสหรัฐฯ และออสเตรเลียกลับบ้าน เป็นการประท้วงที่มีข้อตกลงเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสกล่าวหาว่าออสเตรเลียเบี้ยวข้อตกลง และการกระทำของ 3 &amp;nbsp;ชาตินี้เป็นการ &amp;ldquo;แทงข้างหลัง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะตั้งแต่ปี 2016 รัฐบาลฝรั่งเศสตกลงสร้างเรือดำน้ำ 12 ลำให้ออสเตรเลีย รวมมูลค่ากว่า 1.2 ล้านล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นถือเป็นสัญญาสั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ครั้งใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่โครงการนี้เกิดปัญหาความล่าช้าเพราะขาดแคลนวัตถุดิบ ทำให้ออสเตรเลียยกเลิกสัญญา แต่ไม่ได้แจ้งหรือเจรจาอย่างเป็นทางการจนมีการแถลงข่าวกับสหรัฐฯ และอังกฤษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝรั่งเศสเต้นผาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสงสัยว่าที่ออสเตรเลียยกเลิกสัญญานั้นเพราะแอบไปทำข้อตกลง AUKUS เอาไว้ก่อน แต่เก็บเป็นความลับเอาไว้จนนาทีสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงแบ่งปันเทคโนโลยีนี้ ทำให้ออสเตรเลียจะกลายเป็นประเทศที่ 2 นอกจากอังกฤษที่อเมริกายอมถ่ายทอดเทคโนโลยีนิวเคลียร์ให้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรือดำน้ำที่อเมริกาจะช่วยสร้างนี้จะสร้างที่เมืองแอดิเลด (Adelaide) ด้วยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดจากทั้งสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งกว่านั้นกองทัพเรือออสเตรเลียจะพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกล รวมถึงขีปนาวุธร่อน Tomahawk ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีข้อตกลงนี้ก็จะทำให้ออสเตรเลียกลายเป็นประเทศที่ 7 ของโลกที่มีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ตามหลังสหรัฐฯ, สหราชอาณาจักร, &amp;nbsp;ฝรั่งเศส, จีน, อินเดีย และรัสเซีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันนออกแถลงการณ์โต้ฉับพลัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอกว่าไม่ควรที่จะมีการสร้างกลุ่มใดๆ เพื่อกีดกันชาติอื่นเช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ้าว หลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน บอกนักข่าวว่า การเคลื่อนไหวเช่นนี้ทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งที่จะทำลายสันติภาพภายในภูมิภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทำให้การแข่งขันสะสมอาวุธระหว่างประเทศเข้มข้นยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่านี่เป็นแนวคิดที่ &amp;quot;หลงเหลือมาจากสงครามเย็น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อของรัฐบาลจีนออกบทบรรณาธิการโจมตีออสเตรเลีย ว่ากำลังเปลี่ยนตัวเองเป็นปรปักษ์กับจีนทั้งที่เป็นคู่ค้ารายใหญ่ของกันและกันมาโดยตลอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันนี้ประเทศที่มีเรือดำน้ำนิวเคลียร์มากที่สุดคือสหรัฐอเมริกา 68 &amp;nbsp;ลำ รองลงมาคือรัสเซีย 29 ลำ, จีน 12 ลำ, สหราชอาณาจักร 11 ลำ, &amp;nbsp;ฝรั่งเศส 8 ลำ, อินเดีย 1 ลำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อมีทั้ง Quad และ AUKUS ก็เท่ากับว่าสหรัฐฯ กำลังยกระดับของการจัดทัพใหม่ในอินโด-แปซิฟิกเพื่อเผชิญหน้ากับจีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เห็นได้ชัดก็คือ ทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างก็พยายามจะเหยียบเท้ากันและกันในภูมิภาคอย่างเด่นชัดมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่างฝ่ายต่างก็ชักชวนให้อาเซียนเป็นพวกและไม่ให้คบหาอีกด้านหนึ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวด้านการเมืองและความมั่นคงเป็นเพียงมิติเดียวของการปรับ &amp;ldquo;ดุลถ่วงอำนาจ&amp;rdquo; (balance of power) ในโครงสร้างแห่งภูมิรัฐศาสตร์ของย่านนี้เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังมีด้านเศรษฐกิจที่จีนก็รุกคืบด้วยการสมัครเข้า CPTPP เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะเท่ากับว่าสี จิ้นผิงได้ &amp;ldquo;ตัดหน้า&amp;rdquo; โจ ไบเดน ในการเข้ามาสวมบทบาท &amp;ldquo;พี่เบิ้ม&amp;rdquo; ในกลุ่มการค้าเสรีที่ใหญ่เคียงคู่กับ RCEP ที่ไทยเราร่วมเป็นสมาชิกอยู่ด้วย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(พรุ่งนี้: เมื่อมังกรยักษ์เหยียบเรือสองแคมของเขตการค้าเสรีใหญ่ระดับโลก)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117328</URL_LINK>
                <HASHTAG>Quad-AUKUS: อาวุธ มะกันสกัดจีนด้านความมั่นคง, กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
