<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 08:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 08:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;หมอธีระ&#039;หวั่นระบบการตรวจคัดกรองโรค&#039;Rapid antigen test&#039;อาจเกิดผลกระทบหลายเรื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64-นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กรายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้
ทะลุ 193 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว ภาพรวมของโลกมีทั้งจำนวนติดเชื้อและจำนวนเสียชีวิตในแต่ละวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 537,918 คน รวมแล้วตอนนี้ 193,342,517 คน ตายเพิ่มอีก 8,451 คน ยอดตายรวม 4,150,472 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา บราซิล อินโดนีเซีย สหราชอาณาจักร และอินเดีย
อเมริกา เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 54,344 คน รวม 35,204,382 คน ตายเพิ่ม 349 คน ยอดเสียชีวิตรวม 626,156 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่ม 34,865 คน รวม 31,291,704 คน ตายเพิ่ม 481 คน ยอดเสียชีวิตรวม 419,502 คน อัตราตาย 1.3%
บราซิล ติดเพิ่ม 49,603 คน รวม 19,524,092 คน ตายเพิ่มถึง 1,444 คน ยอดเสียชีวิตรวม 547,134 คน อัตราตาย 2.8%
รัสเซีย ติดเพิ่ม 24,471 คน รวม 6,054,711 คน ตายเพิ่ม 796 คน ยอดเสียชีวิตรวม 151,501 คน อัตราตาย 2.5%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 21,909 คน ยอดรวม 5,933,510 คน ตายเพิ่ม 11 คน ยอดเสียชีวิตรวม 111,565 คน อัตราตาย 1.9%
อันดับ 6-10 เป็น สหราชอาณาจักร ตุรกี อาร์เจนติน่า โคลอมเบีย และอิตาลี ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น
คาดว่าสเปนอาจแซงอิตาลีขึ้นมาเป็นอันดับ 10 ในอีกราว 2-3 วัน เนื่องจากช่วงนี้กลับมาติดเชื้อเพิ่มหลายหมื่นคนต่อวันอย่างต่อเนื่อง
แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชีย และยุโรปที่ทวีความรุนแรงขึ้น
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน อิรักกำลังเผชิญระลอกสามที่หนักกว่าเดิม ในขณะที่อิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;
กัมพูชา ลาว สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และไต้หวัน ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และนิวซีแลนด์ ติดน้อยกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
...วิเคราะห์สถานการณ์โลก
จำนวนติดเชื้อต่อวันเมื่อวานนี้ มาจากทวีปเอเชีย 37.63%, ทวีปยุโรป 26.6%, ทวีปอเมริกาเหนือ 15.54%, ทวีปอเมริกาใต้ 14.9%, ที่เหลือมาจากทวีปแอฟริกาและโอเชียเนีย 5.29%
จะเห็นได้ว่าตอนนี้รุนแรงชัดเจนในเอเชียและยุโรป ส่วนอเมริกานั้นตอนนี้มีจำนวนติดเชื้อเพิ่มขึ้นเร็ว เพราะระบาดหนักในกลุ่มคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน มักอยู่แถบมลรัฐทางใต้ ซึ่งมีอัตราการฉีดวัคซีนเฉลี่ยต่ำกว่าพื้นที่อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำหรับสถานการณ์ของไทย
ตอนนี้มีจำนวนผู้ป่วยรุนแรงและวิกฤติสูงที่สุดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีจำนวนการติดเชื้อต่อวันของเมื่อวานสูงเป็นอันดับ 2 รองจากอินโดนีเซีย
หากพิจารณาสถานะปัจจุบัน จะพบว่า มาตรการล็อคเฉพาะกลุ่มจังหวัดนั้นมีโอกาสได้ผลน้อยสำหรับสถานการณ์ระบาดรุนแรง กระจายไปทั่วประเทศ ดังที่เห็นได้จากจำนวนจังหวัดสีแดง สีส้ม สีเหลือง ขยายมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากที่ทบทวนบทเรียนของต่างประเทศที่ผ่านมา ยังไม่เห็นประเทศใดที่จะดำเนินมาตรการนี้แล้วจะเพียงพอในการจัดการการระบาดได้ มักต้องลงท้ายด้วยการทำ Full national lockdown ซึ่งหากทำในระยะที่ช้าเกินไป ก็จะต้องทำการล็อคยาวนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะเดียวกัน ระบบการตรวจคัดกรองโรคของเราตอนนี้ ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แม้จะนำวิธี Rapid antigen test มาใช้ แต่แนวทางการปฏิบัตินั้นดูจะยังมีปัญหา และอาจก่อให้เกิดผลกระทบได้หลายเรื่อง เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง โอกาสเกิดผลลบปลอม เพราะความไวต่ำกว่าวิธีมาตรฐาน RT-PCR ซึ่งอาจทำให้คนที่ติดเชื้ออยู่แต่ตรวจแล้วได้ผลลบเข้าใจผิดหรือปฏิบัติตัวโดยไม่ระวัง จนอาจแพร่ให้คนใกล้ชิดได้ จึงต้องระวังมากๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง การออกแนวทางปฏิบัติล่าสุด ที่ให้คนตรวจ Rapid antigen test แล้วได้ผลบวก แต่ไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ให้กักตัวที่บ้านไปเลย โดยไม่ต้องไปตรวจด้วย RT-PCR ซึ่งแนวทางปฏิบัตินี้ อาจทำให้เกิดข้อสงสัยว่า การที่ตรวจเองแล้วได้ผลบวก จะทำการแจ้งเข้าสู่ระบบการนับจำนวนผู้ติดเชื้อเพื่อรายงานประจำวันของประเทศหรือไม่? ทำอย่างไรไม่ให้ตกหล่น? มิฉะนั้นจะเกิดปัญหา under report คือจำนวนติดเชื้อที่รายงานแบบทางการนั้นจะต่ำกว่าความเป็นจริง
ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่า โอกาสเกิดผลบวกปลอมนั้นแม้เกิดได้ แต่น้อย เนื่องจากหากดูข้อมูลต่างประเทศ ชุดตรวจ Rapid antigen test ที่ได้มาตรฐานมักยังมีความจำเพาะสูงใกล้เคียงกับวิธี RT-PCR โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากใช้อย่างถูกต้องและใช้ในยามที่มีการระบาดมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม จากข้อสองนั้น ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอีกประการคือ หากไม่สามารถรวมเข้าสู่ระบบรายงานประจำวันได้ เคสติดเชื้อเหล่านั้น ซึ่งจะมีจำนวนไม่น้อยที่อาจเปลี่ยนเป็นมีอาการรุนแรง และก็จะจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาในที่สุด และจะมาโดยคาดการณ์จังหวะเวลาและจำนวนไม่ได้ เพราะไม่ทราบจำนวนตั้งต้น หากเป็นเช่นที่กล่าวมา นั่นหมายถึงแนวปฏิบัติที่แนะนำให้ทำนั้นเป็นเพียงกระบวนการที่เพิ่มขึ้นมา เผื่อหน่วงเวลาเข้าสู่ระบบ และอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงและผลกระทบ ทั้งต่อผู้ติดเชื้อ ครอบครัว สังคม และบุคลากรทางการแพทย์ในระบบสาธารณสุข
ความท้าทายจึงอยู่ที่ การหาทางทำให้เกิดความสะดวกในการรายงานผลการตรวจของประชาชนเข้าสู่จำนวนการติดเชื้อประจำวันที่รายงานให้ได้อย่างครบถ้วน โดยจะจำแนกตามวิธีการตรวจให้เห็นอย่างชัดเจน
สำหรับเรื่องระบบการดูแลรักษา ประเมินในแง่มุมใด ก็ยังพบว่าไม่มีทางที่จะสร้างเพิ่มเพื่อรองรับปริมาณการระบาดหนักขนาดนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นสิ่งที่ศบค.ควรพิจารณาทำ ยังยืนยันเช่นเดิมคือ
1. ชะลอนโยบายเปิดเกาะ เปิดประเทศ
2. ปรับเปลี่ยนกลไกนโยบายและวิชาการ
3. Full national lockdown 4 สัปดาห์ โดยต้องเตรียมระบบสนับสนุนช่วยเหลือเยียวยาประชาชนอย่างรอบคอบ
4. ปูพรมตรวจ โดยจัดทั้งบริการตรวจที่รพ.อย่างเต็มศักยภาพ บริการจุดตรวจนอกสถานที่ บริการตรวจโดยรถเคลื่อนที่ บริการตรวจแบบ knock the door and do the test และการตรวจด้วย Rapid antigen test ด้วยตนเองโดยมีจุดแจกจ่ายชุดตรวจโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย พร้อมระบบรายงานผลหรือรวบรวมผลการตรวจไม่ให้ตกหล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การฝากความหวังไว้กับการฉีดวัคซีน เพื่อจะตัดวงจรการระบาดนั้น ไม่ใช่หนทางที่จะฝากความหวังไว้ได้ในระยะสั้น และมักต้องใช้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงที่ได้รับการพิสูจน์ตามกระบวนการมาตรฐานสากล จึงจะมีโอกาสสำเร็จ
ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตัดวงจรการระบาดด้วยมาตรการทางสาธารณสุขที่ถูกต้องและต้องทำให้ทันเวลา
สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ป้องกันตัวเองและครอบครัวอย่างเต็มที่ มุ่งเป้าอย่าให้เราติดเชื้อ
ใส่หน้ากากนะครับ สำคัญมาก สองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110787</URL_LINK>
                <HASHTAG>Rapid Antigen Test, ธีระ วรธนารัตน์, มาตรการล็อกดาวน์, สถานการณ์ผู้ป่วยโควิดรายวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60efa8328cc03.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ชุดตรวจใช้แล้ว ทิ้งไม่ถูกแพร่โควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปชช.แห่ซื้อชุดตรวจโควิดด้วยตัวเอง คพ.ห่วงทิ้ง Rapid Antigen Test ใช้แล้วไม่ถูกวิธี ย้ำต้องแยกใส่ถุงพลาสติก พ่นแอลกอฮอล์ และนำไปทิ้งถังส้มจุดรับขยะติดเชื้อ ห้ามปนเปื้อนขยะทั่วไป วอนช่วยกันเพื่อความปลอดภัยสุขภาพ ป้องกันแพร่เชื้อโควิด-19
วันที่ 20 ก.ค. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) มีการแพร่ระบาดในประเทศไทย ขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้น และกระทรวงสาธารณสุขอนุมัติให้โรงพยาบาลทุกแห่งและประชาชนสามารถใช้หรือซื้อชุดตรวจหาแอนติเจนด้วยตัวเอง หรือ Rapid Antigen Test ไปใช้ตรวจโควิดได้ด้วยตนเอง โดยมีคู่มือแนะนำการใช้มอบให้ และจะดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย&amp;nbsp; คพ.ได้จัดทำข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับประชาชนในการทิ้งชุดทดสอบแอนติเจน และขอเน้นย้ำจัดการหน้ากากอนามัยใช้แล้วในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกที่ 4 เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน พนักงานเก็บขนขยะและสิ่งแวดล้อม
นายอรรถพลกล่าวว่า การทิ้งชุดทดสอบแอนติเจนที่ใช้แล้ว มีข้อแนะนำขอให้ปฏิบัติตาม ดังนี้ 1.แยกชุดทดสอบแอนติเจนที่ใช้แล้วใส่ถุงพลาสติก ระบุข้อความว่าเป็นขยะติดเชื้อให้ชัดเจน 2.ราดหรือฉีดด้วยแอลกอฮอล์/น้ำยาฆ่าเชื้อโรค/สารฟอกขาว เพื่อฆ่าเชื้อโรค ปิดถุงให้สนิท และ 3.นำไปทิ้งโดยทิ้งแยกจากขยะทั่วไป เพื่อรอนำไปกำจัดอย่างถูกต้องต่อไป สำหรับการทิ้งหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วขอให้ปฏิบัติตาม ดังนี้ 1.ถอดหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วโดยไม่สัมผัสกับด้านใน 2.ม้วนให้ส่วนที่สัมผัสกับปากอยู่ด้านใน พันสายรัดให้แน่น 3.ใส่ถุงพลาสติกมัดให้แน่นระบุข้อความว่าเป็นขยะติดเชื้อให้ชัดเจน และ 4.นำไปทิ้งแยกจากขยะทั่วไปหรือทิ้งในจุดรับทิ้งขยะติดเชื้อ เพื่อลดการปนเปื้อนกับขยะทั่วไป
&amp;ldquo;กรมควบคุมมลพิษต้องขอความร่วมมือจากประชาชนอย่าลืมแยกและทิ้งชุดทดสอบแอนติเจนที่ใช้แล้วและหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ให้ถูกที่ ถูกวิธี เพื่อสามารถนำไปกำจัดให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ ลดปัญหาขยะ ป้องกันการแพร่เชื้อ covid-19 และขอให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาอยู่ที่สาธารณะ รวมถึงขณะพูดคุย หมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือเป็นประจำ และปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันและดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด เพื่อสุขภาพอนามัยที่ดีและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกคน&amp;rdquo; นายอรรถพลกล่าว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110476</URL_LINK>
                <HASHTAG>Rapid Antigen Test, ชุดตรวจโควิด, ชุดตรวจโควิด-19, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, ใช้แล้วไม่ถูกวิธี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200326/image_big_5e7cc50a7174d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2021 17:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 17:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สปสช. ลุยตรวจโควิดผ่าน Rapid Antigen Test รู้ผลใน 30 นาที วันละ 10,000-12,000 ราย เริ่ม 12 ก.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
11ก.ค.64- นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์โรคโควิด-19 ที่ระบาดหนักจนมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ขณะเดียวกันก็มีประชาชนที่ต้องการเข้ารับการตรวจหาเชื้อเป็นจำนวนมากด้วยเช่นกัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบให้ สปสช.ประสานกับสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) และคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 เชิงรุกกระจายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 ก.ค. 2564 เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าตรวจให้ได้วันละ 10,000-12,000 คน เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการประมาณ 1-2 สัปดาห์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวว่า การตรวจหาเชื้อดังกล่าว จะใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test ที่ขึ้นทะเบียนแบบใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (Professional Use) ซึ่งจะทราบผลตรวจภายใน 30 นาที โดยหากปรากฎว่าผลตรวจเป็นบวกหรือติดเชื้อก็จะเข้าสู่กระบวนการรักษา อย่างไรก็ดี เนื่องจากขณะนี้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากและเตียงในโรงพยาบาลใน กทม. ก็ใช้งานจนเต็มแล้ว ดังนั้นกรมการแพทย์จึงได้วางแนวทางให้รักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) หรือในชุมชน (Community Isolation) &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอย้ำว่าเราไม่ได้ทอดทิ้งให้ท่านกลับไปอยู่บ้านเฉยๆ เราได้ออกแบบระบบรองรับไว้แล้ว โดยให้คลินิกชุมชนอบอุ่น ในพื้นที่ที่ท่านพักอาศัยคอยติดตามดูแลสุขภาพของท่าน หากไม่สามารถดูแลที่บ้านได้เนื่องจากสภาพที่อยู่อาศัยไม่พร้อมก็จะเป็นการดูแลโดยชุมชนในสถานที่ที่ชุมชนจัดไว้ เช่น ศาลาวัด หอประชุมโรงเรียน ซึ่งขณะนี้กรุงเทพมหานคร รวมถึงภาคประชาสังคมได้ดำเนินการแล้ว โดยเมื่อทราบผลว่าติดเชื้อซึ่งส่วนใหญ่การพบการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มการตรวจเชิงรุกคือผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีอาการหรือกลุ่มสีเขียว ก็จะมีการรายงานผลเข้าระบบฐานข้อมูลของ สปสช. ส่วนท่านกลับไปกักตัวที่บ้านก่อน อย่าออกไปไหน สปสช.จะจับคู่คลินิกชุมชนอบอุ่นใกล้บ้านเพื่อการดูแลให้ ซึ่งก็จะมีคลินิกชุมชนอบอุ่นติดต่อไปหาท่านภายใน 48 ชั่วโมง&amp;quot; นพ.จเด็จ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวต่อไปว่า เมื่อคลินิกชุมชนอบอุ่นติดต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 ได้แล้ว ก็จะส่งเครื่องวัดไข้และเครื่องวัดระดับออกซิเจนในเลือดไปให้ที่บ้าน รวมถึงยาฟ้าทะลายโจร โดยมีบุคลากรทางการแพทย์ของคลินิกนั้นซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ทำวิดีโอคอล หรือ Telehealth ติดตามประเมินอาการวันละ 2 ครั้งทุกวัน ขณะเดียวกันก็จะจัดส่งอาหารให้วันละ 3 มื้อ เพื่อให้ผู้ติดเชื้อสามารถกักตัวอยู่ในบ้านได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดหาอาหาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้แล้ว ในกรณีที่ผู้ป่วยอาการแย่ลงหรือเปลี่ยนเป็นผู้ป่วยในกลุ่มสีเหลืองและสีแดง คลินิกชุมชนอบอุ่นจะประสานกับโรงพยาบาลรับส่งต่อของตัวเองให้รับตัวผู้ป่วยไปรักษาในโรงพยาบาล และในกรณีที่โรงพยาบาลรับส่งต่อก็เตียงเต็มอีก ก็จะประสานสายด่วน 1330 ของ สปสช. หรือสายด่วน 1668 ของกรมการแพทย์ เพื่อหาเตียงให้ ซึ่งระหว่างที่รอเตียงอยู่ก็จะส่งยาฟาวิพิราเวียร์ไปให้ที่บ้าน เพื่อประคองอาการไปก่อนจนกว่าจะได้เตียงในโรงพยาบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จเด็จ กล่าวทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่ 80% เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว คือไม่แสดงอาการหรืออาการไม่รุนแรง ซึ่งเป็นกลุ่มที่สามารถรักษาที่บ้านได้ ขณะที่ สปสช.มีเครือข่ายคลินิกชุมชนอบอุ่นหรือหน่วยบริการปฐมภูมิอื่นในพื้นที่ กทม. 204 แห่ง แต่ละแห่งมีศักยภาพ (capacity) ดูแลผู้ป่วยได้ 200 ราย รวมแล้วสามารถดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียวที่รักษาตัวที่บ้านได้ประมาณ 40,000 ราย ซึ่งเมื่อผู้ติดเชื้อสีเขียวเข้าสู่ระบบการรักษาตัวเองที่บ้าน ก็จะทำให้มีพื้นที่เตียงว่างในโรงพยาบาลสำหรับรองรับผู้ป่วยที่อาการปานกลางและอาการรุนแรงได้มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากการจับคู่คลินิกชุมชนอบอุ่นรักษาที่บ้านหรือที่ชุมชนแล้ว กรณีผู้ติดเชื้อไม่มีอาการที่ต้องการกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาหรือต่างจังหวัด สปสช.เปิดสายด่วน 1330 ให้ประชาชนแสดงความจำนงที่จะกลับไปรักษาที่ต่างจังหวัด แล้ว สปสช.จะประสานจังหวัดและจัดรถไปส่งที่โรงพยาบาลให้ โดยค่าพาหนะเบิกจาก สปสช.ได้ตามหลักเกณฑ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จุดตรวจเชิงรุกโดยใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test ที่ขึ้นทะเบียนแบบใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (Professional Use) ที่จะเริ่มในวันจันทร์ที่ 12 ก.ค.เป็นต้นไป เวลา 8.00 น.เป็นต้นไปจนกว่าจะตรวจครบ ดังนี้ 1.สนามกีฬาธูปะเตมีย์ กองทัพอากาศ ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 2.สนามราชมังคลากีฬาสถาน (หัวหมาก) เขตบางกะปิ กทม. ซึ่งทั้ง 2 แห่งนี้ ทางสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) จะเป็นผู้ตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test ตั้งเป้าจุดละ 3,000 รายต่อวัน และ 3. ลานจอดรถชั้น 5 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถ.แจ้งวัฒนะ โดย คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะเป็นผู้ตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test (เนื่องจากวันแรกจะทดลองระบบวันละ 500 รายก่อนจะเพิ่มจนได้ตามเป้าหมายวันละ 3,000 ราย)&amp;nbsp;และในวันพุธที่ 14 ก.ค.เป็นต้นไป เวลา 8.00 น.เป็นต้นไปจนกว่าจะตรวจครบ จะเพิ่มอีก 1 จุดคือ 3,000 รายต่อวันเช่นกัน คือที่สนามฟุตบอลกองพล ปตอ. เกียกกาย เขตดุสิต กทม. สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) จะเป็นผู้ตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สปสช.มีแผนขยายการตรวจโควิด-19 เชิงรุกโดยใช้ชุดตรวจ Rapid Antigen Test ที่ขึ้นทะเบียนแบบใช้โดยผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ (Professional Use) ในคลินิกชุมชนอบอุ่นใกล้บ้านด้วย เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจได้ง่ายขึ้น ลดความแออัดที่จุดตรวจเชิงรุก และลดการรอคอย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109366</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สปสช., #โควิด19, Rapid Antigen Test, นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี, สปคม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eac773356b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 20:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 07:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อก็น่าห่วง ตรวจโควิดก็ลำบาก  วิกฤตระบาดในชุมชนวงกว้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประชาชนเป็นครอบครัวมานอนรอคิวตรวจหาเชื้อโควิดที่ตลาดมหานาค เขตดุสิต จุดที่ กทม.จัดไว้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;ระลอกใหม่ในประเทศยังพุ่งทะยานไม่หยุด การระบาดของสายพันธุ์เดลตามีความรุนแรง ตัวเลขเฉียดหลักหมื่นสองวันติดๆ &amp;nbsp;เฉพาะในกรุงเทพมหานคร พบผู้ติดเชื้อใหม่หลายพันรายทุกวัน บางวันเกือบ 5,000 ราย &amp;nbsp;ผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอกเมษายน 297,969 ราย &amp;nbsp;เฉพาะเมื่อวานนี้เสียชีวิตเพิ่มเกือบ 100 คน โควิดคร่าชีวิตคนไทยรวมแล้ว 2,625 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤตโควิดทำให้ผู้ป่วยล้นระบบบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข เตียงไม่พอ ต้องรอเตียงอยู่ที่บ้าน ผู้ป่วยโควิดหลายรายเสียชีวิตที่บ้านระหว่างรอการรักษา&amp;nbsp; ขณะที่หลายคนสิ้นหวังถึงกับคิดสั้นฆ่าตัวตายตามที่ปรากฏเป็นข่าวสะเทือนใจ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ล่าสุด ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ยกระดับการป้องกันโรคโควิด-19 สั่งเคอร์ฟิว 10 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม มีผลวันจันทร์ที่ 12 ก.ค. นี้ บังคับใช้ 14 วันหรือจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น &amp;nbsp;และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 2 เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงขึ้น การตรวจเชื้อเพื่อล็อกตัวผู้ป่วยก่อนแพร่เชื้อสำคัญ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนมาตรการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบการตรวจหาเชื้ออย่างเพียงพอ เร่งเปิดจุดตรวจหาเชื้อให้ประชาชนเข้าถึง และแยกประชาชนติดเชื้อออกจากชุมชนให้เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์แพร่ระบาดดังกล่าว ทำให้มีความต้องการใช้บริการตรวจหาเชื้อโควิดเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ &amp;nbsp;สถานที่บริการตรวจโรคโควิดไม่ทั่วถึง &amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;แม้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) จะให้ข้อมูลทุกโรงพยาบาลมีการรับตรวจเชื้อหมด แต่เน้น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่เตรียมผ่าตัด คลอดลูก ฯลฯ กลุ่มที่ 2 มีประวัติเสี่ยงสูง เดินทางพื้นที่เสี่ยง เช่น สามีติดเชื้อ แจ้งกับบุคลากรทางการแพทย์ ในฐานะเป็นกลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูง ปัจจุบัน 2 กลุ่มนี้ ทางโรงพยาบาลตรวจประมาณ 300-400 รายต่อวัน  หากคนที่วอล์กอินเดินเข้าไปขอตรวจ โดยไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง จะไม่ได้รับการตรวจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การตรวจคัดกรองเชิงรุก ช่วยสกัดการระบาดเชื้อโควิด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรุงเทพมหานครจัดหน่วยบริการตรวจเชิงรุก COVID-19 คัดกรองเชื้ออย่างต่อเนื่องตามเขตต่างๆ &amp;nbsp;&amp;nbsp;พบว่า ในกลุ่มคนวอล์กอินเข้ามาและเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง เมื่อมีการตรวจ 100 คน พบ 90 คน เป็นผลบวก ถือว่าแม่นยำ 90 เปอร์เซ็นต์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ปัญหาใหญ่ขณะนี้คนกรุงหาที่ตรวจไม่ได้ รพ.หลายแห่งปิดบริการตรวจโควิด ขณะที่ รพ.เอกชน จากเคยเปิดให้บริการ ทำ Drive-Through&amp;nbsp;ตรวจวันละหลายร้อยคน จ่ายค่าตรวจขั้นต่ำ 3,000 บาท ก็จำกัดจำนวนเหลือเพียงวันละ 50&amp;nbsp; คน เท่านั้น แถวคิวเต็มแต่เช้ามืด&amp;nbsp;เรียกว่า มีเงินก็ตรวจไม่ได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนรอการตรวจจำนวนมาก เพราะรู้ว่าเพื่อน คนในครอบครัว คนใกล้ชิด คนในที่ทำงานเดียวกันหรือคนในชุมชนติดเชื้อโควิด &amp;nbsp;มีความกังวลและเครียดต้องการรับการตรวจ บางรายหาที่ตรวจในเมืองไม่ได้ ร้อนใจเดินทางไปตรวจที่ รพ.ต่างจังหวัด ใกล้กรุงเทพ &amp;nbsp;ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ เมื่อการตรวจคัดกรองเชิงรุกไม่เพียงพอ ไม่สามารถล็อกตัวผู้ป่วยไว้ก่อนแพร่เชื้อ เป็นปัจจัยหนึ่ง ทำให้การระบาดมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจโควิดในกรุงเทพฯ ผู้คนแออัดเพื่อรอการตรวจหาเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน กทม. มีการปรับการตรวจและค้นหาแบบเชิงรุกเปิดจุดตรวจโควิดวอล์กอินให้ประชาชนเข้าถึงมากขึ้น&amp;nbsp; อย่างที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร&amp;nbsp; เขตบางเขน หนึ่งใน 6 จุดตรวจโควิดฟรีที่สำนักงานเขตบางเขน&amp;nbsp; ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน และ สปคม.กรมควบคุมโรค จัดตรวจตั้งแต่วันที่ 5-11 ก.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp; จะเริ่มตรวจตั้งแต่ 8.00 น. เป็นต้นไปถึงเวลา 14.00 น.&amp;nbsp; บริการตรวจวันละ 900 คน สามารถวอล์กอิน และรับบัตรคิวตั้งแต่ 6.00 น. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกคืนจะมีประชาชนมาเข้าคิวตรวจจำนวนมาก มารอคิวกันตั้งแต่ช่วงเย็น มากันเป็นครอบครัวก็มี ทั้งปูเสื่อ กางเต้นท์นอนค้างคืนที่วัด &amp;nbsp;เพื่อให้ได้คิวตรวจเช้าวันรุ่งขึ้น คืนไหนฝนตกลงมาต้องยืนกางร่มตากฝน&amp;nbsp; แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากที่เข้าไม่ถึงการตรวจโควิด โดยวัดพระศรีมหาธาตุฯ เปิดโบสถ์ให้ประชาชนมาหลบแดดหลบฝน ในสถานการณ์ท้อแท้สิ้นหวัง กลับไม่แล้งน้ำใจ พระนำน้ำดื่ม ขนม และนม ที่มีผู้ใจบุญมาบริจาควัดแจกจ่ายให้ประชาชนที่รอคิวตรวจ มีคนใจดีนำอาหารกล่องแจกประทังหิว ลดรายจ่าย ลดแออัดร้านค้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดตรวจโควิดวอล์กอินที่วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่หน่วยบริการตรวจโควิดฟรีในเขตอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะตลาดมหานาค เขตดุสิต ผู้คนมารอคิวยาวเหยียดสภาพแออัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;คนห่วงจะได้บัตรคิวหรือไม่จนลืมรักษาระยะห่าง สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้น่าเป็นห่วงจะไปรับเชื้อเพิ่มแทน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดต่างๆ ทั้งตลาดเอซีสายไหม เขตสายไหม&amp;nbsp; โรงเรียนเคหะชุมชนลาดกระบัง และวัดพลมานีย์ เขตลาดกระบัง &amp;nbsp;วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม เขตบางบอน วัดบางขุนเทียนนอก เขตจอมทอง&amp;nbsp; ตลาดบางแคภิรมย์ เขตบางแค &amp;nbsp;&amp;nbsp;สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เขตมีนบุรี&amp;nbsp; บริการตรวจฟรี700-900 คนต่อวัน สภาพไม่ต่างกัน ประชาชนแห่ไปรอคิว บางจุดมีรายงานคนเบียดกันวุ่นแย่งคิว ส่วนเอกสารและอุปกรณ์ที่ต้องใช้มีเพียงบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริงพร้อมสำเนา&amp;nbsp; ปากกาส่วนตัวใช้ลงทะเบียน เลี่ยงการสัมผัสร่วมหรือส่งต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บัตรคิวตรวจโควิดเป็นที่ต้องการของประชาชนที่สงสัยว่าติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิทยา ตั้งวิริยะกุล วัย 68 &amp;nbsp;ปี ชาวมีนบุรี บอกว่า ต้องการพาพี่ชายไปตรวจโควิด เพราะก่อนหน้านี้มีอาการไข้ เจ็บหน้าอก เข้ารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งมีประวัติการรักษาเดิม &amp;nbsp;แพทย์ตรวจอาการเบื้องต้น &amp;nbsp;ให้รับยากลับบ้าน พร้อมแนะนำให้หาสถานที่ตรวจเชื้อโควิด เพราะ รพ.ปิดบริการ เหตุเตียงเต็มแล้ว คืนนั้นหาข้อมูลเพื่อวางแผนไปตรวจแบบเสียค่าใช้จ่ายที่ รพ.เอกชนย่านประชาชื่น วันรุ่งขึ้นพาพี่ชายไปแต่คิวเต็มตั้งแต่ 6.00 น. จึงกลับมาหาสถานที่ตรวจ รพ.เอกชน อีกสองแห่งในเขตมีนบุรี ก็พบว่า ไม่รับตรวจหาเชื้อโควิดแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; รู้สึกเครียดมาก ขับรถวนหาที่ตรวจโควิดให้พี่ชายไม่ได้ ลองค้นหาข้อมูลจุดตรวจโควิดเขตมีนบุรีในอินเตอร์เน็ต พบมีที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา รับตรวจ 1,000 คนต่อวัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ก็รีบขับไป ถึงหน่วยตรวจเวลา &amp;nbsp;7.00 น. จอดรถไว้ด้านนอก เห็นคนยืนต่อแถวยาวเหยียด จนท.แจกคิวหมดแล้ว ตอนนั้นคิดว่า จะต้องหาโรงพยาบาลใกล้ๆ กรุงเทพฯ ขับรถพาพี่ชายไปตรวจ กำลังหันหลังกลับ โชคดีมีคนยกเลิกคิว เพราะเคยมาตรวจแล้ว จนท.ไม่ให้ตรวจซ้ำ&amp;nbsp; ก็ได้คิวที่ 923 มา กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มเสร็จ เดินกลับไปพาพี่ชายมารอตรวจ ระหว่างรอก็ระแวงกันว่าจะติดโควิด&amp;nbsp; ตรวจเสร็จตอนเที่ยง จนท.บอกให้รอผลทางโทรศัพท์ &amp;ldquo; นายวิทยาบอกหาที่ตรวจยากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกอีกว่า ระหว่างกลับมารอผลตรวจ สมาชิกในบ้านก็ต้องป้องกันตัวเอง ตนคอยดู SMS และฟังเสียงโทรศัพท์ ผ่านไป 4 วัน ไม่มีการแจ้งผล คิดว่านานเกินไป &amp;nbsp;วันที่&amp;nbsp; 8 ก.ค. โทรไปถามสำนักงานเขตมีนบุรี เขตให้เบอร์โทรไป รพ.ที่บริการตรวจ โทรติดต่อ รพ. ไม่มีคนรับ ตัดสินใจขับรถไปที่ รพ. เพื่อขอผล ถึงรู้ผลตรวจว่า เป็นลบ ไม่ติดโควิด ส่วน SMS ได้รับเย็นวันที่ 9 ก.ค. อยากให้ปรับปรุงจุดบริการให้ดีขึ้น เพิ่มจุดตรวจ &amp;nbsp;นี่แค่รอผลตรวจ ถ้ารอเตียงคนป่วยคงตายก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนกรุงเทพฯ เข้าแถวยาวเพื่อรอรับคิวตรวจหาเชื้อที่หน่วยตรวจตลาดมหานาค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การเปิดจุดตรวจโควิดฟรีของ กทม.จะมีการตรวจหมุนเวียนไปกลุ่มเขตต่างๆ ทุกวัน ปรับแปลี่ยนจุดตามสถานการณ์ โดย กทม.จะแจ้งสถานที่ให้ประชาชนทราบล่วงหน้า 1 วัน เท่านั้น &amp;nbsp;ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการตรวจหาเชื้อที่เพิ่มขึ้นทุกวัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และประชาชนทั่วไป มีการเพิ่มสถานที่ตรวจหาเชื้อแบบวอล์กอิน &amp;nbsp;โดยสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดให้มาใช้บริการตรวจหาเชื้อโควิดได้ ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 12 ก.ค. 2564 และสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. เป็นต้นไป ผ่านทาง https://sso.icntracking.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากตรวจแล้วทางโรงพยาบาลจะแจ้งผลการตรวจคัดกรองโควิดผ่าน 3 ช่องทาง คือ QR Code, SMS และโทรศัพท์ แต่ในกรณีที่ผู้ประกันตนที่ยังไม่ได้รับผลการตรวจคัดกรอง เนื่องจากกรอกหมายเลขโทรศัพท์ไม่ถูกต้อง สามารถโทรสอบถาม 1506 กด 6 และกรณีตรวจพบเชื้อและมีอาการจะถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ รพ.ในเครือข่ายประกันสังคม ส่วนผู้ที่ตรวจพบเชื้อแล้วไม่มีอาการหรืออยู่ในระดับสีเหลืองตามเกณฑ์ สธ.กำหนด จะถูกส่งตัวรักษาที่ Hospitel ของประกันสังคม มีทีมแพทย์และพยาบาลดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนต่อคิวตรวจหาเชื้อโควิดที่จุดตรวจสนามกีฬาธูปะเตมีย์ เขตดอนเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ศบค.เพิ่มจุดตรวจเชื้อเริ่มวันจันทร์นี้ที่สนามกีฬาธุปะเตมีย์ สนามกีฬาหัวหมาก และแลปฯ ที่ผ่านการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ประชาชนต้องติดตามอัพเดทข้อมูลจาก ศบค.เป็นระยะ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จากปัญหาการเข้าไม่ถึงบริการตรวจเชื้อโควิด คนรอคิวข้ามวันข้ามคืน เป็นโจทย์ใหญ่นำมาสู่การประชุมหาแนวทางเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจโรคโควิด ซึ่ง ศบค.ได้เห็นชอบข้อเสนอการตรวจโรคโควิดแบบ&amp;ldquo;Rapid Antigen Test&amp;rdquo; สำหรับสถานการณ์ที่มีการติดเชื้อในชุมชนวงกว้างของกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบายง่ายๆ เป็นชุดทดสอบอย่างง่ายและรวดเร็ว เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัส ก่อนเข้ากระบวนการตรวจยืนยันผลจากห้องปฏิบัติการ ใช้งานง่าย ทราบผลภายใน 10-30 นาที เหมาะสำหรับการประเมินความชุกและการติดเชื้อ สามารถใช้&amp;nbsp; Rapid Antigen กับผู้สงสัยอยากรู้ติดโควิดหรือไม่ แต่ไม่มีอาการ ประวัติสัมผัสไม่ใช้ชัดเจน ไม่ต้องกักตัว แต่สังเกตอาการ หรือผู้สงสัยและมีอาการทางเดินหายใจ ถ้าผลตรวจเป็นบวกติดเชื้อ ให้ตรวจอีกรอบในห้องปฏิบัติการ&amp;nbsp; ถ้าผลบวกรับเช่นเดิมรับเข้าระบบรักษาที่เหมาะสม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;การตรวจโควิดเก็บเชื้อโดยแหย่ปาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงการตรวจโควิดโดยใช้ Rapid Antigen Test เมื่อร่างกายได้รับเชื้อโควิด จะพบเชื้อไวรัส การตรวจแต่ละวิธี การพบเจอช้าหรือเร็ว มีเชื้อขึ้นมากน้อยต่างกันไป แล้วจะภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น &amp;nbsp;การตรวจ Rapid Antigen Test&amp;nbsp; มี 24 ผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนกับ อย. แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างหลากหลายในคุณภาพของชุดตรวจ การเก็บตัวอย่างที่ใช้ตรวจ บางชุดเก็บเชื้อโดยแหย่จมูกถึงช่องคอ บางชุดแหย่ปากถึงช่องคอ &amp;nbsp;เทคนิคการตรวจหาโปรตีนในไวรัส และการทำลายเชื้อของสารทำละลายที่ใช้ในการตรวจ &amp;nbsp;เก็บเชื้อโดยแหย่จมูก บางอันแหย่จมูกถึงคอหอย ปัจจุบันอนุญาตให้ใช้โดยบุคลากรทางการแพทย์และสถานบริการที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น ขณะนี้มีกว่า 300 แห่ง&amp;nbsp; ไม่ใช่คลินิกใดก็ทำได้ เพราะต้องตรวจครบวงจร&amp;nbsp; แต่ในอนาคตกำลังดำเนินการเพิ่มเติมพิจารณาการใช้ Antigen Test&amp;nbsp; แบบให้ประชาชนตรวจโควิดเองที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อแนะนำการใช้ Rapid Antigen Test&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นั้น 1.เลือกชุดตรวจที่ผ่านการประเมินและขึ้นทะเบียน อย.&amp;nbsp; 2.เก็บตัวอย่างตามที่ชุดตรวจกำหนด 3.ใช้เพื่อคัดกรองเบื้องต้น และควรได้รับการตรวจยืนยันด้วย RT- PCR และทำคำแนะนำชัดเจนทั้งการแปรผลปละการแยกกักตนเอง&amp;nbsp; 4.สถานที่ตรวจ Rapid Antigen Test ต้องมีช่องทางด่วนให้ผู้มีผลตรวจเป็นบวกได้รับการตรวจยืนยันด้วย RT-PCT และ5. เตรียมพร้อมระบบทางการแพทย์ การจัดกระบวนการรับการรักษา&amp;nbsp; การคัดแยกความรุนแรง ช่องทางด่วนให้ผู้สูงอายุ เสี่ยงป่วยหนัก และการทำ Home Isolation กับผู้ที่ไม่มีอาการหรืออาการน้อย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ออกคำแนะนำการตรวจวินิจฉัย ที่มีความจำเป็นต้องทราบผลเร็ว เพื่อนำผลเบื้องต้นไปใช้ แต่ให้เข้าใจว่า กรณีผลตรวจแล้วเป็นลบ อาจเชื้อน้อย ไม่ได้แปลว่า ไม่ติดเชื้อ &amp;nbsp;แต่ผลบวกต้องตรวจยืนยันด้วยวิธีมาตรฐานจากห้องปฏิบัติการอีกครั้ง เพราะมีกรณีผลบวกลวง นี่คือ หลักการการตรวจด้วย antigen test &amp;nbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ&amp;nbsp; แจ้งอัตราการตรวจไวรัสแอนติเจนโดยการตรวจเชิงรุกนอกสถานบริการ ไม่เกิน 450 บาท การตรวจในหน่วยบริการไม่เกิน 600 บาทต่อราย สปสช.อยู่ระหว่างกำหนดเกณฑ์ หากผู้รับบริการตรวจเชื้อเป็นไปตามเกณฑ์สามารถเบิกจ่ายได้ &amp;ldquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ศุภกิจได้เผยความรู้สึกในฐานะแพทย์คนหนึ่งว่า การตรวจแบบนี้ช่วยให้คนเข้าถึงบริการมากขึ้น ไม่อยากเห็นประชาชนไม่มีคิวตรวจ ทำให้ไม่ได้ไปตรวจโรคโควิด ส่งผลให้คนจำนวนหนึ่งที่ไม่ทราบว่าตนเองมีเชื้อและกลายเป็นผู้แพร่เชื้อได้ แนวทางนี้ยังลดปริมาณการตรวจ RT-PCR ลงด้วย ทำให้คนที่สัมผัสเสี่ยงเข้าถึงบริการได้มากขึ้น &amp;nbsp;แนวทางนี้จะต้องดำเนินการควบคู่กับมาตรการดูแลกักตัวผู้ป่วยโควิดที่บ้านและที่ชุมชนอย่างมีคุณภาพ มาตรฐานเหมือนอยู่โรงพยาบาล รวมถึงมีการส่งต่อป้องกันป่วยหนักหรือเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เมื่อระดมตรวจมากขึ้น คนเข้าถึงการตรวจโรคโควิดมากขึ้น จะค้นเจอผู้ป่วยมากขึ้น ตัวเลขผู้ติดเชื้อย่อมสูงขึ้น แต่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันตรวจคัดกรองเชิงรุกคือปัจจัยสำคัญในการสกัดการระบาดของโควิด-19 เมื่อใดตรวจ 100 คนถึงจะเจอผู้ติดเชื้อ 1-2 คน นั่นเป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่า ระบบเฝ้าระวังเชิงรุกเกิดผลสำเร็จ ในสถานการณ์ที่หนักเช่นนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันฝ่าวิกฤต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109279</URL_LINK>
                <HASHTAG>Rapid Antigen Test, จุดตรวจโควิดในกรุงเทพฯ, วอล์กอินตรวจโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e99514e3b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
