<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93220</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 16:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 16:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชกรุ๊ป ทุ่ม 1.5 หมื่นล้านปูพรมโรงไฟฟ้าใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.2564 นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (RATCH) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับกำลังการผลิตเป้าหมาย 10,000 เมกะวัตต์ เลื่อนเป็นปี 2568 จากเดิมที่เคยกำหนดไว้ในปี2566 โดยวางแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เฉลี่ย 700 เมกะวัตต์ต่อปี เพื่อชดเชยกำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าราชบุรีที่จะทยอยสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในปี 2567-68 โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ 700 เมกะวัตต์มาจากพลังงานเชื้อเพลิงหลัก 455 เมกะวัตต์ และพลังงานทดแทน 245 เมกะวัตต์ โดยจะเป็นโรงไฟฟ้าที่มาจากการเข้าซื้อกิจการ(เอ็มแอนด์เอ) 350 เมกะวัตต์ คาดว่าไตรมาสแรกปีนี้น่าจะปิดดีลได้อย่างน้อย 1 โครงการ ซึ่งอาจเป็นโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก หรือธุรกิจเกี่ยวเนื่องก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในปี 64 วางเป้าหมายการทำเอ็มแอนด์เอไม่น้อยกว่า 5โครงการ หากสามารถดำเนินการตามเป้าหมายจะทำให้กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 8,874 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกันบริษัทตั้งงบลงทุนในปี 64 อยู่ที่ 15,000 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนโครงการต่อเนื่อง 8,000 ล้านบาท และอีก 7,000 ล้านบาทใช้ลงทุนโครงการใหม่ หรือการทำเอ็มแอนด์เอในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์แล้ว โดยมองโอกาสการลงทุนในตลาดใหม่ ๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน ออสเตรเลีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดที่ธุรกิจพลังงานทดแทนเติบโต &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในปี 64 บริษัทมั่นใจว่าจะมีผลการดำเนินงานเติบโตขึ้นจากปีก่อนซึ่งจากโควิด-19 รอบแรกจนถึงรอบใหม่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท ซึ่งปีนี้บริษัทฯ จะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการเอ็มแอนด์เอ ใหม่ที่วางเป้าไว้ 350เมกะวัตต์และโครงการโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปีนี้อีก 4 โครงการ รวมกำลังผลิตตามการถือหุ้น 537.04 เมกะวัตต์ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานลมยานดิน กำลังผลิตตามสัดส่วนถือหุ้น 149.94 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 70%) โรงไฟฟ้าพลังงานลมคอลเล็กเตอร์ &amp;nbsp;226.8 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 100%) โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว อินโดนีเซีย 145.15 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 49%) และโรงไฟฟ้าพลังงานลม Thanh Phong &amp;nbsp;เวียดนาม 15.15 เมกะวัตต์ (ถือหุ้น 51%)&amp;rdquo;นายกิจจา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังสนใจร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำระบบไฮบริดกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดยเป็นเฟส 2 ต่อจากโครงการที่เขื่อนสิรินธร จ.อุบลราชธานี ขนาด 45 เมกะวัตต์ เดิม ซึ่งโครงการที่เขื่อนอุบลรัตน์นี้ มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2566 คาดว่าจะสามารถเห็นความคืบหน้าได้ในปีนี้แน่นอน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนความสนใจในการลงทุนโรงไฟฟ้าชุมชน ล่าสุด มีการลงนามความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับวิสาหกิจชุมชน 2 แห่ง พื้นที่ภาคใต้และภาคอีสาน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงประเภทชีวมวล รวมถึงพลังงานลม โดยคาดว่าน่าจะเริ่มจากพื้นที่ภาคใต้ก่อน เพราะมีศักยภาพพร้อม และจะใช้เงินลงทุนประมาณ 50 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ พร้อมทั้งมองหาโอกาสการลงทุนอีวี ซึ่งมองว่าต้องพิจารณาโครงสร้างพื้นฐานความพร้อมของสถานีชาร์จในประเทศด้วย&amp;quot;นายกิจจา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93220</URL_LINK>
                <HASHTAG>RATCH, กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ, ราช กรุ๊ป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56e80f26be5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 08:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> RATCHฟุ้งกู้ได้แล้ว7พันล้านลุยสร้างโรงไฟฟ้าร่วมในอินโดฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;RATCH แย้มจัดหาเงินกู้ได้แล้ว 7.1 พันล้านบาท พร้อมลุยโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว อินโดนีเซีย มั่นใจเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เดือน พ.ค. 2564 ตามแผน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค.2562 นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยถึงความคืบหน้าการลงทุน ว่า ขณะนี้ PT Medco Ratch Power Riau (MRPR) บริษัทร่วมทุน ซึ่งราชบุรีฯ ถือหุ้น 49% และ PT Medco Power Indonesia (MPI) ถือหุ้น 51% ประสบความสำเร็จในการลงนามสัญญาเงินกู้ร่วม มูลค่า 222 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 7,104 ล้านบาท ระยะเวลา 20 ปี กับสถาบันการเงินชั้นนำ 4 แห่ง ประกอบด้วยธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี), บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี), ธนาคารเอ็มยูเอฟจี &amp;nbsp;และธนาคารซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น ทำให้มั่นใจว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว กำลังผลิตติดตั้ง 275 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในเมืองเปกันบารู จังหวัดเรียว ประเทศอินโดนีเซีย จะดำเนินการแล้วเสร็จจนสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ได้ในเดือน พ.ค. 2564 ตามกำหนดเวลาอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการปรับพื้นที่ก่อสร้าง โดยโครงการนี้มีมูลค่า293 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นการลงทุนระยะยาวในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่เศรษฐกิจและความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีศักยภาพ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31949</URL_LINK>
                <HASHTAG>RATCH, บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว อินโดนีเซีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190322/image_big_5c94348d3e6f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>RATCHโอดพิษค่าเงินฉุดกำไรลด7.5%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด(มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทปี 2561 มีกำไร 5,587.60 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 7.5% เนื่องจากผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งหากไม่นับรวมผลกระทบดังกล่าวบริษัทมีกำไร 6,452.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.5% ส่วนปี 2562 นี้เตรียมสำรองเงินลงทุน 20,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและก่อสร้างโครงการใหม่ ตั้งเป้าหมายมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 8,960 เมกะวัตต์หรือเทียบเท่า จากปีที่ผ่านมามีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 7,639.12 เมกะวัตต์หรือเทียบเท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยแผนการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 1,320.88 เมกะวัตต์ในปีนี้ บริษัทมีเป้าหมายร่วมทุนโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของเอกชน(ไอพีพี) ในประเทศ คาดจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ มีแผนก่อสร้างในปี 2567-68 ส่วนโครงการลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างประเทศยังอยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งคาดจะได้ข้อสรุปในช่วงไตรมาส 1 หรือต้นไตรมาส 2/2562 ทั้งประเทศกลุ่มอาเซียน ลและประเทศออสเตรเลีย โดยใช้เชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทน กำลังการผลิตอย่างน้อย 200-300 เมกะวัตต์ &amp;nbsp;รวมถึงโครงการระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีโอกาสในโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู และ โรงไฟฟ้าสายสีเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้าการพิจารณาต่ออายุสัญญารับซื้อโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ (TECO) ขนาด 700 เมกะวัตต์ ของบริษัทที่กำลังจะหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในปี 2563 นั้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ทดแทนเร็วๆ นี้ ซึ่งต้องรอคามชัดเจนจากกระทรวงพลังงานว่าจะมีนโยบายอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทยืนยันความพร้อมเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าในภาคตะวันตกทดแทนโรงไฟฟ้าเก่าที่หมดอายุสัญญาช่วงเดือนก.ค.2563 ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 5,000 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นของราชบุรีโฮลดิ้ง 3,645 เมกะวัตต์ เป็นของราชบุรี พาวเวอร์ 1,490 เมกะวัตต์ ซึ่งราชบุรี โฮลดิ้งถือหุ้นอยู่ 25% คิดเป็นสัดส่วนกำลังการผลิต 720 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ ขนาด 700 เมกะวัตต์ อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้หากโรงไฟฟ้าไตรเอนเนอจี้ที่กำลังจะหมดอายุยังไม่มีข้อสรุปหรือไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ทันตามกำหนด ก็ยังคงยืนยันกำลังการผลิตไฟฟ้าในภาคตะวันตกที่กว่า 5,000 เมกะวัตต์ เพียงพอรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคตกประมาณ 3,000 เมกะวัตต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิจจา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 2566 บริษัทตั้งเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 10,000 เมกะวัตต์ ทั้งยังมีแผนควบรวมกิจการ(เอ็มแอนด์เอ) อย่างน้อย 300-400 เมกะวัตต์ต่อปี ซึ่งจะทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตพอสมควร ส่วนความคืบหน้าการเข้าร่วมประมูลโครงการก่อสร้างท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3 นั้น เบื้องต้นบริษัทได้เข้าไปศึกษาความพร้อมแล้วมองว่าอาจไม่คุ้มค่าในการลงทุน เนื่องจากหลักเกณฑ์การประกวดราคา (ทีโออาร์) มีเงื่อนไขให้บริษัทที่ได้รับสัมปทานต้องนำส่งเงินเข้าเป็นรายได้รัฐเป็นเวลา 30 ปีตลอดอายุสัมปทาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29603</URL_LINK>
                <HASHTAG>RATCH, กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ, คุมค่าเงินบาท, บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง จำกัด, อัตราแลกเปลี่ยน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56e80f26be5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2018 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2018 15:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชบุรีโฮลดิ้งชี้แจงสันเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกไม่กระทบแผนผลิตไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราชบุรีโฮลดิ้ง ชี้แจง สันเขื่อนดินย่อยส่วน D แตก รับน้ำมากเกินไป แต่ไม่ใช่เขื่อนหลัก แจงไม่กระทบผลิตไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) เปิดเผยว่า เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยในลาวเกิดเหตุสันเขื่อนดินย่อยส่วน D แตก เนื่องจากปริมาณน้ำมากเกินกำหนด หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้มวลน้ำราว 600 ล้านลูกบาศก์เมตรไหลเข้าท่วมบ้านเรือนในเมืองสะหนามไซ แขวงอัตตะปือ ของ สปป.ลาว ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเขื่อนดินย่อยส่วน D เป็น 1 ใน 5 เขื่อนย่อยที่อยู่ล้อมรอบเขื่อนหลักที่ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวไม่กระทบกับเขื่อนหลัก และเชื่อว่าจะไม่มีผลต่อกำหนดการเริ่มจ่ายไฟฟ้าในเดือน ก.พ.62 โดยหลังจากนี้บริษัทที่รับเหมาก่อสร้างจะสร้างคันโดยรอบอีกชั้นหนึ่งเพื่อเสริมความแข็งแรงของเขื่อนย่อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เซเปียน-เซน้ำน้อย เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท RATCH ในสัดส่วน 25% SK Engineering &amp;amp; Construction Company Limited สัดส่วน 26% Korea Western Power Company Limited สัดส่วน 25% และรัฐบาล สปป. ลาว 24%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14015</URL_LINK>
                <HASHTAG>RATCH, กิจจา ศรีพัฑฒางกุระ, ราชบุรีโฮลดิ้ง, สั่นเขื่อน, เขื่อนแตก, เซเปี่ยน-เซน้ำน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b56e80f26be5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
