<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 13:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มิก เชษฐา’นักแต่งเพลงดัง โพสต์น้อยใจ&#039;อาร์เอส&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาชาวเน็ตแห่กันไปรีทวิตหลายหมื่น เมื่อ มิก-เชษฐา ยารสเอก นักแต่งเพลงที่อยู่เบื้องหลังศิลปินดังมากมาย ได้รีทวิตข้องความนึงที่มีคนเขียนถึง เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หัวเรือใหญ่ของค่ายเพลงอาร์เอสฯ ว่านับถือการที่กล้าพลิกจากค่ายเพลงดังไปขายของออนไลน์ และสื่อที่มีอยู่ก็ยังคงดำเนินงานต่อไป ทั้งค่ายเพลง,ช่องโทรทัศน์, คลื่นวิทยุ แถมล่าสุดเพลงเก่าๆของค่ายก็กลับมามีกระแส โดยเฉพาะ กามิกาเซ่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่ง มิก เชษฐา ก็ได้โพสต์ข้อความที่ออกแนวจะน้อยใจค่ายดังกล่าว พร้อมเปรียบกับค่ายยักษ์ที่เป็นคู่แข่งกันมาแต่ปางก่อนอย่างแกรมมี่ฯ ในเรื่องของการจ่ายเงินค่าจัดเก็บลิขสิทธิ์ให้นักแต่งเพลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนักแต่งเพลงหนุ่มโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า &amp;ldquo;แต่ RS ไม่เคยจ่ายเงินค่าจัดเก็บลิขสิทธิ์ให้นักแต่งเพลง เวลามีคอนเสิร์ตของRS หรือยอดผู้ชมในยูทูบ นักแต่งเพลงอย่างพวกเราไม่เคยได้เงินสักบาท ซึ่งต่างจากGMMที่ให้ตลอด บางเคสตามจิกให้มารับกันเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทียบกัน เพลงของเราที่ดังๆ gmm เรามี &amp;#39;คนใจง่าย&amp;#39; ของไอซ์ ที่ทุกวันนี้ยังได้รายได้ค่าเผยแพร่จากGMM อยู่เลย ในขณะที่ฝั่งRS เรามีเพลง &amp;#39;อย่าพูดเลย&amp;#39; ของแร็พเตอร์ เห็นยอดในยูทูบ เห็นเอามาเล่นในคอนเสิร์ตอยู่หลายรอบ เราก็ได้แต่มองตาปริบๆ ช่างมันซะ ไม่คาดหวังอะไรจากค่ายนี้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สัญญาลิขสิทธิ์เนื้อหาเหมือนกัน ค่ายเป็นผู้ว่าจ้างลิขสิทธิ์เป็นของค่าย มีการต่อสู้กันเรื่องนี้มานานถึงความยุติธรรมกับนักแต่งเพลงในประเทศนี้ แต่ข้อดีของGMMคือเขายังจัดเก็บค่าเผยแพร่ให้ส่งเข้าบัญชีทุกเดือนพร้อมส่งสลิปต์และใบหักภาษีตลอดมา RSให้เฉพาะช่วงแรกที่เพลงโปรโมทและไม่ให้อีกเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันไม่ใช่เรื่องของความถูกผิด แต่เป็นเรื่องของมนุษยธรรม ถ้าต้องสู้กันด้วยเรื่องกฏหมายคงจะยาว มีกลุ่มที่ทำกันอยู่แต่ก็ลำบาก มันจึงเป็นแค่การ&amp;#39;บ่น&amp;#39;ค่ายที่ใจดำมากกว่าจะเป็นการเอาผิด และชมค่ายที่ยังอุตส่าห์&amp;#39;ให้&amp;#39; เพื่อเป็นการเปรียบเทียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอบคุณมากครับ แต่ที่ได้เงินตอนแรกก็เยอะครับสมัยนั้น นี่พยายามคิดถึงแต่แง่ดีของมันคือเป็นเพลงเราแต่งแล้วดังนาน เป็นประสบการณ์ที่มีความสุขครับ เรื่องเงินก็ช่างมันไปครับ แค่นึกขึ้นมาแล้วงอนRS&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนักแต่งเพลงคนดังกล่าวมีผลงานเพลงที่หลายคนรู้จักมากมาย อาทิ เพลง คนใจง่าย (ไอซ์ ศรัณยู), เพลง สองคนกำลังดี (เบิร์ด ธงไชย), เพลง อย่าพูดเลย (แร็พเตอร์), เพลง รักเธอ24ชม. (แกงส้ม ธนทัต), เพลง I love your smile (แกงส้ม ธนทัต), เพลง ลอย (โดม จารุวัฒน์), เพลง เปลี่ยนเป็นรัก ประกอบละคร รักต้องอุ้ม (นนท์ ธนนท์), เพลง เหนื่อยใจ (อิ้งค์ วรันธร), นับหนึ่งกันไหม เพลงประกอบซีรีส์ เดือนเกี้ยวเดือน เดอะ ซีรีส์ 2Moons The Series ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และหนึ่งในงานเพลงล่าสุดที่เจ้าตัวแต่งเนื้อร้องและทำนองประกอบซีรีส์ วุ่นรักนักข่าว ทางช่องPPTV คือเพลง เธอเป็นใคร ขับร้องโดย ซานิ นิภาภรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม iamaswa และทวิตเตอร์ @iamaswa&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66520</URL_LINK>
                <HASHTAG>2Moons The Series, GMM, RS, จีเอ็มเอ็มแกรมมี่, ซานิ นิภาภรณ์, นนท์ ธนนท์, นักแต่งเพลง, มิก-เชษฐา ยารสเอก, อาร์เอส, อิ้งค์ วรันธร, เชษฐา ยารสเอก, เดือนเกี้ยวเดือน, เบิร์ด ธงไชย, แกงส้ม ธนทัต, แกรมมี่, แร็พเตอร์, โดม จารุวัฒน์, ไอซ์ ศรัณยู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200521/image_big_5ec61a0b1c579.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5295</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 08:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 08:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบรกฯชี้หุ้นกลุ่มค้าปลีกน่าเก็บ หลังจีนเข้ามาช็อปเครื่องสำอางไทยทะลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
โบรกชี้ผลิตภัณฑ์ความงามไทย ขวัญใจชาวจีน แห่ช็อปปิ้งขนกลับประเทศ คุณภาพดี ราคาไม่แพง ดันรายได้หุ้นกลุ่มค้าปลีกพุ่งกระฉูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้จัดการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า ภาพรวมหุ้นกลุ่มค้าปลีก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงาม มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันได้รับปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยให้ความสนใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสริมความงามของไทยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากคุณภาพดีใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์แบรนด์ดังและราคาไม่แพงมากนัก ทำให้ช่วยผลักดันรายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงามให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ที่ผ่านมาจำนวนนักท่องเที่ยวจีนมากเป็นอันดับ 1 จากช่วงเทศกาลตรุษจีนและวันหยุดต่าง ๆ ทำให้มีจำนวนเงินจากนักท่องเที่ยวดังกล่าวเพิ่มขึ้น ประกอบกับผู้ประกอบการได้ออกผลิตภัณฑ์ความงามและคิดค้นสินค้าใหม่ ๆ ที่มีคุณภาพและน่าสนใจ รวมถึงขยายตลาดของบริษัทต่าง ๆ ด้วยการส่งออกสินค้าไปจำหน่าย เพราะเห็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศจีน รองรับกำลังซื้อของชาวจีนยังมีอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นักท่องเที่ยวชาวจีนให้ความสนใจผลิตภัณฑ์เสริมความงามของไทย เพราะราคาไม่แพงมากนักและมีคุณภาพดี เมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวก็จะซื้อกลับไปด้วย ส่วนเศรษฐกิจในประเทศที่เริ่มฟื้นตัวดี ทำให้มีกำลังซื้อกลับมา และกระแสรักสุขภาพและเสริมความงามของวัยรุ่นและวัยทำงาน ช่วยผลักดันรายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมความงามในปีนี้ขยายตัวต่อเนื่อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบริษัทที่ได้รับประโยชน์ คือ บมจ.อาร์เอส (RS) ที่ปรับเปลี่ยนธุรกิจ โดยการหันมาเน้นธุรกิจความงามมากขึ้น และมีทิศทางเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากอาร์เอสมีช่องทีวีดิจิทัลเป็นของตนเอง ทำให้ลดต้นทุนการซื้อสื่อโฆษณาได้มาก เมื่อรวมกับธุรกิจด้านสื่อโฆษณาของช่องยังคงแรงต่อเนื่อง และการขยายธุรกิจในประเภทสินค้าเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมากขึ้น ทำให้รายได้ของบริษัทจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) ยังคงเติบโตได้ดี มีแรงหนุนจากฐานลูกค้าคนจีนมาก รวมถึงมีต้นทุนต่ำจากการจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ทำให้ไม่มีต้นทุนในเรื่องของโรงงานของตนเอง ซึ่งเป็นโมเดลธุรกิจที่ดี และอัตรากำไรขั้นต้นจะดีกว่าบริษัทอื่นๆ ที่มีโรงงานผลิตเอง ส่วนบมจ.ดู เดย์ ดรีม (DDD) หลังจากขยายฐานลูกค้าไปจีน ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาโดยเริ่มจำหน่ายสินค้าผ่าน จูไห่ ดิวตี้ฟรี นับว่าเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าแห่งใหม่ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายจากการส่งออกได้ดียิ่งขึ้น และจะนำไปสู่การขายสินค้าแบบออฟไลน์ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บทวิเคราะห์บล.ฟิลลิป ระบุว่า RS ยังเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์เสริมความงาม แต่เพิ่มไลน์การขายสินค้าในชีวิตประจำวัน และเพิ่มช่องทางขายแบบสมาชิก ขณะที่ธุรกิจเพลงและจัดกิจกรรมจะลดบทบาทลง ซึ่งธุรกิจสื่อโดยเฉพาะช่อง 8 (ทีวีดิจิตอลช่อง 27) และทีวีดาวเทียม จะปรับให้มาสนับสนุนการขายผลิตภัณฑ์เสริมความงามและสินค้าโฮมแอนด์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น นอกจากนี้ อยู่ระหว่างขายหุ้นที่ซื้อคืน 43.27 ล้านหุ้น ในระหว่างวันที่ 8 มี.ค. 61- 30 พ.ค. 62 โดยต้นทุนซื้อคืนอยู่ที่หุ้นละ 10.752 บาท ทําให้ได้เงินกลับประมาณ 1,250 ล้านบาท (อิงราคา 30 บาท) เงินที่ได้จะนําไปคืนเงินกู้ ส่งผลให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง และสามารถจ่ายปันผลได้สูงขึ้นในปีนี้ เนื่องจากไม่ต้องกันสำรองกำไรสะสมไปเป็นสํารองหุ้นซื้อคืนที่ 465 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5295</URL_LINK>
                <HASHTAG>BEAUTY, DDD, RS, กลุ่มค้าปลีก, ความงาม, จีน, นักท่องเที่ยวจีน, หุ้น, เครื่องสำอาง, เอเซีย พลัส, โบรกเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf13c15ca76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
