<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104776</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2021 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2021 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SAM เปิดตัว &#039;ธรัฐพร เตชะกิจขจร&#039; นั่งเก้าอี้ MD คนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
คณะกรรมการบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฯ) ได้มีมติแต่งตั้ง นายธรัฐพร เตชะกิจขจร ดำรงตำแหน่งผู้จัดการ บสส. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรัฐพร เตชะกิจขจร อายุ 52 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ (MBA) จากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียเทค (Virginia Tech) ประเทศสหรัฐอเมริกา และระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;มีประสบการณ์การทำงานในภาคธุรกิจการเงินและการลงทุนอย่างยาวนาน &amp;nbsp;เคยร่วมงานกับ กลุ่มบริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เป็นเวลากว่า 16 ปี โดยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เป็นตำแหน่งสุดท้าย หลังจากนั้น ได้เข้าร่วมงานกับบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เป็นเวลา 5 ปี ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธรัฐพร กล่าวว่า รู้สึกยินดีและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ SAM หน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของระบบสถาบันการเงินมาอย่างแข็งแกร่งมากว่า 20 ปี &amp;nbsp;รวมทั้งเป็นองค์กรที่ได้รับมอบหมายจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้เป็นผู้ดูแล โครงการคลินิกแก้หนี้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญที่ต้องดำเนินการเชิงรุกอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนของประเทศในภาวะปัจจุบัน &amp;nbsp;และเชื่อมั่นว่า ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานและการมีส่วนร่วมในการผลักดันในสถาบันการเงินหลายแห่งที่มีขนาดใหญ่และมีคุณภาพ จะเป็นประโยชน์ในการขับเคลื่อน SAM ให้บรรลุเป้าหมายในฐานะที่เป็นหนึ่งในเครื่องมือการป้องกันและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของภาครัฐ &amp;nbsp;อันจะนำไปสู่ความมั่นคงและความเติบโตของประเทศในระยะยาว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104776</URL_LINK>
                <HASHTAG>SAM, ธรัฐพร เตชะกิจขจร, บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.), เอ็มดีคนใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210531/image_big_60b47e91da407.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 15:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “โครงการคลินิกแก้หนี้” เตือนระวังถูกหลอกเก็บเงินค่าสมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค. 62 &amp;nbsp;นายนิยต มาศะวิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้จงใจนำตราสัญลักษณ์ หรือโลโก้ (Logo) ของ บสส. รวมทั้งนำชิ้นงานสื่อโฆษณาของ โครงการคลินิกแก้หนี้ ไปใช้ลอกเลียนแบบ ปรับเปลี่ยน แก้ไขรายละเอียดของข้อมูลส่อไปในลักษณะหลอกลวง แอบแฝงประโยชน์ เพื่อสื่อสารในโซเชียลมีเดียว่า สามารถช่วยจัดการแก้หนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน รวมทั้งหนี้ประเภทอื่นๆ เช่น หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) หรือหนี้นอกระบบได้ ว่า กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ประชาชนทั่วไปเกิดความสับสน และเข้าใจผิดเกี่ยวกับเงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการที่แท้จริง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขอยืนยันและให้ความเชื่อมั่นว่า โครงการคลินิกแก้หนี้ ยังคงเดินหน้าและพร้อมให้โอกาสช่วยเหลือผู้ที่เป็นหนี้เสียให้หลุดพ้นจากความเป็นหนี้และมีชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงไม่มีนโยบายสำหรับการเรียกเก็บเงินใด ๆ จากการสมัครเข้าร่วมโครงการฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้กระทำความผิดโครงการคลินิกแก้หนี้ ได้ดำเนินการแจ้งความตามกฎหมายแล้ว และหากมีผู้กระทำการลักษณะเดียวกันนี้อีก &amp;nbsp;บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องแจ้งความดำเนินคดีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ซึ่งอาจทำให้มีผู้หลงเชื่อต้องเสียเงินทองทรัพย์สินจากการแอบแฝงดังกล่าว &amp;nbsp;บสส. ในฐานะหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลและได้รับมอบหมายจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ดูแลแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับภาคประชาชน ด้วยการเป็นหน่วยงานกลางในการปรับโครงสร้างหนี้ครบวงจรผ่าน โครงการคลินิกแก้หนี้ จึงขอแจ้งลูกค้าผู้สนใจ โปรดสังเกตรายละเอียดและข้อมูลให้ชัดเจน หากมีข้อสงสัยหรือพบความผิดปกติใดๆ สามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงในหลากหลายช่องทาง ทั้ง Call Center 02-610-2266 หรือ เฟซบุ๊ก คลินิกแก้หนี้ &amp;nbsp;และเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41842</URL_LINK>
                <HASHTAG>SAM, คลินิกแก้หนี้, นิยต มาศะวิสุทธิ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d381db518bca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/04/2018 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/04/2018 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท.ขยายเกณฑ์“คลินิกแก้หนี้” รับแก้ปัญหาลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. ปรับเกณฑ์ &amp;ldquo;คลินิกแก้หนี้&amp;rdquo; สั่งเปิดรับลูกหนี้ที่ค้างชำระก่อนวันที่ 1 เม.ย. 2561 หวังดันยอดลูกหนี้เข้าร่วมโครงการเพิ่มอีก 5 หมื่นราย หลังพบเปิดดำเนินการ 10 เดือน มียอดลูกหนี้เข้าร่วมโครงการจริงแค่เฉียด 600 ราย เหตุยังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (SAM) และธนาคารพาณิชย์ทั้งไทยและต่างประเทศ 16 แห่ง ได้ร่วมกันดำเนินโครงการคลินิกแก้หนี้ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ให้กับลูกหนี้ที่สุจริตและมีความตั้งใจมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2560 พบว่า มีลูกหนี้บางส่วนที่ติดขัดเรื่องคุณสมบัติบางประการจึงทำให้เสียโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงมีการปรับหลักเกณฑ์เงื่อนไขตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2561 เป็นต้นไป โดยจะขยายขอบเขตเพิ่มเติมให้ครอบคลุมถึงลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกันที่ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนกับธนาคารตั้งแต่ 2 แห่งขึ้นไป ก่อนวันที่ 1 เม.ย. 2561 ทั้งกลุ่มที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีและกลุ่มที่ถูกดำเนินคดีแล้ว แต่ยังไม่มีคำพิพากษา จากเดิมเมื่อเริ่มต้นโครงการกำหนดเฉพาะลูกหนี้ที่มีรายได้ประจำ ค้างชำระเกินกว่า 3 เดือนก่อนวันที่ 1 พ.ค.2560 และยังไม่ถูกดำเนินคดี คาดว่าจะมีลูกหนี้ที่สามารถเข้าโครงการได้เพิ่มขึ้นประมาณ 50,000 ราย เฉลี่ยรายละ 400,000 บาท รวมมูลหนี้ 20,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อกำหนดอื่น ๆ คือ ต้องมีอายุไม่เกิน 65 ปี มียอดหนี้เงินต้นค้างชำระรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท และเงื่อนไขเต็มใจจะไม่ก่อหนี้เพิ่มใน 5 ปี พร้อมทั้งเรียนรู้ในการสร้างวินัยทางการเงินที่ดี จากก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2561 ได้มีการปรับคุณสมบัติจากเดิมที่จะต้องเป็นบุคคลธรรมดามีเงินเดือนประจำ มาเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ รวมถึงปรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ให้ยืดหยุ่นขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา ผู้สมัครเข้าโครงการ 33,736 ราย มีผู้ที่ผ่านคุณสมบัติ 1,074 ราย มีผู้ที่เข้าร่วมโครงการจริง จำนวน 594 ราย รวมยอดหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว129.65 ล้านบาท &amp;nbsp;และในสิ้นเดือน เม.ย. นี้ จะมีลูกหนี้ที่ผ่อนชำระเสร็จสิ้นเป็นรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในช่วงแรกยังมีความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการประมาณ 20% หรือประมาณ 7,000 คน จากผู้สมัคร 33,376 คน เป็นหนี้กับนอนแบงก์ และประมาณ 70% มีการผ่อนชำระขั้นต่ำ ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์เข้าร่วมโครงการ และเมื่อผ่านกระบวนการคัดกรอง และจัดโปรแกรมการชำระหนี้ พบว่าลูกหนี้ไม่สามารถผ่อนชำระได้ เนื่องจากลูกหนี้ต้องเจียดเงินเพื่อผ่อนกับชำระหนี้กับนอนแบงก์ด้วย ทำให้มีลูกหนี้ออกจากโครงการประมาณ 5% หรือ 30 ราย &amp;nbsp;สำหรับผู้สมัครเข้าร่วมโครงการมีมูลหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 230,000 บาทต่อราย มีเจ้าหนี้เฉลี่ย 3 ราย&amp;rdquo; นางผ่องเพ็ญ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางฤชุกร &amp;nbsp;สิริโยธิน รองผู้ว่าด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข พ.ร.ก. บริษัทบริหารสินทรัพย์ เพื่อขยายขอบเขตให้สามารถบริหารหนี้เสียที่เกิดกับนอนแบงก์ได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา &amp;nbsp;ซึ่งจะเป็นช่วยลูกหนี้นอนแบงก์ได้ครอบคลุมมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ผู้สนใจสามารถติดต่อเพื่อขอเข้าร่วมโครงการ ได้ที่ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด &amp;nbsp;โทรศัพท์ 0-2610-2266 หรือสมัครเว็บไซต์ www.debtclinicbysam.com หรือ www.คลินิกแก้หนี้.com
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7675</URL_LINK>
                <HASHTAG>SAM, คลินิกแก้หนี้, ธปท., บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท, ปรีดี ดาวฉาย, สมาคมธนาคารไทย, สินเชื่อบุคคล, หนี้บัตรกดเงินสด, หนี้บัตรเครดิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5adda8c6bfc3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
