<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>20723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2026 15:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปปะทะลมร้อนยุโรป ที่อาลิคันเต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ภูเขา Benacantil มีปราสาท Santa Barbara ตั้งอยู่)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าพูดถึงสเปน ส่วนใหญ่ก็รู้จักแต่มาดริด เมืองหลวง แต่สำหรับ &amp;quot;อาลิคันเต&amp;quot; หลายคนก็อาจจะงงๆ ว่าอยู่ตรงไหนของแผนที่ จริงๆ แล้วอาลิคันเตก็เหมือนพัทยา หรือภูเก็ตบ้านเรา ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเล เพราะตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ติดริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นจังหวัดหนึ่งในแคว้นวาเลนเซีย จากมาดริดถ้าจะไปทางรถก็ใช้เวลาราว 4-5 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(พื้นที่ริมชายหาด Postiguet ที่สะอาดสะอ้านมาก ปูกระเบื้องลายเกลียวคลื่น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เหตุที่ต้องไปอาลิคันเต ก็ต้องบอกว่าด้วยความจำเป็นบางประการ แถมช่วงที่ไปยังเป็นช่วงต้นเดือนสิงหาคม เป็นช่วงหน้าร้อนของยุโรปพอดีอีกด้วย ตอนแรกช่วงจัดกระเป๋าก็คิดว่าร้อนของยุโรปคงไม่เท่าไหร่ เราคนไทยเจอมาเยอะแล้ว ภูมิต้านทานเพียบ ยุโรปจะเท่าไหร่กันเชียว แต่ที่ไหนได้ยุโรปเดือนสิงหา.ร้อนพอๆ กับเดือนเมษาบ้านเราเลย หรืออาจจะร้อนกว่าด้วยซ้ำบางช่วงบางเวลา เพราะอากาศที่นี่จะร้อนแห้งไม่ได้ร้อนชื้นแบบเมืองไทย แถมช่วงกลางวันยังยาวนานกว่ากลางคืนอีกด้วย กว่าพระอาทิตย์จะตกดินก็ปาเข้าไป 3 ทุ่ม ช่วง 1 ทุ่มแดดยังแจ๋พอๆ กับช่วงบ่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาลิคันเตอากาศก็จะอยู่ในช่วงประมาณ 20-30 กว่าๆ แต่คนสเปนไม่ได้ยี่หระ โดดหย็องแหย็งหรือรีบวิ่งเข้าหาที่ร่มเมื่อเจอแดด ไม่มีใครใช้ร่มหรือสวมหมวกให้วุ่นวาย นี่คือข้อแตกต่างระหว่างคนไทยกับสเปน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงจะร้อนตับแตกแต่คนสเปนก็ไม่ได้กลัวแดด สาวๆ พากันใส่กางเกง &amp;quot;สั้นจู๋ สุดใจ&amp;quot; เดินกันไปมาตามท้องถนนแบบไม่กลัวขาดำกันเลยสักนิด (อดห่วงไม่ได้ 555) ที่บอกว่า &amp;quot;สั้นสุดใจ&amp;quot; ก็เพราะด้านหน้ากางเกงถูกกุดจนสุดของขา ส่วนด้านหลังก็สั้นเถิกขึ้นไปในระดับพอที่จะเห็นแก้มก้นแพลมออกมาหน่อยๆ พอให้ทักทายสายตาคนที่เดินตามหลังได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กางเกงขาสั้นจุ๊ดจู๋จึงเป็นแฟชั่นสุดฮิตในช่วงหน้าร้อน โดยเฉพาะวัยรุ่น ถ้าคนไหนไม่ใส่ถือว่าเชย หรือใส่แล้วสั้นไม่จริงก็ถือว่าเชยอีก ส่วนสาวๆ ที่ไม่ใช่วัยรุ่นถึงขาจะใหญ่ หรือมีแต่เซลลูไลต์ก็บ่ยั่น พากันใส่ขาสั้นประชันโฉมแบบไม่มีใครยอมใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ริมอ่าวชายหาด Postiguet ซึ่งแจ่มที่สุดของอาลิตันเต ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วกมาเรื่องอาลิคันเตที่เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลอีกครั้ง โรงแรมที่พวกเราพักอยู่ติดริมชายหาด Postiguet ซึ่งเป็นชายหาดที่แจ่มที่สุดของอาลิตันเต เป็นหาดติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ด้านหนึ่งมีอ่าวจอดเรือ แน่นอนว่าต้องเป็นเรือสำราญ เรือใบ และเรือยอชต์ สภาพโดยรวมของหาดสะอาดสะอ้านมากๆ สมกับที่เคยได้รับรางวัลด้านความสะอาดและความสะดวกปลอดภัยในการเล่นน้ำมาแล้ว ริมหาดน้ำไม่ลึก น้ำค่อนข้างอุ่นตลอดทั้งปี แม้หน้าหนาวมาเยือนน้ำที่นี่ก็ไม่เย็นมาก คงเป็นเพราะเป็นโซนอากาศแบบเมดิเตอร์เรนียน ซึ่งอีกฟากหนึ่งของทะเลลิบๆ ก็คือทวีปแอฟริกา มีหน้าด่านคือประเทศแอลจีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(อีกมุมของหาดมีร้านอาหารตั้งอยู่เรียงราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อาหารมื้อแรกของเราที่อาลิคันเตเริ่มที่ร้านริมหาด Postiguet ซึ่งมีร้านอาหารตั้งเรียงรายตลอดทาง แต่ร้านที่ว่าไม่ใช่แบบเอาเตา หม้อ ไหมาตั้ง ผัดกันริมหาดเหมือนบ้านแรา แต่เป็นร้านที่อยู่ในอาคารริมหาดและใช้พื้นที่บริเวณหาดที่คงจัดโซนไว้เรียบร้อย ตั้งโต๊ะ เพื่อลูกค้าจะได้รับลมและบรรยากาศชายทะเลอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หนุ่มสเปนบริกรร้านริมหาด เชิญชวนให้นั่งรับประทานอาหารร้านของเขา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกร้านที่เราเดินผ่านจะมีพนักงานเดินเตร็ดเตร่หน้าร้าน ส่งเสียงเรียก เชิญชวนลูกค้า เหมือนร้านในบ้านเรายังไงยังงั้น พวกเราถูกทักด้วยคำว่า &amp;quot;หนีห่าว&amp;quot; หน้าตาคงเหมือนทัวร์จีน ในที่สุดเราก็เลือกกันได้ร้านหนึ่ง เมนูที่สั่งมีข้าวผัดสเปน หอยแมลงภู่อบ พิซซ่า ปลาหมึกชุบแป้งทอด และผัดเห็ดอีกหนึ่งอย่าง ตบท้ายด้วยน้ำเปล่า ผลลัพธ์ของมื้อนี้ดูเหมือนพิซซ่าจะเข้าท่าที่สุด ส่วนข้าวผัดสเปนสีเหลืองๆ ที่บอกว่าอร่อยกันนักหนา บอกได้ว่าไม่ผ่าน หรืออาจจะเป็นเพราะร้านนี้ทำไม่อร่อยก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(หญิงสาวนางหนึ่งจอดจักรยานริมตึกติดกับหาด สูบบุหรี่ปุ๋ยๆ ดูเท่มาก พอหันมาเห็นเราถ่ายรูป ก็ยิ้มร้า ไม่ว่าอะไร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(สามสาววัยเดียวกัน นั่งดูพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินริมหาด ซึ่งมีผู้สูงอายุมาเดินเล่นเยอะมาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ความงดงามริมฝั่งเมดิเตอร์เรเนียน เรือสำราญท่องเที่ยวกำลังแล่นเช้าฝั่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะบอกว่าอาหารไทยดังมาก มีอยู่ร้านหนึ่งที่บอกว่าเป็นไทยฟู้ด ด้านหน้าแบ่งเป็นคอกไว้ผัดกับข้าว เราเห็นกระทะแบบจีนที่ใช้ในร้านอาหารบ้านเราตั้งวางอยู่ ใจชื้นมาก พอนั่งลงสาวเสิร์ฟสเปนก็มารับออเดอร์ พวกเราสั่งผัดกะเพราไก่กับเนื้อ บอกเผ็ดๆ สาวเสิร์ฟทวนคำสั่งเรียกผัดกะเพราเต็มปากเต็มคำเหมือนเราเด๊ะ เราคิดว่าร้านนี้อาจจะมีกุ๊กคนไทย เป็นความหวังที่จะได้ลิ้มรสชาติอาหารแบบไทยแท้ๆ หรือใกล้เคียงที่สุด และแล้วชายเอเชียร่างเล็กๆ ก็โผล่มา เข้าไปในคอกลงมือผัดอาหาร พวกเราเมียงมอง เผื่อสบตากันจะได้รู้ว่าเป็นคนไทยด้วยกันนะ แต่ปรากฏว่าคุณเชฟไม่มองสักนิด ผัดอย่างเดียว เสียงเคาะกระทะดังโป๊งเป๊ง เสียงผัดนี่ก็ใช้ได้เลย สักพักอาหารก็มาวางตรงหน้า จานใหญ่มาก ผัดกะเพราก็คือผัดพริกใส่โหระพา ที่บอกว่าเผ็ดๆ ก็คือพริกหวานที่ใส่มาเยอะมากกว่าปกติ รสชาติไม่ผ่าน กับเยอะแต่ข้าวน้อย กินกันเหลือบานเพราะเยอะเกินไปจริงๆ เรียกว่าผิดหวังอย่างแรง แถมราคาก็แพงอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างที่บอกว่าโรงแรมอยู่ติดกับชายหาด มีวิวดีมากๆ โรงแรมที่พักยังเป็นตึกสูงที่สุดในย่านนี้อีกด้วย สูงถึง 28 ชั้น พวกเราได้ห้องอยู่ชั้น 17, 22 และ 23 กระจายกันไป ทำให้สามารถเห็นวิวทิวทัศน์ในมุมกว้างได้ดี นอกจากวิวทะเลและชายหาดแล้ว ถ้าเปิดประตูระเบียงออกไปก็จะเห็นเขาลูกหนึ่งตั้งตระหง่านตรงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ยอดเขา Benacantil ที่ตั้งตระหง่านตรงข้ามห้องนอนในโรงแรม เปิดไฟสว่างไสว สวยงาม สร้างสีสันให้กับเมืองอย่างมาก)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภูเขาที่ว่านี้ก็คือ Benacantil เป็นที่ตั้งของปราสาท Santa Barbara ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 166 เมตร ปราสาทซานตาบาร์บารานี้เป็นปราสาทยุคกลางที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งยังหลงเหลืออยู่ในทวีปยุโรป ตัวปราสาทสร้างครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดของภูเขา ตามข้อมูลที่หาได้บอกว่า ปราสาทมีอายุมากกว่าพันปี สมัยหนึ่งในช่วงศตวรรษที่ 9 เคยถูกปกครองโดยผู้นำมุสลิม ปราสาทแห่งนี้ได้รับการดูแลอย่างดีมาตลอด และยังคงสภาพดีมาจนถึงปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันแรกๆ ที่มาถึงก็สงสัยว่าภูเขาตรงหน้านี้คืออะไร แต่พอฟ้ามืดมองไปทางตัวปราสาทก็จะเห็นแสงสีระยิบระยับ เพราะมีการเปิดไฟรอบๆ ภูเขา ทำให้ปราสาทดูสวยมากในช่วงกลางคืน เป็นการสร้างบรรยากาศสีสันให้กับเมือง ผนวกกับริมหาดที่คึกคักไปด้วยผู้คนที่นั่งดื่มกิน ร้านอาหารยังเปิดคึกก็ยิ่งทำให้เมืองมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(จุดหนึ่งของประตูทางเข้าปราสาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนัดแนะกันว่าวันพรุ่งนี้เราจะไปเที่ยวปราสาทกันแต่เช้า วันรุ่งขึ้นเราออกจากโรงแรมประมาณ 8 โมงเช้ากว่าๆ เดินไปยังทิศทางที่ตั้งภูเขา ถือว่าไม่ไกล ห่างจากโรงแรมประมาณ 800 เมตรเท่านั้นก็ถึงทางขึ้นลิฟต์ไปปราสาท แดดแจ๋มาก ร้อนฝุดๆ&amp;nbsp;


สล็อตลองฟรี ไปถึงเร็วกว่ากำหนดที่ลิฟต์เปิดให้บริการในเวลา 10 โมง พวกเราเลยไปโต๋เต๋กันที่ริมหาด มองคนเล่นน้ำส่วนใหญ่เท่าที่เห็นไม่ค่อยมีสาวๆ มีแต่ผู้สูงอายุที่ใส่ชุดว่ายน้ำมาเล่นน้ำริมหาด ส่วนหนุ่มๆ ก็พากันวิ่งออกกำลังริมหาด ท่ามกลางอากาศที่ร้อนมาก เหมือนพวกบ้าพลัง คิดในใจว่า โห.....จะมาให้ออกกำลังร้อนๆ แบบนี้ไม่เอาหรอก&amp;nbsp;


ทดลองเล่นสล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ช่วงเช้าก่อน 10โมง มีคนมาเล่นน้ำ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ )&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอได้เวลาพวกเราก็เดินข้ามถนนไปที่จุดขึ้นลิฟต์ ซึ่งทางเข้ามีลักษณะเป็นอุโมงค์ขุดเจาะจากฐานภูเขา ตรงปากทางมีตู้อัติโนมัติให้ซื้อตั๋วสำหรับขึ้นลิฟต์ ถ้าจำไม่ผิดราคาคนละ 2 ยูโรกว่าๆ หรือประมาณ 100 บาทนิดๆ ได้ตั๋วมาแล้วต้องเดินผ่านอุโมงค์ไปอีกสักระยะจึงจะถึงจุดขึ้นลิฟต์ แสดงตั๋วกับผู้หญิงวัยกลางคนที่เป็นพนักงาน เธอแจกแผ่นพับคู่มือการเดินขึ้นไปชมปราสาท พร้อมกับอธิบายเล็กน้อยถึงการเที่ยวชม ลิฟต์ใช้เวลาไม่น่าจะเกิน 2 นาทีก็มาถึงด้านบนแล้ว เร็วมากจนเรางง แค่นี้เองเหรอ ตั้ง 2 ยูโรกว่าๆ เหมือนไม่คุ้มค่าตั๋วเลย แต่พอขากลับเดินลงมารู้เลยว่าคุ้มค่าตั๋วจริงๆ เพราะเราใช้เวลาเดินไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ทั้งร้อน ทั้งหนื่อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(รูปปั้นตราประจำตระกูลหนึ่ง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ความเป็นป้อมปราการของปราสาทซานตาบาร์บารา &amp;nbsp;ยังหลงเหลือให้เห็น โดยเฉพาะช่วงยอดบนสุดที่ทำหน้าที่หอคอยของป้อม คอยสอดส่องศัตรูจากภายนอก เข้าใจว่าศัตรูที่ว่านี่ก็คือพวกมุสลิมที่มาจากฝั่งตรงข้ามที่เป็นแอฟริกา พวกนี้คงยาตราทัพเรือข้ามเมดิเตอร์เรเนียนเข้ามา&amp;nbsp;


respin88&amp;nbsp; เทียบช่วงเวลา ป้อมปราการแห่งนี้น่าจะเคยผ่านศึกสงครามครูเสดมาก่อนเป็นแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(บนยอดปราสาท มีหุ่นทหารทำด้วยเหล็ก &amp;nbsp;ตั้งวางรอบทิศ บอกเล่าเรื่องราวว่าที่นี่เคยเป็นป้อมปราการป้องกันศัตรูจากภายนอก ที่อยู่อีกฟากของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน)
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;(ภาพชีวิตในอดีตของชาวสเปนเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว เป็นรูปขาว-ดำที่นำมาจัดแสดงเรียงราย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในปราสาทแบ่งเป็นโซนต่างๆ บางโซนก็เข้าไม่ได้ มีอยู่ห้องหนึ่งเป็นจุดแสดงเรื่องราวในอดีตของสเปน มีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลหรือผู้ปกครองเมืองติดไว้เยอะแยะมาก ทุกตรามีความสวยงามและมีความขลังในตัวเอง ด้านข้างมีคำอธิบายกำกับไว้ทั้งภาษาสเปน ภาษาอังกฤษ บางตราบอกไม่รู้ว่าเป็นของใครก็มีอยู่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ส่วนผนังก็มีรูปภาพชาวสเปนในอดีตแขวนไว้ให้ชมมากมาย เป็นภาพชีวิตชาวสเปนที่น่าจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ส่วนใหญ่เป็นภาพขาว-ดำที่ยังคงความคมชัดไว้อย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(เมืองอาลิคันเต มองจากยอดเขาปราสาท ซานตา บารารา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขากลับต้องยอมรับว่าแฮ่กๆ กันมากๆ เพราะอากาศร้อนจริงๆ บนปราสาทแทบไม่มีต้นไม้ เพราะเป็นภูเขาหินทั้งหมด อมความร้อนไว้อย่างดี เหงื่องี้เต็มตัวเลย น้ำที่อาบมาเมื่อเช้าออกจากโรงแรมอย่างสดชื่นมลายหายไปแล้ว พอถึงโรงแรมอยากจะโดดเข้าห้องน้ำเลยทีเดียว ตอนเย็นพวกเราต้องไปปฎิบัติภารกิจ สรุปว่าวันนั้นเราอาบน้ำ รวมก่อนนอนด้วยก็ 3 รอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(ดอกชบาสีชมพู ที่สวยมาก ดอกใหญ่ขึ้นริมประตู ช่วยให้รู้สึกสดชื่นได้บ้าง ท่ามกลางอากาศร้อนจัด)

&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางช่วงมีโอกาสได้ไปเดินย่านดาวน์ทาวน์ ในอาลิคันเต ส่วนใหญ่ใช้การเดินมีบางครั้งที่ใช้บริการแท็กซี่บ้าง ซึ่งไม่แพง เมื่อเทียบกับค่าครองชีพยุโรป ส่วนอัตราค่าบริการจะแบ่งเป็นประมาณ 3 ช่วง ถ้ากลางวันก็อีกอัตราหนึ่ง ถูกที่สุด ส่วนกลางคืนถ้าจำไม่ผิด ไม่เกิน 4 ทุ่มอีกอัตราหนึ่ง และดึกๆ ไปเลยเกิน 4 ทุ่มก็จะแพงขึ้นไปอีก นับว่ายุติธรรมดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าแปลกใจอีกอย่างที่อาลิคันเตก็คือ เราไม่เจอทัวร์จีนเลยสักคน แต่ที่มาดริดพอจะมองเห็น ผู้คนที่นี่ไม่ได้มองเราด้วยสายตาแปลกๆ ว่าพวกเราที่ดูแตกต่างจากชาวสเปนอย่างชัดเจน เป็นใครมาจากไหน ทุกอย่างเป็นปกติ มีความเป็นมิตรดี เหมือนคนไทยที่ต้อนรับต่างชาติมาบ้านเรายังไงยังงั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทริปหน้าจะพาไปวาเลนเซีย แค่หนึ่งวันที่เกินคุ้ม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20723</URL_LINK>
                <HASHTAG>Santa Barbara, สเปน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd1ba673f1fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
