<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 16:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 16:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สทนช.ลุยวางระบบจัดการท่วม-แล้ง  ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า สทนช. ให้ความสำคัญและเน้นย้ำการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเสนอความเห็นในการกำหนดทิศทางการพัฒนาทรัพยากรน้ำระดับพื้นที่ ซึ่งรวมถึงการจัดเวทีปัจฉิมนิเทศโครงการศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA และแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Video Conference) ณ โรงแรมโนโวเทลหัวหินชะอำบีช รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเพชรบุรี ก็เพื่อให้ภาคส่วนเกี่ยวข้องรับทราบถึงผลการศึกษา หลังจาก สทนช.ดำเนินการศึกษาแล้วเสร็จ และจะรวบรวมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ก่อนสรุปผลการศึกษาที่สมบูรณ์ ตามกระบวนการของ SEA ซึ่งเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมต่อการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเชิงพื้นที่ เพื่อใช้สนับสนุนการตัดสินใจในการกำหนดนโยบาย แผน หรือแผนงาน ตั้งแต่การพัฒนาทางเลือก การประเมินและคัดเลือกทางเลือกของการพัฒนาที่สอดคล้องกับมิติทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม จึงเป็นการเสริมการวางแผนในลักษณะมองจากล่างขึ้นบน ทำให้ได้ทิศทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับศักยภาพ ข้อจำกัด และความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้เกิดความสมดุลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงเปรียบเทียบทางเลือกในการบริหารจัดการน้ำ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการศึกษาในเบื้องต้นแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1.ทิศทางการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ลุ่มน้ำ คือ การพัฒนาแบบผสมผสาน ระหว่างการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว ร่วมกับการพัฒนาด้านการเกษตรที่ยังคงไว้ซึ่งระบบเพาะปลูกแบบเดิม หรืออาจปรับระบบเพาะปลูกในบางลุ่มน้ำสาขาให้สอดคล้องกับศักยภาพของดินและน้ำ 2.แผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ตามทิศทางการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำโดยมีโครงการทั้งสิ้น 2,431 โครงการ ส่งผลให้มีการพัฒนาแหล่งเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้น 451 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่ชลประทานเกือบ 300,000 ไร่ พร้อมช่วยลดพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมที่รอบปีการเกิดซ้ำ 25 ปี แบ่งเป็น ในเขตเมืองเพชรบุรีประมาณ 216 ตร.กม. และอ.บางสะพานประมาณ 8 ตร.กม. และ 3. จัดทำแผนปฏิบัติการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 5 ปี (ปี 2566-2570) รวมถึงฐานข้อมูลโครงการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับคณะกรรมการลุ่มน้ำและหน่วยงานด้านบริหารจัดการน้ำ นำไปขับเคลื่อนแผนงานในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีแผนงานโครงการทั้งสิ้น 973 โครงการ ซึ่งสอดคล้องกับแผนน้ำฯ 20 ปี อาทิ ด้านน้ำอุปโภคบริโภค ประชาชนได้รับประโยชน์ 6,277 ครัวเรือน การสร้างความมั่นคงน้ำภาคการผลิต พื้นที่ได้รับประโยชน์ 132,000 ไร่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ด้วยสภาพพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ มีความหลากหลาย ทั้งภูเขา ป่าไม้ ที่ราบลุ่มแม่น้ำ ตลอดจนชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย ทำให้มีทรัพยากรทางการท่องเที่ยวมากมาย เป็นแหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจและแปรรูปผลิตภัณฑ์การเกษตรที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ มะพร้าว มะนาว สับปะรด อ้อย ปาล์มน้ำมัน จึงมีปริมาณการใช้น้ำส่วนใหญ่เป็นภาคเกษตร รองลงมาเป็นภาคอุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว โดยสภาพปัญหาด้านน้ำจะพบปัญหาขาดแคลนน้ำใน 4 อำเภอ จ.เพชรบุรี ได้แก่ อ.เมืองเพชรบุรี อ.เขาย้อย อ.บ้านลาด และ อ.ท่ายาง และ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อ.หัวหิน ขณะที่ปัญหาอุทกภัยส่วนใหญ่เกิดจากการระบายน้ำไม่ทัน โดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ ประกอบกับมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ และอิทธิพลจากน้ำทะเลหนุน&amp;nbsp; ดังนั้น จำเป็นต้องเร่งรัดวางแผนบริหารจัดการอุทกภัยทั้งระบบ จัดการความต้องการน้ำตามการพัฒนาของเมือง เนื่องจากการพัฒนาแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ทำได้ยากขึ้น สร้างสมดุลระหว่างภาคเกษตร อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว รองรับการพัฒนาเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านด้วย&amp;rdquo; ดร.สมเกียรติ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110736</URL_LINK>
                <HASHTAG>SEA, การพัฒนาทรัพยากรน้ำระดับพื้นที่, ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์, พื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์, ระบบจัดการท่วม-แล้ง, ลดพื้นที่ท่วมซ้ำซาก, สทนช., สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210722/image_big_60f938863c4c4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97806</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 20:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ข่าวประชาสัมพันธ์  การประชุมกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็น เรื่อง  (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ พ.ศ. …. ภายใต้ โครงการขับเคลื่อนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ ปีงบประมาณ 2563</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2564 ดร.วิชญายุทธ บุญชิต รองเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธานเปิดการประชุมกลุ่มย่อยระดมความคิดเห็น เรื่อง (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ พ.ศ. &amp;hellip;. โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุง (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ ก่อนเสนอคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการประชุมดังกล่าวได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ ร่วมอภิปราย เรื่อง SEA กับการพัฒนาที่ยั่งยืน ดร. พรวิภา คลังสิน&amp;nbsp; หัวหน้าโครงการ เรื่อง การขับเคลื่อน SEA ของไทย ดร. วิเทศ ศรีเนตร นายจักรกริช ธรรมศิริ และ ดร.ชญาทัต เนียมแสวง ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์&amp;nbsp; บริษัท ยูไนเต็ด แอนนาลิสต์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เรื่อง (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ พ.ศ. &amp;hellip;. (ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งได้ร่วมกันระดมความคิดเห็น เรื่อง (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฯ โดยมีประเด็นหลัก ดังนี้ 1) ความเหมาะสมของเจตนารมณ์และเหตุผลของ (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ พ.ศ. &amp;hellip;. 2) ขอบเขตและเกณฑ์การบังคับใช้ที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย 3) กลไกและองค์กรที่จะช่วยสนับสนุน (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ พ.ศ. &amp;hellip;. และ 4) ความคาดหวังและผลที่จะเกิดขึ้นจากการประกาศใช้ (ร่าง) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ พ.ศ. &amp;hellip;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขับเคลื่อน SEA ในครั้งนี้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการจัดทำแผนและแผนงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยกลไกที่สำคัญในระยะแรก คือ การใช้กฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถมีหลักเกณฑ์การนำ SEA ไปใช้ร่วมกัน ซึ่งจะเป็นกลไกด้านกฎหมายและการบังคับใช้กลไกการดำเนินงานและติดตามประเมินผล โดยการกำกับของคณะกรรมการพัฒนาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (กสย.) และคณะอนุกรรมการต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นกลไกในการพัฒนาระบบ SEA และติดตามประเมินผลการจัดทำ SEA ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทร. 02-280-4085 ต่อ 1543&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองยุทธศาสตร์การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97806</URL_LINK>
                <HASHTAG>SEA, คณะกรรมการพัฒนาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (กสย.), ดร.วิชญายุทธ บุญชิต, ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์, สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สศช., สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_60631b2ebc1d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10591</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2018 20:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การมีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพ ของประชาชนในโครงการของรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูงการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 8 (4 ส รุ่นที่ 8) สถาบันพระปกเกล้า ได้จัดเวทีสาธารณะนำเสนอผลงานการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพของพลเมือง ในโครงการเมกะโปรเจ็กต์ (Megaproject) ของรัฐ เพื่อเสนอรูปแบบการมีส่วนร่วมในการดำเนินนโยบายต่างๆ ให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อประชาสังคมให้น้อยที่สุด การมีส่วนร่วมของพลเมืองนั้นต้องเป็นกระบวนการที่ให้พลเมืองเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) การวางแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนการมีส่วนร่วมในกระบวนการกำหนดและออกแบบขั้นตอนต่างๆ ในการดำเนินโครงการเพื่อให้เกิดความรอบคอบ เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างสันติและยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รูปแบบของการมีส่วนร่วมอย่างมีคุณภาพต้องอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อมั่นและไว้วางใจซึ่งกันและกัน คือ TRUST อันเป็นมุมมองที่แตกต่างกันระหว่างรัฐและประชาชน ซึ่งประกอบด้วย การฟังให้มากขึ้น เข้าใจกันให้มากขึ้น ให้เวลากันมากขึ้น สื่อสารกันให้มากขึ้น และต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไข 3 ประการ ได้แก่
1.ความเต็มใจ (Willing to Participate) การมีสำนึกในความเป็นเจ้าของตามหน้าที่พลเมือง
2.ความมีอิสระ (Freedom to Participate) การมีเสรีภาพ ไม่ถูกครอบงำหรือการบังคับให้เห็นด้วย
3.ความสามารถ (Ability to Participate) ความสามารถในการรับรู้ของประชาชน
การมีส่วนร่วมคือเงื่อนไขสำคัญในการตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน รัฐต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่าอะไรเป็นเหตุและผลที่ทำให้ประชาชนคิดแตกต่างจากรัฐ ต้องเข้าถึงความคิดของประชาชนให้ได้ว่าจุดมุ่งหมายที่แท้จริงคืออะไร เพื่อนำมาเปลี่ยนแปลงไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะการมีส่วนร่วมคือเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ พัฒนาไปสู่เป้าหมายที่ตรงกันตามหลักการ TRUST อันประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;T = Transparency ความโปร่งใส กระบวนการได้มาซึ่ง &amp;ldquo;ฉันทามติ&amp;rdquo; ของทุกภาคส่วนจนเป็นที่ยอมรับของมหาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;R = Respect ความเคารพซึ่งกันและกัน ร่วมคิดร่วมตัดสินใจร่วมกันและได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;U = Ultimate goal มีจุดมุ่งหมายสูงสุดที่ชัดเจน ทุกขั้นตอนต้องมีการทบทวนและดำเนินการเพื่อไปถึงจุดมุ่งหมายเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;S = Sustainability ความยั่งยืนของโครงการที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบน้อยที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;T = Together ก้าวไปด้วยกัน โครงการขนาดใหญ่ของรัฐหรือนโยบายสาธารณะเป็นของปวงชนชาวไทย มิใช่เป็นของรัฐบาล แต่รัฐมีหน้าที่สร้างความเป็นเจ้าของให้เกิดขึ้นในหมู่สาธารณชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานวิชาการของ 4 ส 8 ชิ้นนี้ เป็นโมเดลในการนำเสนอการตรวจสอบถ่วงดุลผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจการดำเนินการโครงการทุกขั้นตอนนั่นเอง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(g.jittima02@gmail.com)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10591</URL_LINK>
                <HASHTAG>Megaproject, SEA, ความมีอิสระ, ความสามารถ, ความเคารพซึ่งกันและกัน, ความเต็มใจ, ความโปร่งใส, จิตติมา กุลประเสริฐรัตน์, ประกาศนียบัตรชั้นสูง, มีจุดมุ่งหมายสูงสุดที่ชัดเจน, สถาบันพระปกเกล้า, เป็นเรื่องเป็นราว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180117/image_big_5a5f23f7bc12c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
