<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>27290</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/01/2019 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2019 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนุมัติแผนพัฒนาพัฒนา SEC ภาคใต้ ลงทุนรถไฟทางคู่ ท่าเรือ สนามบิน วงเงินแสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ม.ค. 2562 นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบศึกษาความเหมาะสมการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชุมพร &amp;nbsp;- ระนอง และพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี &amp;ndash; นครศรีธรรมราช ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน (Southern Economic Corridor : SEC) &amp;nbsp;พ.ศ. 2562 &amp;ndash; 2565 &amp;nbsp;กำหนดโครงการทั้งหมดรวม 116 โครงการ วงเงินรวม 106,790 &amp;nbsp;ล้านบาท สำหรับโครงการพร้อมดำเนินการทันทีในปีงบประมาณ 2562 มี 8 โครงการ วงเงินรวม 2,677 ล้านบาท โดยใช้งบกลางปี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนของการกำหนดกรอบการพัฒนา 4 ด้าน ได้แก่ 1.การพัฒนาประตูการค้าฝั่งตะวันตก 2.การพัฒนาประตูสู่การท่องเที่ยวอ่าวไทยและอันดามัน 3.การพัฒนาอุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง และ 4.การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การส่งเสริมวัฒนธรรม และการพัฒนาเมืองน่าอยู่ &amp;nbsp;มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินโครงการและขอรับการจัดสรรงบประมาณให้เป็นไปตามกรอบการพัฒนาดังกล่าวต่อไป &amp;nbsp;โดยมีโครงการจำเป็นเร่งด่วน &amp;nbsp;5 โครงการ วงเงิน 448 ล้านบาท เริ่มทำปี 2562 เช่น การพัฒนาเกาะพะยามและป่าชายเลน จ.ระนอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมุ่งหวังให้ SEC เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหม่และเป็นต้นแบบการพัฒนาศูนย์กลางความเจริญแต่ละภูมิภาคของประเทศ หลังจากผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561 ที่ จ.ชุมพร จึงเร่งรัดดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาท่าเรือน้ำลึก จ.ระนอง รถไฟทางคู่ลงสู่ภาคใต้ มอเตอร์เวย์ การพัฒนาเมืองน่าอยู่ส่งเสริมท่งเที่ยวเมืองรอง การพัฒนาสนามบิน จ.ชุมพร รองรับผู้โดยสาร 10 ล้านคนต่อปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเกิดการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมตามมาไม่น้อยกว่า 200,000 ล้านบาท มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 1.2 ล้านคนต่อปี และจีดีพีของ SEC ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5% ต่อปี ในช่วง 10 ปีแรก เชื่อมการเดินทาง การขนส่งสินค้าทั้งอ่าวไทย อันดามัน ต่อไปยังเอเชียใต้ ที่ประเทศอินเดีย ใช้เวลาขนส่งสินค้าจากเดิมอ้อมไปทางอินโดนีเซีย 9-15 วัน ลดเหลือ 4-7 วัน เพื่อให้เศรษฐกิจภาคใต้เติบโตขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27290</URL_LINK>
                <HASHTAG>SEC, ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, ท่องเที่ยว, พัฒนาการค้า, แผนการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c2239d8b873f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 09:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชยฺชี้ธุรกิจแห่ตั้งใหม่ใน SEC เพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo; เผยธุรกิจแห่ตั้งกิจการพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ 10 เดือน ปี 61 จำนวน 2,125 ราย พุ่ง 6.62% คาดทั้งปีโตไม่ต่ำกว่า 10% เหตุรัฐบาลเร่งรัดโครงการลงทุนเครือข่ายคมนาคม เชื่อมโยงการท่องเที่ยว

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southen Economic Corridor) หรือ SEC ประกอบด้วย จ.ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ช่วง 10 เดือน ของปี 2561 (ม.ค.-ต.ค.) มีจำนวน 2,125 ราย เพิ่มขึ้น 6.62% เทียบกับการจดทะเบียนจัดตั้งในช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มีจำนวน 1,993 ราย โดยมีทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 10 เดือน มูลค่า 4,533.64 ล้านบาท ลดลง 29.54% เทียบกับทุนจดทะเบียนช่วงเดียวกันปี 2560 ที่มีมูลค่า 6,434.55 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจที่มีการจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรกในพื้นที่ SEC ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ 217 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 901.22 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารทั่วไป 205 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 494.20 ล้านบาท และโรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด 167 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนจัดตั้ง 405.50 ล้านบาท

&amp;ldquo;แนวโน้มการจัดตั้งธุรกิจในพื้นที่ SEC ปี 2561 คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา หรือไม่ต่ำกว่า 10% เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีแผนที่จะเร่งรัดโครงการต่างๆ ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท เพราะรัฐบาลต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพื้นที่ดังกล่าว และเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมกับการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันได้ให้ความสำคัญกับภาคการเกษตรในพื้นที่ทั้งข้าว ยางพารา และปาล์มน้ำมัน&amp;rdquo; นายวุฒิไกรกล่าว

สำหรับนิติบุคคลที่คงอยู่ในพื้นที่ SEC มีจำนวน 2.22 หมื่นราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 1.26 แสนล้านบาท แบ่งเป็น สุราษฎร์ธานี 1.46 หมื่นราย ทุนจดทะเบียน 7.95 หมื่นล้านบาท นครศรีธรรมราช 4,835 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 2.47 หมื่นล้านบาท ชุมพร 1,836 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 1.20 หมื่นล้านบาท และระนอง 919 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียน 1.04 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่ในพื้นที่ SEC มีการประกอบธุรกิจบริการมากสุดคิดเป็นสัดส่วน 67.51% และเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มากสุดคิดเป็นสัดส่วน 99.24%

ขณะที่การลงทุนของต่างชาติในนิติบุคคลไทย (ถือหุ้นไม่เกิน 49.99%) มีมูลค่าทั้งสิ้น 1.22 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.67% ของมูลค่าทุนทั้งหมด โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาถือหุ้นในนิติบุคคลไทย 5 อันดับแรก คือ จีน มูลค่า 1,798.27 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 14.65% รองลงมาคือ ฝรั่งเศส มูลค่า 1,688.58 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.76% อังกฤษ มูลค่า 1,680.50 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.69% รัสเซีย 721.68 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.58% และเบลเยี่ยม 707.99 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 5.77% และอื่นๆ 5,675.35 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 46.55%

ด้านจังหวัดที่มีการลงทุนจากต่างชาติมากสุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี มูลค่า 1.11 หมื่นล้านบาท รองลงมา คือ ชุมพร 703 ล้านบาท นครศรีธรรมราช 325.23 ล้านบาท และระนอง 98.06 ล้านบาท

&amp;ldquo;แม้พื้นที่ SEC จะมีขนาดเล็กกว่าพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) แต่ก็เป็นพื้นที่สำคัญที่รัฐบาลจะเร่งรัดการลงทุนเพื่อเชื่อมต่อด้านคมนาคมระหว่างพื้นที่ EECจนไปถึง SEC เชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวจะยังดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติได้อีกมาก&amp;rdquo; นายวุฒิไกร กล่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24397</URL_LINK>
                <HASHTAG>SEC, กระทรวงพาณิชย์, โครงการพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181019/image_big_5bc9fe41d7b8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20078</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2018 00:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2018 07:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ดันสร้างรถไฟทางคู่ชุมพร-ระนอง 4 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รฟท.รับลูกรัฐบาลดันรถไฟทางคู่ชุมพร-ระนอง 4 หมื่นล้านฝันปลุกเศรษฐกิจ SECพร้อมจี้พัฒนาพื้นที่ตามแนวรถไฟทางคู่ มั่นใจเดินหน้าศึกษาก่อนเปิดประมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ มาลา รักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)เปิดเผยถีงแผนพัฒนารถไฟทางคู่เพิ่มอีก 1 เส้นทางคือ รถไฟทางคู่ช่วงชุมพร-ระนอง เพื่อส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor) หรือ SEC ตลอดจนเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรด้วระบบราง (Land-bridge) ระหว่างทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน &amp;nbsp;ว่าขณะนี้สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)อยู่ระหว่างเสนอผลศึกษาโครงการดังกล่าวให้กับรฟท.ไปดำเนินการศึกษารายละเอียดการก่อสร้างและถอดแบบราคาก่อนเปิดประมูลโครงการต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามคาดว่าจะใช้เวลาราว 4-6เดือนนับจากนี้ในการดำเนินการตามแผนดังกล่าว ดังนั้นจึงมั่นใจว่ารฟท.จะสามารถสองนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่าโครงการรถไฟชุมพร-ท่าเรือน้ำลึกระนอง เป็นรถไฟรางเดี่ยว มีระยะทาง 108 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท กำหนดเป้าหมายเปิดให้บริการปี 2568 มีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) อยู่ที่ 12.20% โดยคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารที่จะใช้บริการในปีแรกอยู่ที่ 5,724 คนต่อปี และจะเพิ่มเป็นจำนวน 11,710 คนต่อปี ภายในระยะเวลา 30 ปีหลังจากเปิดให้บริการ คิดเป็นปริมาณการเติบโตราว 100% หรือคิดเป็น 28% ต่อระยะเวลา 10 ปี ด้านปริมาณการขนส่งสินค้านั้น ในปีแรกที่เปิดบริการจะมีปริมาณสินค้านำเข้า-ส่งออกราว 33,116 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี และจะเพิ่มเป็น 85,502 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี คิดเป็นปริมาณการเติบโตเฉลี่ย 158% หรือคิดเป็น 53% ต่อระยะเวลา 10 ปี แบ่งเป็นสินค้านำเข้าทั่วไป อาทิ เหล็ก สินค้าเกษตร สินค้าบริโภค สินค้ากลุ่มก่อสร้างและสินค้าอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในเบื้องต้นโครงการดังกล่าวกำหนดไว้ 9 สถานี ได้แก่ สถานีขุนกระทิง สถานีบ้านนา สถานีวังใหม่ สถานีปากจั่น สถานีกระบุรี สถานีบางใหญ่ สถานีละอุ่น สถานีท่าเรือระนอง และจากสถานีท่าเรือระนอง จะมีเส้นทางแยกเข้าสู่เมืองระนอง โดยสิ้นสุดที่สถานีระนอง ระยะทางประมาณ 5 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าก่อนหน้านี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายต้องการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ไปดำเนินการบรรจุแผนพัฒนารถไฟทางคู่เพิ่มอีก 1 เส้นทางคือ รถไฟทางคู่ช่วงชุมพร-ระนอง เพื่อส่งเสริมระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (Southern Economic Corridor) หรือ SEC ตลอดจนเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทรด้วระบบราง (Land-bridge) ระหว่างทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ซึ่งฝั่งท่าเรือระนองสามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้ากับกลุ่มประเทศอ่าวเบงกอล ดังนั้นจึงต้องพัฒนาเส้นทางสายดังกล่าวเกิดขึ้นให้ได้เพราะจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยดึงดูดเม็ดเงินการลงทุนในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้โจทย์ว่าโครงการนี้ในปีหน้าต้องมีความชัดเจนให้ได้ทั้งการเปิดประมูลและการก่อสร้าง นอกจากนี้ตนยังมองว่าเส้นทางดังกล่าวยังสามารถเชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างอีอีซีกับมหาสมุทรอินเดียได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้เร่งรัดให้ รฟท.ต้องเปิดประมูลโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 วงเงิน 4 แสนล้านบาทให้เป็นไปตามกำหนดการที่ตั้งไว้ ควบคู่ไปกับการเดินหน้าเพิ่มรายได้ให้กับองค์กรโดยการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เนื่องจากรฟท.มีทรัพย์สินจำนวนมากทั่วประเทศจึงต้องทำหน้าที่เป็นนักพัฒนาพื้นที่ ตามแนวเส้นทางรถไฟทางคู่สายใหม่ เพราะรฟท.มีประสบการด้านการเดินรถและเชี่ยวชาญการตั้งสถานีเพื่อให้เกิดการพัฒนาในพื้นที่ นอกจากนี้รฟท.ต้องให้ความสำคัญกับการเชื่อมเส้นทางรถไฟไปยังเมืองรองเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20078</URL_LINK>
                <HASHTAG>SEC, Southern Economic Corridor, ชุมพร-ระนอง, รถไฟรางคู่, รฟท., ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้, เชื่อมต่อการขนส่งสินค้าระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b208af63ce3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
