<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 17:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 17:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักลงทุนหวั่นล็อกดาวน์!หุ้นปิดร่วง 14.83จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค. 64 - ตลาดหุ้นไทยวันที่ 7 ก.ค. 64 ดัชนี SET Index ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,576.60 จุด ปรับตัวลดลงหรือลบ -14.83 จุด คิดเป็น -0.93 % มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 82,477.06 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับดัชนี SET50 อยู่ที่ 948.23 จุด ลดลง -8.55 จุด คิดเป็นร้อยละ -0.89% มีมูลค่าซื้อขายรวม 33,413.74 ล้านบาท ส่วนดัชนี SET100 อยู่ที่ 2,164.89 จุด ลดลง -17.87 จุด คิดเป็นร้อยละ -0.82% มีมูลค่าซื้อขายรวม 46,990.75 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 509.40 ลดลง -6.69 คิดเป็นร้อยละ -1.30% มีมูลค่าซื้อขายรวม 8,177.96 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MENA&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 2.48 บาท เพิ่มขึ้น +1.28 บาท มูลค่าการซื้อขาย 7,434.50 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BBL&amp;nbsp; ปิดที่ 108.00 บาท ลดลง -4.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,383.16 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KBANK&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 117.50 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,978.40 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;SCB&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 94.50 บาท&amp;nbsp; ลดลง -1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,670.28 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CPALL&amp;nbsp; ปิดที่ 60.25 บาท เพิ่มขึ้น +0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,396.38 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงกว่า 14.83 จุด หลุดแนวรับสำคัญที่ 1,580 จุด เนื่องจากนักลงทุนยังมีความกังวลสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อยังอยู่ในระดับสูงทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนมีความกังวลว่ารัฐบาลจะมีมาตรการคุมเข้มสกัดการแพร่ระบาดโควิด-19 ออกมาอีก หรืออาจจะมีคำสั่งให้มีการล็อกดาวน์เต็มรูปแบบ ประกอบกับราคาน้ำมันก็ปรับตัวลงด้วย จึงทำให้นักลงทุนขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108969</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET, ดัชนีตลาดหุ้น, ตลาดหุ้นไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062f608afbc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2021 15:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2021 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาน้ำมันทรุดกดดันหุ้นไทยภาคเช้าปิดลบ 8.39 จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ค 64 - &amp;nbsp;ตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 7 ก.ค. 64 ดัชนี SET Index ปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 1,583.04 จุด ปรับตัวลดลงหรือลบ -8.39 จุด คิดเป็น&amp;nbsp;-0.53 % มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 39,150.18 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;MENA&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 2.60 บาท เพิ่มขึ้น +1.40 บาท มูลค่าการซื้อขาย 5,068.32 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KBANK&amp;nbsp; ปิดที่ 117.00 บาท ลดลง -1.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,386.79 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BBL&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 109.50 บาท ลดลง -2.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,103.33 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;SCB&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 94.50 บาท&amp;nbsp; ลดลง -1.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 969.47 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CBG&amp;nbsp; ปิดที่ 149.00 บาท ลดลง -0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 750.40 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิจิตร อายะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ปรับตัวลงคล้ายตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ต่างติดลบ หลังราคาน้ำมันปรับตัวลง เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น ขณะที่เงินบาทอ่อนค่า รวมถึงยังเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ไม่ดีขึ้น จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้ทำนิวไฮกว่า 6 พันราย ส่งผลทำให้ตลาดฯปรับตัวลงในช่วงเช้า &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ตลาดฯยังได้แรงหนุนจากการเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มส่งออกได้บ้าง โดยเฉพาะกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มอาหาร ที่ได้อานิสงค์จากเงินบาทอ่อนค่าลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108948</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET, ดัชนีตลาดหุ้น, ตลาดหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062f608afbc3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108156</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2021 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นไทยเช้าวันที่ 30 มิ.ย. 64 ปิดตลาด+4 จุด ดัชนีอยู่ที่ 1,596 จุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มิ.ย. 64 - ตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 30 มิ.ย. 64 ดัชนี SET Index ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,595.51 จุด ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยหรือบวก&amp;nbsp;+4.08 จุด คิดเป็น +0.26 % มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 39,542.18 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET50 อยู่ที่ 958.70 จุด เพิ่มขึ้น +1.31 จุด คิดเป็น +0.14% มีมูลค่าซื้อขายรวม 14,362.33 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET100 อยู่ที่ 2,188.18 จุด เพิ่มขึ้น +3.78 จุด คิดเป็น +0.17% มีมูลค่าซื้อขายรวม 23,967.45 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 508.75 เพิ่มขึ้น +2.47 คิดเป็น +0.49% มีมูลค่าซื้อขายรวม 3,826.51 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KCE&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 77.50 บาท เพิ่มขึ้น +3.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,063.57 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;HANA&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 70.50 บาท เพิ่มขึ้น +0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,776.01 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;RCL&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 56.75 บาท&amp;nbsp; เพิ่มขึ้น +0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,235.90 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;SCGP&amp;nbsp; ปิดที่ 61.00 บาท ลดลง +1.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 952.51 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;NEX&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 7.60 บาท ลดลง +0.95 บาท มูลค่าการซื้อขาย 810.26 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108156</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET, ดัชนีตลาดหุ้น, ตลาดหุ้นไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210630/image_big_60dc0be215f0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2021 14:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หุ้นไทยปิดตลาดเช้า +7 จุด ซื้อขาย 3.9 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มิ.ย. 64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นไทยเช้าวันที่ 29 มิ.ย. ดัชนี SET Index ปิดตลาด อยู่ที่ระดับ 1,586.28 จุด ปรับเพิ่มขึ้น +7.11 จุด หรือคิดเป็น +0.45 % มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 39,959.69 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET50 อยู่ที่ 953.57 จุด เพิ่มขึ้น +3.31 จุด คิดเป็น +0.35% มีมูลค่าซื้อขายรวม 16,959.81 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนี SET100 อยู่ที่ 2,177.18 จุด เพิ่มขึ้น +8.65 จุด คิดเป็น +0.40% มีมูลค่าซื้อขายรวม 25,310.03 ล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดัชนีตลาด mai ปิดที่ 505.48 เพิ่มขึ้น +6.28 คิดเป็น +1.26% มีมูลค่าซื้อขายรวม 3,889.55 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KBANK&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 119.50 บาท เพิ่มขึ้น +0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,368.69 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;RCL&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 55.50 บาท เพิ่มขึ้น +4.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,596.47 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;BANPU&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 15.70 บาท&amp;nbsp; เพิ่มขึ้น -0.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,102.63 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GUNKUL ปิดที่ 4.80 บาท ลดลง -0.02 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,078.97 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;UKEM&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดที่ 1.96 บาท ลดลง +0.38 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,077.34 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล. เอเซีย พลัส เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ ว่า ตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงมา 8 วันติดแล้ว มีโอกาสที่จะมีการรีบาวด์ของตลาด ซึ่งถ้ามองจากกราฟจะเห็นได้ชัดว่าเป็นการรีบาวด์ หุ้นส่วนใหญ่เป็นฟื้นตัวจากการลดลงมาแรง อย่างเช่น หุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้าง หุ้นส่งออก หุ้นกลุ่มสายการบิน หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ที่ได้อานิสงค์จากการตรวจและการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งมองว่าตลาดช่วงบ่ายยังคงมีการผันผวนอยู่ เนื่องจากปัจจัยที่ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนมาก และต้องรอดูการกระจายตัวของสายพันธุ์ใหม่ของโควิด-19 ว่าจะมีการกดดันภาพรวมของตลาดหุ้นไทยอย่างไร และจะยังฟื้นตัวได้อย่างที่นักลงทุนหลายๆ คนคาดการณ์ไว้ได้หรือไม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังคงแนะนำให้นักลงทุนลงทุนในหุ้นเชิงรับ หรือ Defensive Stock ซึ่งเป็นหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว สามารถป้องกันผลกระทบของสภาวะโควิด-19 ได้เช่น&amp;nbsp; ADVANC , AS เป็นต้น หุ้นกลุ่มส่งออก ที่ในช่วงนี้ที่ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้น เช่น NER ,TFG และหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล ที่ปัจจัยบวกมาจากที่มีการรักษาผู้ติดเชื้อที่มากขึ้น รวมถึงการฉีดวัคซีนทางเลือก เช่น BDMS เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108034</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET, ตลาดหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210629/image_big_60dac7d5c5ec4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/12/2018 14:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/12/2018 14:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยออยล์รับรางวัลรายงานความยั่งยืนปี 2561 ประเภท “ยอดเยี่ยม”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์   รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านกลยุทธ์องค์กร บริษัท ไทยออยล์  รับมอบ รางวัลรายงานความยั่งยืนประจำปี 2561 (Sustainability Report Award 2018) ประเภทรางวัลยอดเยี่ยม จาก ดร. ภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมี รพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เข้าร่วมในพิธี ซึ่งจัดขึ้น ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รางวัลรายงานความยั่งยืน Sustainability Report Award 2018 จัดโดย CSR Club สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และสถาบันไทยพัฒน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมและยกระดับการจัดทำรายงานความยั่งยืนในกลุ่มบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กลุ่มบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และกลุ่มบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ ให้มีคุณภาพและมีเนื้อหาที่ได้รับการพัฒนาให้สมบูรณ์ตามประด็นที่ถูกคัดเลือกให้เปิดเผยอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24143</URL_LINK>
                <HASHTAG>CSR Club, SET, Sustainability Report Award 2018, ความยั่งยืนปี 2561, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, พงษ์พันธุ์ อมรวิวัฒน์, ไทยออยล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181213/image_big_5c1208eac3fd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/05/2018 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/05/2018 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตลาดหลักทรัพย์ฯเปิดตัวบริการระดมทุนสำหรับสตาร์ทอัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลท.จับมือพันธมิตร เปิดตัว &amp;ldquo;ไลฟ์ แพลตฟอร์ม&amp;rdquo; ให้บริการระดมทุนรูปแบบใหม่ หวังช่วยสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน 18 แห่ง เปิดตัว ไลฟ์ แพลตฟอร์ม การให้บริการระดมทุนรูปแบบใหม่ ที่มีทั้งการระดมทุนสาธารณะ และการซื้อขายหลักทรัพย์ในรูปแบบเจรจาต่อรอง ทำให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสร้างโอกาสการขยายการเติบโตของธุรกิจ เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกับผู้ลงทุนที่สนใจในธุรกิจต่าง ๆ เบื้องต้นมีบริษัทที่พร้อมระดมทุนแล้ว 8 บริษัท วงเงินตั้งแต่ 5-60 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินรวมกว่า 100 ล้านบาท รวมทั้งมีผู้ประกอบการที่ให้ความสนใจเตรียมเข้ามาระดมทุนเพิ่มเติมอีก 50 บริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คุณสมบัติธุรกิจที่จะเข้ามาระดมทุนต้องเป็นบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทย โดยไม่จำกัดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารไม่มีประวัติความผิดทางกฎหมาย และมีข้อมูลงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ในกรณีต้องการระดมทุนเกิน 20 ล้านบาท ต้องมีประวัติการระดมทุนอย่างน้อย &amp;nbsp;5 ล้านบาทหรือมีผุ้สนับสนุน หากระดมทุนเกิน 100 ล้านบาท ต้องมีงบการเงินรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ผู้ลงทุนจะแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ผู้ลงทุนสถาบัน, กิจการเงินร่วมลงทุน, นิติบุคคลร่วมลงทุน และผู้ลงทุนที่มีลักษณะเฉพาะ ที่มีฐานะทางการเงินและมีประสบการณ์ในการลงทุน ซึ่งต้องมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท หรือมีสินทรัพย์รวมไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท และมีประสบการณ์ลงทุนไม่น้อยกว่า 1 ปี ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยปัจจุบันธุรกิจที่พร้อมเข้าระดมทุนในแพลตฟอร์มแล้ว 8 บริษัท ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีความหลากหลายและมีนวัตกรรมในด้านต่าง ๆ ทั้งแบบแอปพลิเคชัน สินค้าอุปโภค บริโภค เครื่องมือแพทย์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัท ไลฟ์ฟินคอร์ป จำกัด จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้บริการระดมทุนไลฟ์ แพลตฟอร์ม ซึ่ง ตลท.ถือหุ้น 99.99% โดยนำเทคโนโลยีบล็อคเชนมาใช้ ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ช่วยให้ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี ที่มีนวัตกรรม แต่ยังขาดโอกาสทางการเงิน เข้าถึงแหล่งเงินทุน และสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจด้วยที่เชื่อมโยงกับผู้ลงทุนสถาบัน โดยจุดเด่นที่สามารถใช้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์ให้รู้จักในวงกว้างและขยายฐานลูกค้าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศ์ปิติ เอกเธียรชัย ผู้อำนวยการงานส่งเสริมบริษัทจดทะเบียนและวิสาหกิจเพื่อตลาดทุน ตลท. กล่าวว่า ผู้ประกอบการสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอีที่มาระดมทุนไลฟ์ แพลตฟอร์ม ต้องมีนวัตกรรมและเป้าหมายที่ชัดเจนของธุรกิจ เมื่อเข้าระดมทุนแล้ว จะมีระยะเวลาภายใน 60 วัน หากได้ตามเป้าหมายก็ต้องแจ้งต่อกระทรวงพาณิชย์จดทะเบียนเพิ่มทุน และแปลงเป็นข้อมูลในเทคโนโลยีบล็อคเชนเพื่อให้เกิดการซื้อขาย แต่หากไม่สามารถระดมทุนได้ตามที่ต้องการก็จะหลุดออกจากไลฟ์ แพลตฟอร์มไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคิมห์ สิริทวีชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารการลงทุน บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ กล่าวว่า ปีนี้บริษัทกำลังเจรจาธุรกิจร่วมลงทุน &amp;nbsp;4 บริษัท วงเงินไม่เกิน 200 ล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 2 จำนวน 1 บริษัท ส่วนไลฟ์ แพลตฟอร์ม ที่ ตลท.เป็นผู้จัดทำ เบื้องต้นบริษัทสนใจลงทุน 1 บริษัท คือ ไดเมท แอพลิเคชั่นควบคุมเบาหวาน &amp;nbsp;ซึ่งนโยบายการลงทุนของบริษัทจะลงทุนเฉลี่ยบริษัทละ 10-60 ล้านบาท โดยปัจจุบันได้ลงทุนร่วมไปแล้ว 13 บริษัท และได้ขายหุ้นออกมาแล้ว 2 บริษัท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8549</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET, ก.ล.ต., ตลท., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ระดมทุน, สตาร์ทอัพ, เกศรา มัญชุศรี, เอสเอ็มอี, ไลฟ์ แพลตฟอร์ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a786deb4fd56.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2018 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2018 17:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดัชนีหุ้นไทยปิดบวก 5.03 จุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ. 61 &amp;ndash; ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนบวกกรอบแคบ โดยได้แรงซื้อจากกลุ่มพลังงานช่วยหนุน หลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น และรับอานิสงส์จากตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ 1,805.89 จุด เพิ่มขึ้น 5.03 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.28% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 37,776.42 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพบชัย ภัทราวิชญ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้มีมูลค่าซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากเป็นวันหยุดเทศกาลตรุษจีน และเป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่อยากถือหุ้นรับความเสี่ยงช่วงวันหยุด โดยภาพรวมการลงทุนยังค่อนข้างดี ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวดีขึ้น และราคาน้ำมันปรับขึ้นเช่นกัน ทำให้กลุ่มที่มีแรงซื้อนำตลาดคือ กลุ่มพลังงาน ส่วนหุ้นกลุ่มใหญ่บางตัวยังพักตัวอยู่ ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าต้องติดตามการประกาศตัวเลขจีดีพีไทยไตรมาส 4 ปี 60 หากออกมาดีกว่าที่คาด ก็จะช่วยดันดัชนีให้ปรับขึ้นต่อได้ มองดัชนีแนวรับอยู่ที่ 1,780 จุด ส่วนแนวต้าน 1,820 จุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3259</URL_LINK>
                <HASHTAG>SET, ดัชนี, ตลาดหลักทรัพย์, ตลาดหุ้น, ปิดตลาด, ภาวะหุ้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86b321af795.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
