<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทรนด์กระแสบ้านอัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่ามกลางกระแสการพูดถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนคำหลายๆ คำกลายเป็น buzzwords ยอดฮิตไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Blockchains, Big data, AI, Machine learning, 3D printing, Internet of Things (IoTs) และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อเราในหลากหลายมิติ และองค์ประกอบที่แตกต่างกันออกไป หลายเทคโนโลยีดังกล่าวอาจจะฟังดูไกลตัวสำหรับบางคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังเป็นที่นิยมและจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของทุกคนอย่างมีนัยสำคัญ คือ การประยุกต์แนวคิด &amp;ldquo;Internet of Things&amp;rdquo; มาใช้กับอุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันที่อยู่รอบตัวเรา โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่อยู่ภายในบ้าน หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;Smart home&amp;rdquo; บ้านอัจฉริยะนั่นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากย้อนไปไม่ถึง 10 ปี คอนเซ็ปต์บ้านอัจฉริยะอาจจะยังฟังดูเหมือนเรื่องในนิยายไซไฟอยู่เลย แต่ในปัจจุบันอุปกรณ์เหล่านี้กลายเป็นสินค้าที่วางขายทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งหลายๆ ชิ้นก็มีราคาถูกลงมามากจนผู้บริโภคทั่วไปสามารถเอื้อมถึง จากการประเมินของ IDC สถาบันวิจัยด้านการตลาดของสหรัฐระบุว่า จำนวนอุปกรณ์ Smart home ของโลก จะเติบโตประมาณ 31%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งในปี 2561 หรือประมาณ 644 ล้านเครื่อง โดย IDC คาดการณ์ว่า ภายในปี 2022 จำนวนของอุปกรณ์เหล่านี้จะเติบโตไปถึงเกือบ 1,300 ล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายในระยะเวลาไม่กี่ปี ซึ่งหากคำนวณเป็นมูลค่าแล้ว เราจะเห็นได้จากการประเมินมูลค่าตลาดของ Smart home ทั่วโลก คาดการณ์ว่าในอีก 7-8 ปีข้างหน้าตลาด Smart home จะมีขนาดกว่า 263,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันผู้ประกอบการในวงการอสังหาริมทรัพย์มีการนำอุปกรณ์ Smart home มาใช้มากขึ้น เพื่อเป็นจุดขายในการตลาด เพราะการยกระดับคุณภาพชีวิตลูกค้าให้สะดวก ปลอดภัย สนุกสนาน และมีส่วนช่วยในการดูแลสุขภาพของลูกค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมากในเวลานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เราจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หลายราย เช่น บมจ.แสนสิริ, บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์, บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ และ บมจ.เอพี ไทยแลนด์ ต่างลงทุนในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มีอุปกรณ์ Smart home ติดตั้งมาพร้อมกับตัวบ้านให้กับลูกค้า โดยอุปกรณ์ที่เริ่มมีการใช้งานแพร่หลายมากขึ้น คือ Smart mirror กระจกอัจฉริยะ ที่สามารถเปิดเพลง ดูวิดีโอจากโทรศัพท์ มีหน้าปัดแสดงเวลา บอกอุณหภูมิ หรือมี Bluetooth เพื่อใช้คุยโทรศัพท์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจากการวิเคราะห์ข้อมูลของสถาบัน Economic Intlelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) ระบุว่า 3 ปัจจัยสำคัญทางการแข่งขันที่ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ใช้ในการนำอุปกรณ์ Smart home มาปรับใช้กับที่อยู่อาศัย ได้แก่ 1.การเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน 2.สิ่งที่ทำให้เกิดความประทับใจ และ 3.การบริการหลังการขาย อย่างไรก็ดี ในการนำฟังก์ชั่นต่างๆ ของ Smart home มาใช้ ผู้ประกอบการควรคำนึงถึงความกังวลใจเรื่องความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีการอธิบายวิธีการเก็บข้อมูลและนำข้อมูลมาวิเคราะห์อย่างมีขั้นตอน พร้อมทั้งการตั้งค่าการลบข้อมูลที่ลูกค้าไม่ต้องการให้ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ และเชื่อว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของพวกเขาภายในระยะเวลาอันสั้น แต่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่นำอุปกรณ์ Smart home มาใช้จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการอธิบายเรื่องการจัดเก็บข้อมูลเหล่านี้อย่างจริงจังกับผู้บริโภคมากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงสำหรับการนำอุปกรณ์ Smart home มาติดตั้งให้กับผู้บริโภค คือ ช่วงอายุของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย ทั้งนี้หากมองไปในระยะถัดไปในอนาคต 4 เทรนด์หลักที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาตลาด Smart home ทั่วโลก รวมถึงในไทยด้วย ได้แก่ 1.การบำรุงรักษาแบบคาดคะเน 2.การสั่งงานด้วยเสียง 3.การคาดการณ์แนวโน้มพฤติกรรม และ 4.Smart home ในราคาที่จับต้องได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับในประเทศไทย กระแสบ้านอัจฉริยะเริ่มจากการค่อยๆ เข้ามาจับลูกค้าชนชั้นกลางที่มีรายได้และมีกำลังซื้อ ความร่วมมือใหม่ๆ ระหว่างเจ้าของเทคโนโลยีกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ร่วมกันสร้างโครงการที่อยู่อาศัยอัจฉริยะ รวมไปถึงพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อดูแลระบบเพื่อใช้ในการดูแลภายในโครงการและในบ้านอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศรยุทธ เทียนสี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29499</URL_LINK>
                <HASHTAG>Smart home, กระจกไร้เงา, ศรยุทธ เทียนสี​​​​​​​</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
