<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5G หัวใจสำคัญของเมืองอัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้กลายเป็นหัวข้อหลักในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างจริงจัง และมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำทางด้านดังกล่าวในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;เห็นได้จากแผนของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ก็เร่งนำร่อง เมืองอัจฉริยะที่กรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่ อย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น และในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปในหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;แต่อย่างไรก็ดีการสร้างเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; (SmartCity) ให้สามารถใช้งานได้จริงนั้น ระบบการเชื่อมโยง สื่อสารจะต้องมีอย่างทั่วถึง และ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะต้องมีเพียงพอต่อการใช้งาน&amp;nbsp; เพราะเมืองอัจฉริยะจะต้องขับเคลื่อนด้วยระบบเซ็นเซอร์ และอุปกรณ์&amp;nbsp; IoT ชนิดครอบคลุมทั้งเมือง ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จำเป็นต้องใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นสื่อกลาง ซึ่งเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลได้จำนวนมหาศาล โดยมีความหน่วงที่ต่ำมาก ก็หนีไม่พ้น เทคโนโลยี 5G&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สรุปง่ายๆก็คือ 5G คือ หัวใจของเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; มันจะเกิดขึ้นได้โดยขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;นี่จึงเป็นความจำเป็นที่ ทำให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) จำเป็นต้องผลักดันให้ 5G เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้โดยเร็วที่สุด เห็นได้จากการเริ่มต้นด้วยการจัดสรรคคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ที่ผ่านมา และในช่วงปลายปี 2662 จะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ด้วยวิธีประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz 26 GHz และ 28 GHz &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย ปักหมุด 5G ได้ก่อนใครในภูมิภาค ซึ่งนำไปสู่การสร้างโอกาสอีกมากมายมหาศาล&amp;nbsp; เพราะตอนนี้ บางประเทศอย่าง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ก็เริ่มเปิดให้บริการ 5G ไปแล้ว และล่าสุด ทางจีน ก็ได้ออกใบอนุญาตให้บริการเครือข่ายติดต่อสื่อสารไร้สายระบบ 5G แก่ รัฐวิสาหกิจผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมรวม 4 ราย ได้แก่ ไชน่า เทเลคอม, ไชน่า โมบาย, ไชน่า ยูนิคอม, และ ไชน่า บรอดแคสติ้ง เน็ตเวิร์ก คอร์เปอเรชั่น&amp;nbsp; เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปีนี้ ใน 40 เมืองใหญ่ของจีน มีบริการ 5G ใช้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ถ้าหากในปี 2563 ไทยไม่สามารถดำเนินการ 5G ได้สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้น คือ 1.กระทบภาคการผลิตและอุตสาหกรรม ภาพรวมประเทศจะ สูญเสียมูลค่าเศรษฐกิจสูงถึง 2.3 ล้านล้านบาทในปี 2573 คิดเป็น 20% ของจีดีพีประเทศ หรือ77% ของงบประมาณประเทศ เฉพาะภาคอุตสาหกรรมจะเสียหาย 7 แสนล้านบาท-1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10-30% กระทบจีดีพีภาคอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;2. กระทบต่อแผนการผลักดันสมาร์ท ซิตี้ หรือเมืองอัจฉริยะ เพราะ 5G จะเข้ามาช่วยให้การใช้ชีวิตของประชาชนสะดวกขึ้น ทั้งการเรียน ทำงาน ท่องเที่ยว และกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp; 3.กระทบ สมาร์ท ฮอสพิทอล หรือโรงพยาบาลอัจฉริยะ อีก 25 ปี ไทยจะมีผู้สูงอายุ 20 ล้านคนซึ่ง 5G จะเข้ามาช่วยในการรักษาพยาบาลมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก จะมีการผ่าตัดที่บ้าน ช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลของภาครัฐคิดเป็น 1.1 หมื่นล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ฉะนั้นไทยจึงรอไม่ได้ที่จะเลื่อนเปิดให้บริการ 5G เพราะการสร้างเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ถ้า 5G ไม่เข้ามาสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการเกิดขึ้นของ เมืองอัจฉริยะ จะต้องมีองค์ประกอบ 7 อย่าง ดังต่อไปนี้ 1. Smart Mobility การสัญจรอัจฉริยะ&amp;nbsp; 2. Smart Community ชุมชนอัจฉริยะ 3. Smart Economy เศรษฐกิจอัจฉริยะ 4. Smart Environment สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ&amp;nbsp; 5. Smart Governance การปกครองอัจฉริยะ&amp;nbsp; 6. Smart Building อาคารอัจฉริยะ 7. Smart Energy พลังงานอัจฉริยะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ซึ่ง 7 หลักการที่ว่านี้ ก็ต้องพึ่งพาแอพพลิเคชัน, ปัญญาประดิษฐ์, บิ๊กดาต้า และ อุปกรณ์ IoT ที่จะต้องใช้การสื่อสารความเร็วสูงอย่าง 5G เป็นตัวเชื่อมต่อทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ลองนึกภาพดู เมืองที่ใช้การจัดการไฟจราจร ด้วยระบบอัตโนมัติ เมื่อมีปัญหารถติด ระบบสามารถจัดการระบายรถ ด้วยเทคโนโลยี ที่จัดการได้ทั้งเมือง ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่มาสับสวิทซ์ทีละแยก ที่สำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุระบบสามารถแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ และรถฉุกเฉิน ให้ไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วที่สุด ขณะที่ระบบไฟฟ้า ประปา ตรวจสอบได้จากที่ศูนย์กลาง ทุกอย่างทำงานบนเซ็นเซอร์ IoT ที่จะคอยแจ้งสถานะต่างๆ เรียกว่า เมืองจะมีสมองของตัวเอง ที่สามารถดูแลได้สะดวกและง่ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;แน่นอนทาง กสทช. ก็ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างเมืองอัจฉริยะให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเมื่อไม่นานมานี่ ก็ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามความร่วมมือทางวิชาการจัดตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ 5G เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับการให้บริการโทรคมนาคม ตามแนวนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เทคโนโลยี 5G&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยที่ศูนย์นี้จะดำเนินการศึกษา ทดสอบ และตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ ระบบ รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 5G ได้แก่ อุปกรณ์เชื่อมต่อ Internet of Things (IoT) ระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System: ITS) ระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้เชื่อว่าการให้บริการโทรคมนาคมในระบบ 5G จึงเป็นอนาคตของการให้บริการโทรคมนาคมในประเทศไทยที่จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40098</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, SmartCity, กสทช., กิจการกระจายเสียง, คลื่นความถี่, เมืองอัจฉริยะ, เศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c7a439319d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
