<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/08/2021 10:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/08/2021 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส้ม มารี&#039;ยิ้มแก้มปริ มีรูปโชว์บนบิลบอร์ดใจกลางนิวยอร์ค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv6500005073&quot; style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขอปรบมืออย่างกึกก้องให้กับ ส้ม มารี ศิลปินจาก สไปร์ซซี่ ดิสก์ (SPICY DISC) เพราะล่าสุดส้มได้รับเลือกจาก Spotify เป็นตัวแทนศิลปินหญิงจากประเทศไทยอีกคนหนึ่งใน แคมเปญ Equal ซึ่งจะได้รับคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในเพลย์ลิสต์นี้รวมถึงยังได้รับการโปรโมทให้ไปขึ้น Billboard กลาง Time Square ที่นิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv6500005073&quot; style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนข่าวนี้นำพาความตื่นเต้นมาให้ส้ม มารี เป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้มีรูปขึ้นบิลบอร์ดกลางมหานครนิวยอร์ค ประจวบเหมาะพอดีกับที่เจ้าตัวได้มีแพลนจะบินไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่แล้ว ดังนั้นเจ้าตัวจึงไม่พลาดที่จะไปถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกลับมาด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv6500005073&quot; style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส้ม มารี เผยว่า &amp;ldquo;ครั้งแรกที่ได้ทราบข่าวก็รู้สึกตื่นเต้น และก็ดีใจมากๆ ค่ะ ที่ทาง Spotify เลือกส้ม ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้ ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพลงไทยให้แผ่กระจายออกไปไกลยิ่งขึ้นค่ะ และอยากจะขอขอบคุณแฟนเพลงทุกคนที่ช่วยกันสนับสนุนส้ม มาเป็นอย่างดีเสมอเพราะถ้าไม่มีพวกคุณส้มเองก็คงเดินมาได้ไม่ถึงตรงจุดนี้ ทุกคนคือแรงบันดาลใจให้ส้มอยากทำเพลงออกมาอยู่เรื่อยๆ และเมื่อสถานการณ์ดีขึ้นเราจะกลับมาร้องเพลงด้วยกันอีกครั้งค่ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113698</URL_LINK>
                <HASHTAG>Spotify, Time Square นิวยอร์ค, สไปร์ซซี่ ดิสก์, ส้ม มารี, แคมเปญ Equal</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611c7ead9cffc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94589</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฟนเพลงเคป๊อปเดือดร้อนผลงานศิลปินดังถูกลบออกจาก  Spotify  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มา รูป&amp;nbsp;newsroom.spotify.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 2564 &amp;nbsp;รายงานข่าวระบุว่า เพลงของศิลปินเคป๊อปชื่อดังที่จัดจำหน่ายผ่าน Kakao M จะถูกถอดออกจากแพลตฟอร์ม Spotify &amp;nbsp;ซึ่งประเด็นดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแฟนเพลงเคป๊อปทั่วโลก เพราะจะทำให้ไม่สามารถฟังผลงานเพลงของศิลปินที่ชื่นชอบผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งชื่อดังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับศิลปินเคป๊อปจัดจำหน่ายผ่าน Kakao M &amp;nbsp;จำนวนมาก อาทิ Seventeen, IU, MONSTA X, MAMAMOO, Gfriend , The Boyz , LOONA , Sunmi ,(G)I-DLE , BtoB , Apink , Dreamcatcher , SISTAR , CRAVITY , Cosmic Girls และ &amp;nbsp;Epik High&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบทเพลงทั้งหมดถูกถอดออกและทำให้แฟนเพลงไม่สามารถที่รับฟังผลงานของศิลปินเหล่านี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่บทเพลงของศิลปินเหล่านี้ถูกลบออกจาก Spotify &amp;nbsp;เนื่องจาก แพลตฟอร์มระดับนี้เพิ่งเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งมันไปกระทบโดยตรงกับ แพลตฟอร์มที่คล้ายคลึงกันและครองตลาดมานานอย่าง Melon ที่เป็นของ Kakao M &amp;nbsp;ส่งผลให้ทั้งสู่บริษัทกลายเป็นคู่แข่งกันโดยปริยาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดีทางโฆษกของ Spotify ได้ชี้แจงผ่าน สำนักข่าวดนตรีชื่อดัง NME ระบุว่า สัญญาเพลงของ Kakao M ที่เผยแพร่บน Spotify ได้หมดลงในวันที่ 1 มี.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ที่ผ่านมาในระยะเวลา 1 ปีครึ่งเราพยายามทำงานร่วมกับ KakaoM มาโดยตลอดเพื่อพยายามคุยเรื่องการต่อสัญญา เพื่อที่ทำให้ เพลงของศิลปินของพวกเขา มีโอกาสเข้าถึงแฟนเพลงจำนวน 345 ล้านคน ในเกือบ 170 ประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ดี แม้เราจะพยายามอย่างเต็มที่ แต่ข้อตกลงใบอนุญาตที่มีอยู่กับ KakaoM (ซึ่งครอบคลุมทุกประเทศนอกเหนือจากเกาหลีใต้) ก็สิ้นสุดลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; การที่เรายังไม่บรรลุข้อตกลงในข้อตกลงระดับโลกครั้งใหม่ถือเป็นเรื่องโชคร้ายสำหรับศิลปินของพวกเขาเช่นเดียวกับแฟน ๆ และผู้ฟังทั่วโลก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เรื่องนี้จะเป็นแค่เรื่องชั่วคราว และเราจะสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ในไม่ช้า เรายังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับผู้ถือสิทธิ์ในทุกประเทศรวมถึง KakaoM เพื่อช่วยขยายตลาดเพลงเกาหลีและระบบนิเวศสตรีมมิงโดยรวมไปด้วยกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94589</URL_LINK>
                <HASHTAG>Kakao M, Spotify, ถูกลบเพลง, เพลงเคป๊อป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603c54270b0ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39272</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตของโลกเมื่อ Facebook ออกเงินสกุลดิจิทัลของตัวเอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ก่อนผมขึ้นเวทีกับคนรุ่นใหม่ 3 คนจากอเมริกา ที่เป็นทั้งนักลงทุนและลงมือทำ fintech ที่เป็น startup การเงินภายใต้หัวข้อ &amp;quot;ธนาคารในปี 2025 จะมีหน้าตาอย่างไร&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามหนุ่มจากอเมริกามีเชื้อสายอินเดียซึ่งกำลังทำชื่อเสียงในอเมริกาในวงการเทคโนโลยี อีกทั้งคนรุ่นใหม่ที่มีเชื้อสายภารตะเหล่านี้ยังมีตำแหน่งบริหารที่สำคัญๆ ในสหรัฐฯ อีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามหนุ่มชื่อ Neil Dugal, Senior Corporate Counsel at Omidyar Network กับ Sheel Mohnot, &amp;nbsp;Partner at 500 Startups และ Rishi Mohnot, VP, Business Operations at Sentieo
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนึ่งในคำถามที่กำลังเป็นประเด็นร้อนเรื่องการเงินการทองและอนาคตของธนาคาร คือคำประกาศของ Facebook ที่จะออกเงินสกุลดิจิทัลของตัวเองที่เรียกว่า Libra ซึ่งแปลตรงตัวคือราศีตุล แต่เป็นภาษาละตินแปลว่าความเที่ยงธรรมและยุติธรรมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถามทั้งสามว่าการที่ Facebook จะมีเงินสกุลของตัวเองอย่างนี้ถือเป็นแนวโน้มที่ดีหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสามตอบเกือบจะตรงกันว่า ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ ถ้า Facebook สามารถชักชวนบริษัทยักษ์ ๆ ในวงการดิจิทัลมาร่วมใช้เงินคริปโตฯ อย่างนี้ได้ เราก็คงต้องตั้งรับให้จงดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้า Libra นี้เป็นอย่างไร ทำไมจึงสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวงการได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่แน่ๆ คือ Libra จะอยู่ใต้การควบคุมดูแลของ The Libra Association ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำให้ผู้คนสนใจเป็นพิเศษคือ FB บอกว่าจะมีสมาชิกร่วมก่อตั้ง 27 บริษัทชั้นนำชื่อดังมากมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ว่าจะเป็น Mastercard, Visa, eBay, Paypal, Spotify, Uber, Lyft, Vodafone, Stripe, Booking &amp;nbsp;Holdings, Facebook
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือแม้แต่บริษัทบล็อกเชนอย่าง Coinbase, Anchorage รวมทั้งกองทุนร่วมทุน Andreessen &amp;nbsp;Horowitz, Breakthrough Initiatives ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอเห็นชื่อผู้ร่วมก่อตั้งเท่านั้น คนส่วนใหญ่ก็ต้องยอมรับว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลที่สำคัญคือเงินสกุล Libra ถูกจัดอยู่ในประเภท Stable Coin หรือเงินที่มีมูลค่าค่อนข้างคงที่ มีเสถียรภาพ อิงกับ &amp;quot;สินทรัพย์อ้างอิง&amp;quot; ที่มีอยู่จริงในอัตรา 1:1
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำถามคือสินทรัพย์ที่ว่านี้คืออะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คาดกันว่าสินทรัพย์ที่ Facebook จะใช้ค้ำประกันอาจไม่ใช่เงิน Fiat สกุลใดสกุลหนึ่งเพียงสกุลเดียว เหมือนเหรียญ Stable Coin สกุลอื่นที่ออกมาก่อนหน้า (USDT, GUSD)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่น่าจะเป็น &amp;quot;ตะกร้าเงิน&amp;quot; (Basket of Currencies) ที่อาจประกอบด้วยเงินสกุลต่างๆ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐ, ยูโร, เยน, ปอนด์, ฟรังก์สวิส, หยวน ฯลฯ ในอัตราส่วนที่ฟังดูแล้วน่าเชื่อถือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และทำให้ FacebookCoin มีเสถียรภาพ น่าเชื่อถือกว่าการอ้างอิงมูลค่าไว้กับสินทรัพย์ชนิดใดชนิดหนึ่งอย่างทองคำ, น้ำมัน หรือเงิน Fiat สกุลใดสกุลหนึ่งเพียงสกุลเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อ Libra เป็น Stable Coin ก็จะมีความผันผวนต่ำ มีราคาอ้างอิงที่ค่อนข้างคงที่ต่างจาก Bitcoin &amp;nbsp;หรือเงินคริปโตฯ สกุลอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจึงสันนิษฐานว่า FBCoin น่าจะใช้เพื่อการโอนเงินข้ามประเทศ หรือการจับจ่ายซื้อสินค้าและบริการผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ได้รับการยินยอมจาก Facebook
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงสินค้าและบริการของกลุ่มธุรกิจที่เข้าร่วมในเครือข่ายที่ให้การเปิดตัวโครงการนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายละเอียดที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ บริษัทที่จะเข้ามาร่วมโครงการจะมีส่วนร่วมในการประมวลผล, ยืนยันธุรกรรม ทำหน้าที่ Nodes (อันหมายถึงเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ในการประมวลผล การทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นใน network นั้นๆ) ของเครือข่ายเงินสกุลนี้ ต้องได้รับการอนุมัติอีกทั้งยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้ Facebook 10 ล้านดอลลาร์ สำหรับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและเปิดใช้งานเครือข่ายด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้เข้าร่วมฟรีๆ นะครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวชิ้นแรกๆ บอกว่าบริษัทชั้นนำจากหลายภาคธุรกิจที่ได้แสดงความสนใจเข้าร่วมมีแล้วเช่น &amp;nbsp;Paypal, Visa, Mastercard, Booking.com, Uber ฯลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ว่ากันว่าโครงการนี้จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการก็ในไตรมาสที่ 1 ของปี 2020&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงแรกๆ ก็อาจจะเริ่มด้วยพนักงานที่อยู่ในเครือข่ายของ Facebook เช่นใช้ Libra จ่ายเงินเดือนและผลตอบแทนต่างๆ โดยสามารถเก็บรักษา ใช้จ่าย หรือแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินท้องถิ่นได้ผ่านตู้ ATM ที่รองรับ และอาจจะสามารถโอน รับ จ่าย ซื้อสินค้า และบริการได้เช่นเดียวกับเงินสกุลดิจิทัลสกุลอื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าได้แปลกใจหากจะขยายบริการเข้าไปที่ฐานผู้ใช้งานแพลตฟอร์มอื่นของเครือข่ายเดียวกัน เช่น &amp;nbsp;Instagram, WhatsApp&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริง Messenger ได้ทดลองออก Crypto Wallet หรือกระเป๋าสำหรับเก็บเงินคริปโตฯ ในชื่อ &amp;nbsp;Lite.im ให้แก่ผู้ใช้งาน Facebook Messenger ได้ทดลองใช้แล้วเมื่อปลายปีที่แล้วด้วยซ้ำไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าสนใจไม่น้อยคือ Libra จะมี smart contract หรือ &amp;quot;สัญญาอัจฉริยะ&amp;quot; ซึ่งนักพัฒนาสามารถนำไปเขียนโค้ดต่อยอดพัฒนาเพิ่มเติมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดนี้ย่อมสร้างความตื่นเต้นไปทั่วโลก แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้คนเป็นห่วงว่าหาก Facebook &amp;nbsp;ทำสำเร็จจะมีอิทธิพลเหนือคนทั้งโลกมากเกินกว่าที่ธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งจะพึงมีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงคาดได้ว่าจะต้องมีคนออกมาคัดค้านในประเด็นนี้อย่างกว้างขวางเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39272</URL_LINK>
                <HASHTAG>Booking, Business Operations at Sentieo, eBay, facebook, Holdings, Lyft, Mastercard, Neil Dugal, Partner at 500 Startups, Paypal, Rishi Mohnot, Senior Corporate Counsel at Omidyar Network, Sheel Mohnot, Spotify, Stripe, Uber, Visa, Vodafone, VP, กาแฟดำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
